นายกฯ ย้ำไทยวางตัวเป็นกลาง เหตุสู้รบตะวันออกกลาง สั่ง 6 กระทรวงเตรียมแผนช่วยคนไทย

นายกฯ ย้ำไทยวางตัวเป็นกลาง เหตุสู้รบตะวันออกกลาง สั่ง 6 กระทรวงเตรียมแผนช่วยคนไทย

นายกฯ ย้ำไทยวางตัวเป็นกลาง เหตุสู้รบตะวันออกกลาง สั่ง 6 กระทรวงเตรียมแผนช่วยคนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.03 น.

นายกฯ ย้ำไทยวางตัวเป็นกลางสถานการณ์ตะวันออกกลาง วิงวอนทุกฝ่ายใช้เจรจาทางการทูตยุติความขัดแย้ง พร้อมสั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการอุ้มประชาชน ลดผลกระทบเศรษฐกิจ-ภัยความมั่นคง ประกาศกร้าว! ไทย-กัมพูชา ไม่มีเจรจา-เปิดด่านทั้งสิ้น

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 1 มี.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง  ว่า จับตาสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง เตรียมความพร้อมในการให้การช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ในประเทศที่มีปัญหา โดยพรุ่งนี้ (2 มี.ค. 69) จะมีการเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกต่างๆให้เร็วที่สุด ไม่ต้องกังวลในเรื่องการอพยพทุกคน กองทัพอากาศโดยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผอ.ทอ.) ท่านรายงานตนตลอดเวลาถึงความพร้อม ตอนนี้อยู่ที่ว่าเราจะต้องเร่งประสานงานให้ได้จำนวนคนไทยให้ครบหรือมากที่สุดก่อน แล้วต้องประสานงานให้ไปรับเขาในจุดที่ปลอดภัย ซึ่งมีการร่วมงานกันกับกระทรวงต่างประเทศด้วย รัฐบาลด้วยรวมทั้งกองทัพร่วมมือกันอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าประเทศไทยควรวางตัวแบบไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็ต้องวางตัวให้เป็นกลางให้มากที่สุด แต่ต้องมีความห่วงใยในสถานการณ์ เพราะเรามีพี่น้องของเราอยู่ในประเทศนั้นด้วย 

“เราก็วิงวอนของทุกฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องการเจรจาทางการทูต การพูดคุยการสร้างความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เราต้องการให้โลกของเราเกิดสันติภาพให้เร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามถึงผลกระทบในมิติเศรษฐกิจ  นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าโดนผลกระทบแน่นอน แต่เราต้องมีมาตรการในการทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ตรงไหนที่สามารถช่วยเหลือ ประคับประคอง ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน รวมทั้งราคาพลังงานต่างๆ ตนได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หามาตรการเหล่านี้มารองรับ กองทุนน้ำมันต้องนำมาตรการมาใช้เพื่อให้เกิดผลต่อประชาชนคนไทยให้ได้มากที่สุด

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปะทะตอนนี้ยังไม่มีอะไร ซึ่งตนจะแวะไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บเหยียบกับระเบิดที่จังหวัดสุรินทร์ ไปให้กำลังใจ เพราะวันนี้เราก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งจะได้เห็นสภาพบริเวณชายแดน ความเป็นไปต่างๆ แต่ในภาพรวมตอนนี้อยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ แต่มาตรการทั้งหลายก็ยังเหมือนเดิม เรายังไม่มีแนวคิดที่จะเปิดด่าน เรายังไม่มีแนวคิดที่จะทำการใดๆ เรื่องการเจรจา

อภิสิทธิ์ โพสต์หนุนท่าที นายกฯ ต่อเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยึดความปลอดภัยคนไทย เตรียมรับมือศก.

อภิสิทธิ์ โพสต์หนุนท่าที นายกฯ ต่อเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยึดความปลอดภัยคนไทย เตรียมรับมือศก.

อภิสิทธิ์ โพสต์หนุนท่าที นายกฯ ต่อเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยึดความปลอดภัยคนไทย เตรียมรับมือศก.

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.25 น.

อภิสิทธิ์ โพสต์หนุนท่าที นายกฯ ต่อเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยึดความปลอดภัยคนไทย เตรียมรับมือทางเศรษฐกิจ หวังอาเซียนผนึกกำลัง ป้องกันไม่ให้ถูกลากเข้าสู่ความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระบุว่า “สนับสนุนท่าทีของนายกฯ อนุทิน ต่อกรณีสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนไทย การเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ และการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น เพื่อมิให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายออกไป

อยากเห็นการผนึกกำลังกันในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะช่วยกันป้องกันมิให้ประเทศสมาชิกถูกกดดัน หรือลากเข้าไปสู่ความขัดแย้ง”

เงียบเหงา! สรุปยอดเปิดรับรายงานตัวสส. 4 วัน รวม 101 คน จาก7พรรคการเมือง คงเหลือ295คน

เงียบเหงา! สรุปยอดเปิดรับรายงานตัวสส. 4 วัน รวม 101 คน จาก7พรรคการเมือง คงเหลือ295คน

เงียบเหงา! สรุปยอดเปิดรับรายงานตัวสส. 4 วัน รวม 101 คน จาก7พรรคการเมือง คงเหลือ295คน

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.10 น.

เงียบเหงา! สรุปยอดสภาฯ เปิดรับรายงานตัวสส. 4 วัน รวม 101 คน จาก ’7พรรคการเมือง‘ คงเหลือ295คน

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดรับรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผูัแทนราษฎร ในวันนี้(1มี.ค.) ซึ่งเปิดให้รายงานตัวเป็นวันที่4 ยังคงเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากเป็นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.30 น. มีสส.เข้ารายงานตัวจนถึงเวลา 16.30 น. เพียง 4 คน

ประกอบด้วย นายสยาม เพ็งทอง สส.บึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย นายสุริยา แป้นสุจา สส.บึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย นายวิโรจน์ สาระวงศ์ สส.บึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย และนายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ สส.หนองคาย พรรคภูมิใจไทย ตลอดทั้ง 4 วัน มี สส.มารายงานตัวแล้ว 101 คน จาก7พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคโอกาสใหม่ ยังเหลืออีก 295 คน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรองสส.แบบแบ่งเขต 396 คน 

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยังคงเปิดรับรายงานตัว สส. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 16.30 น. ที่บริเวณห้องโถงชั้น B1 อาคารรัฐสภา

อนุทิน โชว์ขี่รถแข่ง ควง เนวิน เปิดงานMoto GP 2026 ก่อนมอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขัน

อนุทิน โชว์ขี่รถแข่ง ควง เนวิน เปิดงานMoto GP 2026 ก่อนมอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขัน

อนุทิน โชว์ขี่รถแข่ง ควง เนวิน เปิดงานMoto GP 2026 ก่อนมอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขัน

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.27 น.

อนุทิน โชว์ขี่รถแข่ง ควง เนวิน เปิดงานMoto GP 2026 ก่อนมอบรางวัลผู้ชนะการแข่งขัน รุ่น Moto GP จัดเต็มพิธีเปิดยิ่งใหญ่ ออเครสตา เซาะกราวบุรีรัมย์ เล่นเพลงชาติไทยกระหึ่มสนาม 

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะเดินทางมาถึงสนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้เข้าเยี่ยมชมบูธของยามาฮ่าที่มีผู้บริหารของยามาฮ่าให้การต้อนรับและพาเดินชมบูธ โดยช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ทดลองนั่งรถแข่ง ก่อนจะเดินต่อไปเยี่ยมชมบูธฮอตที่ตั้งอยู่ติดกัน ซึ่งมีนักแข่งมอเตอไซต์ชาวไทย คือ นายสมเกียรติ จันทรา สังกัดทีม LCR HONDA  อยู่ 

จากนั้นได้เดินต่อไปเยี่ยมชมที่บูธดูคาติ พึที และช้าง เสร็จแล้วนายกฯ พร้อมคณะได้นั่งรถกอล์ฟมายังห้องรับรอง ก่อนที่เวลา 12.50 น. นายกฯ และคณะจะเดินมารับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหาร โดยมีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาร่วมโต๊ะอาหารด้วย 

เวลา 14.45 น. นายกฯ ได้เดินทางจากห้องรับรองลงไปเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโตจีพี ประจำปึ 2569 “PT Grand Prix Thailand 2026” สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีนายเนวินเดินอยู่ข้างๆ กัน โดยพิธีเปิดครั้งนี้ มีการแสดงหนังใหญ่ และวงเซาะกราวซิมโฟนีออร์เคสตราบรรเลงเพลงชาติไทย โดยมีนายเนวินยืนร่วมในพิธีเปิดด้วย จากนั้นนายกฯ และภริยาได้กลับขึ้นมาบนอัฒจันทร์เพื่อร่วมชมการแข่งขันโมโตจีพี ก่อนที่เวลา 16.00 น. นายกฯ จะเป็นประธานมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศรุ่น Moto GP แก่นาย Marco Bezzecchi

หัวหน้าทีมศก.พรรครักชาติ เผยศึกตะวันออกกลาง ลุกลามทุนใหญ่หนีตาย ทองคำอาจไปต่อ 80,000

หัวหน้าทีมศก.พรรครักชาติ เผยศึกตะวันออกกลาง ลุกลามทุนใหญ่หนีตาย ทองคำอาจไปต่อ 80,000

หัวหน้าทีมศก.พรรครักชาติ เผยศึกตะวันออกกลาง ลุกลามทุนใหญ่หนีตาย ทองคำอาจไปต่อ 80,000

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.57 น.

หัวหน้าทีมนโยบายศก. พรรครักชาติ เผยศึกตะวันออกกลาง ลุกลามทุนใหญ่หนีตาย ทองคำอาจไปต่อ 80,000 

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 จากกรณีความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นระหว่าง “สหรัฐอเมริกา-อิสราเอล” และ “อิหร่าน” ซึ่งส่อเค้าบานปลายกลายเป็นวิกฤตระดับภูมิภาคที่ยืดเยื้อ 

นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ  ระบุว่า สัญญาณอันตรายถูกจุดขึ้นเมื่ออิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่านในหลายจุดสำคัญ พร้อมคำกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ว่าสามารถปลิดชีพผู้นำระดับสูงของอิหร่านได้ แม้หลายคนจะมองว่าอิหร่านมีปัญหาภายใน แต่ความจริงคือขั้วอำนาจอนุรักษ์นิยมยังมีฐานเสียงสนับสนุนที่เหนียวแน่น สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ หากเป้าหมายการตอบโต้พุ่งไปที่ฐานที่ตั้งทางทหารในภูมิภาค  นั่นหมายถึงการดึงเอากองกำลังสหรัฐฯ ที่กระจายตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาร่วมวงด้วยทันที นี่คือโดมิโน่เอฟเฟกต์ที่จะลุกลามใหญ่โต และรับประกันได้เลยว่า “นี่ไม่ใช่ศึกเล็ก ๆ แน่นอน

“สถานการณ์ล่าสุดสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่น่าเป็นห่วงแน่นอน เราจะเห็นการโจมตีของทางอิสราเอลไปที่อิหร่านนะครับ ในหลาย ๆ จุดหลาย ๆ เมือง แล้วก็อ้างว่ามีการสังหารชีวิตผู้นำในระดับสูงของอิหร่านได้ นี่คือสหรัฐอเมริกาออกมาให้ข่าว
​แต่ทางอิหร่านเอง ถ้าเราดูเป้าหมายในการโจมตี ถ้าเราดูสิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย เค้าก็จะมุ่งเป้าหมายไปที่จุดที่เป็นที่อยู่ของทหาร ซึ่งถ้าเราดูในแผนที่ ปรากฏว่าในบริเวณแถบ ๆ อิหร่าน หลายประเทศมีกองกำลังสหรัฐอเมริกาอยู่ แปลว่าสงครามคราวนี้มันจะไม่ใช่แค่สหรัฐฯ ไม่ใช่แค่อิสราเอล ไม่ใช่แค่อิหร่านล่ะครับ มันจะลามไปถึงประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในละแวกนั้นด้วย ซึ่งฟันธงได้เลยนะครับ จะไม่ใช่เป็นเรื่องเล็ก ๆ เหมือนเวเนซุเอลา” นายเอกพิทยา กล่าว

ทั้งนี้ หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ  ยังกล่าวถึงราคาทองคำโลก (Spot Gold) ที่พุ่งทะยานตอบรับวิกฤต ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 5,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งในทางเทคนิคถือเป็นสัญญาณ “ซื้อ” ที่ชัดเจนทะลุปรอท! เราอาจได้เห็นตัวเลข 5,500 – 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งนั่นหมายถึงการทำสถิติ All Time High ใหม่ และจะส่งแรงกระแทกมาถึงประเทศไทยอย่างจัง!

“ถ้าสูงกว่า 5,500 ถึง 5,600 แปลว่า All Time High ซึ่งก็หมายถึงว่า ราคาทองคำในไทย น่าจะไปที่เพดาน 80,000 ต่อ 1 บาท อีกครั้งหนึ่ง ​ล่าสุดสมาคมค้าทองคำประกาศไม่ให้มีการซื้อขายทองคำแท่งแล้ว เพราะว่ากลัวตลาดจะผันผวน ต้องติดตามเช้าวันจันทร์เมื่อตลาดทองคำที่มีการซื้อขายจริงๆ ที่เกิดขึ้น และค่อยมีการเปิด เพราะฉะนั้น 80,000 ต่อ 1 บาท มีโอกาสเห็นอีก 1 ครั้ง คำถามหลายคนบอกว่า ซื้อไปเลย แล้วมันจะขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่แน่ เพราะเวลาสงครามยุติ ทุกอย่างมันก็ตรงข้าม เราเคยมีบทเรียนจากครั้งก่อนๆ มาแล้ว เพราะฉะนั้น เอา 80,000 เป็นหลัก ถ้าเกินกว่านั้น อาจจะถือว่าแพง” หัวหน้าทีมนโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ กล่าว

นอกจากนี้ นายเอกพิทยา ยังเผยถึงสถานการณ์ตลาดหุ้นไทย (SET) ที่ก่อนหน้านี้แนวโน้มสดใส วิ่งขึ้นมาเกือบ 500 จุดนับจากไตรมาส 3 ปีที่แล้ว ดันค่า P/E พุ่งไปถึง 17 เท่า งานนี้เตรียมตัวเผชิญ “แรงขายทำกำไร” (Profit Taking) อย่างหนักหน่วง!

“อาจจะมีแรง Profit Taking แน่นอน พอเกิดภาวะความตึงเครียดทางด้านสงคราม หุ้นที่เกี่ยวกับพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเครือ ปตท. โรงกลั่น ไทยออยล์ และอีกหลายตัว อาจจะมีผลกระทบในด้านบวก แต่ในภาพรวมครับ จะมีผลกระทบอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคที่ต่างประเทศ มีการปรับตัวลงเยอะมา 2 วัน Nvidia ลงเยอะมา 2 วันแล้ว วันละ 5% และตอนนั้นยังไม่ทราบข่าวเรื่องสงครามด้วย เพราะฉะนั้น Delta น่าจะลง พลังงานน่าจะขึ้น แต่ตลาดรวมน่าจะลง และอาจจะแรงในระดับหนึ่งเพราะหุ้นขึ้นมาแรงครับ เพราะฉะนั้น คนลงทุนทองคำ คนลงทุนหุ้น ต้องสังเกตให้ดี ตนแค่ส่งสัญญาณว่า เที่ยวนี้ สหรัฐอเมริกา อิหร่าน จะไม่ใช่เหมือนเวเนซุเอลา” นายเอกพิทยา กล่าว

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ หลวงปู่ศิลา – หลวงปู่เวิน

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ หลวงปู่ศิลา - หลวงปู่เวิน

โปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ หลวงปู่ศิลา – หลวงปู่เวิน

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ จำนวน 2 รูป ดังนี้

1.พระราชวัชรธรรมโสภณ หรือ “หลวงปู่ศิลา” เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็น พระเทพวัชรธรรมโสภณ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูวินัยธร 1 พระครูสังฆรักษ์ 1พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

2 พระครูโสภณวินัยวัฒน์ หรือ “หลวงปู่เวิน” เจ้าอาวาสวัดบูรพาโคกเครือ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็น พระราชวัชราจารโสภณ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2569 ประกาศ ณ วันที่ 2 มี.ค. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

เดินหน้าโครงการ ‘Innovator Journey’ ปี 2 ปูทางการฝึกปฏิบัติงานจริง

เดินหน้าโครงการ ‘Innovator Journey’ ปี 2 ปูทางการฝึกปฏิบัติงานจริง

เดินหน้าโครงการ ‘Innovator Journey’ ปี 2 ปูทางการฝึกปฏิบัติงานจริง

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ 9 เครือข่ายหลักสูตรการเรียนการสอนในลักษณะร่วมผลิตระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการ (Cooperative and Work Integrated Education; CWIE) เดินหน้าพัฒนาความสามารถด้านนวัตกรรมและระบบบริหารจัดการในกลุ่มเครือข่ายพัฒนาเยาวชนต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ในการสร้างนวัตกรรมและแนวคิดสีเขียวผ่านหลักสูตร STEAM4INNOVATOR” 4 ขั้นตอน และประยุกต์ใช้องค์ความรู้ผ่านการฝึกงานกับสถานประกอบการ ฟอร์มทีมเสมือนเป็น Innovation Unit เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ธุรกิจสีเขียว ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานระหว่าง เยาวชน สถาบันการศึกษาและสถานประกอบการ

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า ที่ผ่านมา NIA ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมทักษะและแนวคิดแบบนวัตกร ผ่านหลักสูตร STEAM4INNOVATOR อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.เยาวชนสามารถต่อยอดสู่โอกาสการจ้างงานหลังจากจบโครงการ 2.โครงการหรือนวัตกรรมที่เยาวชนพัฒนาจากโจทย์จริงสามารถนำไปใช้งานและต่อยอดได้ในบริษัทหรือองค์กร และ 3. การปลูกฝังแนวความคิดด้านธุรกิจและนวัตกรรมในระยะยาว ที่จะผลักดันให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมได้ในอนาคต

โครงการ Innovator Journey จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อร่วมกันสร้าง Innovation Workforce ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยใช้หลักสูตรกระบวนการสร้างนวัตกรรม STEAM4INNOVATOR เสริมด้วยแนวคิดธุรกิจสีเขียว สำหรับพัฒนาองค์ความรู้และทักษะเบื้องต้นของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการให้พร้อมต่อการฝึกปฏิบัติงานจริงเสมือนเป็น Innovation Unit ในองค์กรเพื่อแก้โจทย์ด้านธุรกิจสีเขียวในสถานประกอบการ ซึ่งเป็นเทรนด์ธุรกิจที่น่าจับตา โดยคาดหวังที่จะเห็นโครงการของเยาวชนที่ทำร่วมกับผู้ประกอบการถูกนำไปใช้จริง เยาวชนถูกรับเข้าทำงาน หรือมีแรงบันดาลใจในการประกอบธุรกิจนวัตกรรมในอนาคต ซึ่งในปีที่ผ่านมามีหลายผลงานถูกนำไปใช้จริงในองค์กร เช่น Interactive Website เครื่องดักจับฝุ่น PM2.5 รูปแบบการสื่อสารเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการเงินสีเขียว หรือเครื่องย่อยเศษอาหารภายในโรงงานให้เป็นปุ๋ยเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ต่อ และมีนักศึกษาได้เข้าทำงานในสถานประกอบการที่ตนเองฝึกงานด้วย

สำหรับความพิเศษของโครงการ Innovator Journey ในปีนี้ นอกจากการทำงานร่วมกับเครือข่าย CWIE ศูนย์หลักของแต่ละภูมิภาคทั้ง 9 แห่งแล้ว ได้มีแนวทางกระจายความร่วมมือ และเผยแพร่โครงการไปยังสถาบันการศึกษาที่อยู่ภายใต้เครือข่ายหลักของแต่ละภาคทั่วประเทศอีกด้วย โดยระยะเวลาโครงการจะถูกแบ่งเป็น 4 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงที่ 1 Open Stage เปิดรับสมัครเยาวชนและผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ (ตั้งแต่วันนี้ – 13 มีนาคม 2569) ช่วงที่ 2Knowledge Stage เยาวชนและสถานประกอบการที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมอบรมกระบวนการพัฒนานวัตกรรมผ่านหลักสูตรเข้มข้นเพื่อเตรียมความรู้และทักษะที่จำเป็นก่อนการทำงานจริง ช่วงที่ 3 Real-Experience Stage เยาวชนและบริษัทจะผ่านการจับคู่เพื่อร่วมฝึกประสบการณ์ภายใต้โจทย์การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ธุรกิจสีเขียว แต่ละทีมจะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในระหว่างการพัฒนาโครงการทั้งด้านการพัฒนาชิ้นงาน การพัฒนาแผนธุรกิจ การนำเสนอผลงาน การให้คำปรึกษา และการปรับปรุงผลงาน และยังได้เข้าร่วมรับฟังการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้ประกอบการที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว และช่วงที่ 4 Innovator Journey Showcase ของ 5 ผลงานต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดใช้ในองค์กรได้จริง ภายในงาน STEAM4INNOVATOR’s Day 9.9 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 9 กันยายน 2569 อย่างไรก็ตาม NIA มั่นใจว่ารูปแบบและเครือข่ายสนับสนุนของโครงการจะสามารถสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างเข้มแข็ง การทำงานร่วมกันเชิงเครือข่ายระหว่างเยาวชน สถาบันการศึกษาและสถานประกอบการจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวที่สามารถนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนได้จริง” ดร. กริชผกา กล่าวสรุป

สำหรับนิสิต นักศึกษา และสถานประกอบการ ที่สนใจร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อธุรกิจสีเขียว สามารถสมัครเข้ามาทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 13 มีนาคม  2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Innovator Journey

มก.คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘สถาบันต้นแบบด้านการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่’

มก.คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘สถาบันต้นแบบด้านการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่’

มก.คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘สถาบันต้นแบบด้านการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่’

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สร้างความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นให้กับวงวิชาการอุดมศึกษาไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศ ลำดับที่ 1 โล่รางวัล “สถาบันต้นแบบด้านการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่” ด้านนโยบายการผลิตบัณฑิตและระบบบริหารจัดการ ประเภทสถาบันอุดมศึกษา กลุ่มสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จากการประกวด รางวัลต้นแบบโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ฯ  ประจำปี พ.ศ.2568 จัดโดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกย่องสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทโดดเด่นในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง สำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine รองรับทิศทางการพัฒนาประเทศ ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังได้รับ รางวัลชนะเลิศประเภทหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง  ได้รับประกาศเกียรติคุณ “หลักสูตรต้นแบบบัณฑิตพันธุ์ใหม่” ในกลุ่มสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง หลักสูตรดังกล่าวนับว่าเป็นต้นแบบชุดวิชา Non-degree ต้นแบบด้านการเกษตรของประเทศ ความสำเร็จนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาประเทศ” ที่ใช้ศาสตร์ด้านการเกษตรเป็นฐาน เชื่อมโยงกับการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพและความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตามนโยบายการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ที่มหาวิทยาลัยได้วางรากฐานและขับเคลื่อนมาอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเป้าสำคัญคือการเปิดโอกาสให้การอุดมศึกษาไทยสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศและโลกได้อย่างแท้จริง มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์จะยังคงสานต่อและพัฒนานโยบายดังกล่าว โดยสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อร่วมกันสร้างกำลังคนคุณภาพที่พร้อมต่ออนาคต และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ

ด้าน ผศ.ดร.นรุณ วรามิตร คณบดีวิทยาลัยบูรณาการศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยีและองค์ความรู้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบการศึกษารูปแบบเดิมไม่สามารถตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนไปได้ทัน ขณะที่การศึกษาในหลักสูตรปกติใช้ระยะเวลานานถึง 4 ปี ทำให้เมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษา ความรู้หรือเทคโนโลยีบางส่วนอาจไม่สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมผู้ใช้บัณฑิต นอกจากนี้ โครงสร้างประชากรของประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ยังทำให้กำลังคนวัยแรงงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายที่ทำให้สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องปฏิรูประบบการเรียนการสอน เพื่อสร้างกำลังคนทุกช่วงวัยและทุกอาชีพให้มีสมรรถนะสูง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

“ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา วิทยาลัยบูรณาการศาสตร์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน พัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษาและหลักสูตรใหม่ในลักษณะบูรณาการข้ามศาสตร์ โดยยึดผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นตัวนำ มุ่งพัฒนาทักษะใหม่ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่นิสิตและบุคคลทั่วไป ทั้งในปัจจุบันและอนาคต” ผศ.ดร.นรุณ ระบุ

สำหรับรูปแบบการพัฒนาบัณฑิตพันธุ์ใหม่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครอบคลุมทั้งหลักสูตรระดับปริญญาในลักษณะ tailor-made ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการในการประกอบอาชีพของตนเอง และหลักสูตรระยะสั้นแบบ up-skill / re-skill (Non-degree Program) ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ให้กำลังคนสามารถเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันที

ภายหลังสำเร็จการศึกษาหลักสูตร Non-degree ผู้เรียนจะได้รับการรับรองสมรรถนะจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงการรับรองทักษะจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และยังสามารถสะสมหน่วยกิตไว้ในคลังหน่วยกิต เพื่อเทียบโอนประสบการณ์และต่อยอดสู่การศึกษาระดับปริญญาตรีในอนาคตได้ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการศึกษาสำคัญที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

1 มี.ค. 2569 15:54 น.

อิหร่านลั่นห้ามเรือรบสหรัฐฯ เข้าทะเลอ่าวเปอร์เซีย หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตี

เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านประกาศชัด “ไม่อนุญาตให้เรือรบสหรัฐฯ เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย” ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดหนัก

โมห์เซน เรซาอี อดีตผู้บัญชาการระดับสูงของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน และปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะไม่มีเรือรบของสหรัฐฯ ลำใดได้รับอนุญาตให้เข้าสู่อ่าวเปอร์เซียโดยเด็ดขาด 

โดยคำประกาศดังกล่าวเผยแพร่ผ่านโพสต์บนเทเลแกรมของ Fars News Agency ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือสหรัฐได้ระดมกำลังทางทะเลจำนวนมากในภูมิภาค โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกกำลังดังกล่าวว่าเป็นกองเรือรบขนาดใหญ่ ก่อนการโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในช่วงก่อนการโจมตี มีรายงานว่าเรือรบบางส่วนของสหรัฐประจำการอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่บางลำอยู่ในทะเลอาหรับ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่แน่นอนของกองเรือสหรัฐในวันอาทิตย์ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

ด้านหน่วยบัญชาการทหารสหรัฐภาคกลาง ได้เผยแพร่วิดีโอตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตี แสดงภาพเรือรบสหรัฐยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก เข้าใส่เป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงภาพเครื่องบินขับไล่ทะยานขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน

ท่าทีแข็งกร้าวของอิหร่านครั้งนี้ สะท้อนความเสี่ยงที่อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก อาจกลายเป็นจุดปะทะโดยตรงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและความมั่นคงทั่วโลก.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

1 มี.ค. 2569 15:46 น.

ผู้ประท้วงปากีฯ บุกสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี ปะทะตร.ดับ 6 ศพ ปมโกรธแค้นปฏิบัติการถล่มคาเมเนอี

ชาวปากีสถานบุกพื้นที่ทางเข้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ  ในนครการาจี เกิดการปะทะกับตำรวจ เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย ประท้วงปมสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านที่มีรายงานว่า คร่าชีวิตผู้นำสูงสุด “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” 

วันที่ 1 มีนาคม 2569 เกิดเหตุชุมนุมรุนแรงบริเวณด้านหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯในนครการาจี ประเทศปากีสถาน หลังมีข่าวสหรัฐฯ และ อิสราเอล โจมตีอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่า ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต

ผู้ประท้วงจำนวนมากรวมตัวกันด้านนอกสถานกงสุลก่อนจะบุกเข้าไปยังพื้นที่ทางเข้าอาคาร พร้อมตะโกนประณามการโจมตีและเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลในพื้นที่เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ จากการปะทะกับตำรวจ และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้กำลังควบคุมฝูงชนเพื่อสลายการชุมนุม

อย่างไรก็ตาม ทางการปากีสถานยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยรอบสถานกงสุลสหรัฐฯ ถูกยกระดับสูงสุด ท่ามกลางความกังวลว่า การประท้วงอาจขยายวงกว้างในหลายเมือง.