เนทันยาฮูส่งสัญญาณคุยฮามาส หยุดยิงอีกรอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748569

เนทันยาฮูส่งสัญญาณคุยฮามาส หยุดยิงอีกรอบ

18 ธ.ค. 2566 07:18 น.

เนทันยาฮูส่งสัญญาณคุยฮามาส หยุดยิงอีกรอบ

สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพ อิสราเอล กับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาส ในฉนวนกาซา ที่ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือดทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งพื้นที่ ท่ามกลางความ พยายามของประชาคมโลกที่เรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่าย หยุดยิงจากวิกฤติด้านมนุษยธรรมนั้น เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิงกันอีกครั้ง หลังจากนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวในการแถลงข่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ บอกเป็นนัยว่ากำลังดำเนินการเพื่อเจรจาแลกเปลี่ยนตัวประกันอีกครั้ง

ผู้นำอิสราเอลหลีกเลี่ยงคำถามหลังจากมีรายงาน จาก นสพ.วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ของสหรัฐฯ ระบุว่า นายเดวิด บาร์เนีย ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองมอสซาดของอิสราเอล ได้เดินทางไปพบกับเชค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน อัล ทานี นายกรัฐมนตรีกาตาร์ ในฐานะเป็นคนกลางผู้ไกล่เกลี่ยคนสำคัญในการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ในกรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์เพื่อหารือถึงแนวทางในการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงเรื่องแลกเปลี่ยนตัวประกันครั้งใหม่ ซึ่งผู้นำอิสราเอลกล่าวยืนยันแต่เพียงว่าได้ให้คำแนะนำแก่ทีมเจรจาแล้ว

ก่อนหน้านี้ในระหว่างการพักรบหยุดยิง 7 วัน ในช่วงปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันที่ถูกจองจำในฉนวนกาซา รวม 105 คน เป็นชาวอิสราเอล 81 คน ร่วมด้วยชาวไทย 23 คน และ ชาวฟิลิปปินส์ 1 คน ที่มีการเจรจาแยกต่างหาก ส่วนทางอิสราเอลปล่อยตัวนักโทษความมั่นคงชาวปาเลสไตน์ 240 คน ส่วนใหญ่เป็นสตรีและผู้เยาว์ เชื่อว่ายังมีตัวประกันอีกราว 129 คนที่ยังถูกคุมขังอยู่ในฉนวน กาซา นอกจากนี้กองทัพอิสราเอลสามารถเก็บกู้ศพของตัวประกัน 8 ราย มาได้ แต่ก็ยังปฏิบัติการผิดพลาด ยิงตัวประกันชายชาวอิสราเอลในกาซาจนเสียชีวิต 3 ศพ

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวทั่วประเทศ ผู้นำอิสราเอลยังประกาศให้เครดิตการโจมตีอย่างหนักของกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซาที่ช่วยทำให้บรรลุ ข้อตกลงปล่อยตัวประกันบางส่วน หากปราศจากสิ่งนี้ ก็จะไม่ได้อะไรเกิดขึ้น พร้อมยังให้คำมั่นว่ากองทัพอิสราเอลจะเดินหน้าถล่มเพื่อกดดันกลุ่มฮามาสต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายมีชัยชนะในการรบครั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกนานาชาติกดดันมากเพียงใดหรือต้องใช้งบประมาณค่าใช้จ่ายสูงเท่าใดก็ตาม เนทันยาฮูยังย้ำว่าอิสราเอลจะทำลายกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก และอยู่ภายใต้การดูแลด้านความมั่นคงของอิสราเอล

กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเผยว่าจนถึงขณะนี้ มีชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารไปแล้วเกือบ 19,000 ราย ขณะที่ประชาชนพลัดถิ่น ราว 2.3 ล้านคน ที่ต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์และที่พักพิงชั่วคราวโดยไม่มีอาหารและน้ำสะอาด ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งเป็นวิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งรุนแรง.

กัมพูชาเฮ พิพิธภัณฑ์ศิลปะในนิวยอร์ก ตกลงคืนโบราณวัตถุสุดล้ำค่า 14 ชิ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748545

กัมพูชาเฮ  พิพิธภัณฑ์ศิลปะในนิวยอร์ก ตกลงคืนโบราณวัตถุสุดล้ำค่า 14 ชิ้น

17 ธ.ค. 2566 21:22 น.

กัมพูชาเฮ พิพิธภัณฑ์ศิลปะในนิวยอร์ก ตกลงคืนโบราณวัตถุสุดล้ำค่า 14 ชิ้น

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MET ในนิวยอร์ก ตกลงส่งคืน ‘สมบัติโบราณ’ สุดล้ำค่า 14 ชิ้นที่ถูกขโมย กลับคืนให้กัมพูชา หลังพยายามเจรจากันมาหลายปี

เมื่อ 17 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า แถลงการณ์จากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชา เมื่อวันเสาร์ (16 ธ.ค.) ระบุว่า พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิทัน (The Metropolitan Museum of Art หรือ The MET) ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตกลงส่งมอบสมบัติทางวัฒนธรรมที่ถูกขโมยไป และอยู่ในความครอบครองของพิพิธภัณฑ์ฯ จำนวน 14 ชิ้น คืนให้แก่กัมพูชา ภายหลังการเจรจานานหลายปี

สมบัติดังกล่าวประกอบด้วยผลงานชิ้นเอกหลายชิ้น เช่น ประติมากรรมพระแม่อุมาจากศตวรรษที่ 10 จากเกาะแกร์ อดีตเมืองหลวงโบราณ, เศียรสัมฤทธิ์ของอวโลกิเตศวร จากศตวรรษที่ 10 ซึ่งมีชิ้นส่วนลำตัวเข้าคู่กันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกัมพูชา และประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร จากศตวรรษที่ 10-11

เพรือง ซะโกะนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่า การส่งคืนโบราณวัตถุเหล่านี้มีความสำคัญยิ่งยวดทั้งสำหรับกัมพูชา และมนุษยชาติ พร้อมเสริมว่าเรามีสมบัติอีกมากอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทนที่หวังว่าจะได้ถูกส่งคืนมายังกัมพูชา

ซะโกะนา เปิดเผยว่า การส่งคืนโบราณวัตถุครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของกัมพูชาในการค้นหา และนำวิญญาณบรรพบุรุษที่พลัดพรากจากมาตุภูมิกลับคืนสู่ประเทศ อีกทั้งเรียกร้องพิพิธภัณฑ์แห่งอื่น และกลุ่มนักสะสมเอกชนให้ส่งคืนชุดโบราณวัตถุของกัมพูชาที่ถูกขโมยไป

c

“การส่งคืนสมบัติโบราณมีส่วนเกื้อหนุนการปรองดอง และเยียวยาประชาชนชาวกัมพูชาที่เคยเผชิญสงครามกลางเมืองยาวนานหลายทศวรรษ” ซะโกะนา กล่าว “เรารอคอยการส่งคืนโบราณวัตถุเพิ่มเติมและการรับรู้ความจริงเกี่ยวกับสมบัติประจำชาติของเราที่สูญหายไป”.

ขอบคุณข้อมูล-รูป : Xinhua

นาทีระทึก หลังรถไฟใต้ดินชนกันในปักกิ่ง ผู้โดยสารกระดูกหักกว่า 100 คน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748530

นาทีระทึก หลังรถไฟใต้ดินชนกันในปักกิ่ง ผู้โดยสารกระดูกหักกว่า 100 คน  (คลิป)

17 ธ.ค. 2566 20:56 น.

นาทีระทึก หลังรถไฟใต้ดินชนกันในปักกิ่ง ผู้โดยสารกระดูกหักกว่า 100 คน (คลิป)

(ภาพประกอบ)

นาทีโกลาหล หลังรถไฟใต้ดินสองขบวนชนกันในกรุงปักกิ่ง จนโบกี้ 2 ตู้หลุด ทำให้มีผู้โดยสารกระดูกหักกว่า 100 คน จากจำนวนผู้บาดเจ็บกว่า 500 คน

สำนักข่าวบีบีซี รายงานความคืบหน้าอุบัติเหตุร้ายแรงอ้างข่าวจากไชน่า เดลี่ ระบุว่า รถไฟใต้ดินสองขบวนชนกันช่วงชั่วโมงเร่งด่วนในกรุงปักกิ่ง เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันพฤหัสฯ ที่ 14 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า เป็นเหตุให้มีผู้โดยสารถึง 102 คนได้รับบาดเจ็บ กระดูกหัก ในขณะที่มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งนี้ถึงประมาณกว่า 500 คน ซึ่งในจำนวนนี้สามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว 423 คน เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา

จากการเปิดเผยของคณะกรรมการการคมนาคมแห่งกรุงปักกิ่ง ระบุว่า จากการสอบสวนหาสาเหตุอุบัติเหตุรถไฟใต้ดินสายฉางผิง ในกรุงปักกิ่ง ชนกันครั้งนี้พบว่า มีหิมะตกลงมาอย่างหนักจนทำให้รางลื่น และเป็นเหตุให้สัญญาณขัดข้อง จนทำให้รถไฟใต้ดินขบวนหน้าเบรกกะทันหัน ขณะกำลังลงทางลาด จึงเป็นเหตุให้รถไฟใต้ดินขบวนหลังเบรกไม่ทัน ขณะแล่นบนรางลงทางลาดซึ่งมีน้ำแข็ง จนพุ่งชนท้ายรถไฟขบวนหน้า

ขณะที่อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้โบกี้รถไฟสองโบกี้หลุดจากขบวนรถไฟใต้ดินขบวนหนึ่ง แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นขบวนหน้าหรือหลังที่โบกี้รถไฟหลุดถึง 2 ตู้

มีคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์โกลาหล หลังรถไฟใต้ดินสองขบวนชนกันในกรุงปักกิ่ง ทำให้ต้องตัดการจ่ายกระแสไฟ และผู้โดยสารต้องตกอยู่ในความมืด เปิดไฟฉายบนมือถือเพื่อให้ความสว่าง ขณะที่มีผู้โดยสารบางคนใช้ค้อนฉุกเฉินบนรถไฟทุบกระจกหน้าต่าง เพื่อระบายอากาศ และมีหญิงคนหนึ่งเป็นลม

หลังเกิดอุบัติเหตุรุนแรงซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของจีน ทำให้มีประชาชนจำนวนมากแสดงความเห็นทาง Weibo โลกโซเชียลของจีน ว่า รถไฟใต้ดินไม่มีพนักงานซ่อมบำรุงหรืออย่างไร? ทำไมไม่มีการตรวจสอบระบบการเดินรถไฟใต้ดินเป็นประจำ? ในขณะที่ระบบการเดินรถไฟใต้ดินในกรุงปักกิ่งนั้นเป็นของเทศบาลกรุงปักกิ่ง และมีระบบเครือข่ายรถไฟใต้ดินถึง 27 สาย เพื่อให้บริการประชาชนทั่วเมืองหลวง.

ชมคลิป : ที่นี่

ที่มา : BBC

ฮือฮา นาซาพบ ‘ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ’ 17 ดวง อาจมี ‘มหาสมุทร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748507

ฮือฮา นาซาพบ ‘ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ’ 17 ดวง อาจมี ‘มหาสมุทร’

17 ธ.ค. 2566 19:12 น.

ฮือฮา นาซาพบ ‘ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ’ 17 ดวง อาจมี ‘มหาสมุทร’

นาซา เผยผลศึกษาพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ จำนวน 17 ดวง อาจมีมหาสมุทรที่มีน้ำในรูปแบบของเหลว อยู่ใต้ชั้นเปลือกน้ำแข็ง

เมื่อ 17 ธันวาคม 2566 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ผลการศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของนาซา (NASA) พบว่า ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ จำนวน 17 ดวง อาจมีมหาสมุทรที่มีน้ำในรูปแบบของเหลว ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิต อยู่ใต้ชั้นเปลือกน้ำแข็ง

นาซา ระบุว่า ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ เป็นโลกที่อยู่นอกระบบสุริยะของเรา น้ำจากมหาสมุทรเหล่านี้อาจปะทุผ่านชั้นเปลือกน้ำแข็งในรูปแบบไกเซอร์ (geysers) หรือปรากฏการณ์น้ำพุร้อนทางธรรมชาติเป็นครั้งคราว

ทีมวิทยาศาสตร์ได้คำนวณปริมาณกิจกรรมของน้ำพุร้อนไกเซอร์บนดาวเคราะห์ดังกล่าวเป็นครั้งแรก พร้อมระบุดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะสองดวงที่อยู่ใกล้เคียงมากพอในระดับที่ทำให้สามารถสังเกตสัญญาณการปะทุเหล่านี้ได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์

ลินเนย์ ควิก ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดของนาซาในเมืองกรีนเบลท์ รัฐแมริแลนด์ เผยว่า การวิเคราะห์ของเราคาดว่าโลกทั้ง 17 ใบนี้อาจมีพื้นผิวที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง แต่ได้รับความร้อนภายในเพียงพอจากการสลายตัวของธาตุกัมมันตภาพรังสี และแรงไทดัล (tidal force) ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงจากดาวฤกษ์แม่ เพื่อรักษามหาสมุทรภายในไว้

ลินเนย์ ควิก เสริมว่า ดาวเคราะห์ทุกดวงในการศึกษาของเราอาจยังแสดงการปะทุของภูเขาไฟน้ำแข็ง (cryovolcanic) ในรูปแบบของกลุ่มควันคล้ายน้ำพุร้อนไกเซอร์ เนื่องมาจากปริมาณความร้อนภายในที่พวกมันสัมผัส.

ขอบคุณข้อมูล-รูป : Xinhua

ช็อก เปิดลำดับเหตุการณ์ ทหารอิสราเอล ‘ผิดพลาดหนัก’ ยิง 3 ตัวประกันดับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748439

ช็อก เปิดลำดับเหตุการณ์ ทหารอิสราเอล 'ผิดพลาดหนัก' ยิง 3 ตัวประกันดับ

17 ธ.ค. 2566 17:19 น.

ช็อก เปิดลำดับเหตุการณ์ ทหารอิสราเอล ‘ผิดพลาดหนัก’ ยิง 3 ตัวประกันดับ

  • เปิดลำดับเหตุการณ์ สุดช็อก ทหารอิสราเอลผิดพลาดครั้งใหญ่ ยิง 3 ตัวประกันเพื่อนร่วมชาติดับสลด ที่เมืองกาซา ซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา จนชาวอิสราเอลช็อก และสะเทือนใจทั้งประเทศ
  • กองทัพอิสราเอล ยอมรับ ตัวประกันอิสราเอลทั้งสามคน ถอดเสื้อผูกกับไม้ แสดงสัญลักษณ์ ‘ยกธงขาว’ เพื่อต้องการให้ทหารอิสราเอลเห็นว่าไม่มีอาวุธ และไม่ใช่กลุ่มฮามาส แต่ทหารอิสราเอลกลับตัดสินใจยิง เพราะยังเห็นว่าเป็นภัยคุกคาม
  • ทัพอิสราเอล แถลง ยังไม่แน่ชัดตัวประกันทั้งสามคนหลบหนีฮามาสมาได้ หรือถูกทิ้งไว้ในพื้นที่ที่เกิดการปะทะกันอย่างหนักไม่กี่วันก่อน เร่งสอบสาเหตุความผิดพลาดครั้งใหญ่ ด้านอดีตตัวประกันชาวไทยเสียใจมาก หลังรู้ข่าวร้าย เผยเคยถูกขังไว้ที่เดียวกันกับ 3 ตัวประกันมานานเกือบ 50 วัน

และแล้ว กองทัพอิสราเอล ต้องเสียใจอย่างที่สุด ได้ออกมายอมรับว่าเกิดความผิดพลาดอย่างร้ายแรง ทหารอิสราเอลยิงตัวประกันชาวอิสราเอลจนเสียชีวิต 3 ศพ ที่เมืองกาซา ซิตี้ ในฉนวนกาซา เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566 ขณะที่สงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสยังคงดุเดือด นับตั้งแต่ฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลอย่างไม่ทันตั้งตัว และจับตัวประกันไปราว 240 คน เมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ทำไมทหารอิสราเอลจึงทำผิดพลาดอย่างร้ายแรง ลั่นไกยิง 3 ตัวประกันเพื่อนร่วมชาติ 

และนี่คือลำดับเหตุการณ์ทหารอิสราเอลยิงตัวประกันเพื่อนร่วมชาติ  3 คนที่พยายามหนีเอาชีวิตรอด จนทำให้ครอบครัว และชาวอิสราเอลต้องสะเทือนใจอย่างหนักกันอีกครั้ง

ทหารอิสราเอลปฏิบัติการภาคพื้นดิน ที่เขตชิเจยาห์ ในเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทหารอิสราเอลยิง 3 ตัวประกันเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต ด้วยความผิดพลาดครั้งใหญ่ เมื่อ 15 ธันวาคม 2566

กองทัพอิสราเอล แจ้งข่าวสุดช็อก ทหารยิง 3 ตัวประกันดับ

โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอล ออกมาแจ้งข่าวทางโซเชียลมีเดีย ผ่านแพลตฟอร์ม X หรือทวิตเตอร์เดิม จนช็อกคนทั้งประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 13.17 น. ของวันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า ทหารกองทัพอิสราเอลได้ยิงตัวประกันชาวอิสราเอล 3 คนเสียชีวิต ระหว่างที่ทหารอิสราเอลกำลังเกิดการปะทะสู้รบกับกลุ่มฮามาสอย่างหนัก ในเขตชิเจยาห์ เมืองกาซา ซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา

ตัวประกันชาวอิสราเอลทั้ง 3 คน ถูกทหารอิสราเอลเข้าใจผิดว่า เป็น ‘ภัยคุกคาม’ 

ในขณะที่สงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสที่ดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ทำให้มีชาวอิสราเอลเสียชีวิต 1,200 ศพ ขณะที่ อิสราเอลได้โจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซา และส่งทหารบุกภาคพื้นดิน ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วกว่า 18,000 ศพ จนก่อให้เกิดเสียงเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดยิงทันที

พลเรือตรีแดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล

เปิดชื่อ 3 ตัวประกันอิสราเอล ถูกทหารยิงเสียชีวิต

ต่อมา กองทัพอิสราเอล ได้ระบุตัวประกันชาวอิสราเอลทั้ง 3 คน ซึ่งถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิต ได้แก่ นายโยทัม ฮาอิม อายุ 28 ปี นายซาเมอร์ ทาลัลกา อายุ 22 ปี และแอลอน ชามริซ อายุ 26 ปี

โยทัม ฮาอิม : ถูกฮามาสลักพาตัวจากคิบบุตซ์ เคฟาร์ แอซา โดยฮาอิมได้โทรศัพท์บอกครอบครัวเมื่อเวลา 10.44 น. ของวันเกิดเหตุกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลว่า บ้านถูกไฟไหม้ และเมื่อเขาเปิดหน้าต่างออกไป ได้ถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกัน โดยฮาอิมเป็น ‘มือกลอง’ นักดนตรีที่มีพรสวรรค์ เป็นมือกลองมานานถึง 20 ปี

ซาเมอร์ ทาลัลกา : ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวจากนิคมการเกษตร หรือคิบบุตซ์ นีร์ อัม (Kibbutz Nir Am) โดยทาลัลกาเป็นพี่ชายคนโตในครอบครัวที่มีลูก 10 คน อาศัยที่เมืองฮูรา โดยทาลัลกาได้ทำงานช่วยพ่อในฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ใกล้คิบบุตซ์ นีร์ อัม และได้บอกกับน้องสาวว่าเขาอยู่ในฟาร์มขณะถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นตัวประกัน

แอลอน ชามริซ : ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวจากเมืองกาซา ซิตี้ โดยครอบครัวของชามริซไม่สามารถติดต่อกับแอลอนได้ตั้งแต่ 10.02 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2566 หลังจากแอลอนได้โทรศัพท์หา ‘โยนาทาน’ พี่ชายคนรอง และพี่ชายได้ให้กำลังใจแอลอนว่า ครอบครัวรักและจะช่วยเหลือเขา

ทหารอิสราเอลปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซา

ยังไม่แน่ชัด 3 ตัวประกันหนีมาได้ หรือถูกฮามาสทิ้ง

พลเรือตรี แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล แถลงว่า เบื้องต้น ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าตัวประกันทั้งสามคนหนีมาได้ หรือถูกกลุ่มฮามาสทิ้งไว้ที่บริเวณเขตชิเจยาห์ ในเมืองกาซา ซิตี้ ในช่วงสองสามวันก่อนหน้านี้ หรือในวันที่เกิดเหตุ เพราะตัวประกันทั้งสามมาถึงบริเวณนั้น ในวันที่ทหารอิสราเอลบุกไปถึง

จากข่าวกรองที่พวกเราได้รับมา ซึ่งทุกๆ วันมีการประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับการโจมตีทางอากาศ และปฏิบัติการภาคพื้นดิน จนกว่าเราจะประเมินว่าตัวประกันทั้งสามคนอาจหนีมาได้ หรือถูกกลุ่มฮามาสทิ้งไว้ แต่โชคไม่ดีที่ผลตามมากลายเป็นโศกนาฏกรรมที่จบลงด้วยการเสียชีวิตทั้งหมด

ชาวอิสราเอลเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมด

3 ตัวประกัน ‘ยกธงขาว’ แล้ว แต่ทำไมถูกทหารอิสราเอลยิง

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจมากขึ้นเมื่อกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ตัวประกันทั้งสามคนได้ถอดเสื้อ และนำเสื้อสีขาวมาผูกติดกับไม้ หวังแสดงสัญลักษณ์ ‘ยกธงขาว’ ส่งสัญญาณแจ้งให้ทหารอิสราเอลทราบว่า พวกเขาทั้งสามคนไม่มีอาวุธใดๆ และไม่ใช่กลุ่มฮามาส

ในขณะที่ เจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอล เผยในวันเสาร์ว่า ตัวประกันทั้งสามคนปรากฏตัวใกล้กับฐานที่มั่นของกองกำลังทหารอิสราเอลในเขตชิเจยาห์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทหารอิสราเอลปะทะกับกลุ่มฮามาสอย่างหนัก 

ตัวประกันทั้งสามคนไม่ได้สวมเสื้อ และถือไม้ที่มีเสื้อสีขาวผูกไว้ ก่อนที่ทหารอิสราเอลนายหนึ่งได้ยิงใส่กลุ่มชายทั้งสาม เป็นเหตุให้ตัวประกันสองคน (โยทัม ฮาอิม กับ ซาเมอร์ ทาลัลกา) เสียชีวิตคาที่ และส่วนตัวประกันคนที่สาม (แอลอน ชามริซ) ได้รับบาดเจ็บ และหลบไปอยู่หลังตึก พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือเป็นภาษาฮิบรู (ภาษายิว) จึงทำให้หัวหน้าหน่วยทหารสั่งหยุดยิงทันที แต่ตัวประกันรายที่ 3 ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเสียชีวิตเพราะถูกกระสุนนัดที่สอง หรือจากกระสุนนัดแรก

ขณะที่เจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอลยังสังเกตว่า ในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ มีตึกหลังหนึ่งเขียนตัวอักษรว่า SOS ขอความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม พลเรือตรีฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล ปฏิเสธที่จะตอบคำถามของนักข่าวที่ถามว่า ทหารอิสราเอลได้พยายามถามตัวประกันก่อนจะตัดสินใจยิงหรือไม่ และตัวประกันได้ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ตะโกนบอกเป็นภาษาฮิบรูหรือไม่ ก่อนทหารจะตัดสินใจยิง

ชาวอิสราเอลออกมาชุมนุมเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด หลังเกิดเหตุสะเทือนใจ ทหารอิสราเอลยิงตัวประกันชาวอิสราเอลเสียชีวิต 3 ศพ

เร่งสอบเหตุสลด ชาวอิสราเอลชุมนุมเรียกร้องปล่อยตัวประกัน

กองทัพอิสราเอล ได้เริ่มสอบสวนเหตุการณ์ยิงตัวประกันชาวอิสราเอลเสียชีวิต 3 ศพทันที ขณะที่กองทัพอิสราเอลย้ำว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการสู้รบกับกลุ่มฮามาสในช่วงสองสามวันก่อนหน้า โดยบทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนี้จะถูกส่งต่อไปยังทหารอิสราเอลทั้งหมดในสมรภูมิรบที่ฉนวนกาซา

ด้านชาวอิสราเอลหลายพันคนได้มาชุมนุมที่ด้านนอกพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ในกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงอิสราเอล ซึ่งรู้จักในชื่อ Hostages Square (จัตุรัสตัวประกัน) เรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด

ทั้งนี้ ช่วงเวลาอิสราเอล-กลุ่มฮามาส ตกลงหยุดยิงชั่วคราว 7 วัน จนถึง 1 ธันวาคม 2566 มีตัวประกัน 105 คน ได้รับการปล่อยตัว ประกอบด้วยชาวอิสราเอล 78 คน ชาวอิสราเอลเชื้อสายรัสเซีย 3 คน ชาวไทย 23 คน และชาวฟิลิปปินส์ 1 คน ได้รับอิสระ ในขณะที่มีชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอิสราเอลได้รับการปล่อยตัว 240 คน

ตามรายงานของรอยเตอร์ กองทัพอิสราเอลระบุว่ามีตัวประกันอีก 135 คน ยังคงถูกจับกุมไว้ในฉนวนกาซา และในจำนวนนี้ 19 ราย คาดว่าเสียชีวิตแล้ว

กองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วง ตอบโต้กลุ่มฮามาสบุกโจมตีและจับตัวประกันราว 240 คนเมื่อ 7 ตุลาคม 2566

อดีตตัวประกันคนไทยเสียใจ เคยถูกขังที่เดียวกับ 3 ตัวประกัน

บีบีซี รายงานว่า นายวิเชียร เต็มทอง หนึ่งในตัวประกันคนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่มฮามาสเมื่อ 26 พ.ย. ที่ผานมา กล่าวด้วยความเสียใจหลังทราบข่าวร้ายของตัวประกันทั้งสามคนว่า เขาเคยถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวไว้ที่เดียวกันกับตัวประกันชาวอิสราเอลทั้ง 3 คน

ถึงแม้พวกเราจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะพูดกันคนละภาษา แต่ได้ใช้ภาษามือในการสื่อสารกัน และให้กำลังใจกันและกัน เขาจึงรู้สึกช็อกตกใจ และเสียใจมากเมื่อรู้ว่าตัวประกันชาวอิสราเอลทั้งสามคนเสียชีวิต หลังจากเคยอยู่ด้วยกันมานานเกือบ 50 วัน นับตั้งแต่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวมา.

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา :nbcnews ,BBC

สุดเสียดาย ‘หินงวงช้าง’ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไต้หวัน พังถล่มแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748446

สุดเสียดาย 'หินงวงช้าง' สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไต้หวัน พังถล่มแล้ว

17 ธ.ค. 2566 12:42 น.

สุดเสียดาย ‘หินงวงช้าง’ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไต้หวัน พังถล่มแล้ว

‘หินงวงช้าง’ ประติมากรรมธรรมชาติสุดอัศจรรย์ จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไต้หวันพังถล่มลงสู่ทะเลแล้ว ทางการไต้หวันคาดโดนกระแสลมและคลื่นรุนแรงมากซัดจนถล่ม

สื่อต่างประเทศรายงาน ชาวไต้หวันและนักท่องเที่ยวแสนเสียดายโขดหินงวงช้าง (Elephant Trunk Rock) โขดหินชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน ประติมากรรมธรรมชาติสุดอัศจรรย์ จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไต้หวัน ได้พังถล่มลงสู่ทะเลแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 เนื่องจากโดนคลื่นและกระแสลมแรงซัดกระแทก

หยาง เชิ่ง หมิน หัวหน้าสำนักงานเขตรุ่ยฟาง ในเมืองนิวไทเป เปิดเผยกับนักข่าว CNA ว่า ได้รับรายงานว่าบางส่วนของโขดหินงวงช้าง ได้พังถล่มลงสู่ทะเล เมื่อเวลาประมาณ 13.55 น. ของวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยตอนบ่ายของวันนั้น ทั้งลมและคลื่นรุนแรงจริงๆ จนทำให้บางส่วนของโขดหินงวงช้างพังลงมา

โขดหินงวงช้าง สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไต้หวัน พังถล่มแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566

หลายปีที่ผ่านมา ‘หินงวงช้าง’ ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวที่มาเยือนไต้หวันเป็นอย่างมาก โดยตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการปกป้องภูมิทัศน์ของหินงวงช้าง ซึ่งมีลักษณะพิเศษทางกายภาพ ทำให้ ทางสำนักงานเขตรุ่ยฟาง ได้มากั้นบริเวณดังกล่าว เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวปีนขึ้นไปยังด้านบนของ หินงวงช้าง อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวก็ยังนิยมมาเยือนและถ่ายรูปเซลฟี่ กับหินที่มีลักษณะพิเศษก้อนนี้

หลังได้รับรายงานหินงวงช้างพังถล่มเมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา ทางสำนักงานเขตรุ่ยฟาง ได้ปิดกั้นบริเวณโดยรอบหินงวงช้างแล้ว และเรียกร้องให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่ควรเข้าใกล้บริเวณหินงวงช้าง เพื่อความปลอดภัย

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ขอบคุณภาพจาก :  New Taipei City government

ที่มา:focustaiwan

‘ชนินทร์’ ยอมรับการฟื้นฟู ‘ประชาธิปัตย์’ ต้องใช้เวลา คาด 6 เดือน-1 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565597

17 ธ.ค. 2566

‘ชนินทร์’ ยอมรับการฟื้นฟู ‘ประชาธิปัตย์’ ต้องใช้เวลา คาด 6 เดือน-1 ปี

‘ชนินทร์ รุ่งแสง’ 1 ใน 41 กรรมการบริหารพรรค ยอมรับการฟื้นฟู ‘ประชาธิปัตย์’ ต้องใช้เวลา คาดภายใน 6 เดือน-1 ปี ลั่นไม่ท้อหรือถอดใจ แม้ถูกวิจารณ์ กก.บห.ยุคนี้ต้นทุนต่ำ มั่นใจ ไม่เป็นพรรคอะไหล่ให้ใคร

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2566  นายชนินทร์ รุ่งแสง ว่าที่ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ว่าที่กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์หลายท่าน ได้เริ่มต้นเตรียมการและมีความเคลื่อนไหวมีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อเดินหน้าทำงาน ซึ่งทุกคนก็ยอมรับว่าการทำงานฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้เป็นเรื่องที่ยากแต่ทุกคนก็ไม่ท้อหรือถอดใจ

“ถึงแม้จะคิดว่าคณะกรรมการบริหารชุดนี้มีต้นทุนต่ำโดนวิพากษ์วิจารณ์ในทางไม่ดีเยอะมากและหลายฝ่ายก็ไม่ได้ คาดหมายถึงผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะใกล้นี้ โดย ในการทำงาน ช่วงแรก คงจะมีการเริ่มต้นเดินหน้าทำงาน ถอดบทเรียนความล้มเหลว และความแตกแยกที่เกิดขึ้น เพื่อหาทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต” นายชนินทร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม อยากจะตั้งเป้าหมายไว้เบื้องต้นเพื่อให้พรรค เป็นที่ยอมรับและมีสมาชิกเข้ามาร่วมงานการทำงานเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าภายใน 6 เดือนถึง 1 ปีน่าจะมีสมาชิกใหม่เข้ามา และสมาชิกเก่ากลับเข้ามาร่วมงานกันต่อไป

โดยน่าจะมีการเดินสายพบปะประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกทั่วประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นปรับจูนทัศนะความคิดและที่สำคัญรับฟังปัญหาเสียงสะท้อนต่างๆของประชาชนเพื่อนำไปติดตามเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหรือทำเป็นนโยบายพรรคในอนาคตต่อไป

“สิ่งสำคัญที่ คณะกรรมการชุดนี้ต้องให้ความชัดเจน คือต้องพิสูจน์การทำงานที่ยึดมั่นพันธสัญญาของว่าที่หัวหน้าพรรคที่ให้ไว้ในที่ประชุมใหญ่ครั้งแรก เมื่อได้รับตำแหน่งว่า จะยึดมั่นอุดมการของพรรคไม่เป็นพรรคอะไหล่ในการร่วมรัฐบาลและจะรีบทำงานฟื้นฟูภายในพรรคเพื่อการเปลี่ยนผ่านให้เร็วที่สุด” นายชนินทร์ กล่าว

โหรวันชัย ชี้ปี67 ‘รัฐบาลเศรษฐา’ แข็งปั๋งมีเทพอุ้มสม อย่าเปลี่ยนตัวนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565586

17 ธ.ค. 2566

โหรวันชัย ชี้ปี67 ‘รัฐบาลเศรษฐา’ แข็งปั๋งมีเทพอุ้มสม อย่าเปลี่ยนตัวนายกฯ

โหรวันชัย ชี้เปรี้ยงปีใหม่2567 ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ดวงแข็งปั๋งมีเทพอุ้มสม ไม่ต้องเปลี่ยน นายกฯจาก ‘เศรษฐา’ เป็น ‘อุ๊งอิ๊ง’ แนะแก้รัฐธรรมนูญไม่ต้องรีบร้อน ถึงเดือนพ.ค. 67 สว. ชุดนี้ก็ไปแล้ว ‘นิรโทษกรรม’ ถ้าทำแล้วบ้านเมืองเดินไปได้ด้วยดีให้รับทำ จบได้ควรจบ เลิกได้ควรเลิก

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2566 นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก บัญชีชื่อ “ทนายวันชัย สอนศิริ” ระบุว่า

อุ๊งอิ๊งมา เศรษฐาไป…ใช่หรือ?

เป็นความกดดันของประชาชนอย่างมาก เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่แล้ว เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ การทำมาค้าขายจะต้องดีขึ้น ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างมันเหมือนเดิมจะเปลี่ยนรัฐบาลไปทำไม นี่แหละบทหนักจึงต้องไปตกที่นายกฯเศรษฐา แม้จะสปีดการทำงานแก้ปัญหาทุกสิ่งอย่างเต็มที่ แต่ความรู้สึกของชาวบ้านเขาก็ยังไม่เห็นว่ามีอะไรเปลี่ยน ยังไม่ไปไหน 

ได้แต่เห็นความขยันความทุ่มเทแล้วก็ไหว้สวยเท่านั้น ถ้ายังขืนเป็นเช่นนี้ เศรษฐาก็เศรษฐาเถอะน่าจะอยู่ยาก แม้ว่าดวงดาวจะเป็นเทพอุ้มสมก็ตาม คงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการกันเสียใหม่ ไม่ต้องถึงขั้นเอาอุ๊งอิ๊งมาแทนหรอก เพราะนั่นมันจะยิ่งไปกันใหญ่ ถ้ามาเป็นได้เขาก็คงเอามาเป็นตั้งแต่แรกแล้ว ยังไงๆตอนนี้ก็ต้องนายกเศรษฐาไปก่อน แล้วอุ๊งอิ๊งจะมาเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกที ไม่ต้องรีบร้อน…

เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเร่งรีบอะไร ชาวบ้านไม่มีใครเขาเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงเดือนพ.ค. 67 สว. ชุดนี้ก็ไปแล้ว รัฐธรรมนูญก็เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ จะไปแก้ให้เปลืองเงินเป็นหมื่นล้านทำไม มาตราไหน ตรงไหนไม่พอใจก็แก้มันตรงนั้น แค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว… 

ส่วนเรื่องนิรโทษกรรม ถ้าทำแล้วบ้านเมืองมีความปรองดอง มีความรักความสามัคคีก็รีบทำเถอะ มาเริ่มต้นกันใหม่ให้บ้านเมืองมันเดินต่อไปดีกว่า ทำได้รีบทำ อย่าตั้งแง่ตั้งงอนกันเลย จบได้ควรจบ เลิกได้ควรเลิก แม้จะมีคนได้บ้างเสียบ้าง แต่บ้านเมืองมันเดินไปได้ด้วยดี ผมว่าแค่นี้ก็คุ้มแล้ว ทำเถอะครับ…อย่ามัวรีรอกันเลย

ปีใหม่นี้ตามดวงดาวเขาบอกว่าเป็นปีที่ดีที่แข็งของรัฐบาล ถ้าไม่เริ่มไม่เร่งตอนนี้ จะไปเริ่มเมื่อไหร่… ยุคเศรษฐาถ้าอยากเป็นเศรษฐี ต้องมาสวดมนต์ข้ามปีที่วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน กันนะครับ รวย… รวย… รวย…

เปิดศูนย์บริการ เกษตรพิรุณราช ช่วยเหลือชาวบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775564

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.40 น.

เปิดศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชช่วยเหลือชาวบ้านเข้าถึงบริการรัฐ

“เกณิกา“ เผย “ธรรมนัส” เปิด “ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช” ครบ 882 ศูนย์ทั่วประเทศ แก้ปัญหาได้จริงแล้วกว่า 2 พันเรื่อง เกษตรกรเชื่อมั่นแก้ปัญหาให้ได้เบ็ดเสร็จ

น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของศูนย์บริการเกษตรพิรุณราชว่า ศูนย์ดังกล่าวได้มีพิธีเปิดไปตั้งแต่ 18 ต.ค. 2566 โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์บริการร่วมในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และพี่น้องเกษตรกรให้สามารถขอรับบริการของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงติดต่อสอบถามข้อมูลข่าวสาร และรับเรื่องร้องเรียนคลายทุกข์ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายสร้างวิธีทำงานสู่การปฏิบัติ โครงการศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขึ้น โดยมีการบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ทุกภาคส่วน เพื่อทำหน้าที่แปลงนโยบายสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ และเพื่อให้การจัดตั้งและบริหารงานศูนย์บริการประชาชนภาคการเกษตรของกระทรวงฯให้ประสบผลสำเร็จ

น.ส.เกณิกา กล่าว ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ได้เปิดให้บริการ 6 งานสำคัญ ประกอบด้วย 1.งานบริการขอรับการช่วยเหลือสนับสนุน เช่น การทำฝนหลวง การจัดให้มีแหล่งน้ำทำการเกษตร การเข้าถึงที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร การขอรับสิทธิ์กรณีประสบภัยพิบัติทางการเกษตร การฟื้นฟูอาชีพและพัฒนาอาชีพ ด้านหนี้สิน เป็นต้น 2.งานบริการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ด้านการเกษตร 3.งานบริการรับคำร้อง – ส่งต่อ งานอนุญาต อนุมัติ 4.งานบริการจดทะเบียน จดแจ้ง เกษตรกร/สถาบันเกษตรกร 5.งานบริการข้อมูลข่าวสาร และให้คำปรึกษาปัญหาการผลิต การตลาดสินค้าเกษตร และ 6.งานบริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (ดิน น้ำ โรค แมลงศัตรูพืช ฯลฯ)

“เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา จากข้อมูลเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.66 ที่ผ่านมา ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ได้เปิดให้บริการแล้ว 882 ศูนย์ รับเรื่องร้องเรียนแล้ว 3,326 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 2,608 เรื่อง และอยู่ระหว่างการดำเนินการ 718 เรื่อง ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากพี่น้องเกษตรกรที่มีความเดือดร้อนเข้ามาใช้บริการในศูนย์ฯ พิรุณราช ให้ช่วยแก้ปัญหาให้ต่าง ๆ ให้”น.ส.เกณิกา กล่าว

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า หากพี่น้องประชาชนไม่สามารถเดินทางมาติดต่อได้ด้วยตนเอง ท่านสามารถเข้าถึงการบริการของศูนย์เกษตรพิรุณราช ผ่านระบบ e-Service ทางเว็บไซต์ http://www.pirunraj.com ซึ่งจะทำหน้าที่รับลงทะเบียน ส่งต่อความต้องการของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว และมีระบบในการติดตามผลการดำเนินงาน รวมถึงแจ้งผลการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวได้รับทราบตามช่องทางติดต่อที่ได้ระบุไว้ด้วย

‘ธรรมนัส’สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775510

'ธรรมนัส'สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม

‘ธรรมนัส’สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม

วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.15 น.

“ธรรมนัส”สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม ขุดลอกภายในเดือน ม.ค.67 ให้กลับมามีชีวิตชีวา สร้าง Soft Power จังหวัดสมุทรสาคร

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาคลองโคกขาม โดยมี ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ วัดบ้านโคก ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาครให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าคลองโคกขาม เป็นคลองระบายน้ำในระบบแก้มลิง โครงการแก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัจจุบันคลองโคกขามมีสภาพคดเคี้ยวหักศอก และมีต้นไม้ปกคลุมค่อนข้างหนาทึบบริเวณ 2 ฝั่งคลอง และในบางจุดมีตะกอนตกจมในคลอง ทำให้ไม่สามารถคมนาคมสัญจรทางน้ำได้ อีกทั้งในช่วงน้ำหลากยังมีปัญหาในเรื่องการระบายน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการชลประทานสมุทรสาคร ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการก่อสร้างอาคารควบคุมบริหารจัดการน้ำในระบบแก้มลิง จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ประตูระบายน้ำคลองสหกรณ์สาย 2 และประตูระบายน้ำคลองสหกรณ์สาย 3/1 ปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายน้ำสู่แก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัยและแม่น้ำท่าจีน (เขื่อนป้องกันตลิ่งคลองโคกขามใหม่) ระยะทาง 635 เมตร นอกจากนี้ ยังมีแผนขุดลอกคลองเพิ่ม 2 แห่ง ได้แก่ คลองเจ๊ก และคลองลัดตะเคียน

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ได้มอบหมายกรมชลประทานสำรวจพื้นที่ริมคลองโคกขาม ทั้งสายเก่าและสายใหม่ เพื่อดำเนินการขุดลอกคลองโคกขามภายในเดือน ม.ค. 67 ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และมอบหมายให้นำระบบควบคุมประตูระบายน้ำโดยคอมพิวเตอร์มาใช้ เพื่อรักษาระดับน้ำให้เพียงพอกับการสัญจร และรักษาระบบนิเวศน์ ซึ่งปัจจุบันการควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบบน้ำดังกล่าว ยังใช้เจ้าหน้าที่ควบคุม โดยที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ กรมชลประทาน มีแผนดำเนินการในการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำในโครงข่ายและแก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย ตามแผนงานโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (2568 – 2571) ในโซน 9 พื้นที่ตั้งแต่คลองมหาชัย – คลองสนามชัย ถึงคลองพิทยาลงกรณ์ ประกอบด้วย คลองพระราม คลองเจ็ก คลองโคกขาม คลองแสมดำ และคลองหัวกระบือด้วย

– 006