เกิดอะไรขึ้น? ‘เบิร์ด ธงไชย’พูดไม่ชัด แฟนคลับวอนตรวจสุขภาพด่วน

เกิดอะไรขึ้น? 'เบิร์ด ธงไชย'พูดไม่ชัด แฟนคลับวอนตรวจสุขภาพด่วน

เกิดอะไรขึ้น? ‘เบิร์ด ธงไชย’พูดไม่ชัด แฟนคลับวอนตรวจสุขภาพด่วน

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.11 น.

20 มกราคม 2569 แฟนคลับจำนวนมากแสดงความเป็นห่วงต่อสุขภาพของ “เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์” หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ศิลปินระดับตำนานอัดคลิปขอบคุณแฟนคลับที่ส่งตุ๊กตาลาบูบู้มาให้เป็นของขวัญ โดยแม้บรรยากาศในคลิปจะดูสดใสเป็นกันเอง แต่ชาวเน็ตหลายคนสังเกตเห็นความผิดปกติในการพูดของพี่เบิร์ด ที่ฟังดูไม่ชัด คล้ายลิ้นแข็ง จนฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง

กระแสดังกล่าวทำให้โลกออนไลน์เต็มไปด้วยความห่วงใย แฟนคลับและชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น ขอให้ศิลปินดังเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เนื่องจากกังวลว่าอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบประสาทหรือเส้นเลือดในสมอง อีกทั้งบางส่วนยังระบุว่าเคยสังเกตเห็นลักษณะการพูดที่เปลี่ยนไปลักษณะนี้ตั้งแต่การแสดงคอนเสิร์ตครั้งล่าสุด

ต่อมา คลิปวิดีโอต้นฉบับดังกล่าวได้หายไปจากโลกออนไลน์ คาดว่าอาจถูกซ่อนหรือถอดออกหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความเป็นห่วงอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากพี่เบิร์ด ธงไชย หรือต้นสังกัดเกี่ยวกับประเด็นสุขภาพที่ถูกตั้งข้อสงสัย

ทั้งนี้ แฟนคลับยังคงติดตามและรอการอัปเดตความคืบหน้า พร้อมส่งกำลังใจให้ศิลปินขวัญใจมหาชน หากมีการชี้แจงหรือข้อมูลเพิ่มเติม ทางสื่อจะรายงานให้ทราบต่อไป

จิ๊ก เนาวรัตน์ โชว์หน้าใหม่ชัดๆ หลังทนพิษศัลยกรรมนาน 3 ปี

จิ๊ก เนาวรัตน์ โชว์หน้าใหม่ชัดๆ หลังทนพิษศัลยกรรมนาน 3 ปี

จิ๊ก เนาวรัตน์ โชว์หน้าใหม่ชัดๆ หลังทนพิษศัลยกรรมนาน 3 ปี

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.20 น.

20 มกราคม 2569 ทำเอาแฟนคลับหลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อนักแสดงรุ่นใหญ่ระดับตำนาน “จิ๊ก-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์” ออกมาเปิดใจถึงมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา หลังต้องเผชิญกับปัญหาใบหน้าที่ผิดปกติ จนสูญเสียความมั่นใจและต้องใช้ชีวิตด้วยการสวมหน้ากากมาโดยตลอด ก่อนที่วันนี้เธอจะกลับมายิ้มได้อีกครั้ง หลังตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดครั้งสำคัญ เปรียบเสมือน “ฟ้าหลังฝน” ที่สดใสกว่าที่เคย

จิ๊ก เนาวรัตน์ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สาเหตุของปัญหาใบหน้าเบี้ยวที่เกิดขึ้น มาจากการฉีดสารเติมเต็มในปริมาณที่มากเกินไป ส่งผลให้สารดังกล่าวไปกระทบกับเส้นประสาทบริเวณใบหน้า ทำให้ใบหน้าเกิดความไม่สมดุล ข้างหนึ่งหย่อนและถ่วงลงอย่างเห็นได้ชัด ปัญหานี้ไม่เพียงส่งผลต่อบุคลิกภายนอก แต่ยังกระทบต่อการทำงานในวงการบันเทิงอย่างรุนแรง จนการแสดงละครกลายเป็นเรื่องยาก และกลายเป็นปมในใจที่ทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข

ล่าสุด จิ๊ก เนาวรัตน์ ได้โพสต์ภาพใบหน้าชัดๆ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นการกลับมาปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกครั้ง พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “ลืมกันหรือยังจ๊ะ” ท่ามกลางกำลังใจจากแฟนคลับอย่างล้นหลาม

‘เบิ้ล ปทุมราช’ ทุ่มสุดตัว! ทำอำนาจเจริญเงินสะพัดมหาศาล! จากการจัดงาน ‘มหาอำนาจ เฟสติวัล’

'เบิ้ล ปทุมราช' ทุ่มสุดตัว! ทำอำนาจเจริญเงินสะพัดมหาศาล! จากการจัดงาน 'มหาอำนาจ เฟสติวัล'

‘เบิ้ล ปทุมราช’ ทุ่มสุดตัว! ทำอำนาจเจริญเงินสะพัดมหาศาล! จากการจัดงาน ‘มหาอำนาจ เฟสติวัล’

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.51 น.

เดือดจัด ม่วนคัก ม่วนแน่ สมชื่องาน  “มหาอำนาจ เฟสติวัล” ปีแรกไม่เกินจริง ทำถึง ทั้งความ ยิ่งใหญ่ อลังการ แสง สี เสียง ที่นักร้องหนุ่ม “เบิ้ล ปทุมราช” ขนมา และรวบรวมชื่อเสียงที่สั่งสมมาประเดิมการเป็นผู้จัด เพื่อตอบแทนบ้านเกิดจังหวัดอำนาจเจริญ! จัดเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ ณ ลานมหาอำนาจ บ้านโคกเจริญ ต.นาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เป็นครั้งแรกได้สมใจ ขนทัพศิลปินกว่า 24 เบอร์มาเสิร์ฟแบบไม่พัก อาทิ  มนต์แคน แก่นคูน , ไหมไทย หัวใจศิลป์, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, BANK PREETI, แหลม สมพล, KLEAR, LOMOSONIC, RESTROSPECT, JSPKK, นุ๊ก x ป๊ายปาย, เต้ย อภิวัฒน์, แอน อรดี, บ่าววี, L.กฮ., โปงลางสะออน, ปราง ปรางทิพย์, วสันต์ 17, เขียนไขและวานิช, แก๊งเซียนหรั่ง, PiXXiE, แมน ภิสิทธิ์พงษ์ ที่ขนเอาเพลงดัง เพลงฮิต มารันเวทีกันตั้งแต่หัววัน ยันซอดแจ้ง ถึง 3 เวที ทั้งเวทีมหาอำนาจ, เวทีมหาหมอลำ, เวทีมหาดีเจ บนพื้นที่กว่า 140 ไร่ 2 วัน 2 คืน เพื่อกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดอำนาจเจริญ ส่งเสริมคนในพื้นที่ชุมชน และจังหวัดใกล้เคียง พร้อมงานศิลปะมากมาย ทั่วทั้งงาน สินค้าโอทอปจาก 7 อำเภอ และสินค้าอีกมากมาย

งานนี้แฟนเพลงเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก เม็ดเงินจากงานในครั้งนี้ หมุนเวียนรวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ซึ่งแม้จะเป็นปีแรก ก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลามถึงความสนุก ความมันส์ พร้อมไลน์อัพศิลปินที่หลากหลาย ทำเอาผู้จัดอย่าง “เบิ้ล ปทุมราช” ใจชื้น ประกาศกร้าว ปีหน้าเจอกันแน่กับงาน “มหาอำนาจ เฟสติวัล” ปีที่ 2 ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร รอติดตามกันต่อไปผ่านช่องทางแฟนเพจ มหาอำนาจ Music Festival อำเภอปทุมราช https://www.facebook.com/share/1AucZw5AAX/?mibextid=wwXIfr

#มหาอำนาจเฟสติวัล #MahaAmnajFestival #เบิ้ลปทุมราช #อำนาจเจริญเดือดแล้ว

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ เตรียมจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก Your Paradise Music Festival

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ เตรียมจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก Your Paradise Music Festival

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ เตรียมจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก Your Paradise Music Festival

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.39 น.

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ รีสอร์ท (Avani+ Fares Maldives Resort) เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Your Paradise Music Festival เทศกาลดนตรีชื่อดังระดับโลก พร้อมไลน์อัพศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ ระหว่างวันที่ 11–16 พฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นการจัดงานที่มัลดีฟส์เป็นครั้งแรก ณ อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความงดงามของบาอะทอลล์ (Baa Atoll) หนึ่งในขุมทรัพย์แห่งมหาสมุทรอินเดียที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตทางทะเล ซึ่งการันตีด้วยรางวัลระดับสากลมากมาย โดยเทศกาลดนตรีนี้จะเปลี่ยนให้ที่นี่กลายเป็นอีกจุดหมายปลายทางแห่งไลฟ์สไตล์ ที่ผสานเสียงดนตรีเข้ากับการพักผ่อนอันหรูหราท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Your Paradise คือเทศกาลดนตรีชื่อดังที่เคยจัดขึ้นในฟิจิและมีฐานแฟนคลับอยู่ทั่วทุกมุมโลก ภายในงานเน้นการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของเกาะมากที่สุด โดยจะเนรมิตบริเวณต่าง ๆ ภายในเกาะให้กลายเป็นเวทีแบบเปิดโล่งและพื้นที่สำหรับแฮงค์เอาท์หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การแสดงช่วงพระอาทิตย์ตกริมลากูน ปาร์ตี้ชายหาด ไปจนถึงช่วงอาฟเตอร์ดาร์กยามราตรี ให้ผู้ร่วมงานสนุกไปกับเสียงเพลงได้ทั้งวันตั้งแต่กลางวันถึงกลางคืน

โดยศิลปินที่จะมาร่วมสร้างความสนุกในครั้งนี้ ได้แก่  Ayybo, Arielle Free, Coco & Breezy, Double Touch, Jordan Brando & William Kiss, Low Steppa, Melé, Niiko x Swae, Sarah Story, Sasha Spielberg, Tom & Collins, Tori Levett และอีกมากมายที่จะทยอยประกาศออกมาเพิ่มเติม ซึ่งเทศกาลครั้งนี้นำเสนอซาวด์ดนตรีตั้งแต่แนวเฮาส์ฟีลกู๊ดไปจนถึงคลับซาวด์ที่หนักแน่นและจัดจ้าน พร้อมมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยแพ็กเกจที่ออกแบบมาสำหรับผู้เข้าร่วมงานโดยเฉพาะ

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ รีสอร์ท ตั้งอยู่บนเกาะฟาเรสอันงดงามทางฝั่งตะวันตกของเขตสงวนชีวมณฑลยูเนสโก บา อะทอลล์ (Baa Atoll UNESCO Biosphere Reserve) ตอบโจทย์นักเดินทางสายเฟสติวัล ที่มาทั้งแบบกลุ่มเพื่อน คู่รัก หรือสายโซโล ด้วยตัวเลือกที่พักหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Beach Pool VillasOver Water Villas ไปจนถึง Two and Four-Bedroom Pavilions ที่รองรับกลุ่มเพื่อนได้สูงสุดถึง 8 คน

สำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ระดับพรีเมียม ทางรีสอร์ทยังมี Two-Bedroom Overwater Pool Residences ขนาด 287 ตารางเมตร จำนวน 2 หลัง และ Three-Bedroom Overwater Pool Residence ขนาด 368 ตารางเมตร ซึ่งมาพร้อมระเบียงขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ และบริเวณรับประทานอาหารที่เชื่อมพื้นที่อินดอร์และเอาท์ดอร์ได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับการจัดไพรเวตอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Ambaa Adventure ล่องเรือโดนี (Dhoni) เรือแบบดั้งเดิมของชาวมัลดีฟส์ กลางลากูนอันงดงามพร้อมเครื่องดื่มสูตรพิเศษ เพื่อเติมเต็มสีสันยามพระอาทิตย์ตกด้วยประสบการณ์แบบท้องถิ่นที่หาไม่ได้จากที่ไหน

ระหว่างช่วงพัก ผู้ร่วมงานยังสามารถดื่มด่ำกับกิจกรรมต่างๆบนเกาะได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาทางน้ำ การดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นตามแนวปะการังหน้ารีสอร์ท พร้อมรีเฟรชร่างกายและจิตใจด้วยโยคะและการทำสมาธิยามพระอาทิตย์ขึ้นที่ AvaniFit รวมถึงโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายหลังปาร์ตี้ที่ AvaniSpa อีกด้วย

นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งของรีสอร์ทยังสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลของเขตอะทอลล์ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงอ่าวฮานิฟารู (Hanifaru Bay) หนึ่งในแหล่งชมกระเบนราหูที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2023 อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยสามารถคว้ารางวัล Best Dive Resort ในปี 2024 และ Best Beach Resort จากเวที TTM Awards ในปี 2025 รวมถึง Judd Rabbidge ผู้จัดการทั่วไปของรีสอร์ท ยังได้รับการยกย่องให้เป็น Resort Manager of the Year 2025 จากเวที Global Hospitality ON Awards อีกด้วย

แพ็กเกจ Your Paradise Maldives เริ่มต้นที่ 82,000 บาทต่อท่าน โดยมีทั้งแบบเดินทางคนเดียว แบบคู่รัก และกลุ่มเพื่อน โดยแพ็กเกจรวมตั้งแต่ที่พัก 5 คืน ณ อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ พร้อมอาหาร 2 มื้อต่อวัน การเข้าร่วมเทศกาลเวทีหลักและปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงกิจกรรมโยคะ และการฝึกสมาธิแบบกลุ่ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองแพ็กเกจได้ที่:เว็บไซต์ www.avanihotels.com/en/fares-maldivesอีเมล fares@avanihotels.comโทร. +960 660 1660

เวทีแทบแตก! 3 แม่เป้ง’ตั๊ก–ฮาย–สุนารี’รวมพลังแดนซ์ฉ่ำ’บิว ณัฐพล’เปิดตัวเพลงเดี่ยว

เวทีแทบแตก! 3 แม่เป้ง'ตั๊ก–ฮาย–สุนารี'รวมพลังแดนซ์ฉ่ำ'บิว ณัฐพล'เปิดตัวเพลงเดี่ยว

เวทีแทบแตก! 3 แม่เป้ง’ตั๊ก–ฮาย–สุนารี’รวมพลังแดนซ์ฉ่ำ’บิว ณัฐพล’เปิดตัวเพลงเดี่ยว

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.27 น.

“7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ THE NINE CENTER TIWANON”   ขนทัพ 3 แม่เป้งตัวท็อปวงการลูกทุ่ง แม่เป้ง ตั๊ก-ศิริพร, ฮาย-อาภาพร และ สุนารี  ราชสีมา พร้อมหนุ่มฮอต บิว ณัฐพล ระเบิดความมัน สนุกครบรส เขย่าใจแฟนเพลงแน่นพื้นที่

สนุกสนานเสียงกรี๊ดกระหึ่ม เมื่อ ช่อง 7HD ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดฟรีคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ THE NINE CENTER TIWANON” รวมพลังนักร้องลูกทุ่งระดับตัวแม่ ตั๊ก–ศิริพร อยู่ยอด, ฮาย–อาภาพร นครสวรรค์ และ สุนารี ราชสีมา ขึ้นเวทีเดียวกัน พร้อมหนุ่มหล่อขวัญใจแฟน ๆ ช่อง 7HD บิว–ณัฐพล ไรยวงค์  มาร่วมสร้างสีสันแบบจัดเต็มเปิดเวทีด้วยพิธีกรคู่หู เจด้า ศรัณย่า และ แอมป์ พีรวัศ ก่อนส่งต่อความมันให้กับ 3 แม่เป้งที่จัดเพลงแดนซ์กระแทกใจ เรียกแฟน ๆ ให้ออกสเต็ปตั้งแต่ต้น  เปิดเวทีด้วยเพลงสนุกอย่าง กระแซะเข้ามาซิ, ผู้ชายในฝัน ก่อนจะผลัดกันขนเพลงฮิตประจำตัวมาแบบไม่ยั้งตั๊ก ศิริพร ส่งเพลงทัชใจอย่าง หมดห่วง, ดึงดัน   ด้าน สุ สุนารี จัดเต็มกับเพลงฮิตอมตะ มอเตอร์ไซค์นุ่งสั้น,รักเธอเท่าฟ้า   ขณะที่ ฮาย อาภาพร ก็ไม่ยอมน้อยหน้ามาด้วยเพลงดัง บัญญัติรัก, ชอบไหม และ น้องนอนไม่หลับ ซึ่งในเพลงนี้ฮายชวนอีก 2 แม่ และ บิว ณัฐพล ขึ้นมาร่วมแจมบนเวที ก่อนแท็กทีมสร้างความครื้นเครงต่อกับเพลง 30 ยังแจ๋ว เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากแฟน ๆ สนั่นงานจากนั้น 3 แม่เป้งเปิดเวทีให้ บิว ณัฐพล โชว์เดี่ยว เปิดตัวเพลงพิเศษ “ออกไปรับแสง” ผลงานผลิตโดย บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด ถ่ายทอดพลังเสียงและเสน่ห์เฉพาะตัว สะกดแฟน ๆ อยู่หมัดความสนุกยังเดินหน้าต่อแบบนอนสต๊อป เมื่อ ตั๊ก–ฮาย–สุนารี ผลัดกันออกมาโชว์เดี่ยวสลับกัน พร้อมเพลย์ลิสต์สุดปัง อาทิ ประวัติศาสตร์, กล่อมลูก, สะใภ้ไฮโซ, หา…อะไรนะ, ฉันไม่ใช่นางเอก, ไม่รักดี, กราบเท้าย่าโม, กลับไปถามเมียดูเสียก่อน, เชพบ๊ะ, เมดเลย์ อารมณ์เสีย–คอยกะรอ และ เลิกแล้วค่ะ ทำเอาแฟนเพลงหน้าเวทีลุกแดนซ์สนุกจัดเต็มตลอดทั้งงานเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่มอบความสุขแบบจุใจ 7 สีคอนเสิร์ตเฟสติวัล ครั้งต่อไป ใครจะเป็นศิลปินที่มารับไม้ต่อ สร้างความมันครั้งใหม่ ต้องรอติดตามกันให้ดีติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

แฉหมดเปลือก! บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลั่นไม่คืนดีครอบครัว ขอยืนหยัดเพื่อตัวเอง

แฉหมดเปลือก! บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลั่นไม่คืนดีครอบครัว ขอยืนหยัดเพื่อตัวเอง

แฉหมดเปลือก! บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลั่นไม่คืนดีครอบครัว ขอยืนหยัดเพื่อตัวเอง

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.38 น.

20 มกราคม 2569 กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการบันเทิงระดับโลก เมื่อ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลูกชายคนโตของ เดวิด และวิคตอเรีย เบ็คแฮม ออกมาโพสต์แถลงการณ์ความยาวหลายหน้าผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ เปิดเผยความจริงในมุมของตนเองเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในครอบครัวที่ยืดเยื้อมานาน พร้อมประกาศชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการกลับไปคืนดีกับครอบครัวอีกต่อไป และย้ำว่านี่คือครั้งแรกในชีวิตที่เขาลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อตัวเอง หลังจากรู้สึกว่าถูกควบคุมมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก

บรู๊คลิน ระบุว่า เขาเลือกเงียบมาหลายปีและพยายามเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อพ่อแม่และทีมงานยังคงให้ข้อมูลกับสื่ออย่างต่อเนื่อง จนเกิดเรื่องราวบิดเบือนและกระทบต่อเขาและภรรยา เขาจึงตัดสินใจออกมาพูดความจริงเพื่อปกป้องตัวเอง โดยยืนยันว่าเขาไม่ได้ถูกใครควบคุม และไม่เป็นความจริงที่ภรรยา นิโคลา เพลต์ซ เป็นผู้ชักใยชีวิตเขาอย่างที่ถูกกล่าวหา

แถลงการณ์ดังกล่าวยังเปิดเผยถึงแรงกดดันและความขัดแย้งรุนแรงในช่วงก่อนวันแต่งงาน โดยอ้างว่าแม่ของเขายกเลิกการตัดชุดแต่งงานให้นิโคลาในนาทีสุดท้ายจนสร้างความวุ่นวาย ทั้งการพยายามกดดันให้เขาเซ็นสละสิทธิ์ในชื่อของตนเอง การระงับค่าตอบแทน และการแทรกแซงความสัมพันธ์กับภรรยาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเหตุการณ์ในวันแต่งงานที่เขาระบุว่าสร้างความอับอายและบอบช้ำทางจิตใจ จนทำให้เขาและภรรยาต้องการจัดพิธีต่อคำสาบานรักใหม่ เพื่อทดแทนความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีต

นอกจากนี้ บรู๊คลินยังกล่าวว่า ภรรยาของเขาถูกครอบครัวดูหมิ่นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะพยายามปรับตัวเข้าหากันมากเพียงใด ขณะเดียวกัน เขาเผยว่าความสัมพันธ์กับพ่อแม่ยิ่งห่างเหินมากขึ้น เมื่อครอบครัวให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์สาธารณะและการโปรโมตแบรนด์ “เบ็คแฮม” มากกว่าความรู้สึกและความเป็นจริงของสมาชิกในครอบครัว

ท้ายที่สุด บรู๊คลินยืนยันว่า การเลือกถอยห่างจากครอบครัวทำให้เขาหลุดพ้นจากความวิตกกังวลที่สะสมมาทั้งชีวิต และเป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองเลือก พร้อมย้ำว่าเขาและภรรยาต้องการเพียงความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความสุขในการสร้างครอบครัวในอนาคต โดยไม่อยู่ภายใต้แรงกดดันจากภาพลักษณ์ สื่อ หรือการควบคุมใด ๆ อีกต่อไป

สว.เขมรพาดพิงสถาบัน! กต.ประท้วงด่วน ลั่นยอมรับไม่ได้

สว.เขมรพาดพิงสถาบัน! กต.ประท้วงด่วน ลั่นยอมรับไม่ได้

สว.เขมรพาดพิงสถาบัน! กต.ประท้วงด่วน ลั่นยอมรับไม่ได้

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.30 น.

”สีหศักดิ์“ สั่ง กต.ตอบโต้ ประท้วงสมาชิกวุฒิสภากัมพูชา พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

วันที่ 20 มกราคม 2569 นายนิกรเดช พลางกูร  เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส แถลงพัฒนาการ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ที่ผ่านมาใช้ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนาม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัดและด้วยความจริงใจ แต่ยังพบการละเมิด Joint Statement  จากฝ่ายกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการยั่วยุทั้งทางการทหารและทางวาทกรรม  เช่น ในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ก็ได้หยิบยกกรณีผู้แทนระดับรัฐมนตรีของกัมพูชาแสดงความเห็นที่เป็นลักษณะเชิงแทรกแซงกิจการภายในของไทย ในบริบทการเลือกตั้ง ที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งขัดต่อ Joint Statement  ข้อ 6  ที่ระบุให้ทั้งสองฝ่ายละเว้นจากการดำเนินการใดๆที่เป็นการยั่วยุ ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น  

ล่าสุดปรากฏรายงานข่าวในสื่อกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง ตีพิมพ์จดหมายเปิดผนึก จากสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งของกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการปฎิบัติราชการอยู่ที่การประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการชี้แจงทันที เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องนี้ 

ข้อแรก  การเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชา เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และไม่สามารถยอมรับได้ 

ข้อที่ 2 ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญและอยู่เหนือการปกครอง ฝ่ายกัมพูชาเองโดยเฉพาะผู้แทนระดับสูงในระดับวุฒิสมาชิกควรจะตระหนักถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้น การดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวโยงกับเรื่องที่เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง 

ข้อที่ 3 กรณีนี้ถือเป็น อีกตัวอย่างหนึ่งของการแทรกแซงกิจการภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ขัดต่อมารยาทพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ขัดต่อกฎบัตรอาเซียน และขัดต่อ  Joint Statement โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 6 ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว 

ข้อ 4 ในการนี้ฝ่ายไทยขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชากำชับให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลและในสภากัมพูชา ให้มีวิจารณญาณยุติการออกแถลงการณ์ หรือการแสดงความเห็นเชิงยั่วยุใดๆ และแสดงความจริงใจและความสุจริตใจในการปฏิบัติตาม Joint Statement  ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการเจรจาที่เข้มข้นระหว่างสองฝ่าย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน 

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการ ดังนี้  โดยการมีหนังสือประท้วงในเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว และมีหนังสือตอบโต้ไปยังสื่อกัมพูชาที่เกี่ยวข้องด้วย 

ขอเรียนว่า ไทยและกัมพูชามีช่องทางสื่อสารระหว่างกันหลายช่อง และใน Joint Statement  เองก็ระบุให้ทั้งสองฝ่ายคงไว้ซึ่งการสื่อสารโดยตรงและ สม่ำเสมอระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด อีกทั้งยังกำหนดให้จัดตั้งคณะทำงานที่รับผิดชอบการแถลงข่าวของทางการทั้งสองฝ่ายด้วย 

ตั้งแต่กัมพูชาผ่านพ้นวิกฤติทางการเมืองต่างๆ ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดได้แสดงไมตรีจิตโดยให้ความช่วยเหลือแก่กัมพูชาทั้งด้านมนุษยธรรม และในการฟื้นฟูประเทศในมิติต่างๆโดยตลอด และหวังจะเห็นฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันเพื่อประโยชน์สุขของประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่าย 

รธน.60 มีผลดีกับประชาชน ‘ชูชาติ ศรีแสง’ยันไม่จำเป็นต้องแก้ไข

รธน.60 มีผลดีกับประชาชน 'ชูชาติ ศรีแสง'ยันไม่จำเป็นต้องแก้ไข

รธน.60 มีผลดีกับประชาชน ‘ชูชาติ ศรีแสง’ยันไม่จำเป็นต้องแก้ไข

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.23 น.

อดีตผู้พิพากษา “ชูชาติ ศรีแสง” ยัน รธน.60 ดีกว่าฉบับก่อนๆ ไม่จำเป็นต้องแก้ไข ลั่นใครอยากแก้บอกมาเลยแก้มาตราใด อย่างไร

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้โพสต์เฟสบุ๊คว่า
ผมเรียนจบนิติศาสตร์ จบเนติบัณฑิต ทำงานเป็นผู้พิพากษาตั้งแต่อายุ 26 ปีเศษจนเกษียณอายุ คิดว่ามีความรู้กฎหมายพอที่จะอ่านรัฐธรรมนูญรู้เรื่องและเข้าใจได้ ผมได้อ่านรัฐธรรมนูญปี 2560 หลายครั้งหลายหนแล้วเห็นว่า มีผลดีกับประชาชนมากกว่าฉบับก่อน ๆ และไม่บทบัญญัติในมาตราใดที่มีผลให้ประชาชนได้รับความเสียหาย จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องแก้ไข หรือหากอยากแก้ก็ควรระบุมาเลยว่าจะแก้มาตราใด จากข้อความเดิมที่ว่าอย่างไร และขอแก้ไขใหม่เป็นว่าอย่างไร

เพื่อไทยบุกตาก! ยศชนัน อ้อนขอคะแนน ชูธงแก้หนี้ ประกาศสงครามยาเสพติด ปราบให้จบใน 3-6 เดือน

เพื่อไทยบุกตาก! ยศชนัน อ้อนขอคะแนน ชูธงแก้หนี้ ประกาศสงครามยาเสพติด ปราบให้จบใน 3-6 เดือน

เพื่อไทยบุกตาก! ยศชนัน อ้อนขอคะแนน ชูธงแก้หนี้ ประกาศสงครามยาเสพติด ปราบให้จบใน 3-6 เดือน

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.39 น.

”ยศชนัน“ ขอคะแนนชาวตาก ชูธงแก้หนี้ ประกาศสงครามยาเสพติด ปราบให้จบใน 3-6 เดือน – สแกนที่ดินทับซ้อนเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด ส่วน “จุลพันธ์” ลุย 3เขต ชูนโยบายฝ่ากระแสซื้อเสียง ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน 

วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมือง จ.ตาก นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นำทีมพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงและพบปะประชาชน มีชาวบ้านมอบดอกไม้พวงมาลัยให้กำลังใจ ชาวตากนับพันรอต้อนรับร่วมฟังปราศรัย

นายยศชนัน ขึ้นเวทีปราศรัยระบุว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมเต็มที่ในการเข้ามารับใช้ประชาชน และย้ำว่า “พรรคเพื่อไทย หัวจิตหัวใจไม่เคยเปลี่ยน พรรคเพื่อไทยหัวใจคือเพื่อประชาชนอย่างเดียวครับ และวันนี้มาให้เห็นกับตาว่า ถ้าประชาชนเดือดร้อน พรรคเพื่อไทยคือพรรคที่จะอยู่เคียงข้างตลอดไป”
และได้กล่าวถึงนโยบายหลักที่จะเปลี่ยนชีวิตคนเมืองตาก อาทิ 

สงครามยาเสพติด “ปราบให้จบภายใน 3-6 เดือน”  ประกาศกร้าวว่า หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วง 3 เดือนแรกจะสแกนทุกหมู่บ้าน “3 เดือนแรก สแกนคุก สแกนหมู่บ้าน ใครติดยาเอาออกมาให้หมด แน่นอนว่าเขาคือลูกหลานของเรา ยังไงเราก็ไม่ทิ้ง” จะมีโครงการ “1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด” เพื่อส่งเสริมอาชีพและคืนพวกเขากลับสู่ครอบครัว ส่วนฝั่งผู้ผลิตและผู้ขายจะถูกจัดการอย่างเด็ดขาด “ภายใน 3-6 เดือน จับให้หมด ปราบยาเสพติดทั้งระบบ ทั้งคนขาย ทั้งคนผลิต”

ปลดหนี้ครั้งใหญ่และนโยบาย “70/30” กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกล่าวถึงปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ พรรคเพื่อไทยจะเข้ามาปลดหนี้ทั้งระบบ ทั้งเกษตรกร ครู และข้าราชการ เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียนได้อีกครั้ง และเสนอแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ที่ต่อยอดจากของเดิม “รัฐบาล 70 พี่น้อง 30” เพื่อลดภาระให้ประชาชนสามารถกลับมาจับจ่ายใช้สอยได้จริง

ยกระดับสาธารณสุขสู่ “30 บาท AI” โดยชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษา จะอัปเกรดโครงการ 30 บาท ให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีการรักษาทางไกล 

สิทธิที่ดินทำกินและการเกษตรที่มั่นคง  จะเร่งสแกนปัญหาที่ดินทับซ้อนและเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด เพื่อให้เกษตรกรมีหลักประกันความมั่นคง พร้อมนโยบายประกันกำไรจากการทำเกษตร 30% และบริหารจัดการระบบชลประทานให้ทั่วถึงทุกพื้นที่

กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและทุนการศึกษาลูกหลาน  ตั้งเป้าที่จะลดอำนาจรัฐส่วนกลางและส่งคืนอำนาจให้ท้องถิ่น พร้อมเพิ่มงบประมาณให้แต่ละตำบลจัดการปัญหาอุปโภคบริโภคและสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาฝุ่นควัน รวมถึงการสร้างโอกาสทางการศึกษาผ่านเงินทุนส่งลูกหลานไปเรียนต่อสาขาที่ขาดแคลนเช่น หมอ หรือพยาบาล ทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ช่วงสุดท้าย นายยศชนัน ได้กล่าวเป็นภาษาเหนือ (อู้กำเมือง) ขอแรงสนับสนุนให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เลือกผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 3 พ.ต.ท. พิษณุ พลบุตร (รองนุ) อย่างถล่มทลาย เพื่อส่ง สส.พรรคเพื่อไทยไปทำงานเพื่อคนตาก และให้พรรคเพื่อไทย เข้าไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 

ขณะเดียวกัน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส. จ.ตาก ครบทั้ง 3 เขต โดยจัดเวทีปราศรัยที่โรงยิมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ระมาด อ.แม่ระมาด และศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP อ.พบพระ บรรยากาศมีประชาชนร่วมฟังคึกคัก โดยเฉพาะชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ เดินทางมาร่วมฟังด้วย

ช่วงหนึ่งของเวที มีการเปิดคลิปวิดีโอของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งติดภารกิจหาเสียงในพื้นที่อื่น โดยได้กล่าวทักทายพี่น้องชาวจังหวัดตาก พร้อมขอโอกาสให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบ เพื่อผลักดันนโยบายดีๆ ให้ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง

จากนั้น นายจุลพันธ์ ปราศรัยระบุว่า แม้จะมีกระแสข่าวว่าบางพรรคใช้เงินจำนวนมากในการหาเสียง แต่พรรคเพื่อไทยไม่เคยหวั่นไหว เพราะเงินอาจหมดไปได้ในเวลาไม่นาน แต่นโยบายที่ดีจะอยู่กับประชาชนตลอดไป พร้อมย้ำว่าพรรคเพื่อไทยยึดมั่นการเมืองที่สุจริตและแข่งขันด้วยนโยบาย

นายจุลพันธ์ กล่าวถึงนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่เสนอนโยบายล้างหนี้ประชาชน เพื่อช่วยคลี่คลายภาระและฟื้นความมั่นคงทางเศรษฐกิจครัวเรือน และชูนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ให้เกษตรกร จะไม่ขาดทุนอีกต่อไป พร้อมเดินหน้าทำสงครามกับความยากจนอีกครั้ง ผ่านนโยบาย “คนไทยไร้จน” ตั้งเป้าพาคนไทยกว่า 3.4 ล้านคน ก้าวข้ามเส้นความยากจน ด้วยการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท

สำหรับปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะสานต่องานของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ได้คืนสิทธิสัญชาติให้ประชาชนแล้วกว่า 500,000 คน เพื่อสร้างความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับทุกคน

ส่วนปัญหาคนทับป่า–ป่าทับคน นายจุลพันธ์ ระบุว่า ต้องยุติอย่างจริงจัง โดยพรรคเพื่อไทยจะใช้กลไก “วันแมป แผนที่เดียวทั้งประเทศ” เพื่อยืนยันสิทธิการทำกินของประชาชน และแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างเป็นธรรม

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้มีแนวคิดพัฒนาจังหวัดตากให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากมีศักยภาพด้านชายแดน การท่องเที่ยว และการเกษตร แต่การรัฐประหารปี 2549 ทำให้การพัฒนาขาดความต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทยยืนยันจะสานต่อแนวคิดดังกล่าว เพื่อสร้างงานดี รายได้มั่นคง และดึงลูกหลานชาวตากกลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ช่วงท้าย นายจุลพันธ์ กล่าวถึงประเด็นความโปร่งใสทางการเมือง ย้ำว่าการเมืองต้องตรวจสอบได้ พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะยึดเสียงของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเดินหน้าการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

สำหรับผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดตาก 3 เขต ได้แก่ เขต 1 พ.ต.ท.วิษณุ พลบุตร เบอร์ 3, เขต 2 นายวราทิตย์ ไชยนันท์ เบอร์ 3, เขต 3 ดร.ชัยณรงค์ มะเดชะ เบอร์ 2

เจษฎ์ ลั่น ถูกไอโอปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต.สอบโยงพรรคการเมืองหรือไม่?

เจษฎ์ ลั่น ถูกไอโอปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต.สอบโยงพรรคการเมืองหรือไม่?

เจษฎ์ ลั่น ถูกไอโอปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต.สอบโยงพรรคการเมืองหรือไม่?

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.33 น.

​”เจษฎ์” ฝาก วิโรจน์ เคลียร์ด้อมส้ม โอดโดนทัวร์ลงหนักโลกออนไลน์ แต่โลกความจริงกำลังใจเพียบ แฉเบื้องหลัง “IO สีเทา-เว็บพนัน” จี้ กกต. เร่งสอบเส้นทางเชื่อมโยงพรรคการเมือง 

วันที่ 20 มกราคม 2569 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เปิดใจหลังลงสนามการเมืองเต็มตัว ยอมรับ “งง” เจอถล่มยับทั้งที่เพิ่งเริ่ม แฉข้อมูลเชิงลึก เชื่อมีขบวนการ “สีเทาออนไลน์” ใช้ AI และเครือข่ายเว็บพนันปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต. ตรวจสอบด่วน หวั่นเงินสีเทาครอบงำการเลือกตั้ง

นายเจษฎ์ กล่าวว่า แม้ตนจะไม่เคยเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองโดยตรงมาก่อน แต่เมื่อก้าวเข้ามาทำหน้าที่นี้ กลับต้องเผชิญกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operations) ที่รุนแรงและผิดปกติ ซึ่งตนถูกโจมตีอย่างหนักในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน โดยมีการระบุพาดพิงถึงกลุ่มการเมืองสีหนึ่งว่า “สีส้มชอบผมมาก ขยับขวาโดนด่าห้าพันที ขยับซ้ายโดนด่าสองพันที รวมๆ แล้วเป็นหมื่นเป็นแสน” ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการระดมโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้

​นายเจษฎ์ ยังได้เน้นย้ำถึงข้อมูลที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ที่ชี้ว่าศักยภาพในการระดมโจมตีระดับนี้ คนธรรมดาทั่วไปทำไม่ได้ แต่ต้องใช้เครื่องมือระดับสูงอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครือข่ายบอท (Bot)

​”ผู้เชี่ยวชาญบอกผมว่า พวกที่มีความสามารถในการทำ IO ผ่านออนไลน์ มักจะเป็นพวกเดียวกับ ‘สีเทา’ ในโลกออนไลน์ พวกเว็บพนัน หรือพวกที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการปลุกปั่นยุยง”นายเจษฎ์ กล่าว

​ขณะที่มีข้อสังเกตเชื่อมโยงกับกรณีที่ นายไชยชนก (ชิดชอบ) เคยออกมาเตือนเรื่องกลุ่มทุนสีเทาในโลกออนไลน์ โดย นายเจษฎ์ ระบุว่า เมื่อตรวจสอบบัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาโจมตีตน พบความผิดปกติที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นกลุ่มเดียวกับเครือข่ายธุรกิจสีเทาเหล่านี้

จึงขอเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเตือนว่าหากมีการเชื่อมโยงกันจริงระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มธุรกิจสีเทา เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกตั้ง ถือเป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตย “ถ้ามันเชื่อมโยงกันจริง อันตรายครับ รบกวน กกต. ตรวจสอบให้ดี ถ้าเอาสีเทาสีดำมารวมกันแล้วใช้ในการเลือกตั้ง ต้องจัดการ”

​นายเจษฎ์ ได้กล่าวเปรียบเทียบกรณีของ นายวิโรจน์ (ลักขณาอดิศร) ที่เคยบ่นเรื่องโดน IO โจมตี โดยระบุว่าสิ่งที่ตนโดนนั้นหนักกว่าร้อยเท่า พร้อมฝากทิ้งท้ายถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังว่า การใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเพื่อชี้นำสังคมในทางลบ สร้างความเกลียดชัง และทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และขอให้เลิกใช้วิธีการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความดุเดือดของสงครามไซเบอร์ในการเลือกตั้ง ที่ไม่ได้มีเพียงแค่การต่อสู้ทางอุดมการณ์ แต่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการนำ “ทรัพยากรทางเทคโนโลยีจากธุรกิจสีเทา” มาใช้เป็นอาวุธทางการเมือง ซึ่งหากเป็นเรื่องจริง จะถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ กกต. ต้องเร่งหาคำตอบเพื่อความโปร่งใสของการเลือกตั้ง และตนขอขอบคุณทุกกำลังใจ แม้โดนด่าออนไลน์จากด้อมบางด้อมเยอะ แต่ในโลกความจริง ได้กำลังใจ จากคนจริง ๆ มาเยอะมาก