สถาปนา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

สถาปนา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

สถาปนา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.36 น.

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี มีเนื้อหาระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระธิดาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาซึ่งทรงพระอุปการคุณเป็นอเนกประการ ทรงรับพระธุระในการปรนนิบัติอภิบาลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มานับแต่ต้นตราบจนเสด็จสวรรคต ด้วยพระกตัญญูกตเวทิตาธรรมทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจน้อยใหญ่ สมพระสถานะซึ่งเสด็จสถิตที่สมเด็จพระโสทรเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมนัยแห่งประกาศสถาปนาขึ้นเป็น เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในนับแต่พุทธศักราช 2538 ตลอดพระชนมชีพทรงพระวิริยอุตสาหะบากบั่น เสด็จตรากตรำไปใน ถิ่นทุรกันดาร เพื่อพระราชทานพระอนุเคราะห์แก่ปวงประชา ทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข และการสังคมสงเคราะห์ โดยมิทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบากพระวรกาย

ทรงสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี ประกอบพระกรณียกิจ เพื่อประโยชน์นานัปการดำรงพระองค์มั่นอยู่ในจรรยาแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ที่อุทิศพระองค์ เพื่อความรุ่งเรืองวัฒนาแก่บ้านเมืองและประโยชน์ของพสกนิกร ทรงพระปรีชาสามารถในกระบวนศิลปวิทยาหลากสาขา ทั้งด้านมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ พระเกียรติคุณขจรขจายไปในทิศานุทิศ บังเกิดกิตติประวัติต้องตามที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ประกาศถวายสดุดีว่าทรงเป็น บุคคลสำคัญของโลก ในส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงเป็นที่นับถือยิ่งในพระสถานะสมเด็จพระราชปิตุจฉาที่ถวายพระอุปถัมภ์บำรุงพระองค์ด้วยพระเมตตากรุณามาตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ พระคุณูปการเป็นอเนกปริยายดั่งนี้ จึงสมควรจะสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ให้ทรงมีพระเกียรติยศสูงขึ้นตามโบราณราชประเพณี

จึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์เลื่อนกรมเฉลิมพระนามพระอัฐิเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ขอให้พระเกียรติคุณวิบุลยศแห่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ปรากฏแผ่ไพศาลไปในสากลจักรวาล ตราบจิรัฏฐิติกาล นิรันดร เทอญ

ประกาศ ณ วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

พสกนิกรฝ่าฝนร่วมฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ ณ อุทยาน 100 ปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พสกนิกรฝ่าฝนร่วมฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ ณ อุทยาน 100 ปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พสกนิกรฝ่าฝนร่วมฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ ณ อุทยาน 100 ปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 22.07 น.

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ที่อุทยาน 100 ปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงการอุดมศึกษา ดนตรี วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” เพื่อเทิดพระเกียรติพ่อแห่งแผ่นดิน ในหลวงรัชกาลที่ 9 อัครศิลปินผู้เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีพร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งยังจัดขึ้นเพื่อสานต่อเพลงที่พ่อสร้างสรรค์ เป็นปีที่ 5 โดยมี น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. เป็นประธาน และมี รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ผู้บริหารกระทรวง อว. รวมถึงผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เข้าร่วม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ประชาชนยังทยอยเดินทางมาเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องและคับคั่ง ท่ามกลางบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่วงดนตรีจากสถาบันอุดมศึกษาร่วมกันบรรเลง

น.ส.วราภรณ์ กล่าวเปิดงานว่า กระทรวง อว.จัดงาน “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” เพื่อเทิดพระเกียรติพ่อแห่งแผ่นดิน ในหลวงรัชกาลที่ 9 อัครศิลปินผู้เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีพร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวจัดทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยร่วมดื่มด่ำบทเพลงอันทรงคุณค่า บทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ต่อมาเวลา 18.00 น. ประชาชนที่มาร่วมงาน ณ อุทยาน 100 ปีฯ และในสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดกระทรวง อว. ทั่วประเทศที่จัดงานพร้อมกันในเวลาเดียวกันได้ร่วมกันร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีจอมราชา และเพลงพระราชนิพนธ์ “แผ่นดินของเรา” อย่างกึกก้องเพื่อเทิดพระเกียรติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย

จากนั้น รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า ความพิเศษของปีนี้ คือเราตั้งใจน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ควบคู่กัน ทั้งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะคู่พระบารมีที่ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อชาติบ้านเมืองตลอดมา งานนี้จึงเป็นเสมือนการรวมดวงใจของพสกนิกรในการถวายน้อมความอาลัย และสืบสานพระราชปณิธานผ่านเสียงดนตรีอันงดงาม

น.ส.วราภรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ งานนี้ยังทำให้เห็นชัดเจนว่าศักยภาพของนิสิต นักศึกษาไทยไม่ได้มีแค่ด้านวิชาการ แต่ยังโดดเด่นด้านดนตรีและศิลปวัฒนธรรมด้วย เยาวชนได้ใช้โอกาสสำคัญนี้เรียนรู้เรื่องพระราชวงศ์ ผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์และเรื่องราวพระราชกรณียกิจ ทำให้เกิดทั้งความภาคภูมิใจในสถาบันพระมหากษัตริย์ และแรงบันดาลใจในการนำความรู้ความสามารถของตนไปพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

พว.เปิดมิติใหม่ทางการศึกษา กระหึ่ม!โรงเรียนดรุณาราชบุรี

พว.เปิดมิติใหม่ทางการศึกษา กระหึ่ม!โรงเรียนดรุณาราชบุรี

พว.เปิดมิติใหม่ทางการศึกษา กระหึ่ม!โรงเรียนดรุณาราชบุรี

วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.45 น.

ผู้บริหารกว่า 136 โรงเรียนทั่วประเทศหลั่งไหลสู่ราชบุรี เปิดมิติใหม่ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จุดประกายการปฏิรูปการศึกษาไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี คึกคักเป็นประวัติการณ์ เมื่อผู้บริหารจาก กว่า 136 โรงเรียนทั่วประเทศ  เดินทางเข้าสู่จังหวัดราชบุรีเพื่อศึกษาดูงานด้าน Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จนถูกขนานนามว่าเป็น “แรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ของวงการศึกษาไทย” และเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับคุณภาพผู้เรียนไทยในศตวรรษที่ 21

ดร.ศักดิ์สิน โรจนสราญรมย์ ประธานสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของแวดวงการศึกษา “ประเทศไทยพูดเรื่อง Active Learning มานาน แต่ไม่ค่อยเกิดรูปธรรม เพราะเข้าใจไม่ตรงแก่น วันนี้เราได้เห็นแล้วว่ากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ถ้าทำอย่างถูกวิธี เด็กคิดเป็น ทำเป็น และต่อยอดสู่นวัตกรรมได้จริง”

เขาย้ำว่าดรุณาราชบุรีแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง แต่เกิดจาก “การออกแบบการสอนที่ถูกต้อง”

ดร.ปรพล แก้วชาติ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความสนใจระดับประเทศที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

“ผู้บริหารจำนวนมากตั้งใจมาดูงาน เพราะที่นี่พิสูจน์ให้เห็นว่า Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ไม่ได้เป็นแค่แนวคิด แต่ทำได้จริงในห้องเรียน”

เขาย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงผู้บริหารและครูในโรงเรียน

ด้าน บาทหลวง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้นำทิศทางโรงเรียนดรุณาราชบุรีเผยถึงเส้นทางการพัฒนาที่ต่อเนื่องและจริงจัง “เราไม่กล้าบอกว่าเป็นต้นแบบสมบูรณ์ แต่เรามั่นใจว่ากระบวนการที่ทำมา 3 ปี ทำให้เห็นผลลัพธ์จริง เด็กคิดเป็น ทำเป็น และเกิดองค์ความรู้ที่ต่อยอดได้”

ท่านยังกล่าวถึงหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงว่าอยู่ที่ ไมน์เซ็ตของครูและผู้บริหาร  ซึ่งผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง แต่ต้องเอาใจใส่ทุกเรื่อง เมื่อผู้นำเปลี่ยน ครูก็เปลี่ยน เด็กก็เปลี่ย

นอกจากนี้โรงเรียนยังเดินหน้าสู่มาตรฐานสากล ทั้งด้านภาษา นวัตกรรม และทักษะศตวรรษที่ 21 เพื่อเตรียมเด็กสำหรับโลกอนาคต

ราชบุรีกำลังก้าวสู่ “ศูนย์กลาง Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ของประเทศ”

ผู้บริหารจากหลายจังหวัดต่างเห็นพ้องว่าดรุณาราชบุรีมีศักยภาพในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ระดับภูมิภาค     ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการขยายผลในระดับประเทศ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานของ UNESCO และ OECD ซึ่งเท่ากับมีคุณภาพระดับโลก

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี เสียงสะท้อนจากผู้บริหารสถานศึกษาที่มาศึกษาดูงาน  แม้จะมาจากต่างพื้นที่ ต่างบริบท แต่เสียงสะท้อนจากผู้บริหารส่วนใหญ่ล้วนไปในทิศทางเดียวกัน ดังนี้ “ได้เห็นภาพจริงของ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps”

ผู้บริหารหลายท่านกล่าวว่า การได้เห็นการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนจริง ทำให้เข้าใจชัดเจนว่า Active Learning ไม่ใช่กิจกรรมเพิ่มภาระ แต่เป็นกระบวนการที่ทำให้เด็กได้คิด ได้ลงมือทำและเติบโตจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง “มั่นใจว่าสามารถนำกลับไปพัฒนาโรงเรียนได้”

หลายโรงเรียนย้ำว่ากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นระบบที่ไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำอย่างเป็นขั้นตอน จึงรู้สึกว่า “ทำได้จริง” และพร้อมนำกลับไปทดลองใช้ในบริบทของตนเอง

ผู้บริหารสะท้อนว่า ที่ดรุณาราชบุรีไม่ได้โชว์แค่กิจกรรม แต่โชว์ “กระบวนการ” ที่ต่อเนื่องจนเกิดผลลัพธ์จริง ทำให้พวกเขาเห็นเส้นทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

หลายคนยอมรับว่าบรรยากาศการแลกเปลี่ยนในวันนี้ทำให้เกิดความหวังใหม่—ว่าการพัฒนา Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ในระดับประเทศสามารถเกิดขึ้นได้จริง หากทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานในตอนท้ายว่า จุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนครั้งใหญ่ของการศึกษาไทย  การศึกษาดูงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชม แต่เป็นการรวมพลังของผู้บริหารกว่า 136 โรงเรียนที่ต่างมุ่งมั่นยกระดับศักยภาพผู้เรียนไทยให้พร้อมสำหรับอนาคต  ราชบุรีอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น  แต่คลื่นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันนี้ กำลังกระจายไปทั่วประเทศ  และอาจกลายเป็นก้าวสำคัญที่สุดของการปฏิรูปการศึกษาไทยในยุคใหม่

อินเดียโกลาหลวันที่ 4 สายการบิน IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 500 ไฟลต์

อินเดียโกลาหลวันที่ 4 สายการบิน IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 500 ไฟลต์

5 ธ.ค. 2568 16:53 น.

อินเดียโกลาหลวันที่ 4 สายการบิน IndiGo ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 500 ไฟลต์

สถานการณ์การเดินทางทางอากาศในอินเดียเผชิญความโกลาหลอย่างหนักเป็นวันที่ 4 หลังสายการบิน IndiGo ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ประกาศยกเลิกเที่ยวบินอีกกว่า 500 เที่ยวในวันนี้ (5 ธ.ค.) ต่อเนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเครือข่ายเป็นเวลา 3 วันเต็ม สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนนักบินอย่างรุนแรงเนื่องจากความล้มเหลวในการปรับตัวเข้ากับกฎการจัดตารางบินใหม่

IndiGo สายการบินที่มีส่วนแบ่งตลาดในอินเดียสูงถึง 60% และให้บริการมากกว่า 2,000 เที่ยวบินต่อวัน กำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันครั้งใหญ่ เนื่องจากไม่สามารถจัดการตารางการทำงานของลูกเรือให้สอดคล้องกับข้อจำกัดระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่และชั่วโมงบินของนักบิน (Flight Duty Time Limitation – FDTL) ใหม่ ที่กำหนดชั่วโมงพักผ่อนที่มากขึ้นและจำกัดการทำงานในเวลากลางคืน

ในช่วงฤดูท่องเที่ยวและฤดูการแต่งงานที่คึกคักของเดือนธันวาคม  ผู้โดยสารหลายพันคนต้องตกค้างตามสนามบินทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เที่ยวบินทั้งหมดจากกรุงนิวเดลีถูกยกเลิก

IndiGo ยอมรับว่า การดำเนินการจะกลับสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ภายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปีหน้า และได้ยื่นขอผ่อนปรนชั่วคราวเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ดังกล่าว นอกจากนี้ สายการบินยังระบุว่าจะ ลดเที่ยวบินลง เพื่อบรรเทาความวุ่นวายตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม เป็นต้นไป

รัฐบาลอินเดียระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยรัฐมนตรีกระทรวงการบินกลางแสดง “ความไม่พอใจอย่างชัดเจน” ต่อการจัดการสถานการณ์ของสายการบิน

ในแถลงการณ์ หน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินของอินเดีย ระบุว่า การหยุดชะงักดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจาก “การตัดสินใจที่ผิดพลาดและช่องว่างในการวางแผน” ในการนำกฎ FDTL ใหม่มาใช้ และได้สั่งการให้ IndiGo ส่งแผนรายละเอียดเกี่ยวกับการสรรหาลูกเรือ การฝึกอบรม การปรับโครงสร้างตารางบิน การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และมาตรการบรรเทาผลกระทบอื่น ๆ โดยทันที

สมาคมนักบินสายการบินแห่งอินเดีย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยระบุว่า การผ่อนปรนกฎการทำงานใด ๆ ที่ให้กับสายการบินจะบ่อนทำลายเจตนารมณ์ของกฎระเบียบใหม่ และ “ประนีประนอม” ต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารอย่างร้ายแรง

ภายใต้กฎ FDTL ใหม่ นักบินจะได้รับเวลาพักผ่อนมากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่กำหนดให้นักบินทำการลงจอดในเวลากลางคืนได้เพียงสองครั้งต่อสัปดาห์ จากเดิมที่กำหนดไว้หกครั้ง

IndiGo ได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการยกเลิก/เปลี่ยนแปลงการเดินทางทั้งหมดสำหรับเที่ยวบินระหว่างวันที่ 5 ถึง 15 ธันวาคม และจัดหาห้องพักโรงแรมและอาหารให้แก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารจำนวนมากได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงบนโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และต้องติดค้างอยู่ที่สนามบินโดยไม่มีอาหาร โดยมีรายงานว่า นายไซมอน หว่อง ข้าหลวงใหญ่สิงคโปร์ประจำอินเดีย ต้องยกเลิกการเข้าร่วมงานแต่งงานของเจ้าหน้าที่ และกล่าวว่าตน “พูดไม่ออก” ขณะติดค้างอยู่กับผู้โดยสารนับพัน

สนามบินหลักในเมืองเดลี มุมไบ และเมืองอื่น ๆ ได้ออกคำแนะนำให้ผู้โดยสาร ตรวจสอบสถานะเที่ยวบิน ก่อนเดินทางมายังสนามบิน.

ที่มา BBC

“เน็ตฟลิกซ์” เปิดเจรจาซื้อสตูดิโอ Warner Bros Discovery ชี้ดีลอาจพลิกโฉมวงการสื่อ

"เน็ตฟลิกซ์" เปิดเจรจาซื้อสตูดิโอ Warner Bros Discovery ชี้ดีลอาจพลิกโฉมวงการสื่อ

5 ธ.ค. 2568 13:28 น.

“เน็ตฟลิกซ์” เปิดเจรจาซื้อสตูดิโอ Warner Bros Discovery ชี้ดีลอาจพลิกโฉมวงการสื่อ

แหล่งข่าวเผย “เน็ตฟลิกซ์” ยักษ์ใหญ่สตรีมมิงกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อสตูดิโอภาพยนตร์และโทรทัศน์ รวมถึงธุรกิจสตรีมมิงทั้งหมดของ “วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี” (Warner Bros Discovery) ในข้อตกลงที่มีมูลค่าหุ้นละ 28 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการซื้อขายครั้งนี้อาจพลิกโฉมภูมิทัศน์อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงระดับโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า เน็ตฟลิกซ์ได้กลายเป็นผู้ยื่นข้อเสนอสูงสุดในการเข้าซื้อทรัพย์สินของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี (WBD) ซึ่งรวมถึงสตูดิโอผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ และหน่วยธุรกิจสตรีมมิงอย่าง HBO Max

ข้อเสนอเข้าซื้อกิจการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายบริการสตรีมมิงสำหรับผู้บริโภค เนื่องจากมีการรวมแพลตฟอร์มเน็ตฟลิกซ์ และ HBO Max เข้าไว้ด้วยกันในแพ็กเกจเดียว

สำหรับรายละเอียดข้อเสนอและเงื่อนไข แหล่งข่าวระบุว่า ข้อเสนอมีมูลค่าหุ้นละ 28 ดอลลาร์สหรัฐ เว็บไซต์ CNBC รายงานว่าเน็ตฟลิกซ์ได้ยื่นข้อเสนอที่ประกอบด้วยเงินสดสูงถึง 85% สำหรับสินทรัพย์ที่ต้องการซื้อ

ด้าน Bloomberg News รายงานว่าเน็ตฟลิกซ์ได้เสนอค่าธรรมเนียมการยกเลิกข้อตกลง เป็นเงินถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากดีลดังกล่าวถูกบล็อกโดยหน่วยงานกำกับดูแล และคาดว่าบริษัทอาจประกาศข้อตกลงภายในไม่กี่วัน

ด้านวอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี ต้องการรับข้อเสนอรอบใหม่ภายในวันที่ 4 ธ.ค. หลังพาราเมาท์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance) กล่าวหาว่ากระบวนการขายเอื้อประโยชน์ให้เน็ตฟลิกซ์มากกว่าบริษัทอื่น

แหล่งข่าวระบุว่าวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี เพิ่งได้รับข้อเสนอที่ปรับปรุงใหม่จากพาราเมาท์ (Paramount) คอมแคสต์ (Comcast) และเน็ตฟลิกซ์ หลังจากขอให้ยื่นราคาเพิ่มจากครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน

ทีมกฎหมายของพาราเมาท์ ได้ส่งหนังสือถึง นายเดวิด ซาสลาฟ ซีอีโอของ WBD โดยแสดงความกังวลต่อ “ความยุติธรรมและความเพียงพอ” ของกระบวนการประมูล โดยอ้างถึงรายงานข่าวที่ระบุว่าฝ่ายบริหารของ WBD ชื่นชอบข้อเสนอของเน็ตฟลิกซ์

พาราเมาท์ยังเรียกร้องให้ WBD แต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษที่เป็นอิสระจากกรรมการที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อประเมินข้อเสนอและกำกับดูแลกระบวนการขาย โดยเน้นย้ำว่า “เราขอเรียกร้องอย่างยิ่งให้ท่านมอบอำนาจให้คณะกรรมการพิเศษดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่ไม่มีแนวโน้มจะมีความลำเอียง หรือเป็นหนี้บุญคุณต่อผู้อื่นซึ่งมีผลประโยชน์ที่อาจแตกต่างจากผู้ถือหุ้น”

ก่อนหน้านี้ พาราเมาท์เคยพยายามซื้อบริษัท WBD ทั้งหมด โดยในเดือนตุลาคม คณะกรรมการของ WBD ได้ปฏิเสธข้อเสนอเดิมมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการขายอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน ข่าวการซื้อขายที่อาจเกิดขึ้นนี้ได้กระตุ้นให้สมาคมผู้สร้างภาพยนตร์ชั้นนำรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐสภาสหรัฐฯ เข้าแทรกแซง หากข้อเสนอของเน็ตฟลิกซ์ประสบความสำเร็จ โดยนิตยสารวาไรตี้ รายงานว่า กลุ่มผู้สร้างกังวลว่าการควบรวมกิจการครั้งใหญ่นี้จะนำไปสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจและสถาบันในฮอลลีวูดในที่สุด.

ที่มา Reuters

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

มือสังหาร "ชินโซ อาเบะ" กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

5 ธ.ค. 2568 11:52 น.

มือสังหาร “ชินโซ อาเบะ” กล่าวขอโทษครอบครัวอดีตนายกฯ ครั้งแรก

นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ผู้ต้องหาในคดีลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้แสดงความรู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อครอบครัวอาเบะเป็นครั้งแรกในศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าตนเองได้ก่อความทุกข์ทรมานให้แก่ครอบครัวอดีตผู้นำมานานกว่าสามปีครึ่ง

รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า นายเท็ตสึยะ ยามากามิ ซึ่งก่อนหน้านี้ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาฆาตกรรม ได้แถลงต่อศาลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (4 ธ.ค.) ว่า เขารู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ต่อ นางอากิเอะ อาเบะ ภริยาของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ

ยามากามิถูกกล่าวหาว่าใช้ปืนที่ผลิตเองลอบยิงอดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่เมืองนารา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2022 จนเป็นเหตุให้นายอาเบะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันเดียวกัน การเสียชีวิตของเขาได้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก

นายยามากามิกล่าวต่อศาล ตามการรายงานของสื่อท้องถิ่นว่า “ผมได้ก่อความทุกข์ทรมาน (ให้แก่ครอบครัว) มาเป็นเวลาสามปีครึ่ง ผมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ” 

ก่อนหน้านี้ นายยามากามิได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนว่า เขาลงมือก่อเหตุเพราะเชื่อว่าอาเบะมีส่วนในการส่งเสริมโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งยามากามิอ้างว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้มารดาของเขาและครอบครัวต้องประสบภาวะล้มละลาย

ข้อกล่าวหาของยามากามิได้นำไปสู่การสืบสวนลัทธิโบสถ์แห่งความสามัคคี ซึ่งมีต้นกำเนิดในเกาหลีใต้และเป็นที่รู้จักจากการจัดพิธีสมรสหมู่ โดยในเดือนมีนาคมปีนี้ ศาลโตเกียวได้มีคำสั่งยุบลัทธิดังกล่าว ซึ่งประกาศว่าจะ “ต่อสู้คดีจนถึงที่สุด”

โบสถ์แห่งความสามัคคีเคยเป็นที่ถกเถียงในประเด็นทางศาสนาและสังคมมาแล้วก่อนการลอบสังหารอาเบะ โดยมีรายงานว่านายโนบุสึเกะ คิชิ ปู่ของชินโซ อาเบะ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเช่นกัน เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโบสถ์นี้ เนื่องจากมีแนวคิดต่อต้านคอมมิวนิสต์ และตัวอาเบะเองก็เคยกล่าวปราศรัยในงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ด้วย

ในการพิจารณาคดีเมื่อเดือนที่แล้ว อัยการได้อ่านแถลงการณ์ของนางอากิเอะ อาเบะ ซึ่งระบุว่า “ความเศร้าโศกจากการสูญเสียสามีจะไม่ได้รับการบรรเทาลงเลย”

ที่มา BBC

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

5 ธ.ค. 2568 11:25 น.

ปูตินขู่กองทัพยูเครนต้องถอนกำลังจากดอนบาส หรือรัสเซียอาจต้องใช้กำลัง

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ย้ำจุดยืนที่แข็งกร้าวอย่างชัดเจนว่า กองทัพยูเครนจะต้องถอนกำลังออกจากภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของประเทศ มิฉะนั้น รัสเซียจะใช้กำลังเข้ายึดครองและปฏิเสธข้อเสนอการประนีประนอมใด ๆ ในการยุติสงคราม แม้จะมีตัวแทนจากสหรัฐฯ เดินทางไปหารือแผนสันติภาพที่มอสโกเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ตาม

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ India Today ก่อนเดินทางเยือนกรุงนิวเดลี โดยกล่าวว่า “เราจะปลดปล่อยดินแดนเหล่านี้ด้วยกำลัง หรือไม่เช่นนั้น กองทัพยูเครนก็จะต้องออกจากดินแดนเหล่านี้” ปัจจุบัน รัสเซียควบคุมพื้นที่ประมาณ 85% ของภูมิภาคดอนบาส

คำกล่าวของปูตินเกิดขึ้นหลังจากที่คณะผู้เจรจาของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนำโดยนาย สตีฟ วิตคอฟฟ์  ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ได้เดินทางไปเจรจาที่กรุงมอสโกวเมื่อวันอังคาร (2 ธ.ค.) โดยทรัมป์ระบุว่าผลการหารือนั้น “ค่อนข้างดี” แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น เนื่องจาก “ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย”

อย่างไรก็ตาม นายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศอาวุโสและผู้เจรจาคนสำคัญของปูติน กล่าวทันทีหลังการเจรจาว่า “ไม่มีการประนีประนอม” ใด ๆ ในการยุติสงคราม และยังบอกเป็นนัยว่า จุดยืนการเจรจาของรัสเซียแข็งแกร่งขึ้นจากความสำเร็จในสนามรบเมื่อไม่นานมานี้

แผนสันติภาพฉบับเดิมของสหรัฐฯ เสนอให้มีการส่งมอบพื้นที่ดอนบาสที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน ให้ไปอยู่ภายใต้การควบคุมโดยพฤตินัยของปูติน แต่ทีมงานของนายวิตคอฟฟ์ได้นำเสนอแผนที่ที่ถูกปรับแก้ในการเจรจาที่มอสโก ซึ่งปูตินระบุว่า เขาไม่ได้เห็นแผนฉบับใหม่นี้ก่อนการเจรจากับนายวิตคอฟฟ์และนาย จาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์

ปูตินกล่าวว่า พวกเขาต้องทบทวนทุกประเด็น ทำให้การเจรจาใช้เวลานาน และยอมรับว่ารัสเซียไม่เห็นด้วยกับบางส่วนของแผนสหรัฐฯ โดยไม่ได้ระบุว่าข้อขัดแย้งหลักคืออะไร แต่ประเด็นสำคัญที่ยังคงเป็นข้อพิพาทคือชะตากรรมของดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดไป และหลักประกันความมั่นคงสำหรับยูเครน

ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ปฏิเสธที่จะยกดินแดนให้รัสเซีย และกล่าวหาว่ารัสเซียกำลังถ่วงเวลาข้อตกลงหยุดยิงเพื่อพยายามยึดครองดินแดนยูเครนเพิ่มเติม

นายอันดรีย์ ซิบเฮีย รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเจรจาที่รัสเซียว่า ปูตินกำลัง “ทำให้โลกเสียเวลา” โดยยูเครนยืนยันมาตลอดว่า ข้อตกลงใด ๆ จะต้องมี หลักประกันความมั่นคงที่ชัดเจน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน คณะผู้เจรจาของยูเครนสามารถทำการเปลี่ยนแปลงสำคัญบางประการในแผนสันติภาพดั้งเดิมของสหรัฐฯ ซึ่งถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อรัสเซียอย่างมาก โดยมีการร่าง “กรอบสันติภาพที่ปรับปรุงและกลั่นกรองใหม่” ในการหารือกับคณะผู้แทนสหรัฐฯ ที่นครเจนีวา

ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ว่า ทีมความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีกำลังทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อหยุดยั้งความขัดแย้ง และได้จัดการประชุมที่มีประสิทธิผลเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะจากทั้งสองฝ่าย เพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนและบังคับใช้ได้.

ที่มา BBC

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

5 ธ.ค. 2568 11:06 น.

กู้คืนได้แล้ว “ไข่ฟาแบร์เช” ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรมูลค่าสูง หลังผู้ต้องสงสัยกลืนลงท้องหนีคดี

ตำรวจนิวซีแลนด์ยืนยันว่าสามารถกู้คืนไข่ฟาแบร์เช ล็อกเก็ตรูปไข่ประดับเพชรและไพลินมูลค่าสูง ออกมาจากท้องของผู้ต้องหาวัย 32 ปี ที่พยายามกลืนมันลงไปเพื่ออำพรางหลักฐานได้แล้ว

เจ้าหน้าที่ระบุว่าไข่ล็อกเก็ตมูลค่า NZ$33,585 หรือ ประมาณ 617,000 บาท ถูกนำออกมาจากร่างกายของผู้ก่อเหตุด้วยวิธีตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้การรักษาทางการแพทย์ใดๆ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ตำรวจบุกจับผู้ต้องสงสัยภายใน ร้าน Partridge Jewellers ในย่านใจกลางเมืองโอ๊คแลนด์ เพียงไม่กี่นาทีหลังเขาถูกกล่าวหาว่ากลืนเครื่องประดับราคาแพงชิ้นนี้ลงไป

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของร้าน ผู้ต้องสงสัยได้กลืนล็อกเก็ตรูปไข่ที่ประดับด้วยเพชรสีขาว 60 เม็ด และไพลินสีน้ำเงิน 15 เม็ด ซึ่งด้านในเปิดออกเป็น ปลาหมึกทองคำ 18 กะรัต

เครื่องประดับรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ปี 1983 เรื่อง Octopussy ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการโจรกรรมไข่ฟาแบร์เชสุดหรู โดยฟาแบร์เช (Fabergé) เป็นแบรนด์เครื่องประดับระดับโลกที่ก่อตั้งในรัสเซียเมื่อกว่าสองศตวรรษก่อน และมีชื่อเสียงจากไข่ประดับอัญมณีและโลหะมีค่าที่หายากและมีมูลค่าสูง

ตำรวจเผยก่อนหน้านี้ว่าชายผู้ต้องสงสัยได้ผ่านการประเมินด้านการแพทย์แล้ว และเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องติดตามอาการของเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จนกว่าเขาจะถ่ายท้องล็อกเก็ตนี้ออกมา

โดยรายงานจาก Radio NZ ระบุว่า เมื่อของกลางออกมาแล้ว ล็อกเก็ตจะถูกส่งกลับไปยังบริษัท Fabergé ตามขั้นตอน ซึ่งนอกจากข้อหาขโมยล็อกเก็ตนี้แล้ว ผู้ต้องสงสัยยังถูกตั้งข้อหาอื่นเพิ่ม รวมถึงขโมย iPad และของใช้สัตว์เลี้ยง โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้มีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 8 ธันวาคม.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ นิวซีแลนด์

ไอร์แลนด์-สเปน นำทัพบอยคอตต์ประกวดร้องเพลง “ยูโรวิชัน 2026 หลังอิสราเอลได้สิทธิ์เข้าร่วม

ไอร์แลนด์-สเปน นำทัพบอยคอตต์ประกวดร้องเพลง "ยูโรวิชัน 2026 หลังอิสราเอลได้สิทธิ์เข้าร่วม

5 ธ.ค. 2568 10:39 น.

ไอร์แลนด์-สเปน นำทัพบอยคอตต์ประกวดร้องเพลง “ยูโรวิชัน 2026 หลังอิสราเอลได้สิทธิ์เข้าร่วม

ไอร์แลนด์, สเปน, เนเธอร์แลนด์ และสโลวีเนีย ประกาศถอนตัวจากการประกวดเพลงยูโรวิชันประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ เพื่อประท้วงการตัดสินใจของสหภาพการแพร่ภาพกระจายเสียงแห่งยุโรป (EBU) ที่ยังคงอนุญาตให้อิสราเอลเข้าร่วมแข่งขัน ท่ามกลางวิกฤตสงครามในฉนวนกาซา และข้อกล่าวหาเรื่องการลงคะแนนที่ไม่เป็นธรรม

ความขัดแย้งเกี่ยวกับสถานะของอิสราเอลในเวทียูโรวิชัน 2026  ได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่การบอยคอตต์ครั้งสำคัญ หลังจากการประชุมของสมาชิกสหภาพการแพร่ภาพกระจายเสียงแห่งยุโรป (EBU) ซึ่งเป็นผู้จัดงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยไอร์แลนด์ แถลงว่า “การเข้าร่วมของเรายังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ เมื่อพิจารณาถึงความสูญเสียชีวิตอันน่าเศร้าในกาซา และวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตพลเรือนจำนวนมาก”

ส่วนสเปนเรียกร้องให้มีการลงคะแนนลับเกี่ยวกับการแบนอิสราเอล แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้สเปนแถลงว่า การตัดสินใจนี้ “เพิ่มความไม่ไว้วางใจต่อการจัดการเทศกาล” และสเปนซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม “บิ๊กไฟว์” ที่สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ ได้ยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันและการไม่ถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศและรอบรองชนะเลิศ

ด้านเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า “การเข้าร่วมภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันนั้นเข้ากันไม่ได้กับคุณค่าสาธารณะซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเรา” ขณะที่สโลวีเนีย ยืนยันว่าจุดยืนของพวกเขายังไม่เปลี่ยนแปลง โดยกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงกฎใหม่ ๆ ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

การประชุมของ EBU ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 องค์กร รวมถึง BBC ได้มีการหารือถึงอนาคตของการแข่งขันที่มีผู้ชมกว่า 150 ล้านคนต่อปี โดยมุ่งเน้นไปที่การรับรองกฎใหม่เพื่อป้องปรามการรณรงค์ลงคะแนนเสียงที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าอิสราเอลได้ส่งเสริมผู้เข้าแข่งขันของตนอย่างไม่ยุติธรรมในปีนี้

รายงานข่าวระบุว่า การลงมติยอมรับมาตรการใหม่นี้ผูกมัดกับข้อตกลงที่สมาชิกจะไม่ดำเนินการลงคะแนนเสียงเพื่อพิจารณาสถานะการเข้าร่วมของอิสราเอล ทำให้ EBU ยืนยันว่าสมาชิกที่ต้องการเข้าร่วมและปฏิบัติตามกฎใหม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันปี 2026

นายมาร์ติน กรีน ผู้อำนวยการยูโรวิชัน กล่าวแสดงความยินดีที่สมาชิกได้มี “โอกาสถกเถียง” เกี่ยวกับสถานะของอิสราเอล โดยระบุว่า การลงมติแสดงให้เห็นว่าสมาชิกเห็นพ้องต้องกันว่า “ยูโรวิชันไม่ควรถูกใช้เป็นเวทีทางการเมือง แต่ต้องรักษาความเป็นกลางไว้”

ขณะที่ นายไอแซก เฮอร์ซ็อก ประธานาธิบดีอิสราเอล ยกย่องการตัดสินใจของ EBU ว่าเป็น “สัญลักษณ์แห่งชัยชนะเหนือผู้ที่พยายามปิดปากอิสราเอลและเผยแพร่ความเกลียดชัง” โดยหวังว่าการแข่งขันจะยังคงเป็นเวทีที่ยกย่องมิตรภาพระหว่างผู้คนและวัฒนธรรม

ด้าน นายโกลัน ยอชปาซ ซีอีโอของ KAN (สถานีโทรทัศน์ของอิสราเอล) ชี้ว่า ความพยายามตัดสิทธิ์อิสราเอล “สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นการบอยคอตทางวัฒนธรรม” และเตือนว่า “การบอยคอตอาจเริ่มต้นที่อิสราเอล แต่มันอาจจบลงที่ใด หรือทำร้ายใครอื่นอีกบ้าง ก็ไม่มีใครรู้”

ทั้งนี้ เยอรมนี  ซึ่งเคยขู่ว่าจะถอนตัวหากอิสราเอลถูกแบน ยินดีกับการตัดสินใจนี้ และตั้งตารอที่จะเข้าร่วมการแข่งขันต่อไป ส่วนกลุ่มประเทศนอร์ดิก ได้แก่ นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมว่า “สนับสนุน” การตัดสินใจของ EBU ในการ “จัดการกับจุดอ่อนที่สำคัญ” ของระบบลงคะแนน อย่างไรก็ตามไอซ์แลนด์ จะยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายจนกว่าจะถึงสัปดาห์หน้า ส่วนเบลเยียม ระบุว่าจะ “แจ้งจุดยืนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”

การตัดสินใจของ EBU ครั้งนี้ได้เผยให้เห็นความแตกแยกครั้งใหญ่ในยูโรวิชัน ระหว่างประเทศที่ยืนยันการเข้าร่วมเพื่อสนับสนุนความเป็นกลางทางวัฒนธรรม กับประเทศที่ตัดสินใจบอยคอตด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมและหลักจริยธรรม.

ที่มา BBC

เกาหลีใต้เตือนภัย “หิมะตกหนักระลอกแรกของฤดูกาล” กรุงโซล แนะประชาชนรับมือสภาพจราจรเป็นอัมพาต

เกาหลีใต้เตือนภัย "หิมะตกหนักระลอกแรกของฤดูกาล" กรุงโซล แนะประชาชนรับมือสภาพจราจรเป็นอัมพาต

5 ธ.ค. 2568 10:32 น.

เกาหลีใต้เตือนภัย “หิมะตกหนักระลอกแรกของฤดูกาล” กรุงโซล แนะประชาชนรับมือสภาพจราจรเป็นอัมพาต

กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบเผชิญหิมะตกหนักระลอกแรกของฤดูกาล ทางการต้องออก “ประกาศเตือนภัยพิบัติ” และเตรียมรับมือปัญหาจราจรติดขัด 

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้แถลงว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ หิมะได้เริ่มตกหนักทั่วกรุงโซลและจังหวัดคยองกี ด้วยอัตราสะสมมากกว่า 5 เซนติเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ต้องยกระดับคำเตือนหิมะตกหนักจากระดับ “เฝ้าระวัง” เป็น “ระมัดระวัง”

ทางด้านกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ศูนย์บัญชาการรับมือภัยพิบัติและความปลอดภัยแห่งชาติ ตอบสนองฉุกเฉินขั้นที่ 1 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่หิมะเริ่มตกสะสมสูงสุดราว 5 เซนติเมตรในเขตมหานครโซล จังหวัดคังวอนฝั่งตะวันออก และจังหวัดชุงชองใต้ ทางตะวันตกตอนกลาง

ทั้งนี้ หิมะตกหนักทำให้รถยนต์บนทางด่วนสายหลักหลายเส้นเคลื่อนตัวได้ช้า ส่วนบางช่วงต้องปิดการจราจรด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทางการคาดว่า หิมะหรือฝนจะยังตกต่อในพื้นที่ภาคกลางตลอดคืน และอากาศหนาวเย็นจะยังคงต่อเนื่องไปจนถึงวันศุกร์.

ที่มา Yonhap