พาณิชย์ตั้ง War Room ลุยช่วยน้ำท่วมใต้ “ศุภจี” เร่งส่งสินค้าจำเป็น-ถุงยังชีพถึงมือประชาชน

พาณิชย์ตั้ง War Room ลุยช่วยน้ำท่วมใต้ "ศุภจี" เร่งส่งสินค้าจำเป็น-ถุงยังชีพถึงมือประชาชน

25 พ.ย. 2568 19:03 น.

พาณิชย์ตั้ง War Room ลุยช่วยน้ำท่วมใต้ “ศุภจี” เร่งส่งสินค้าจำเป็น-ถุงยังชีพถึงมือประชาชน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ซึ่งยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตัวประชาชน ชุมชนท้องถิ่น รวมถึงผู้ประกอบการและนิติบุคคลจำนวนมาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการชัดเจนให้ทุกกระทรวงเร่งจัดทำมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนในทุกมิติ ทั้งด้านการเข้าถึงสินค้าอุปโภค–บริโภค การลดผลกระทบต่อธุรกิจ การฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจ และการสนับสนุนหน่วยงานปฏิบัติงานในพื้นที่ให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์จึงโดยกรมการค้าภายในจัดตั้ง War Room เป็นศูนย์ประสานกลางเพื่อติดตามสถานการณ์แบบรายชั่วโมง เชื่อมโยงข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรวบรวมข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือถูกส่งต่อได้อย่างแม่นยำและเร็วที่สุด โดย War Room ได้ประชุมประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งเส้นทางการขนส่ง การเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง การสำรองสินค้า และระดับความต้องการเฉพาะในแต่ละอำเภอ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือให้ตรงจุด โดยเร็วที่สุด

นางศุภจี ระบุว่า สิ่งสำคัญคือการให้ความช่วยเหลือประชาชน และให้การสนับสนุนหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพ กรมการค้าภายในจึงได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วน 4 แนวทาง ได้แก่ 

1) ประสานศูนย์พักพิงเพื่อจัดส่งวัตถุดิบอาหารและของใช้จำเป็นสำหรับการประกอบอาหารให้เพียงพอต่อจำนวนผู้พักพิง 

2) ประสานผู้ประกอบการ ห้างโมเดิร์นเทรด และสมาคมไข่ไก่ เพื่อเติมสินค้าอุปโภค–บริโภคจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ที่มีความต้องการและพื้นที่ที่การขนส่งเข้าถึงยาก 

3) เตรียมจัดถุงยังชีพในพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง เพื่อสนับสนุนทั้งประชาชน ครัวเรือนรายย่อย และผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตและทำธุรกิจได้เร็วที่สุด 

และ 4) เตรียมจัดงานธงฟ้าหลังน้ำลด โดยเน้นสินค้าจำเป็นในการทำความสะอาดบ้านเรือนและสถานประกอบการ รวมถึงสินค้าอุปโภค–บริโภคราคาประหยัด เพื่อลดภาระค่าครองชีพในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นฟู

และยังได้ให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้บริการจดทะเบียน และให้หนังสือรับรองออนไลน์ และให้เจ้าหน้าที่รับจดส่วนกลางให้บริการกับผู้ขอรับบริการจากพื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นการเร่งด่วน ทันที โดยไม่ต้องรอคิว

“ขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่าน ครั้งนี้เป็นครั้งที่รุนแรงมากในรอบหลายปี ไม่เคยเห็นปริมาณน้ำฝนที่หนักมากขนาดนี้ เห็นใจมากและส่งกำลังใจไปให้ ทางกระทรวงพาณิชย์และข้าราชการทุกคนเราจะทำหน้าที่เต็มที่ในการส่งความช่วยเหลือในส่วนที่เราสามารถทำได้ ขอส่งกำลังใจ เราคนไทยด้วยกันขอจับมือช่วยกันไปในช่วงที่มีความยากลำบากแบบนี้” นางศุภจี กล่าว

รมว.พาณิชย์ย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง และพร้อมนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปสู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือถูกส่งไปถึงประชาชนและผู้ประกอบการโดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่ากรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์วันต่อวัน และพร้อมปรับมาตรการให้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อให้การฟื้นฟูเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

‘ศุภมาส’ชื่นชมผลงาน นศ.อาชีวะอุบลฯ สาธิตศิลปกรรม-คหกรรม ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีฯ

'ศุภมาส'ชื่นชมผลงาน นศ.อาชีวะอุบลฯ สาธิตศิลปกรรม-คหกรรม ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีฯ

‘ศุภมาส’ชื่นชมผลงาน นศ.อาชีวะอุบลฯ สาธิตศิลปกรรม-คหกรรม ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.13 น.

รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชื่นชมผลงาน นศ.อาชีวะอุบลฯ สาธิตผลงานศิลปกรรมและคหกรรมแก่ประชาชนที่เข้าชมศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงบรมศพฯ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 อุบลราชธานี

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดยนางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี มอบหมายให้นายอาคม ศรีพรม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร นายพุทธิวัฒน์ ตามบุญ หัวหน้างานกิจกรรม นำตัวแทนครู บุคลากร และตัวแทนนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมงานเยี่ยมชมศูนย์ประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 อุบลราชธานี

ทั้งนี้สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 จังหวัดอุบลราชธานี ได้เชิญตัวแทนครู และตัวแทนนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เข้าเยี่ยมชมศูนย์ดังกล่าว รวมทั้งเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านการประดิษฐ์เครื่องทองน้อย และศิลปะจัดดอกไม้ โดยวิทยากร นางสาวพรรณรมณ สีพาฮาด หัวหน้าแผนกวิชาคหกรรม และตัวแทนนักเรียน นักศึกษาในแผนกวิชาคหกรรม การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ สาธิตการวาดภาพ โดยวิทยากร นายธีระยุทธ แสงอาจ ครูแผนกวิชาวิจิตรศิลป์ และตัวแทนนักเรียน นักศึกษา ในแผนกวิชาวิจิตรศิลป์ร่วมสาธิตและให้ความรู้แก่เยาวชนและประชาชนที่เข้าเยี่ยมชมศูนย์ฯในครั้งนี้ เพื่อถวายความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาที่คุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 2 จังหวัดอุบลราชธานี 

ในโอกาสนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์ประชาสัมพันธ์พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  รวมทั้งร่วมให้กำลังใจและชื่นชมการแสดผลงานนักเรียน นักศึกษา แผนกวิชาวิจิตรศิลป์และคหกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีในครั้งนี้ด้วย

ชาวช้างทั่วประเทศ พร้อมช้าง 11 เชือก ถวายพระเกียรติสุดหัวใจ ถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

ชาวช้างทั่วประเทศ พร้อมช้าง 11 เชือก ถวายพระเกียรติสุดหัวใจ ถวายอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

ชาวช้างทั่วประเทศ พร้อมช้าง 11 เชือก ถวายพระเกียรติสุดหัวใจ ถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.48 น.

ชาวช้างทั่วประเทศ พร้อมช้าง 11 เชือก ถวายพระเกียรติสุดหัวใจ ถวายอาลัย”สมเด็จพระพันปีหลวง” พร้อมสืบสานพระราชดำริพัฒนาสายพันธุ์ช้างนิสัยดี เลี้ยงดูช้างให้ดี

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สำนักพระราชวัง รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น.โดยมีข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ เจ้าหน้าที่สํานักพระราชวัง จิตอาสา 904 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อย รวมถึงให้คำแนะนำอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการที่นั่งวิลแชร์และประชาชนตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ และมีบริการ “ชัตเตอร์ บัส” รับ – ส่งบริเวณทางออกหน้าประตูเทวาภิรมย์ ไปยังท้องสนามหลวงด้วย

สำหรับบรรยากาศวันนี้ ได้มีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำไว้ทุกข์เดินทางมาเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระโกศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มีคณะบุคคลจากจังหวัดต่างๆ อาทิ จังหวัด ภูเก็ต, มหาสารคาม, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, บริษัท บีทีเอส กร๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน สายงานบริการสาขา 1, บริษัท ไทย สมายล์ บัสทจำกัด, สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม ประจำกรุงเทพมหานคร, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี, มูลนิธิส่งเสริมอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์, เครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มที่ 1, กรมจเรทหารเรือ , กรมสื่อสารทหารเรือ, กรมการเงินทหารเรือ , กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เป็นต้น เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิเป็นล้นพ้นที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อส่งเสริมช่วยเหลือพสกนิกรให้มีอาชีพมีรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ มี ราชสกุลนวรัตน์ ราชสกุลนันทวัน ราชสกุลพรหเมศ ราชสกุลจรูญโรจน์ ราชสกุลสายสนั่น ราชสกุลบริพัตร  ราชสกุลจักรพงษ์ ราชสกุลจุฑาธุช ราชสกุลยุคล ราชสกุลกิติยากร ราชสกุลรพีพัฒน์ ราชสกุลประวิตร ราชสกุลจิรประวัติ ราชสกุลอาภากร ราชสกุลฉัตรชัย ราชสกุลเพ็ญพัฒน์ ราชสกุลวุฒิชัย ราชสกุลสุริยง ราชสกุลรังสิต ราชสกุศักดิเดชน ภาณุพันธุ์ ร่วมในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.09 น. กลุ่มคชสารคู่แผ่นดิน และตัวแทนผู้เลี้ยงช้างทั่วประเทศ กว่า 500 คน นำช้าง 11 เชือก จากหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาตั้งขบวนที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จากนั้นได้เคลื่อนขบวนนำโดย “ช้างพลายสยาม” เดินมายังหน้าประตูมณีนพรัตน์ เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยก่อนที่จะกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง ช้างทั้ง 11 เชือก พร้อมคณะ ได้ถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ดังไปทั่วบริเวณ และช้างได้ส่งเสียงร้องถวายอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

ด้าน นายอิทธิพันธ์ ขาวละมัย ผู้จัดการวังช้างอยุธยาแลเพนียด กล่าวว่า วันนี้ผู้เลี้ยงช้างทั้งประเทศ นำช้าง 11 เชือกเดินทางมากราบถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องจากว่าพวกเราได้เคยถวายงานในภาพยนตร์ เรื่อง พระนเรศวร พระสุริโยทัย และการแสดงยุทธหัตถีหลายครั้ง และพระองค์ได้ทรงพระกรุณาเมตตาทั้งช้างป่าและช้างบ้าน ในโครงการปล่อยช้างคืนป่า และโครงการดูแลทั้งช้างป่าช้างบ้าน และเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่วังช้างอยุธยาได้ถวายงานพระองค์ ในเรื่อง การนำช้างยุทธหัตถี และได้กราบเบื้องพระยุคลบาท พระองค์ทรงพระเมตตาพระราชทานพร และมีรับสั่งในเรื่องของการพัฒนาสายพันธุ์ช้าง และฝึกช้างให้ดี

“วันนี้ วังช้างอยุธยาได้ทำดีที่สุด และก็ได้เชิญพี่น้องชาวช้าง คือเจ้าของปางช้างทั่วประเทศเดินทางมากราบถวายอาลัย เป็นการรวมใจภักดิ์ถวายสมเด็จพระพันปีหลวง ครั้งนี้เดินทางมาด้วยน้ำพักน้ำแรง เพราะทุกคนระลึกถึงพระมหากรุณาธิกคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพวกเรา ให้มีกำลังใจมาถึงทุกวันนี้ เพราะพระองค์ทรงเมตตาต่อชาวช้าง พระฉายาลักษณ์ที่ถือมาวันนี้ เป็นภาพพระราชกรณียกิจที่พระองค์พระราชทานอาหารช้าง และกิจกรรมมากมาย  เราภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และอยู่ใต้ร่มพระบารมี และได้มีพี่น้องชาติพันธุ์จากชายขอบ และโรงเรียนวัดสระแก้ว ลูกเสือชาวบ้าน พี่น้องชาวอยุธยา รวม 500 คน พร้อมใจกันมาและร่วมร้องเพลงปี่ใน เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งแสดงถึงความเป็นไทย และน้อมรำลึกถึงพระองค์”

“พวกเราดีใจที่สุด ขอเป็นตัวแทนชาวช้างขอถวายอาลัยแม่ของแผ่นดิน แม้เราสูญเสียพระองค์ไปแล้ว พวกเราก็จะเข้มแข็งและขอปฏิญาณทำความดี สร้างงานให้ช้าง และสร้างอาชีพต่อไป ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้เตรียมสนับสนุนความเป็นมาตรฐานของควาญช้าง มาตรฐานอาชีพ มาตรฐานปางช้างทั่วประเทศ วันนี้เรารวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะสืบสานปณิธานของพระองค์ในเรื่อง การพัฒนาสายพันธุ์ช้าง เลี้ยงดูช้างให้ดี และสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย ช้างไทยงดงามที่สุดในภาพยนตร์ เรื่อง พระนเรศวร และ สุริโยทัย และในเรื่องของการอนุรักษ์ช้างป่า วันนี้ชาวช้างระลึกถึงพระองค์ แล้วจะเห็นได้ว่าช้างก็มีความปีติ เมื่อได้ยินเสียงกลองและได้มายืนบนสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เขาก็ทำดีที่สุด เป็นตัวแทนชาวช้างถวายพระเกียรติสุดหัวใจ” นายอิทธิพันธ์ กล่าว

ขณะที่ นางร่มทองทราย มีพันธ์ุ เจ้าของวังช้างอยุธยา กล่าวว่า วันนี้พวกเรามาน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง เพราะพระองค์ทรงช่วยเหลือชาวช้างไว้อย่างมากมาย พระองค์ทรงบอก ทรงเตือนว่าควรจะทำแบบไหน วันนี้ชาวช้างทั้งประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน บนดอย ก็มากันหมด เพื่อมาน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง

“สำหรับช้าง 11 เชือกที่เดินทางมาวันนี้ เชือกแรกชื่อพลายสยาม เป็นพ่อพันธุ์ชั้นดี นิสัยดีมาก เข้ากับคนได้ดี นอกจากน้ ยังมีพลายกิ่งแก้ว พลายบิ๊ก พลายมรกต พลายมโหรี พลายงาทอง พลายยูโร พลายเยี่ยมฟ้า พลายศรีอัยรา พลายศรีมงคล พลายจันเจ้า พระองค์มีพระราชดำริว่าให้สืบสายพันธุ์แต่ช้างที่ดี พ่อดี แม่ดี เอามาผสมพันธุ์ เพื่อให้ช้างอยู่กับนักท่องเที่ยว และอยู่กับคนไทยทั้งประเทศ มาเที่ยวประเทศไทยต้องเจอช้างนิสัยดี จึงให้ควานช้างมีตะขอไว้เป็นสัญลักษณ์ของควานช้างเท่านั้น ถ้าช้างดีแล้วไม่จำเป็นต้องใช้ตะขอ” นางร่มทองทราย กล่าว

นางสาวสรัญญา พรโชติชัย อาชีพค้าขาย ชาวชาติพันธุ์มูเซอแดง อ.ปามะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางมาโดยรถบัสกับคณะตั้งแต่เช้าวันที่ 26 พฤศจิกายน มาถึงกรุงเทพฯ เช้าวันนี้ เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง กล่าวว่า วันที่ทราบข่าวว่าเสด็จสวรรคต รู้สึกตกใจและเสียใจมาก วันนี้ ตนและตัวแทนชาวแม่ฮ่องสอน ตั้งใจเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพด้วยความอาลัยยิ่ง พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อเราเผ่ามูเซอแดงมาก ได้เสด็จฯ มาด้วยพระองค์เองเพื่อพระราชทานอาชีพทอผ้า เย็บผ้า เย็บชุดประจำเผ่าให้พวกเรา ทำให้มีรายได้และมีชีวิตที่ดีขึ้น แม้ตนจะเป็นรุ่นลูกไม่ได้เฝ้าฯ รับเสด็จ แต่อาชีพที่พระองค์พระราชทานมาให้รุ่นแม่ของตนก็สร้างให้ชีวิตและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสามารถเลี้ยงตัวเองได้

– 006

ครบรอบ 58 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มมส จัด ‘ตุ้มโฮม ครูชวนวิ่ง EDU RUNNING 2025’ ส่งเสริมบุคลากร – นิสิตมีสุขภาพที่ดี

ครบรอบ 58 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มมส จัด ‘ตุ้มโฮม ครูชวนวิ่ง EDU RUNNING 2025’ ส่งเสริมบุคลากร - นิสิตมีสุขภาพที่ดี

ครบรอบ 58 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มมส จัด ‘ตุ้มโฮม ครูชวนวิ่ง EDU RUNNING 2025’ ส่งเสริมบุคลากร – นิสิตมีสุขภาพที่ดี

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าคณะศึกษาศาสตร์ และสโมสรนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ จัดกิจกรรม “ตุ้มโฮม ครูชวนวิ่ง EDU RUNNING 2025” ณ บริเวณด้านหน้าคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง)

โดยมี รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ชวลิต ชูกำแพง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ นายกองโท ดร.คมคาย อุดรพิมพ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าคณะศึกษาศาสตร์ และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ร่วมปล่อยตัวนักวิ่งอย่างเป็นทางการ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่ ระยะ 11.6 กิโลเมตร (Mini Marathon) ปล่อยตัวเวลา 05.30 น. และระยะ 5.4 กิโลเมตร (Fun Run) ปล่อยตัวเวลา 06.00 น.

กิจกรรม “ตุ้มโฮม ครูชวนวิ่ง EDU RUNNING 2025” จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 58 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน นิสิต ศิษย์เก่า และบุคลากร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและสุขภาพที่ดี รวมถึงส่งเสริมการออกกำลังกายให้เป็นวัฒนธรรมประจำวัน อีกทั้งยังมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้ ทุนการศึกษาสมทบทุนกิจกรรมนิสิต และเป็นการประชาสัมพันธ์คณะศึกษาศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมอำนวยความสะดวกด้านเส้นทางวิ่ง และการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังให้การสนับสนุนงบประมาณ อาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ นายกองโท ดร.คมคาย อุดรพิมพ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคม ได้มอบทุนสนับสนุนกิจกรรมประจำปี 2568–2569 จำนวน 20,000 บาท แก่ผู้แทนสโมสรนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนิสิต ส่งเสริมการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะด้านวิชาการ ด้านวิชาชีพครู รวมถึงกิจกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนิสิตภายในคณะ

GISTDA เข้าร่วม ‘APRSAF-31’ ประกาศวิสัยทัศน์ ดันประเด็นสำคัญของภูมิภาค

GISTDA เข้าร่วม ‘APRSAF-31’ ประกาศวิสัยทัศน์ ดันประเด็นสำคัญของภูมิภาค

GISTDA เข้าร่วม ‘APRSAF-31’ ประกาศวิสัยทัศน์ ดันประเด็นสำคัญของภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

GISTDA เข้าร่วม APRSAF-31 (Asia-Pacific Regional Space Agency Forum ครั้งที่ 31) ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือด้านอวกาศระดับพหุภาคีที่สำคัญของเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งการเข้าร่วมนี้เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญ 2 ประการ คือ สถานะและความต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดย GISTDA มีบทบาทที่ แข็งแกร่งและต่อเนื่อง ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศในระดับภูมิภาค และการแลกเปลี่ยนความรู้ มีการนำเสนอภาพรวมกิจกรรมด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศของไทยที่ทำร่วมกับนานาชาติ และเข้าร่วมนำเสนอความก้าวหน้าใน Working Group และ Side Event ต่างๆ ซึ่งแสดงถึงการมีส่วนร่วมทางเทคนิคและวิชาการอย่างกระตือรือร้น

สำหรับการกำหนดทิศทางและนโยบายอวกาศแห่งชาติ ประเทศไทยได้ใช้เวทีนี้ในการประกาศวิสัยทัศน์และนโยบายด้านอวกาศแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยผ่าน Country Statement และการผลักดันประเด็นสำคัญของภูมิภาค ไทยเน้นย้ำประเด็นสำคัญที่ต้องรับมือร่วมกัน ได้แก่ transboundary pollution (มลพิษข้ามพรมแดน), Space Situation Awareness (SSA) / Space Traffic Management (STM) (การรับรู้สถานการณ์อวกาศและการบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศ) และ Space exploration (การสำรวจอวกาศ) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความท้าทายระดับโลกและระดับภูมิภาค และความพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการแก้ไข

ในขณะที่ด้านการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระดับโลก GISTDA ได้ดำเนินการหารือทวิภาคีกับผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานอวกาศชั้นนำระดับโลกมากมาย เช่น NASA (สหรัฐอเมริกา) , JAXA (ญี่ปุ่น) , ESA (ยุโรป) , Australian Space Agency (ASA) (ออสเตรเลีย) , Philippines Space Agency (PhilSA) , TASA (ไต้หวัน) และ CSIRO, GA, JICA

การประชุมหารือร่วมกันนี้ก็เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือในโครงการต่างๆ ในอนาคต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานอวกาศชั้นนำของโลกให้ความสนใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยในการเป็นพันธมิตร โดยประเทศไทยประกาศความยิ่งใหญ่ในการเป็นเจ้าภาพจัด APRSAF-32” ในปี ค.ศ. 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับประเทสไทยที่จะแสดงให้เห็นว่า ไทยได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ ในการได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญระดับภูมิภาคที่รวมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 500 คน เป็นการยืนยันถึง ความเชื่อมั่น และ การยอมรับ ในสถานะและศักยภาพด้านอวกาศของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และไทยจะมีโอกาสในการเป็นผู้นำกำหนดวาระการประชุม และแสดงความพร้อมด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการต่อสายตาของประชาคมอวกาศโลก

วันนี้ ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าร่วมในเวทีอวกาศเท่านั้น แต่กำลังก้าวขึ้นเป็น ผู้เล่นที่แข็งขัน (Active Player) และ ผู้นำ (Regional Leader) ในการขับเคลื่อนความร่วมมือและการจัดการความท้าทายด้านเทคโนโลยีอวกาศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เทคโนโลยีอวกาศเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

‘ในหลวง‘โปรดเกล้าฯให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จัดส่งสิ่งของพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

‘ในหลวง‘โปรดเกล้าฯให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จัดส่งสิ่งของพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

‘ในหลวง‘โปรดเกล้าฯให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จัดส่งสิ่งของพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.20 น.

‘ในหลวง‘ โปรดเกล้าฯให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จัดส่งสิ่งของพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 

วันที่ 26 พ.ย.2568 เวลา 18.00 น. ที่ศูนย์พักพิงศูนย์กีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  นายวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองประธานฝ่ายบรรเทาทุกข์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง นำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น อาทิ เต็นท์นอน จำนวน 1,000 ชุด ผ้าห่ม จำนวน 1,000 ผืน ผ้าเช็ดตัว จำนวน 1,000 ผืน เสื่อ จำนวน 1,000 ผืน และข้าวกล่อง จำนวน 1,500 กล่อง ไปมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยที่อพยพมาอยู่ภายในศูนย์พักพิง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนแก่ประชาชนในเบื้องต้น

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดส่งสิ่งของพระราชทานไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา สตูล พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และจังหวัดตรัง เป็นการเร่งด่วน จำนวนรวมทั้งสิ้น 27,000 ชุด
 

ยุวทูตสันติภาพเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะกปาปา กลับไทยคว้ารางวัลผู้ทำประโยชน์ การพัฒนาสังคมดีเด่น 2568

ยุวทูตสันติภาพเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะกปาปา กลับไทยคว้ารางวัลผู้ทำประโยชน์ การพัฒนาสังคมดีเด่น 2568

ยุวทูตสันติภาพเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะกปาปา กลับไทยคว้ารางวัลผู้ทำประโยชน์ การพัฒนาสังคมดีเด่น 2568

วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.11 น.

ยุวทูตสันติภาพเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะกปาปา กลับไทยคว้ารางวัลผู้ทำประโยชน์ การพัฒนาสังคมดีเด่น 2568

หลังจากเดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา พระองค์ใหม่ ณ นครรัฐวาติกัน คณะยุวทูตสันติภาพของไทยได้รับเชิญให้เข้ารับรางวัลจากนายชวน หลักภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะโครงการที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติดีเด่น ที่ได้ร่วมสร้างชื่อเสียงในระดับโลก ในการประกาศรางวัลเชิดชูเกียรติผู้ทำประโยชน์ การพัฒนาสังคมดีเด่น ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568

รางวัล 1 ปณิธานความดี เทิดไท้พระภูมีนวมินทรา ภายใต้ โครงการ“นวราช ”เชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ สร้างสรรค์พัฒนาสังคมดีเด่น ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568 โดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , มูลนิธิคุ้มเกล้าเยาวชนคนสร้างชาติ ,สภาองค์กรเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแห่งชาติ,สมาคมวัฒนธรรมสยาม ,สภาองค์กรวัฒนธรรมไทย-อาเซียน และภาคีเครือข่าย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจในการปลูกฝังจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม เสริมสร้างจิตสาธารณะ และส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการน้อมนำพระราชดำริและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละและความมุ่งมั่นในการทำความดีเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยและมนุษยชาติขึ้น

จึงได้จัดพิธีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ สร้างสรรค์พัฒนาสังคมดีเด่น ขึ้นติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 ในปี พ.ศ.2568 นี้ โดยโครงการยุวทูตสันติภาพ สู่นครรัฐวาติกัน ปีที่ 2 เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา พระองค์ใหม่ ณ นครรัฐวาติกัน ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลโครงการที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติดีเด่น โดยในการรับรางวัลยุวทูตสันติภาพ ประกอบด้วย

1.ด.ช.นราวิชญ์ บุญฤทธิ์              โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ

2.ด.ญ.ภัทราพร อุปมากาญจน์     โรงเรียนนานาชาติอินเตอร์เนชั่นแนล ไพโอเนียร์

3.ด.ช.ภูรพัฒน์ นราวิจิตธนันต์      โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย

4.ด.ช. กฤตเพชร ตราชู                โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น

5.ด.ญ.ชญาภา อุปมากาญจน์      โรงเรียนเลิศหล้าถนนกาญจนาภิเษก

6.ด.ญ.กุลิสรา หวั่งหลี                 โรงเรียน King College International School Bangkok

7.ด.ช.เจตนิพิฐ คงปาน                โรงเรียน THE NEWTON SIXTH FORM SCHOOL

8.ด.ญ.ปวีณ์ชยา ปัญจวัฒนกุล     โรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ พัทยา

9.นรต.ธีทัต วิเศษชูชาติกุล           โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

10.นตท.เนรมิตร ใจสิทธิ์              โรงเรียนเตรียมทหาร

11.นายพะศทัศน์ ศรีเครือเนตร     มหาลัยศิลปากร

โดยผู้แทนโครงการยุวทูตสันติภาพเข้ารับรางวัล เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ณ หอประชุมคุรุสภา โดยมีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

โครงการยุวทูตสันติภาพ สู่นครรัฐวาติกัน ดำเนินการโดย สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ในปีที่ 2 ได้รับการสนับสนุนจาก สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์) ส่งผู้แทนยุวทูตสันติภาพ 5 คน เป็นตัวแทนเยาวชนไทย ร่วมกับคณะของวัดโพธิ์ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา เลโอที่ 14 Pope Leo XIV สมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ณ นครรัฐวาติกัน โดยได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่สำคัญถึง 3 กิจกรรม ได้แก่ การเยี่ยมคารวะหลุมพระศพ สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ซึ่งทรงเมตตาให้ยุวทูตสันติภาพ สู่นครรัฐวาติกัน รุ่นที่ 1 ได้เข้าเฝ้าเมื่อปีที่แล้ว ณ มหาวิหารซานตามาเรียมัจโจเร (Basilica di Santa Maria Maggiore), การเข้าร่วมพิธีการประกาศในการเริ่มต้นสมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปา เลโอที่ 14 อย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุม Paul VI Hall, Rome และการเข้าร่วมพิธี ณ General Audience, in St. Peter’s Square เนื่องในโอกาสพิเศษครบ 60 ปี ของปฏิญญาโนสตราอาเอตาเต  Catechesis on the occasion of the 60th anniversary of the Conciliar Declaration Nostra Aetate โดยได้มีโอกาสเข้าเฝ้าในที่นั่งพิเศษร่วมกับคณะผู้แทนประเทศไทยจากวัดโพธิ์ และได้ถ่ายภาพร่วมกับสมเด็จพระสันตะปาปา และผู้แทนเยาวชนยังได้เข้าเฝ้านำเสนอแนวคิดสันติภาพจากใจเด็กๆ ซึ่งตรงกับพระราชดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาในวันนั้น

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เรียกประชุมด่วน วางแผนช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ แก่เกษตรกรที่ประสบอุทกภัยภาคใต้

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เรียกประชุมด่วน วางแผนช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ แก่เกษตรกรที่ประสบอุทกภัยภาคใต้

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เรียกประชุมด่วน วางแผนช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ แก่เกษตรกรที่ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.25 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมการให้ความช่วยเหลือ และการเยียวยาแก่เกษตรกรด้านปศุสัตว์ ที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้บริหารกรมปศุสัตว์ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าประชุมฯ ณ ห้องพระพิรุณ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Conference Meeting

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์เร่งระดมความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งสำรวจปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเยียวยาและเตรียมแผนฟื้นฟูเพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ

ฝนหลวงฯลุยต่อเนื่อง! รายงานภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ฝนหลวงฯลุยต่อเนื่อง! รายงานภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ฝนหลวงฯลุยต่อเนื่อง! รายงานภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.44 น.

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานภารกิจสรุปสิ่งของการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 22 – 27 พ.ค.68 ที่ผ่านมา ดังนี้

รายงานพิเศษ : เกษตรฯ เตรียมจัดงาน ‘วันดินโลก 2568’ น้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชา

รายงานพิเศษ : เกษตรฯ เตรียมจัดงาน ‘วันดินโลก 2568’ น้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชา

รายงานพิเศษ : เกษตรฯ เตรียมจัดงาน ‘วันดินโลก 2568’ น้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชา

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานงานแถลงข่าวเตรียมการจัดงาน “วันดินโลก (World Soil Day) ประจำปี 2568” ภายใต้หัวข้อ “Healthy soils for healthy cities – ดินที่สมบูรณ์ สู่เมืองที่สมดุล เกื้อกูลชีวิต” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์นักพัฒนา พระผู้ทรงมีพระอัจฉริยภาพ พระมหากรุณาธิคุณด้านการจัดการดินอย่างยั่งยืน โดย น.ส.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ กรมพัฒนาที่ดิน  บางเขน

นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ทรงมุ่งมั่นศึกษาค้นคว้า เพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรดินเพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ได้ จนเกิดเป็นศาสตร์พระราชาแห่งการพัฒนาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน เป็นที่ประจักษ์และยอมรับจากทั่วโลก สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก (World Soil Day) ประเทศสมาชิกกว่า 200 ประเทศจะจัดงานวันดินโลกพร้อมกัน เพื่อรณรงค์ตระหนักถึงความสำคัญของดินต่อการดำรงชีวิต เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดกิจกรรมรณรงค์ การเผยแพร่ความรู้ และการพัฒนาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน ในระดับประเทศและระดับโลก ดังนั้น ในวันที่ 5 ธันวาคม นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันพ่อแห่งชาติ ยังเป็น วันดินโลก เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร สร้างการรับรู้ และความเข้าใจถึงความสำคัญของวันดินโลก เพื่อให้น้อมนำแนวพระราชดำริตามศาสตร์พระราชา ด้านการดูแลทรัพยากรดินอย่างยั่งยืนมาขยายผลต่อไป และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

“ก.เกษตรฯ มุ่งมั่นในการจัดการทรัพยากรทางการเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ทรัพยากรดิน” ซึ่งเป็นพื้นฐานการทำการเกษตรที่ช่วยสร้างอาหารปลอดภัย เพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง และพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ จึงอยากขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักเรียน นักศึกษา มาร่วมงานวันดินโลก ปี 2568 ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคมนี้ ที่กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งได้รวบรวมผลงานภารกิจของกรมพัฒนาที่ดินด้านการจัดการทรัพยากรดินทั้งหมดมาจัดแสดงให้ได้เรียนรู้ อบรม และฝึกปฏิบัติจนสามารถกลับไปปฏิบัติได้ นอกจากนี้ ยังมีการจัดพื้นที่ของกรมพัฒนาที่ดินให้มีความสวยงามที่จัดแสดงตัวอย่างการทำการเกษตรในเมืองให้ทุกท่านได้มาเยี่ยมชม สัมผัส มาศึกษา เรียนรู้ ในบรรยากาศเหมือนเที่ยวสวนสาธารณะ งานเดียวที่รวมความรู้เรื่องดินงานนี้ต้องห้ามพลาด ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมรำลึกถึง“นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”และมาร่วมเป็น ส่วนหนึ่งในการดูแล “ดิน” เพื่ออนาคตเมืองที่ยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคมต่อไป” นายนเรศ กล่าว

ด้าน ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานวันดินโลก (World Soil Day) ประจำปี 2568 นี้ เพื่อเผยแพร่ความรู้และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน เน้นย้ำถึงความสำคัญของดินสุขภาพดีซึ่งเป็นพื้นฐานการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ที่มีการเติบโตอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างอาหารที่ปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง ภายในงานมีการถ่ายทอดความยิ่งใหญ่แห่งศาสตร์พระราชาด้านการจัดการดินอย่างยั่งยืนของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญต่อการจัดการดินและน้ำ ผ่านนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ แสดงพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาดิน น้ำและชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการดินโลกแสดงรางวัล King   Bhumibol World Soil Day Award นิทรรศการวิชาการเป็นไฮไลท์ ที่จะพาทุกท่านตระหนักถึงคุณค่าของดินและผลกระทบของดินต่อชีวิตในเมือง ไม่ว่าจะเป็น การสูญเสียหน้าดิน พื้นที่เกษตรที่ลดลง และความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง  พร้อมชวนร่วมกันค้นหาวิธีแก้ไข เช่น การวางแผนการใช้ที่ดินให้เหมาะสม การจัดการดินเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง รวมถึงนิทรรศการรูปแบบใหม่ “ดินดี เมืองดี สุขภาพดี” ที่ชวนให้ติดตามหาคำตอบว่า ดินคืออะไร ทำไมเราต้องดูแลและแนวทางฟื้นฟูอย่างไรจึงยั่งยืน นิทรรศการมีชีวิตออกแบบเพื่อให้ทุกคนสามารถ “สัมผัส เรียนรู้และลงมือทำจริง” เช่น แปลงนาสาธิต แปลงผักอินทรีย์บนแคร่ สวนผักดาดฟ้า สวนเกษตรในเมือง ปลูกผักแนวตั้งปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ ตลอดจนการจัดการขยะอย่างถูกวิธี พร้อมกิจกรรม Workshop อบรม และสาธิตเทคนิคต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทั้งงาน    

นอกจากนี้ ยังมีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการดินและน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยนักวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ   สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมบรรยายพิเศษ ภายในงานครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ดินโฉมใหม่” ที่พัฒนาเข้าสู่การเรียนรู้ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ด้วยสื่อมัลติมีเดีย อินเทอร์แอ็กทีฟ และการนำเสนอข้อมูลแบบทันสมัย ที่ช่วยให้ทุกคนเข้าใจระบบดิน ลักษณะดินของประเทศไทย การจัดการดินเพื่อการเกษตร และประวัติศาสตร์ด้านการพัฒนาที่ดินได้อย่างสนุกสนานและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดตลอดช่วงการจัดงาน งานนี้ยังเป็นเวทีที่ภาคีเครือข่ายด้านดินมารวมพลังนำเสนอผลงาน งานวิจัย นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ สำหรับประชาชน นักเรียน นักศึกษา และหมอดินอาสาเช่น แข่งขันหมอดินตรวจวิเคราะห์ดิน และกิจกรรม D.I.Y งานศิลป์จากดินและวัสดุธรรมชาติที่สามารถนำกลับบ้านได้ ภายในงานยังมีโซน จำหน่าย ผัก ผลไม้ตามฤดูกาล อาหาร/อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ผลผลิต สินค้าและผลิตภัณฑ์การเกษตร จากทั่วทุกภูมิภาค รวมถึงฟู้ดทรัคหลากหลายร้าน เดินทางสะดวก โดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเสนานิคม นอกจากนี้ ในส่วนภูมิภาค สำนักงานพัฒนาที่ดินทุกจังหวัดทั่วประเทศ จะจัดงานวันดินโลกตลอดเดือนธันวาคมเช่นกัน ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานวันดินโลก ปี 2568 ร่วมเรียนรู้ พัฒนา และรักษาดินไปด้วยกัน เพื่ออนาคตเมืองที่ยั่งยืนและอนุรักษ์ทรัพยากรดินให้คงอยู่อย่างยาวนาน