ทรัมป์ตกลงคุยกับผู้นำอิหร่านชุดใหม่ แต่ไม่บอกว่าเมื่อไร

ทรัมป์ตกลงคุยกับผู้นำอิหร่านชุดใหม่ แต่ไม่บอกว่าเมื่อไร

1 มี.ค. 2569 23:58 น.

ทรัมป์ตกลงคุยกับผู้นำอิหร่านชุดใหม่ แต่ไม่บอกว่าเมื่อไร

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า ผู้นำชุดใหม่ของอิหร่านต้องการพูดคุยกับรัฐบาลของเขา และเขาวางแผนจะทำเช่นนั้น แต่ไม่บอกว่าการสนทนาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อใด ท่ามกลางการสู้รบในตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารข่าว “ดิ แอตแลนติก” (The Atlantic) ว่า ผู้นำชุดใหม่ของอิหร่านต้องการพูดคุยกับรัฐบาลของเขา และเขาวางแผนที่จะทำเช่นนั้น ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังคงรุนแรง

“พวกเขาต้องการคุย และผมตกลงที่จะคุย ดังนั้นผมจะคุยกับพวกเขา” นายทรัมป์กล่าว แต่เมื่อ ดิ แอตแลนติก ถามว่า การสนทนาดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อใด นายทรัมป์กลับบอกว่า “ผมบอกเรื่องนั้นกับคุณไม่ได้”

นายทรัมป์ไม่เปิดเผยด้วยว่า รัฐบาลของเขากำลังติดต่อกับผู้นำอิหร่านคนใดเป็นพิเศษ และตั้งข้อสังเกตว่าผู้นำบางคนที่พวกเขาเคยพูดคุยด้วยในอดีตนั้นถูกสังหารไปแล้ว

“คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่อยู่แล้ว คนบางคนที่เราร่วมงานด้วยไม่อยู่แล้ว เพราะนั่นเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ — เป็นการโจมตีครั้งใหญ่” นายทรัมป์กล่าว “พวกเขาควรทำแบบนั้นเร็วกว่านี้ พวกเขาควรให้ในสิ่งที่ทำได้ง่ายและทำได้จริงเร็วกว่านี้ พวกเขารอนานเกินไป”

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ เพิ่งออกมาอ้างว่า การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลสังหารบุคคลระดับผู้นำของอิหร่านไปแล้วถึง 48 คน

ทั้งนี้ ฝ่ายอิหร่านยังไม่ออกมามีปฏิกิริยาใดๆ ต่อคำกล่าวอ้างของนายทรัมป์ แต่ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศโอมานออกแถลงการณ์ระบุว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน บอกกับรัฐมนตรีฝ่ายโอมานว่า เตหะรานเปิดกว้างสำหรับ “ความพยายามอย่างจริงจังในการลดความตึงเครียด”

กระทรวงการต่างประเทศโอมานระบุอีกว่า อารักชีกล่าวว่าการโจมตีร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็น “สาเหตุของการเพิ่มความตึงเครียดและความตื่นตระหนกในภูมิภาค”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , aljazeera

สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ

สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ

1 มี.ค. 2569 23:22 น.

สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ

สหรัฐฯ เผย เรือรบของอิหร่านที่ถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ กำลังจมลงสู่ก้นอ่าวโอมาน ขณะยอมรับว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 3 ศพ บาดเจ็บอีกหลายรายระหว่างปฏิบัติการโจมตี

เมื่อ 1 มี.ค. 2569 ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า เรือคอร์เวต ชั้นจามารัน (Jamaran-class) ของอิหร่าน ซึ่งถูกกองทัพสหรัฐฯ โจมตีในช่วงเริ่มต้นของปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กำลังจมลงสู่ก้นอ่าวโอมานที่ท่าเรือชาบาฮาร์ ทางตอนใต้ของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯ ยอมรับด้วยว่า มีทหารอเมริกัน 3 นายเสียชีวิตระหว่างร่วมในปฏิบัติการ “อีปิค ฟิวรี” (Operation Epic Fury) เพื่อต่อต้านอิหร่าน และอีก 5 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส

นอกจากนั้น มีทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิดและอาการกระทบกระเทือนทางสมอง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการเพื่อกลับไปปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง CENTCOM ย้ำด้วยว่า ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ยังคงดำเนินต่อไป และความพยายามในการตอบโต้ของเรายังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ

“สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ครอบครัวของเหล่าทหาร เราจะยังคงไม่เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงอัตลักษณ์ของทหารผู้กล้าที่เสียชีวิตของเรา จนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมงหลังจากที่ได้แจ้งญาติสนิทแล้ว” แถลงการณ์ระบุเสริม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด

1 มี.ค. 2569 22:57 น.

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด

รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านยืนยันว่า ไม่มีความคิดที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกในขณะนี้ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังคงดุเดือด

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว อัลจาซีรา ว่า ในขณะนี้ประเทศของเขาไม่มีความประสงค์ที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และไม่มีแผนการที่จะกระทำการใดๆ ที่จะเป็นการ “ขัดขวางการเดินเรือในช่องแคบดังกล่าวในระยะนี้”

คำพูดของนายอารักชีเกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลกับสหรัฐฯ กำลังโจมตีเข้าใส่อิหร่านอย่างดุเดือด ในขณะที่เตหะรานก็ยิงมิสไซล์และโดรนเข้าใส่ประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ เพื่อเป็นการตอบโต้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่านายอารักชีจะมีการยืนยันดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่จากภารกิจกองทัพเรือของสหภาพยุโรป (Aspides) ระบุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เรือต่าง ๆ ได้รับการส่งสัญญาณผ่านคลื่นวิทยุ VHF จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน โดยระบุว่า “ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก ซึ่งเชื่อมโยงผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้ากับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ

เจ้าหน้าที่ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ กล่าวว่า ทางการอิหร่านยังไม่ได้ยืนยันคำสั่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่เตหะรานเคยขู่ว่าจะปิดกั้นเส้นทางเดินเรือที่แคบนี้มานานหลายปี เพื่อเป็นการตอบโต้หากมีการโจมตีสาธารณรัฐอิสลาม ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera , reuters

อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มะกันบอก “ไม่เฉียดเลย”

อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มะกันบอก "ไม่เฉียดเลย"

1 มี.ค. 2569 21:52 น.

อิหร่านยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ มะกันบอก “ไม่เฉียดเลย”

กองทัพอิหร่านออกแถลงการณ์อ้างว่า พวกเขายิงขีปนาวุธเข้าโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ของสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ ยืนยันว่า มิสไซล์ของอิหร่านไม่ได้เฉียดใกล้เรือเลย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 2569 กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขายิงขีปนาวุธ 4 ลูกโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” ของสหรัฐฯ ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งมายังตะวันออกกลางเพื่อกดดันอิหร่าน

แต่ต่อมา ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงการณ์ว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ไม่ได้ถูกขีปนาวุธของอิหร่านโจมตีตามที่มีการกล่าวอ้าง

“ขีปนาวุธที่ถูกยิงออกมานั้นไม่ได้เฉียดใกล้เป้าหมายเลยแม้แต่น้อย” CENTCOM ระบุ พร้อมเสริมว่าเรืออับราฮัม ลินคอล์น ยังคงเดินหน้าปล่อยเครื่องบินขับไล่เพื่อสนับสนุน “ภารกิจอันไม่ลดละในการปกป้องชาวอเมริกัน ด้วยการกำจัดภัยคุกคามจากระบอบการปกครองของอิหร่าน”

ทั้งนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วอชิงตันกับเตหะรานกำลังเดินหน้าเจรจาเพื่อหาทางยุติข้อพิพาทเรื่องโครงการนิวเคลียร์

โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันอิหร่านให้ยอมทำข้อตกลง ด้วยการเสริมกำลังทางทหารอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ใกล้กับอิหร่านและในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรอบ รวมถึงการส่งเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ไปยังภูมิภาคดังกล่าว

นอกจากนั้น ยังมีการส่ง เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น พร้อมด้วยเรือพิฆาตกับเรือรบประเภทต่างๆ และฝูงเครื่องบินขับไล่เข้าไปสมทบอีกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คูเวตดับ 1 ศพ เจ็บอื้อ หลังอิหร่านรัวมิสไซล์-โดรนถล่ม

คูเวตดับ 1 ศพ เจ็บอื้อ หลังอิหร่านรัวมิสไซล์-โดรนถล่ม

1 มี.ค. 2569 21:25 น.

คูเวตดับ 1 ศพ เจ็บอื้อ หลังอิหร่านรัวมิสไซล์-โดรนถล่ม

ทางการคูเวตเผย อิหร่านยิงมิสไซล์เข้าใส่ประเทศของพวกเขากว่า 100 ลูก และมีโดรนอีกมากกว่า 280 ลำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

เมื่อ 1 มี.ค. 2569 กระทรวงสาธารณสุขของคูเวตเปิดเผยว่า การโจมตีของอิหร่านที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บาดเจ็บอีก 32 ราย โดยผู้บาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด

ดร.อับดุลเลาะห์ อัล-ซานาด โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลในบริเวณต่างๆ เช่น หน้าอก ศีรษะ และช่องท้อง รวมถึงส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยมี 15 รายในจำนวนนี้ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจาเบอร์ อัล-อาหมัด

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของคูเวตระบุว่า กองทัพอากาศสามารถสกัดกั้นและทำลายขีปนาวุธของอิหร่านได้ 97 ลูก และทำลายโดรนอีก 283 ลำ นับตั้งแต่อิหร่านเริ่มเปิดฉากโจมตี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

1 มี.ค. 2569 21:03 น.

อิหร่านจัดตั้ง “สภาผู้นำ” บริหารประเทศ หลังคาเมเนอีถูกสังหาร

(อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี)

อิหร่านจัดตั้ง สภาผู้นำบริหารประเทศชั่วคราว หลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตในการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 มี.ค. 2569 ว่า รัฐบาลอิหร่านประกาศจัดตั้ง “สภาผู้นำ” เพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศชั่วคราว หลัง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของพวกเขา ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของอิหร่านระบุว่า หากผู้นำสูงสุดไม่ได้อยู่ในอำนาจอีกต่อไป ให้จัดตั้งสภาผู้นำชั่วคราวซึ่งประกอบด้วย ประธานาธิบดี, หัวหน้าฝ่ายตุลาการ และ นักบวชระดับสูง จาก “สภาอารักษ์” (Guardian Council) เพื่อรับผิดชอบหน้าที่แทน จนกว่าสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) จำนวน 88 คน จะเลือกผู้นำคนใหม่

สภาผู้นำชุดนี้ประกอบด้วย อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี รองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ, มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และ โกลัม-ฮอสเซน โมห์เซนี-เอเจอี หัวหน้าฝ่ายตุลาการ

ทั้งนี้ อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี เป็นนักบวชผู้ทรงอิทธิพลที่มีผลงานในหน่วยงานรัฐบาลมาอย่างยาวนาน และยังเป็นคนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจจากคาเมเนอี ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ และเป็นสมาชิกของสภาอารักษ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งและพิจารณากฎหมายที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

1 มี.ค. 2569 18:09 น.

สื่ออิสราเอลอ้าง สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านถึง 30 ราย ในครึ่งนาทีแรกของการโจมตี

สื่ออิสราเอลรายงานว่า กองทัพอากาศอิสราเอลสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรวม 30 ราย รวมถึงผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ภายในครึ่งนาทีแรกของการโจมตีระลอกแรกที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

สถานีโทรทัศน์ Channel 12 ของอิสราเอล ระบุว่า การสังหารผู็นำสุงสุดของอิหร่านเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงครึ่งนาที ในปฏิบัติการเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ขณะที่เว็บไซต์ N12 รายงานว่า ฝ่ายการเมืองและความมั่นคงของอิสราเอลย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้น และอาจดำเนินต่อเนื่องอีกหลายวัน

สื่ออิสราเอลหลายแห่งยังเน้นย้ำถึงการวางแผนอย่างละเอียด และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกองทัพอิสราเอลกับสหรัฐฯ รวมถึงความแม่นยำด้านข่าวกรองที่ใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง โยอาฟ ลีมอร์ จากหนังสือพิมพ์ อิสราเอล ฮายอม เตือนว่า อาจเกิดความเห็นต่างระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลในระยะต่อไป โดยชี้ว่าอิสราเอลพร้อมทำสงครามยืดเยื้อเป็นสัปดาห์หรืออาจนานกว่านั้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะมีความอดทนในระดับเดียวกันหรือไม่

ด้านนักข่าวอาวุโส นาฮุม บาร์เนีย จาก Yedioth Ahronoth ให้ความเห็นว่า สำหรับสหรัฐฯ นี่อาจเป็นสงครามที่เลือกได้ แต่สำหรับอิสราเอลนี่คือ สงครามที่จำเป็น เพราะถึงแม้ทรัมป์จะแสดงการสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่ในขณะนี้ แต่ก็มีคำเตือนว่า กระแสความคิดเห็นของประชาชนสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากสงครามยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

อิหร่านเริ่ม “กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ” วันอาทิตย์นี้ หาผู้สืบทอดคาเมเนอีผู้ล่วงลับ

อิหร่านเริ่ม "กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ" วันอาทิตย์นี้ หาผู้สืบทอดคาเมเนอีผู้ล่วงลับ

1 มี.ค. 2569 16:25 น.

อิหร่านเริ่ม “กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ” วันอาทิตย์นี้ หาผู้สืบทอดคาเมเนอีผู้ล่วงลับ

หัวหน้าสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่านให้สัมภาษณ์สื่อของรัฐ ระบุกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจหลังการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ ตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน

อาลี ลาริจานี หัวหน้าสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน ระบุกับสื่อของรัฐในระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางทีวีว่า ในขั้นต้นจะมีการจัดตั้ง คณะผู้นำชั่วคราว ขึ้นมาบริหารราชการแทน โดยบุคคลระดับสูงของประเทศ เช่น ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน อิหร่าน หัวหน้าศาลยุติธรรม และตัวแทนจากสภาผู้พิทักษ์ จะเข้ารับหน้าที่ดูแลบริหารไปก่อนจนกว่าจะมีการเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ 

ในขณะเดียวกัน ลาริจานียังเตือนถึง ความพยายามในการแบ่งแยกประเทศ หลังเหตุการณ์คาเมเนอีเสียชีวิต โดยเน้นย้ำว่าช่วงเวลานี้อิหร่านต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว และไม่ยอมให้มือภายนอกมารังแกหรือสร้างความแตกแยกภายในประเทศ 

คำประกาศของลาริจานีมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระดับภูมิภาค หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่ทำให้คาเมเนอีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนเสียชีวิต ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อทั้งการเมืองภายในอิหร่านและเสถียรภาพความมั่นคงในตะวันออกกลางโดยรวม.

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

‘สุชาติ’ สั่งการด่วน! ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

‘สุชาติ’ สั่งการด่วน! ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

‘สุชาติ’ สั่งการด่วน! ระดมกำลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตภัยแล้ง พร้อมส่งกำลังใจแนวหน้าไฟป่า

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงฤดูร้อน สั่งการด่วนให้ กรมทรัพยากรน้ำ เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ควบคู่การสนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่า ซึ่งมีความเสี่ยงสูงจากสภาพอากาศแห้งแล้งและปัญหา PM 2.5

นายธีระชุณ บุณสิทธ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่(สทน.) 1, 2 และ 4 ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร

สทน. 1 สนับสนุนน้ำสะอาดช่วยเหลือประชาชนบ้านหัวทุ่ง หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จำนวน 70 ครัวเรือน รวม 250 คน บรรเทาความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที พร้อมมอบน้ำดื่ม 500 ขวด ผ่านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลำปาง เพื่อส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่แนวหน้าดับไฟป่า

สทน. 2 โดยส่วนเครื่องกล จังหวัดนครสวรรค์ ลงพื้นที่ควบคุมการเดินเครื่องสูบน้ำในตำบลวังใหญ่ อำเภอท่าตะโก และตำบลไผ่สิงห์ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้ประชาชนหลายหมู่บ้าน พร้อมป้องกันความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงวิกฤต

ขณะที่ สทน.4 สนับสนุนรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 54 เที่ยว รวม 324,000 ลิตร เติมระบบประปาหมู่บ้านสีสวาด หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหมื่นถ่าน อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 16 นิ้ว สูบน้ำจากลำห้วยกุดจอกเข้าสู่บ่อหนองไผ่น้อย–หนองไผ่ใหญ่ เพื่อผลิตน้ำประปาในพื้นที่เทศบาลตำบลโพนทอง หมู่ที่ 1, 3 และ 9 อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ช่วยรองรับความต้องการใช้น้ำและรักษาพื้นที่เกษตรกรรมหลายร้อยไร่

รองนายกฯ นายสุชาติ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด บูรณาการทรัพยากร เครื่องจักร และกำลังภาคสนามอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจครัวเรือนและภาคการเกษตร พร้อมยืนยันว่า กรมทรัพยากรน้ำจะยืนหยัดทำหน้าที่ดูแล “น้ำต้นทุนของประเทศ” เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

-(016)

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ ‘ปลาคาร์ฟมงคล’ ขายดีสวนกระแส-รายได้พุ่ง

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ 'ปลาคาร์ฟมงคล' ขายดีสวนกระแส-รายได้พุ่ง

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ ‘ปลาคาร์ฟมงคล’ ขายดีสวนกระแส-รายได้พุ่ง

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.45 น.

เปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็นเงิน! หนุ่มตรังเพาะ ‘ปลาคาร์ฟมงคล’ ขายดีสวนกระแส รายได้พุ่งเดือนละ 3 หมื่นบาท

วันที่ 2 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวของ นายวรวุฒิ นวลนิ่ม อายุ 31 ปี เกษตรกรหนุ่มในพื้นที่หมู่ 4 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง ที่ใช้ความพยายามและความรักในสัตว์เลี้ยง เปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่ารอบบ้านให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่มั่นคง ด้วยการเพาะเลี้ยงปลาคาร์ฟสวยงามและปลามงคลหลากสายพันธุ์

นายวรวุฒิ เปิดเผยว่า ตนเองเริ่มต้นจากการศึกษาวิธีการเพาะพันธุ์ปลาคาร์ฟผ่านช่องทางยูทูบและเดินสายดูงานตามแหล่งเพาะพันธุ์ต่างๆ ทั่วประเทศ จนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ยาวนานกว่า 5-6 ปี ปัจจุบันสามารถเปิดฟาร์ม ‘ตรังคาร์ฟ’ เป็นของตนเองได้สำเร็จ โดยมีปลาคาร์ฟหลากสีสัน เช่น สีขาว-แดง, สีเหลืองทอง, สีส้ม และปลา 3 สีในตัวเดียว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก

ตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน สีสันของปลาคาร์ฟถือเป็นสีแห่งโชคลาภและบารมี ลูกค้าส่วนใหญ่จึงมักซื้อไปเลี้ยงเป็นเลขมงคล เช่น 8 หรือ 9 ตัว เพื่อเสริมโหงวเฮ้งให้บ้านและที่ทำงานดีขึ้น นอกจากนี้การนั่งชมปลาคาร์ฟยังช่วยสร้างความเพลิดเพลินและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้เป็นอย่างดี

ที่ฟาร์มแห่งนี้มีราคาจำหน่ายตั้งแต่ ตัวละ 25 บาท ไปจนถึง 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับความสวยงามและอายุของปลา ทำให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม โดยสร้างรายได้เฉลี่ย 25,000 – 30,000 บาทต่อเดือน นอกจากปลาคาร์ฟแล้ว ยังมีปลาสวยงามอื่นๆ เช่น ปลาทองฮอลันดา ปลาบอลลูน และปลาหางนกยูง ไว้ให้ลูกค้าเลือกซื้อในราคาประหยัดอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเลือกตักปลาคาร์ฟด้วยตนเอง หรือซื้อไปเสริมฮวงจุ้ย สามารถติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ‘ตรังคาร์ฟ’ หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลข 084-2494287