โคลอมเบียเปิดตัวสุดอลังการรูปปั้นนักร้องสาวชากีรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751170

โคลอมเบียเปิดตัวสุดอลังการรูปปั้นนักร้องสาวชากีรา

28 ธ.ค. 2566 11:12 น.

โคลอมเบียเปิดตัวสุดอลังการรูปปั้นนักร้องสาวชากีรา

ทางการเมืองบาร์รันกิลา เมืองบ้านเกิดของนักร้องสาวชากีรา เปิดตัวรูปปั้นขนาดใหญ่ของชากีรา เพื่อชื่นชมความสำเร็จที่นักร้องสาวสร้างความภาคภูมิใจและชื่อเสียงให้แก่ชาวโคลอมเบีย โดยมีพ่อและแม่ของนักร้องสาวไปร่วมในพิธีเปิดด้วย

รูปปั้นชากีรารูปล่าสุดนี้ ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำแม็คดาเลนา ที่เมืองบาร์รันกิลา เมืองบ้านเกิดของนักร้องสาวชากีรา โดยทางการท้องถิ่นเพิ่งทำพิธีเปิดเล็กๆ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยมีพ่อและแม่ของนักร้องสาวร่วมเป็นสักขีพยานด้วย สำหรับรูปปั้นความสูง 6.5 เมตรนี้ เป็นรูปปั้นในท่าเต้นเพลง “Hips Don’t Lie” หนึ่งในเพลงดังของศิลปินสาว ซึ่งชากีราสวมชุดสีทองสองชิ้น กับท่าเต้นโยกสะโพกแบบพลิ้วไหว โดยเหยียดแขนทั้งสองข้างขึ้นบนท้องฟ้า ซึ่งชากีราได้โพสต์ข้อความในเอ็กซ์ แสดงความขอบคุณนักปั้นคือนาย ยิโน มาเกวซ และนักเรียนจากโรงเรียนศิลปะเมืองบาร์รันกิลาที่ร่วมกันสร้างสรรค์รูปปั้นนี้ขึ้นมา ซึ่งนับเป็นการพิสูจน์ฝีมือและความสามารถอันยิ่งใหญ่ของชาวเมืองบาร์รันกิลาได้เป็นอย่างดี

นี่ไม่ใช่รูปปั้นแรกของนักร้องชื่อดังชากีราในเมืองนี้ โดยเมื่อปี 2005 มีการเปิดตัวรูปปั้นชากีรามาแล้วครั้งหนึ่ง ที่ด้านหน้าทางเข้าของสนามฟุตบอลของเมือง โดยครั้งนั้นเป็นรูปปั้นของชากีรา ขณะเล่นกีตาร์ อะคูสติก โดยเธอสวมยีนส์และรองเท้าบูต ชากีรา นักร้องชาวโคลอมเบียชนะรางวัลลาตินแกรมมี่อวอร์ดถึง 3 รางวัลเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่เธอออกซิงเกิลพิเศษที่มีเนื้อหาเหน็บแนมถึง เคราร์ด ปิเก อดีตสามีนักฟุตบอลชาวสเปน จนโกยยอดวิวถล่มทลายในยูทูบ.

ที่มา : เอพี

เปิดเซฟ ‘ศุภมาส’ รมว.อว. รวยกว่า ‘เศรษฐา’ มีทรัพย์สินกว่า 1.5 พันล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566252

28 ธ.ค. 2566

เปิดเซฟ ‘ศุภมาส’ รมว.อว. รวยกว่า ‘เศรษฐา’ มีทรัพย์สินกว่า 1.5 พันล้าน

ป.ป.ช. เปิดเซฟ ‘ศุภมาส อิศรภักดี‘ รมว.อว. พร้อมคู่สมรส ’พ.ต.อ.ล้ำพันธ์’ ผบก.ทท1. รวยกว่า ‘เศรษฐา’ พบทรัพย์สินรวม 1,531 ล้านบาท มีหนี้สิน 600 ล้าน ทองคำ 38 ชิ้น นาฬิกา 10 เรือน ราคารวม 22 ล้าน กระเป๋า 13 ใบ พร้อมที่ดิน-บ้านพัก แขวงทุ่งสองห้อง

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2566 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(รมว.อว.) กรณีเข้ารับตำแหน่ง พร้อมคู่สมรส พ.ต.อ.ล้ำพันธ์ พรรธนประเทศ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบก.ทท1.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายจำนวน 2 คน 

โดยมีทรัพย์สินรวมคู่สมรส 1,531,121,679 ล้านบาท มีหนี้สินของตนเองและคู่สมรส รวม 615,978,746 ล้านบาท

แบ่งเป็นของน.ส.ศุภมาส มีทรัพย์สินเงินฝาก 4,827,261 บาท และมีที่ดินมูลค่า 18,570,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 10,000,000 บาท และทรัพย์สินอื่น 119,485,108 บาท รวมทรัพย์สินเฉพาะตัวเอง 152,882,369 บาท

ขณะที่คู่สมรส มีเงินฝากในบัญชี 19,525,396 ล้านบาท เงินลงทุน 635,569,526 บาท ที่ดินมูลค่า 162,047,500 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 145,000,000 บาท ยานพาหนะ 96,200,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 194,524,839 บาท และทรัพย์สินอื่น 125,372,048 บาท รวมทรัพย์สิน 1,378,239,310 บาท

นอกจากนี้ ยังมีที่ดินจำนวน 2 แปลง มูลค่า 18,570,000 บาท บริเวณแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร รวม 3 งาน 71.4 ตารางวา ซึ่งมีมูลค่าปัจจุบันโดยประมาณ 37,140,000 บาท

และมีบ้านพัก 2 ชั้นในแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ จำนวน 10,000,000 บาท ด้านยานพาหนะ น.ส.ศุภมาส ไม่มียานพาหนะ โดยทั้งหมดจำนวน 7 คันเป็นของคู่สมรส อาทิ ยี่ห้อ Rolls Royce, Mercedes Benz และ LEXUS

ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่นๆ น.ส.ศุภมาส มีนาฬิกา 10 เรือน มูลค่า 22,600,000 บาท กระเป๋า 13 ใบ 3,600,000 บาท ทองคำ 38 ชิ้น 388,438 บาท ทองคำ น้ำหนัก 13 บาท 21 ชิ้น 429,000 บาท พระเครื่องทองคำ 2 ชิ้น 200,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับน.ส.ศุภมาศ ในกรณีเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีทรัพย์สินรวมลดลง จากเดิมที่เคยแจ้งบัญชีทรัพย์สินในกรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎ จำนวน 50,487,554บาท และมีหนี้สินเพิ่มขึ้นจำนวน 197,556,530 บาท

ทั้งนี้ ยังพบว่า รมว.อว.พร้อมคู่สมรส รวยกว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ที่แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกับ ป.ป.ช. ว่ามี 1,020,468,727 บาท มีหนี้สินจำนวน 10,182,549 บาท

‘เศรษฐา ทวีสิน’ มอบคำขวัญ ‘วันเด็กแห่งชาติ 2567’ อยากให้เด็กไทยมีความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/566237

28 ธ.ค. 2566

'เศรษฐา ทวีสิน' มอบคำขวัญ 'วันเด็กแห่งชาติ 2567' อยากให้เด็กไทยมีความสุข

นายกรัฐมนตรี ‘เศรษฐา ทวีสิน’ มอบคำขวัญ ‘วันเด็กแห่งชาติ 2567’ หวังเด็กไทยเติบโตขึ้นมาในประเทศที่งดงาม มีความสุข

‘วันเด็กแห่งชาติ 2567’ ในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ หลายคนในแวดวงการเมืองได้ออกมาให้คำขวัญกันอย่างถ้วนหน้า ล่าสุด ‘เศรษฐา’ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาให้ คำขวัญวันเด็ก 2567 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 13 มกราคม 2567 โดยมีดังนี้ 

คำขวัญวันเด็กปี 2567 ครับ

“มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์ เคารพความแตกต่าง ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย”

เด็กไทยเก่งครับ มีศักยภาพ มีความคิดดี และทันสมัย หน้าที่ของรัฐบาลคือการสนับสนุนให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี มีความภูมิใจในตัวเอง

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ 2567คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ 2567

“ผมอยากให้เด็กไทย Enjoy กับการใช้ชีวิตในวัยเด็ก แต่ขณะเดียวกันก็มีโลกทัศน์ที่กว้าง มีความเป็นไทยพร้อมๆ กับมีความเป็นสากล เป็นพลเมืองของโลกที่สามารถเคารพความแตกต่างหลากหลายได้ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมประชาธิปไตยที่เข้มแข็งต่อไป

ตัวผมเองในฐานะผู้นำประเทศจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เด็กไทยทุกคน ได้เติบโตขึ้นมาในประเทศที่งดงาม มีความสุข และมีโอกาสสำหรับอนาคตของทุกคนครับ”

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

รมว.เกษตรฯตรวจสินค้าด่านสิงขร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777660

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และแนวทางแก้ปัญหาด้านการเกษตร จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่อาคารด่านพรมแดนสิงขร ต.ตลองวาฬอ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าการนำเข้าส่งออกสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำผ่านจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรซึ่งเป็นด่านชายแดนไทย-เมียนมา ได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหาสินค้าผิดกฎหมาย โดยเล็งเห็นศักยภาพของจุดผ่อนปรนพิเศษแห่งนี้ จึงเตรียมผลักดันให้เป็นด่านถาวรในอนาคต

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า สาเหตุที่มีการนำเข้าสินค้าประมงในปริมาณสูง เนื่องจากทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศเมียนมา มีปริมาณสูง และสัตว์น้ำบางชนิดในประเทศไทย มีไม่เพียงพอกับความต้องการ รวมถึงการผ่านช่องทางด่านสิงขร เป็นพื้นที่อยู่ใกล้แหล่งทำการประมงของเมียนมา อีกทั้งการขนส่งทางเรือปกติจะเข้าทาง จ.ระนอง มีการขนส่งที่หลายขั้นตอน ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการที่นำเข้าในพื้นที่ จ.ระนอง ได้ขออนุญาตนำเข้าที่ด่านสิงขร เป็นการขนส่งทางบกที่สะดวกกว่า รวมถึงการตรวจสอบสินค้าของเจ้าหน้าที่ด่านสิงขร (โดยเฉพาะด่านตรวจประมง) ยังไม่เข้มงวดเท่าที่ควร เนื่องจากปัญหาบุคลาการน้อยและข้อจำกัดของพื้นที่ อย่างไรก็ดี แนวทางการแก้ปัญหาเบื้องต้นได้มีการเสนอให้กรมประมง วางมาตรการในการเปิดตรวจสินค้าของด่านฯ ชายแดน ให้เข้มงวดรัดกุมและมีมาตรฐานเดียวกันทุกด่าน ตลอดจนควรมีสถานที่เปิดตรวจสินค้าที่อำนวยความสะดวกในการขนถ่าย และเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมายอย่างเต็มที่เนื่องจากปัจจุบันเปิดตรวจบริเวณ No man’s Land ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจตามหน้าที่ที่จะบังคับใช้กฎหมาย หากเจอสินค้าต้องห้ามหรือไม่ได้ขออนุญาต เพียงแต่ให้ผู้ประกอบการนำกลับฝั่งเมียนมา

ปลัดฯชวนเที่ยวริมกว๊านฯ ส่งเสริม-เผยแพร่สินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777661

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังแถลงข่าวจัดงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาที่ริมกว๊านพะเยา” ภายใต้แนวคิด“อิ่มไอหนาว แอ่วม่วนลำ @ กว๊านพะเยา”ร่วมกับนายบำรุง สังข์ขาว รอง ผวจ.พะเยา รักษาการแทน ผวจ.พะเยา และผู้เกี่ยวข้อง ว่าการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรระดับพื้นที่ให้ครบทั้งระบบการผลิตสินค้าเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เผยแพร่ความรู้นวัตกรรมด้านการผลิต การตลาด ทั้งพืชสัตว์ และประมง เชื่อมโยงการจัดกิจกรรมทางภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่มีจุดแข็งในสินค้าอัตลักษณ์ GI สร้างโอกาสอันดีในการเผยแพร่ความรู้ นวัตกรรมด้านการผลิต การตลาด ทั้งด้านพืช ประมงและปศุสัตว์ เชื่อมโยงการจัดกิจกรรมทางการเกษตรในระดับภูมิภาคสร้างงานเกษตร ขยายแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมการแสดงนิทรรศการต่างๆ จากทุกหน่วยงานในสังกัด รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าเกษตร และบริการต่างๆ ตลอดระยะเวลา 10 วัน 10 คืน ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2567 ที่ริมกว๊านพะเยา รวม 12 บูธ ประกอบด้วย1.ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ให้บริการด้านการเกษตรจากแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ 2.ธุรกิจเกษตร จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การค้าออนไลน์ และธุรกิจสมัยใหม่ 3.นวัตกรรมเกษตรทันสมัย ทางเลือกใหม่ของเกษตรกร แนะนำนวัตกรรมพืชพันธุ์ดี แนวคิด BCG Model การใช้สารชีวภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุ ทางการเกษตร และนวัตกรรมเครื่องจักรกลเกษตร 4.ฝึกปฏิบัติเรียนรู้ด้านการเกษตร สอนให้คิดเป็น ทำได้ ผลิตได้ขายได้ 5.ตำนานกว๊านพะเยา 6.การบริหารจัดการน้ำ ด้านชลประทาน 7.โต้งนาคำ กินข้าวหอมมะลิไทย ส่งเสริมศูนย์ข้าวชุมชน 8.งานประกวดแสดงสินค้าเกษตรสวยงาม 9.ฝนหลวง 10.สล่าศิลป์ 11.โครงการพระราชดำริ และ 12.จำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าอัตลักษณ์ ผลผลิตสดหรือแปรรูป อาหารพร้อมรับประทานที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ได้รับมาตรฐานซุ้มบริการเครื่องดื่ม และเวทีดนตรีสด

“การจัดงานมหกรรมการเกษตรฯ ครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนเห็นผลงานด้านเกษตร สร้างการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการภาคการท่องเที่ยวและภาคเกษตรของ จ.พะเยา และระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้น รวมทั้งพี่น้องเกษตรกรและประชาชนได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน การเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ โดยใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริการเกษตรสมัยใหม่ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์” นายประยูร กล่าว

เกษตรฯกำจัดวัชพืช ผักตบชวาลำคลอง ลุย17จุดทั่วประเทศ ช่วยในการระบายน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777664

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน Kick Off กิจกรรมการกำจัดวัชพืชและผักตบชวา ในแม่น้ำลำคลองสายหลัก และกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ที่คลองระพีพัฒน์แยกตก วัดลำพระยา ต.วังจุฬา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และอีก 16 จุดทั่วประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนจิตอาสา รวมถึงกำลังพลจิตอาสาของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และการส่งน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคและการเกษตรอย่างเต็มศักยภาพในพื้นที่

ทั้งนี้ ผักตบชวาเป็นพืชที่มีการแพร่พันธุ์และเติบโตอย่างรวดเร็วใน 20 ลุ่มน้ำหลัก และ 359 ลุ่มน้ำสาขา ความยาวลำน้ำธรรมชาติประมาณ 522,455.73 กม. กรมชลประทานมีคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำที่เชื่อมโยงกับลำน้ำธรรมชาติ รวมทั้งทางน้ำธรรมชาติที่ประกาศเป็นทางน้ำชลประทาน ตาม พ.ร.บ.ชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 มาตรา 5 และมาตรา 8 รวมทั้งสิ้น 10,004 สาย ความยาวประมาณ 59,412.03 กม. คิดเป็นร้อยละ 11.37 ของลำน้ำธรรมชาติทั้งหมด จึงเร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาโดยระยะแรกดำเนินการพร้อมกัน 17 จุดทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 8,000 คน และมีเป้าหมายในการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในไตรมาสแรกรวมประมาณ 546,000 ตัน มีผลการปฏิบัติงานในปี 2566 กำจัดวัชพืชกว่า 5,633,079 ตัน รวมพื้นที่กว่า 34,252 ไร่

สกู๊ปพิเศษ : จุดขายชวนเที่ยวโคราช ในธีม‘ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม’ ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777658

สกู๊ปพิเศษ : จุดขายชวนเที่ยวโคราช ในธีม‘ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม’  ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิต

สกู๊ปพิเศษ : จุดขายชวนเที่ยวโคราช ในธีม‘ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม’ ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานนครราชสีมา สนับสนุนการท่องเที่ยวฤดูหนาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม” อำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา ปีนี้นำเสนอจุดขายในธีม “ไอเขียนเลตเตอร์ถึงเธอฟาร์มจิม” ต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 มกราคม 2567 ตามคาดการณ์จะมีนักท่องเที่ยวจากในพื้นที่และจังหวัดอื่นๆ เข้าเยี่ยมชมวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ ประมาณ 1,000 คน/วัน ส่วนวันหยุดนักขัตฤกษ์และเสาร์-อาทิตย์ จะมีประมาณ 1,500 คน/วันเป็นกลไกนำท่องเที่ยวสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่พื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางอรจิรา ศิริมงคล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ส่วนราชการ ภาครัฐ
ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน นักท่องเที่ยวชาวไทยชาวต่างชาติได้เข้าเยี่ยมเยียนท่องเที่ยว โดยกิจกรรมดังกล่าวตามปกติระหว่างเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม ของทุกปี ทางจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเมืองดอกไม้ยอดนิยมจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ซึ่งสร้างรายได้ให้เกษตรกรสม่ำเสมอ เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม สร้างความสุขและประสบการณ์อันแปลกใหม่ให้ผู้ชม และเกษตรกรผ่านกิจกรรมและนิทรรศการศิลปะอีกหลากหลาย เพิ่มรสชาติการท่องเที่ยวให้สนุกสนานมากขึ้น  จัดต่อเนื่องมาเกือบ 20 ปี พร้อมกับเปิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้คนทั้งใกล้และไกล ได้เข้ามาสัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติและซึมซับวิถีชีวิตแบบอีสานท้องถิ่นกันอย่างลึกซึ้งถึงแก่นรากวัฒนธรรม นำมาส่งต่อให้ได้สัมผัสจนหายคิดถึงกันตลอดทั้งงาน ตลอดงานนักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนรับลมหนาวใน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เช็คอินถ่ายภาพทุ่งดอกไม้ ทุ่งนา หมู่บ้านอีสานแลนด์มาร์คสวยๆ และร่วมกิจกรรมกับนิทรรศการการนำเสนออัตลักษณ์อีสานที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต สื่อบันเทิง และวัฒนธรรมความเชื่อของชาวอีสาน ใน 4 โซนหลัก ได้แก่

โซนที่ 1 นิทรรศการ Lam Loke, The World of Molam (Lam Loke, The World of Molam Exhibition) : มาเยือนถิ่นอีสานทั้งที หากใครเป็นสายม่วนจอยตัวจริง จะต้องชื่นชอบและพุ่งตรงมาที่นิทรรศการนี้ก่อนใครเพื่อนแน่นอน เพราะจะได้พบกับเรื่องราวของหมอลำที่ทำให้คุณสนุกกับการฟังหมอลำมากขึ้น 1.นิทรรศการแรก
-อเมริกัน-อีสาน : American-Isan Exhibition) : จาก “จดหมายเมียเช่า” ถึงภาพจริงในประวัติศาสตร์อีสาน นิทรรศการนี้เลยอยากชวนให้ผู้เยี่ยมชมทุกคนได้ลองมาทำความเข้าใจถึงแก่นรากของวิถีชีวิตระหว่างอีสานและฝรั่งว่ามีจุดเริ่มต้นอย่างไร และผสมผสานออกมาเป็นอย่างไรในปัจจุบัน, 2.นิทรรศการ 2-หม่อนไหม (Monmhai Mulberry Silk Exhibition) : พบกับวงจรชีวิตหม่อนไหมการสาธิตการทอผ้าไหมแบบวิถีถิ่น และจะพาทุกคนไปเวิร์กช็อปทำผ้าไหมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เหมาะกับสายคราฟต์ที่อยากลองลงมือทำ, 3.นิทรรศการข้าว (Rice is Life Exhibition) ทุกคนจะได้ลองชิมข้าวไทยหลากสายพันธุ์พร้อมสัมผัสกับกระบวนการผลิตจากคนทำสู่คนกินกันแบบใจถึงใจ และสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการแปรรูปข้าวให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่น่าสนใจและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพราะข้าวไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารหลักของคนอีสานแต่หากเป็นวิถีชีวิตที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

โซนที่ 2 มี 2 กิจกรรม ชวนมาร่วมสนุก รับอาวุธทางปัญญากับเรื่องราวลงลึกแผ่นดินอีสาน ดังนี้ กิจกรรมแรก “เวิร์กช็อป” ร่วมซึมซับวัฒนธรรมอีสานกับหลายกิจกรรมได้ฟรี ค่าบัตร เช่น เวิร์กช้อปสาวเส้นไหม อิ้วฝ้ายและการเข็นฝ้าย ทอผ้าไหม ทำขนมงานบุญในประเพณีอีสาน ปั้นเซรามิก ทำสาโท ทำเทียนพรรษา ร่วมสร้างปราสาทข้าว พื้นฐานหมอลำ การเล่น การร้อง การฟ้อน งานศิลปะภายในฟาร์ม, กิจกรรมที่ 2 ทอล์กจัดเวทีล้อมวงฟังเรื่องเล่าจากเหล่าวิทยากรคนสำคัญ แวะเวียนมาแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนอีสานแบบลงลึก เกี่ยวกับเรื่องราวของข้าวที่คนอีสานปลูก ความทรงจำอเมริกัน-อีสาน พิธีกรรม และอื่นๆ มีทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด (ยกเว้นช่วงสุดสัปดาห์สุดท้าย) เสริมพิเศษตลอดงานบริเวณศาลากลางหมู่บ้านอีสาน

โซนที่ 3 เวทีดนตรี เที่ยวแบบชิลตามเสียงเพลงเพราะๆ ของเหล่าศิลปินท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ได้ 2 เวที ได้แก่ เวทีแรก American
Isan Stage โชว์คอนเสิร์ตจากวงดนตรีโฟล์กและดนตรีคันทรี พร้อมหมุนเวียนมามอบความสุขตลอดวัน อย่างวง The Hopper, SUNDER,Hang Over และ  วง อ๊อด บ้านช้าง เวทีที่ 2 เปิดกิจกรรมใหม่ในฟาร์มปีนี้เต็มอิ่มกับหมอลำช่วงค่ำ ระหว่าง 20.00-22.00 น. คือ  Molam Music ฟังคอนเสิร์ตจากศิลปินหมอลำร่วมสมัยที่มีฝีไม้ลายมือ อย่าง E-SanFusion, ต้นตระกูล แก้วหย่อง x นริศรา ศักดิ์ปัญจโชติ(Tontrakul Kaewyong x Narisara Sakpunjachot), รัสมี อีสานโซล (Russmee I-San soul) และออทิดสา หมอลำแบรนด์ x อ๊อฟ สุรพล

โซนที่ 4 ร้านอาหารและของที่ระลึก ทางฟาร์มได้คัดสรรร้านอาหารมาเสิร์ฟเมนูอร่อย ๆ ครบทั้งอาหารอีสาน และอาหารคอมฟอร์ตฟู้ด ตอบโจทย์สายช้อปของที่ระลึก ร้านค้ามีทั้งสินค้าจากฟาร์มราคาพิเศษ และสินค้าที่ระลึกซื้อได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

วีรพงศ์ เหรียญประเสริฐ

‘ธรรมนัส’จี้กรมชลฯแก้ไข ปัญหาน้ำทะเลท่วมฉะเชิงเทรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777659

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการปรับปรุงระบบชลประทานในเขต จ.ฉะเชิงเทรา ที่บริเวณคันกั้นน้ำสมบูรณ์-บางขนาก ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ว่า อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีมากที่สุด แต่เป็นพื้นที่รองรับน้ำจาก กทม.จึงประสบปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก จึงสั่งการให้กรมชลประทานจัดทำแผนการปรับปรุงระบบชลประทาน อาทิ การซ่อมแซมสะพานที่ทรุดตัวการปรับปรุงประตูระบายน้ำหรือสร้างสถานีสูบน้ำป้องกันปัญหาน้ำทะเลทะลัก เพื่อไม่ให้น้ำเค็มรุกเข้ามา ไม่ให้กระทบต่อน้ำที่ใช้อุปโภค-บริโภค บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้สามารถใช้ประโยชน์ได้โดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน พบว่าชาวบ้าน ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว เรียกร้องขอให้แก้ปัญหากรณีการถูกยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุกว่า 4,000 ไร่ ตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกองทัพเรือโดยนำไปใช้เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ โดยเรื่องนี้ได้ประสานไปยังรมว.กลาโหม และนำเรียนนายกรัฐมนตรี ทราบแล้ว โดยกระทรวงเกษตรฯเตรียมทำหนังสือขออนุญาตกองทัพเรือ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถเข้าทำกินได้อย่างถูกต้อง และจะขอใช้พื้นที่บางส่วนสร้างเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถไปใช้ประโยชน์ สนับสนุนภาคการผลิตพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จ.ฉะเชิงเทรา โดยมอบหมายให้กรมชลประทาน จัดทำแผนดังกล่าว หลังจากนี้จะหารือร่วมกับ รมว.กลาโหม กองทัพเรือ เพื่อบูรณาการศึกษาแนวทางร่วมกันต่อไป

เซอร์เทนตี้มุ่งพัฒนาธุรกิจตามหลักความยั่งยืน หนุนโครงการพยาบาลเยี่ยมบ้าน ส่งต่อการดูแลสุขอนามัยผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777629

เซอร์เทนตี้มุ่งพัฒนาธุรกิจตามหลักความยั่งยืน  หนุนโครงการพยาบาลเยี่ยมบ้าน ส่งต่อการดูแลสุขอนามัยผู้สูงอายุ

เซอร์เทนตี้มุ่งพัฒนาธุรกิจตามหลักความยั่งยืน หนุนโครงการพยาบาลเยี่ยมบ้าน ส่งต่อการดูแลสุขอนามัยผู้สูงอายุ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ (Certainty) มุ่งมั่นช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืน ส่งเสริมพนักงานมีส่วนร่วมเผยแพร่ความรู้การดูแลสุขอนามัยที่ดีแก่ผู้ป่วยสูงอายุ ร่วมกับโครงการพยาบาลเยี่ยมบ้าน โรงพยาบาลรามาธิบดี

พรภัทร จิรเรืองปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ กล่าวว่า ด้วยปณิธานของบริษัทฯ ที่มุ่งพัฒนาธุรกิจตามหลักความยั่งยืน คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการส่งต่อสุขอนามัยที่ดีให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป โดยมีนโยบายส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ พัฒนาทักษะเกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยที่ถูกวิธี นอกจากนี้ยังร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทพันธมิตรในการบริจาคผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับมูลนิธิและโรงพยาบาลต่างๆ รวมถึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นหลักเพื่อให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และครบวงจร

พรภัทร จิรเรืองปัญญา

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำการส่งต่อสุขอนามัยที่ดีของผู้สูงอายุแบบยั่งยืน บริษัทจึงร่วมสนับสนุนการทำงานโครงการพยาบาลเยี่ยมบ้านของหน่วยพยาบาลบริการผู้ป่วยที่บ้าน 1 คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ที่จะออกติดตามให้คำแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพแก่ผู้ป่วยและผู้ดูแล ปัจจุบันมีผู้ร่วมโครงการกว่า 4,000 ราย ซึ่งยังมีอีกหลายครอบครัวขาดความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลสุขอนามัยผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุในบ้าน นอกจากการมอบผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ให้กับโครงการดังกล่าวแล้ว บริษัทยังส่งเสริมให้พนักงานร่วมลงพื้นที่จริงในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขอนามัยที่ถูกวิธี ภายใต้แนวคิดการส่งต่อสุขอนามัยที่ดีของผู้สูงอายุแบบยั่งยืน คือ การส่งเสริมการดูแลความสะอาด ถูกสุขอนามัยในชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคแทรกซ้อนและเพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกการมีจิตสาธารณะ ของพนักงานให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้เป็นสังคมที่น่าอยู่

สุจิตรา เอื้อเฟื้อ

ด้าน สุจิตรา เอื้อเฟื้อ หัวหน้าหน่วยพยาบาลบริการผู้ป่วยที่บ้าน 1 กล่าวว่า การดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดีควรเริ่มจากการดูแลสุขอนามัยเป็นอันดับแรก เพราะหากดูแลสุขอนามัยไม่ดี ก็จะส่งผลต่อร่างกายให้เกิดภาวะเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ซึ่งสุขอนามัยพื้นฐานที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การดูแลความสะอาดผิวหนังทั่วร่างกายรวมถึงบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีผิวหนังที่บอบบาง อาจเกิดบาดแผลและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายขึ้นหากดูแลไม่ถูกสุขอนามัย นอกจากนี้การดูแลให้ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ การดูแลด้านจิตใจ โดยการเพิ่มความสุข ลดความเครียดความกังวล การดูแลให้ได้รับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมถึงการได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้าง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดี

กว่า 40 ปี ของการดำเนินธุรกิจเซอร์เทนตี้ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย พร้อมส่งต่อความรู้การดูแลสุขอนามัยที่ดีของผู้สูงอายุแบบยั่งยืน

รณรงค์ลดการบริโภคเกลือและโซเดียมลดเสี่ยงป่วยโรคไม่ติดต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777626

รณรงค์ลดการบริโภคเกลือและโซเดียมลดเสี่ยงป่วยโรคไม่ติดต่อ

รณรงค์ลดการบริโภคเกลือและโซเดียมลดเสี่ยงป่วยโรคไม่ติดต่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด, นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ ร่วมแถลงความร่วมมือ

กรมควบคุมโรค ร่วมกับ กทม. และ WHO รณรงค์ลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในเขตกรุงเทพฯ ลดเสี่ยงป่วยโรคไม่ติดต่อ โดยนายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และ Dr.JosVandelaer WHO Representative to Thailand ร่วมแถลงความร่วมมือการดำเนินงานลดบริโภคเกลือและโซเดียมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข้อมูล ผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563 พบว่า ประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ มีค่าเฉลี่ยของการบริโภคโซเดียม เท่ากับ 3,496 มิลลิกรัมต่อวันหรือเกือบ 2 เท่าของคำแนะนำองค์การอนามัยโลก และจากข้อมูลผลการสำรวจโซเดียมในอาหารผ่านระบบ Thai Salt Survey ของกรมควบคุมโรค ปี 2566 พบปริมาณโซเดียมเฉลี่ยในอาหารในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ในระดับเค็มมากหรือ 390 มิลลิกรัมต่ออาหาร 100 มิลลิลิตร การบริโภคโซเดียมเกินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และเป็นปัจจัยของโรคแทรกซ้อนอันตราย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคไตเรื้อรัง ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน เทียบเท่าเกลือ 5 กรัม หรือ 1 ช้อนชา

นายแพทย์กฤษฎา กล่าวต่อว่า กรมควบคุมโรค ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจัดทำยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทย พ.ศ. 2559-2568 เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานให้บรรลุเป้าประสงค์ “ประชาชนบริโภคเกลือและโซเดียมลดลงร้อยละ 30 ภายในปี 2568” ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ (SALTS) ได้แก่ S (Stakeholder network) พัฒนาและขยายภาคีเครือข่ายความร่วมมือ A (Awareness) เพิ่มความรู้ ความตระหนักและเสริมทักษะให้ประชาชน L (Legislationand environmental reform) ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำ T (Technology and innovation) พัฒนางานวิจัย องค์ความรู้และนำไปสู่การปฏิบัติ S (Surveillance, monitoring, and evaluation) การพัฒนาระบบเฝ้าระวังติดตาม ประเมินผลตลอดกระบวนการ

“การดำเนินงานลดการบริโภคเกลือและโซเดียมจะประสบผลสำเร็จได้นั้นควรทำอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยกลไกการขับเคลื่อนทุกระดับ และการประสานความร่วมมือของภาคีเครือข่ายเข้าด้วยกันและขอขอบคุณกรุงเทพมหานคร เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเฝ้าระวังและลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะบรรลุเป้าหมายการลดบริโภคเกลือและโซเดียม ทำให้ประชาชนมีสุขภาพดีจากการบริโภคเกลือและโซเดียมลดลง”

นายแพทย์สุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานครกล่าวว่า จากสถานการณ์การบริโภคเกลือและโซเดียมของคนไทยที่มากเกินความจำเป็นทำให้เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไต ด้วยความห่วงใยของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีนโยบายขับเคลื่อนการลดบริโภคเกลือและโซเดียมร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในสังคม จึงได้ร่วมมือกับกรมควบคุมโรคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเฝ้าระวังและลดการบริโภคเกลือและโซเดียมซึ่งวิถีชีวิตของกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ มีการรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นหลัก อาหารปรุงสุกเป็นแหล่งของโซเดียมและไม่มีฉลากโภชนาการ นอกจากนี้มีการดำเนินงานร่วมกับสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย จัดอบรมการปรับสูตรอาหารลดโซเดียมสำหรับผู้ประกอบการในตลาดพรีเมียมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างความตระหนักรู้ ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ในเรื่องการลดบริโภคเกลือและโซเดียม โดยยกระดับร้านอาหารปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร (Safety Food) สู่ร้านอาหารสุขภาพ (Healthy Food) นำร่องแล้วในตลาดพรีเมียมมาร์เก็ต ทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ ตลาดเวิลด์มาร์เก็ต ตลาดเสนีย์ฟู้ด ตลาดสามย่านตลาดเสรีมาร์เก็ต ตลาดฟู้ดวิลล่า ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดศูนย์การค้ามีนบุรี และตลาดถนอมมิตร พร้อมมอบเกียรติบัตรเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ตลาดพรีเมียมทั้ง 8 แห่ง ที่ร่วมรณรงค์ลดบริโภคเกลือและโซเดียม ทำให้เกิดเมนูอาหารมากมายที่เป็นทางเลือกสุขภาพ ให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การดำเนินงานในขั้นถัดไปในปี 2567 คือขยายการดำเนินงานไปในโรงอาหาร ในโรงเรียน สถานที่ราชการรวมถึงตลาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีความพร้อม เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีสุขภาพดีตลอดไป

Dr.Jos Vandelaer WHO Representative to Thailand กล่าวว่า โซเดียมส่วนใหญ่มีอยู่ในเกลือ เมื่อใส่เกลือในอาหารทำให้อาหารมีรสชาติขึ้น ไม่จืดชืดเราต้องการโซเดียม (เกลือ) ในร่างกาย แต่ถ้าได้รับมันมากเกินไปความดันโลหิตก็เพิ่มขึ้น สามารถทำให้อวัยวะของคุณเสียหายได้ไม่ว่าจะสมอง หัวใจ ไต นั่นเป็น
สาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ การทำงานของหัวใจที่เสื่อมลง การทำงานของไตที่ผิดปกติ ดังนั้นหากโซเดียมในปริมาณน้อยจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย

องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและกระทรวงสาธารณสุข ในการรณรงค์ลดการบริโภคโซเดียมของประชากรกรุงเทพฯ ในฐานะที่เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศไทย โครงการนี้จะสร้างผลลัพธ์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนการบริโภคโซเดียมของประชากร ชึ่งองค์การอนามัยโลกขอเน้นย้ำสองประเด็นของโครงการนี้ 1.โครงการตลาดพรีเมียมโซเดียมต่ำ กรุงเทพมหานครและกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตอาหาร ในพื้นที่เพื่อปรับเปลี่ยนสูตรอาหารและให้ความรู้ผู้บริโภคในการลดโซเดียม คือลดปริมาณโซเดียมตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหาร และ2.ให้มีการเฝ้าระวังเพื่อตรวจสอบปริมาณโซเดียมในอาหารตามตลาดจะเป็นประโยชน์สำหรับการวัดผลการดำเนินงานและให้ความรู้แก่สาธารณชน จะวัดผลว่าทุกๆ การสื่อสารและความตระหนักรู้นั้นจะนำไปสู่การลดโซเดียมในอาหารที่ขายในตลาดกรุงเทพฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ทั้งนี้ การแก้ปัญหาการบริโภคโซเดียมที่มากเกินไปนั้นเป็นความรับผิดชอบของทุกคน แต่ภาครัฐสามารถช่วยได้ด้วยการกระตุ้นพฤติกรรมไปในทิศทางที่ถูกต้องจะนำมาซึ่งสุขภาพที่ดีของคนไทย