photos of the week : แก๊งค้ายาเม็กซิโกก่อเหตุป่วนทั่วประเทศ

photos of the week : แก๊งค้ายาเม็กซิโกก่อเหตุป่วนทั่วประเทศ

photos of the week : แก๊งค้ายาเม็กซิโกก่อเหตุป่วนทั่วประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประมวลภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั่วเม็กซิโกในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจาก เมซิโอ โอเซเกรา เซร์วันเตส หรือ เอล เมนโช ผู้นำสูงสุดของกลุ่ม Jalisco New Generation Cartel หรือ CJNG แก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเม็กซิโก ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงสังหารจนเสียชีวิต ส่งผลให้สมาชิกแก๊งค้ายาเสพติดไม่พอใจก่อความรุนแรงในกว่า 20 รัฐ ทั้งวางเพลิงเผารถยนต์ ปั๊มน้ำมัน ปล้นสะดมร้านค้า และปิดถนนหลายสายจนการจราจรกลายเป็นอัมพาต มีผู้เสียชีวิตจากการปะทะมากกว่า 70 ราย รัฐบาลเม็กซิโกส่งทหารและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงนับหมื่นนายลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยทั่วประเทศ ท่ามกลางความกังวลว่า สถานการณ์ความรุนแรงอาจกระทบต่อการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ที่จะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหวกฟ้าหาฝัน : Jergen Sonne in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Jergen Sonne in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Jergen Sonne in National Museum Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ใน National Museum Stockholm มีผลงานของศิลปินชาวเดนนิสอยู่หลายคน อาทิ Jorgen Valentin Sonne เขาเกิดวันที่ 24 มิถุนายน 1801 ที่ Birkerod ในครอบครัวที่มีบิดาเป็นช่างแกะสลักทองแดงของโรงกษาปน์ และมีพี่ชาย Carl Edvard Sonne เป็นช่างพิมพ์ เบื้องต้นเขาต้องการเป็นทหารจึงเข้าเรียนที่ Royal Danish Military Academy แต่รู้สึกไม่ชอบเลยเรียนได้แค่ 1 ปีแล้วหันไปเรียนที่ Royal Danish Academy of Fine Arts พร้อมไปกับเข้าทำงานที่ห้องภาพของ Christian David Gebauer โดยทำงานเป็นคนลอกเลียนแบบภาพผลงานของศิลปินเดนนิสเป็นหลัก ความที่เขาเป็นคนมีพรสวรรค์ ปี 1828 เขาได้ทุนจากสถาบันที่เรียนให้เดินทางไปยังมิวนิกเพื่อเป็นช่างฝึกหัดกับ Peter von Cornelius จิตรกรที่วาดภาพแนวประวัติศาสตร์ ระหว่างที่เขาทำงานอยู่ 3 ปี เขาก็เดินทางขึ้นเขาไปวาดภาพทิวทัศน์อยู่เนือง ๆ

เมื่อเขาออกจากมิวนิกก็ได้ทุนสนับสนุนให้ไปอยู่ที่โรม ระหว่างนั้นเขาก็เดินทางไปล่าสัตว์บ่อย ๆ และได้มีโอกาสเฝ้าสังเกตพฤติกรรม และชีวิตประจำวันของชาวนาซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาจากนั้นมาจนตลอดชีวิต หลังจากกลับมาเดนมาร์กในปี 1841 เขาเริ่มรังสรรค์งานที่เกี่ยวเนื่องกับชาวนาเดนนิสโดยใช้พื้นฐานที่เรียนมาจากอิตาลีก่อนจะเข้าร่วมกับกองทัพในปี 1848 ทหารที่ร่วมรบกับเขาในสงคราม Schleswig ครั้งที่หนึ่งรู้สึกประทับใจกับความเยือกเย็นของเขาในการวาดภาพขณะที่กระสุนกำลังปลิวว่อน ในสงคราม Schleswig ครั้งที่สองเขาก็เข้าร่วมกับกองทัพอีก แม้จะอายุมากถึง 63 ปีแล้วก็ตาม ในปี 1865 เขาได้รับรางวัล Anckerske Legat ที่แจกสำหรับศิลปิน นักเขียน และนักประพันธ์ และได้ทุนเดินทางกลับไปอิตาลี 1 ปี

ตัวอย่างงานของ Sonne ใน National Museum Stockholm คือ The Morning after the Battle of Isted 25 July 1850 ผลงานเช้าหลังวันสงครามที่ Isted นี้ไม่เหมือนภาพหลังสงครามทั่วไปที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ผู้ชมจะไม่เห็นคนเจ็บหรือตาย แต่กลับจะเห็น ภาพของทหารที่กำลังหลับไหลอย่างเป็นสุขที่งดงามราวภาพวาดของความรักชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทิวทัศน์ที่สวยงามของเดนมาร์ก ซ้ำยังได้รับการกระตุ้นอารมณ์ครื้นเครงได้ด้วยภาพการเฉลิมฉลองของชาวนาในฤดูเก็บเกี่ยวที่เห็นอยู่ไกล ๆ  Midsummer Eve เป็นภาพงานเฉลิมฉลอง St John’s Eve ซึ่งเป็นเรื่องราวที่นิยมนำมารังสรรค์งานจิตรกรรมในช่วง Danish Golden Age เขาบรรจงรังสรรค์ให้ภาพมีแสงที่สวยงามสะท้อนถึงอิสรภาพของชาวบ้านในชนบท Rural Scene เป็นภาพสังคมชนบทที่สดชื่น สนุกสนาน เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แตกต่างจากความตึงเครียด เร่งเร้าของสังคมเมือง

นอกจากผลงานบนผืนผ้าใบแล้ว เขายังออกแบบกำแพงที่ Thorvaldsen Museum และภาพประกอบบทละคร Shakuntala ในทศวรรษสุดท้ายของชีวิต เขามีปัญหาเรื่องตาจนไม่สามารถจะรังสรรค์งานได้อีกต่อไป ความสามารถของเขาเป็นที่ประจักษ์จนเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัศวิน Knight of the Order of the Dannebrog ในปี 1852 ทั้งยังได้รับ Cross of Honor of the Dannebrog ในปี 1881 อีกต่างหากด้วย

สุดชื่นมื่น บอส ชนกันต์ ยกขันหมากสู่ขอ บี สราลี เริ่มต้นชีวิตคู่สุดอบอุ่น

สุดชื่นมื่น บอส ชนกันต์ ยกขันหมากสู่ขอ บี สราลี เริ่มต้นชีวิตคู่สุดอบอุ่น

สุดชื่นมื่น บอส ชนกันต์ ยกขันหมากสู่ขอ บี สราลี เริ่มต้นชีวิตคู่สุดอบอุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.27 น.

1 มีนาคม 2569 “บอส-ชนกัน พูนศิริวงศ์” พระเอกช่อง 7 สียกขบวนขันหมาก สู่ขออินฟลูสาว “บี-สราลี ริชทารา” โดย บี สราลี มาในชุดไทยประยุกต์และชุดกี่เพ้าที่ดูสง่างามมาก สื่อถึงความเป็น “สะใภ้จีน” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้าน บอส ชนกันต์ หล่อเนี้ยบในชุดสูทสากล และร่วมทำพิธีด้วยรอยยิ้มตลอดทั้งงาน

โดยบรรยากาศภายในงานตลบอบอวนไปด้วยความรักความอบอุ่น ของทั้ง 2 ครอบครัว มีการผสมผสานความเชื่อของทั้งสองครอบครัว โดยเริ่มจากพิธีแห่ขันหมากตามแบบไทย กับขบวนสิงโตที่นำมาเชิดสร้างสีสันความคึกคักภายในงาน  และพิธียกน้ำชาตามขนบธรรมเนียมจีน โดยมีเพื่อนในวงการ อาทิ จันจิ จันจิรา ,แกรนด์ เดอะสตาร์ ,โอ๊ต รัฐธีร์ ,ทับทิม อัญรินทร์ ร่วมพิธีและแสดงความยินดี ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท

โดยทั้งคู่เปิดใจว่าหลังจากงานแต่งพร้อมมีลูกเลยจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้ แต่ถ้าได้ลูกแฝดก็จะดีมากๆ ซึ่งฝ่ายหญิงอยากให้ฝ่ายชายดูแลสุขภาพเยอะๆ ซึ่งฮานีมูน คิดไว้ว่าอยากพาเจ้าสาวไปทะเล เพราะเจ้าสาวมีความสุขทุกครั้งที่ไปทะเล

ติ๊ก กัญญารัตน์ เปิดตัวคนพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปี อ่านแคปชั่นแล้วใจละลาย

ติ๊ก กัญญารัตน์ เปิดตัวคนพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปี อ่านแคปชั่นแล้วใจละลาย

ติ๊ก กัญญารัตน์ เปิดตัวคนพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปี อ่านแคปชั่นแล้วใจละลาย

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

1 มีนาคม 2569 เรียกว่าส่งท้ายเดือนแห่งความรักได้อย่างหวานซึ้งจริงๆ สำหรับนักแสดงสาวมากฝีมือ “ติ๊ก กัญญารัตน์” ที่ล่าสุดได้ออกมาเผยโมเมนต์สุดพิเศษ เนื่องในวันครบรอบ 25 ปี กับคนข้างกาย พร้อมถ่ายทอดความในใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ทำเอาแฟนคลับยิ้มตามกันทั้งไทม์ไลน์

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพคู่สุดอบอุ่น พร้อมข้อความสุดซึ้งว่า “Happy Anniversary …ขอบคุณสำหรับทุกปีที่ผ่านมาที่ได้เรียนรู้กันทุกวัน อดทนกับหนูได้ทุกเรื่อง ให้อภัยหนูทุกครั้งที่เกเร เป็นเด็กดื้อก็ยังชมว่าน่ารัก (งงดีมั้ย) ให้ความรักหนูแบบเต็มที่ แบบที่คนๆ นึงให้ได้ ไม่เคยงอนหนูแต่หลังๆ เริ่มล่ะ เป็นน้ำเย็นให้หนูและทุกคนรอบข้างเสมอ สอนให้หนูมองโลกในแง่ดี (คนอะไรมองโลกดีไปหมด สอนแต่ธรรมะ) …ขอบคุณนะคะ @teri_toup ที่ทำทุกวันในชีวิตของหนูให้มีความสุข เต็มไปด้วยความรัก มีคุณค่าและมีความหมายเสมอ”

ความหวานยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะในเวลาต่อมา ติ๊กได้เข้าไปแก้ไขข้อความเพิ่มเติม พร้อมชี้แจงสถานะความสัมพันธ์แบบขำๆ ว่า “ปล… ทุกคนคะ เขายังจีบหนูอยู่เลย ยังไม่ได้แต่งงานนะคะ”

งานนี้ทำเอาแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความน่ารัก สดใส และความสัมพันธ์ที่มั่นคงยาวนานกว่า 25 ปีของทั้งคู่กันอย่างล้นหลาม หลายคนต่างร่วมอวยพรให้ความรักของทั้งสองเต็มไปด้วยความสุข และเดินเคียงข้างกันไปอีกยาวนาน

ขอบคุณภาพจาก : @tik_kanyarat

‘อู – แห้ว’เที่ยว 2 ธรรมกับ 1 ชุมชนที่ป่าชุมชนคาร์บอนเครดิต

‘อู – แห้ว’เที่ยว 2 ธรรมกับ 1 ชุมชนที่ป่าชุมชนคาร์บอนเครดิต

‘อู – แห้ว’เที่ยว 2 ธรรมกับ 1 ชุมชนที่ป่าชุมชนคาร์บอนเครดิต

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทริปนี้แพ็คคู่ “อู – แห้ว” ยังอยู่กันที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เที่ยวแนวใหม่ เที่ยว 2 ธรรมกับ 1 ชุมชนเริ่มต้นกันที่สถานปฏิบัติธรรมถ้ำเพิก เป็นส่วนหนึ่งของวัดถ้ำพระโพธิสัตย์สุธรรมาภินันท์ ล้อมรอบไปด้วยผืนป่ามีความสงบ จุดเด่นคืออุโบสถรูปทรงเรือขนาดใหญ่ และศาลาสุธรรมาเทวสถาน  ซึ่งมีพญานาคคู่สีทองโอบล้อมไว้ ด้านในนั้นประดิษฐานพระนอนนามว่า พระพุทธนิมิตศรีศากยมุนี 

ต่อด้วยเที่ยวอ่างเก็บน้ำบ้านถ้ำน้ำพุ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดให้มากางเต็นท์พักแรมได้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าชุมชน มีชุมชนช่วยกันอนุรักษ์และดูแลจนป่าสมบูรณ์ ทำให้ชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุแห่งนี้ เป็นชุมชนต้นแบบด้านการจัดการคาร์บอนเครดิต (T-VER) แห่งแรกของสระบุรีอีกด้วยนอกจากนี้ที่นี่ยังมีการเลี้ยงชันโรงและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งมาถึงป่าชุมชน “อู – แห้ว” เลยขอเรียนรู้วิถีถิ่นกินอาหารท้องถิ่นที่ได้จากป่าชุมชนอย่าง หน่อไม้เต้าเจี้ยว ที่สามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลายก่อนกลับก็ต้อง ชม ชิม และช้อปสินค้าที่ขึ้นชื่อของ ต.ทับกวาง อีกสักหน่อย อย่างพริกทอดสมุนไพรและหมูฝอย

‘เอ-แป้ง’ ทำข้าวตังของดีชุมชน ชิมก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สูตร 100 ปี

‘เอ-แป้ง’ ทำข้าวตังของดีชุมชน ชิมก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สูตร 100 ปี

‘เอ-แป้ง’ ทำข้าวตังของดีชุมชน ชิมก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สูตร 100 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เรียกว่าครบรสทั้งสาระและความสนุก สำหรับรายการ “มิตรรัก ทั่วไทย”  อาทิตย์นี้ สองพิธีกรอารมณ์ดี “พ่อเอ-ไชยา” และ “ลูกแป้ง-ศรันฉัตร์” ควงคู่กันออกเดินทางไปตามหาของดีประจำถิ่นที่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐมเริ่มต้นทริปกันที่ตลาดน้ำบ้านศาลาดิน แหล่งรวมผลผลิตทางการเกษตรของชาวชุมชนบ้านศาลาดิน ที่นำผักสดปลอดสาร อาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่ม มาจำหน่ายในราคาเป็นกันเอง สองพ่อลูกเพลิดเพลินกับการเดินชิม เดินชอป และพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับพ่อค้าแม่ค้า สัมผัสเสน่ห์วิถีชุมชนแบบใกล้ชิด

จากนั้นเดินทางต่อไปยังกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมหาสวัสดิ์นคร แหล่งผลิต “ข้าวตัง” ของดีขึ้นชื่อของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นข้าวตังหน้าหมูหยอง หน้าธัญพืช ไข่เค็ม รวมถึงกล้วยตาก ที่ล้วนทำจากวัตถุดิบในพื้นที่ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและปลูกกล้วย จึงนำผลผลิตมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้ชุมชน งานนี้ “พ่อเอ-ลูกแป้ง” ได้ลงมือเรียนรู้ขั้นตอนการทำข้าวตังแบบใกล้ชิดอีกด้วยนอกจากของกินของฝากแล้วชุมชนยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต โดยจัดทริปล่องเรือชมชุมชนบ้านศาลาดิน ก่อนแวะ “นาบัวลุงแจ่ม” แหล่งปลูกบัวหลวงขนาดใหญ่ ที่สองพิธีกรได้เก็บดอกบัวมาพับเพื่อนำไปไหว้พระ พร้อมจิบชาเกสรบัวท่ามกลางบรรยากาศชิลๆต่อด้วยการนั่งเรือไปไหว้พระขอพรที่วัดสุวรรณนารามวัดดังประจำชุมชน เสริมสิริมงคลก่อนปิดท้ายด้วยการชิมร้านเด็ดระดับตำนาน “เกรส อาก๋ง 100 ปีก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ สูตรเจ็กซ้ง” ที่สืบทอดความอร่อยยาวนานกว่า 100 ปี รสชาติจัดจ้านกลมกล่อมถูกใจสายก๋วยเตี๋ยวอย่างแน่นอนช่วงท้ายรายการสองพ่อลูกยังช่วยชาวบ้านขายสินค้าชุมชนตามสไตล์อบอุ่นเป็นกันเองพร้อมเชิญชวนแฟนๆทางบ้านที่สนใจสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนที่รายการเดินทางไป สามารถสนับสนุนและสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv

Celebrity Gossip : 1 มีนาคม 2569

Celebrity Gossip : 1 มีนาคม 2569

Celebrity Gossip : 1 มีนาคม 2569

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– โรเบิร์ต คาร์ราดีน นักแสดงชาวอเมริกัน ผู้โด่งดังจากบทบาท ลูอิส สโคลนิค ในภาพยนตร์ Revenge of the Nerds และบทคุณพ่อ แซม แมคไกวร์ ในซีรีส์ Lizzie McGuire เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 71 ปี คีธ คาร์ราดีน ผู้เป็นพี่ชาย ยืนยันว่าโรเบิร์ตเสียชีวิตจากการจบชีวิตตัวเอง หลังจากต่อสู้กับโรคไบโพลาร์มานานกว่า 20 ปี ครอบครัวเลือกที่จะเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตเพื่อช่วยสร้างความตระหนักรู้และลดตราบาปเกี่ยวกับโรคทางจิตเวช ขณะที่คนในวงการที่เคยร่วมงานด้วย อย่าง ฮิลารี ดัฟฟ์ ผู้รับบทลูกสาวในเรื่อง Lizzie McGuire ได้โพสต์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เช่นเดียวกับอดีตคนรักอย่าง เจมี ลี เคอร์ติส ก็ร่วมไว้อาลัยถึงความทรงจำในอดีต โรเบิร์ต เป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในตระกูลนักแสดงคาร์ราดีนผู้ยิ่งใหญ่ เขามีผลงานในวงการบันเทิงมายาวนานกว่า 50 ปี ตั้งแต่ภาพยนตร์คาวบอยไปจนถึงซีรีส์ขวัญใจเด็กยุค 2000

– นิค ไรเนอร์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ในคดีฆาตกรรม ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับชื่อดังวัย 78 ปี ผู้เป็นบิดา และ มิเชล ซิงเกอร์ ไรเนอร์  มารดาวัย 70 ปี ระหว่างถูกนำตัวขึ้นศาลแขวงในลอสแอนเจลิสสัปดาห์นี้ ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 29 เมษายน เพื่อกำหนดวันไต่สวนพิจารณาหลักฐานขั้นต้น นิคเผชิญกับข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา 2 กระทง ที่ทำให้พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิตภายในคฤหาสน์ย่านเบรนท์วู้ด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมปีที่แล้ว หากถูกตัดสินว่ามีความผิด เขาอาจได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ทำทัณฑ์บน หรืออาจถึงขั้นประหารชีวิต ซึ่งอัยการเขตกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะร้องขอโทษประหารหรือไม่

– ข้อมูลล่าสุดจากเอกสารทางศาลที่เพิ่งถูกเปิดเผยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า เดวิด แอนโทนี เบิร์ค หรือ D4vd แร็ปเปอร์ชื่อดังชาวอเมริกัน คือเป้าหมายหลักในการสอบสวนของคณะลูกขุนใหญ่ ในคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่พบร่างที่เน่าเปื่อยของเธอในถุงเก็บศพที่ซ่อนอยู่ในกระโปรงหน้ารถของรถยนต์ Tesla ซึ่งจดทะเบียนในชื่อ D4vd ที่ลานกักรถในฮอลลีวูดเมื่อกันยายนปีที่แล้ว โดยเธอหายตัวไปจากบ้านในรัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 ขณะนั้นเธอมีอายุ 13 ปี แม้เอกสารจะระบุว่า D4vd เป็นเป้าหมายในข้อหาฆาตกรรม 1 กระทง แต่ปัจจุบัน เขายังไม่ถูกตั้งข้อหาหรือถูกจับกุมอย่างเป็นทางการ และการพิจารณาของคณะลูกขุนใหญ่ยังคงดำเนินอยู่

– จอห์นนี เดปป์ นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง แสดงน้ำใจครั้งใหญ่ด้วยการเปิดบ้านหลังหนึ่งของเขาในนครลอสแอนเจลิสให้ เอริก เดน นักแสดงจากซีรีส์ Grey’s Anatomy เข้าพักโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในช่วงที่เดนกำลังต่อสู้กับโรค อะไมโอโทรฟิก แลเทอรัล สเคลอโรซิส หรือ ALS ซึ่งเป็นโรคระบบประสาทเสื่อมที่ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายอ่อนแรงและฝ่อลงอย่างต่อเนื่อง  ก่อนที่เดนจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คนใกล้ชิดระบุว่า อาการของเดนรุนแรงมากในช่วงท้าย เขาเริ่มสูญเสียความสามารถในการพูด ต้องนอนติดเตียง และกลืนอาหารได้ยาก คุณภาพชีวิตลดลงอย่างรวดเร็ว และต้องมีพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึง  รีเบคกา เกย์ฮาร์ต อดีตภรรยาที่กลับมาดูแลเขาในช่วงท้ายของชีวิต

– ปาร์ค ชาน-วุค ผู้กำกับชื่อดังชาวเกาหลีใต้ ได้รับเลือกจากผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ให้ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการตัดสิน (Jury President) สำหรับการประกวดภาพยนตร์หลักในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ถือเป็นชาวเกาหลีคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตัดสินชุดใหญ่ที่มอบรางวัลปาล์มทองคำ (Palme d’Or) และเป็นผู้กำกับชาวเอเชียคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของเทศกาลที่ได้รับเกียรตินี้ ต่อจาก เท็ตสึโร ฟูรินากิ ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นในปี 1962 และ หว่อง กาไว ชาวฮ่องกง ในปี 2006 โดยงานในปีนี้มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคม

เปิดใจ ‘มายมิ้นต์’ นางสาวไทย 2569 พร้อมรองทั้ง 4 ‘จีน-ฝ้าย-เนอฟ-กล้วย’

เปิดใจ ‘มายมิ้นต์’ นางสาวไทย 2569 พร้อมรองทั้ง 4 ‘จีน-ฝ้าย-เนอฟ-กล้วย’

เปิดใจ ‘มายมิ้นต์’ นางสาวไทย 2569 พร้อมรองทั้ง 4 ‘จีน-ฝ้าย-เนอฟ-กล้วย’

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มงลงเป็นที่เรียนร้อยแล้วสำหรับ มายมิ้นต์ – จิราภรณ์ ศาลาแดง สาวงามจากจังหวัด อุดรธานี ที่บุกบั่นจนถึงฝั่งฝัน คว้า ครองมงกุฎ “Glory of Siam Crown” มาครอง  “Glory of Siam Crown” คือสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ความสง่างาม และพลังของสตรีไทย  

วันนี้สาวงามทั้ง 5  มายมิ้นต์ – จิราภรณ์ ศาลาแดง นางสาวไทย 2569, รองชนะเลิศอันดับ 1 จีน – ฤชาทร กิตติพรพานิช, รองชนะเลิศอันดับ 2 ฝ้าย – ปวีณา เนียมรักษา, รองชนะเลิศอันดับ 3 เนอฟ – ณัฐวดี กาญจนโอภาษและ รองชนะเลิศอันดับ 4 กล้วย – รุ่งระวี ฉิมชาญเวช  ถือโอกาสเดินสายสวัสดีและขอบคุณ แนวหน้า ที่คอยให้การสนับสนุนเสนอข่าวด้วยดีตลอดมา

ในการคว้ามงกุฎในครั้งนี้ ถือเป็นการปิดตำนานสายประกวดของ มายมิ้นต์ อย่างสง่างาม หลังจากเดินสายเวทีความงามและสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของเวทีนางสาวไทย

มายมิ้นต์ – จิราภรณ์” เล่าว่า  “ก็ยังตื่นเต้นอยู่ค่ะ ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ คิดอยู่ว่ามันเป็นความจริงไหม มันเป็นเราจริงๆ ใช่ไหมเพราะว่ามันเป็นพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ยังไม่ชิน ด้วยความที่มิ้นเองเป็นเด็กต่างจังหวัดด้วยแหละก็เลยค่อนข้างที่จะต้องปรับตัวเยอะ”

จริงๆ แล้วน่าจะชินได้แล้วนะกับการขึ้นเวที “ที่ผ่านมาเป็นนางรองค่ะ  นางรองทั้งหมดเลย อาจจะท็อป 5 รอง 1 รอง 2 รอง 3 ตอนนี้ข้างที่จะตื่นเต้น ต้องมารับหน้าที่นี้ แล้วก็ตำแหน่งที่มันใหญ่ขึ้นเท่าตัวมากมากค่ะ ก็เลยค่อนข้างที่จะต้องปรับตัวในหลายหลายด้านด้วย

พร้อมหรือเครียดขนาดไหน ? ถามว่าพร้อมไหมพร้อมค่ะ พร้อมตั้งแต่เริ่มตัดสินใจเข้าการประกวด เป็นตัวแทนของจังหวัดอุดรธานี ก็ค่อนข้างที่จะเตรียมตัวมาให้พร้อมทั้งทีมหลังบ้านทั้งตัวของมิ้นท์เองด้วยค่ะ พอได้รับตำแหน่งมันเกินคาดมากๆ แต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใดการที่เราได้รับตำแหน่งเราก็ต้องมีความพร้อมทั้งด้านจิตใจแล้วก็ร่างกายอยู่แล้วเพราะว่าเวทีนางสาวไทยก็เป็นอีกหนึ่งเวทีในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คนรวมถึงตัวของมิ้นท์ด้วยค่ะ

เล่าวินาทีที่มงลงหัว ตอนนั้นจับมือกับพี่จีนค่ะ เราสองคนก็ไม่ได้คุยกันเพราะว่าต่างคนก็ต่างอยู่กับตัวเอง ยังตื่นเต้น วินาทีนั้นเอาจริงๆ เป็นใครก็ได้ค่ะไม่ว่าจะเป็นตัวมิ้นท์เองหรือเป็นพี่จีนเอง เพราะว่าไปถึงจุดนั้นแล้วมันเกินความความฝันของเราแล้ว เกินความคาดหมายแล้วค่ะ แต่พอวินาทีที่ประกาศเป็นชื่อเราคือมันเหมือนอยู่ในความฝัน ทีมหลังบ้านเองก็ดีใจเพราะว่าเราเองก็สู้กันมามากมาก เรียกได้ว่าเริ่มต้นจากศูนย์

ด้านรองชนะเลิศอันดับ 1 จีน–ฤชาทร  กิตติพรพานิช สาวสวยดีกรีแอร์โฮสเตสเล่าว่า “จีนมองว่าใครมาตรงนี้มันไม่มีใครไม่หวังมง  แต่ว่าโมเมนต์นั้นจีนบอกเลยว่ามันหูอื้อ มันอื้อไปหมด ต้องบอกว่าตัวจีนเองพึ่งจะมาประกวดเวทีนี้เป็นเวทีแรก จีนเริ่มต้นจากศูนย์จริงๆ แล้วก็จีนเคยเป็นลูกเรือมาก่อน  เป็นสเต็ปที่ใหญ่มากสำหรับจีน จริงๆ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนที่ใหญ่มาก เพราะว่าต้องตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพราะว่าทางสายการบินไม่ได้มีนโยบายให้เราหยุดเพื่อจะมาประกวด เพราะฉะนั้นมันก็ต้องคำนวณว่าเราอยากทำตรงนี้จริงๆ ไหม

รองชนะเลิศอันดับ 2  ฝ้าย – ปวีณา เนียมรักษา” เล่าว่า ค่อนข้างที่จะว้าวกับผลงานตัวเองค่ะ เพราะว่าตอนแรกฝ้ายขอแค่ตัวเองคือท็อป เพราะว่าฝ้ายมีความตั้งใจอยากพาสายสะพายจังหวัดไปให้ไกลที่สุด ซึ่งปีนี้ก็ทำได้สำเร็จเพราะว่าราชบุรีไม่เคยติดท็อปอะไรเลย รู้สึกว่าดีใจมากเพราะว่าเราคิดว่าเราจะตอบคำถามแค่ครั้งเดียว  แต่เราหลุดมาตอบคำถามอีกรอบนึง ซึ่งไม่ได้เตรียมตัวเลย ฝ้ายได้มายืนตรงนี้คิดว่าภูมิใจมากแล้วก็ดี มายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็ดีใจกับตำแหน่งรองสองมาก

รองชนะเลิศอันดับ  เนอฟ – ณัฐวดี กาญจนโอภาษ  เล่าว่า ภูมิใจในตัวเองมากๆ เลยค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็คือไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ทั้งการตอบคำถามการเดินบนส้นสูง เพราะก่อนหน้านี้เนอฟก็เป็นนักศึกษาแพทย์ จะอยู่แต่กับหนังสืออย่างเดียวเลยนี้เป็นครั้งแรกที่มาจับส้นสูงเลย สำหรับเนอฟรู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จแล้วค่ะเพราะว่าเนอฟมาที่เวทีนางสาวไทยนี้ด้วยความตั้งใจที่อยากที่จะทำให้คนเห็นว่าเราไม่จำเป็นจะต้องมีความฝันเดียว ไม่ว่าเราจะเป็นใครหรือว่าเป็นทำอะไรอยู่ก็ตามสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้ แล้วก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ค่ะ  อย่างเนอฟเองเนอฟก็เหมือนแสดงให้คนเห็นแล้วว่าเราเป็นนักศึกษาแพทย์  เราเป็นนักเรียนเราก็สามารถมาเป็นนางงามได้

ปิดท้ายด้วย รองชนะเลิศอันดับ 4  กล้วย – รุ่งระวี ฉิมชาญเวช  ดีใจมากที่ได้เข้าท็อป 5 ไปกับพี่ๆ ค่ะเพราะว่าส่วนตัวเป็นน้องเล็กสุดเลย แล้วก็มีความกดดันเล็กน้อย เพราะว่านนทบุรีเขาเข้าท็อป 5 ติดกันสองปีแล้ว ปีนี้ก็ต้องเข้าท็อป 5 ก็ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จนะคะที่เราได้เข้าท็อป 5 กับบ้านทีพีเอ็นค่ะ

เต้ มงคลกิตติ์ ลั่นสมัคร ส.ส แค่ทางผ่าน จริงๆ อยากเป็นนายก เผยเคยเจ้าชู้จนต้องหย่าภรรยา

เต้ มงคลกิตติ์ ลั่นสมัคร ส.ส แค่ทางผ่าน จริงๆ อยากเป็นนายก เผยเคยเจ้าชู้จนต้องหย่าภรรยา

เต้ มงคลกิตติ์ ลั่นสมัคร ส.ส แค่ทางผ่าน จริงๆ อยากเป็นนายก เผยเคยเจ้าชู้จนต้องหย่าภรรยา

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.44 น.

“เต้ มงคลกิตติ์” ลั่นสมัคร ส.ส แค่ทางผ่าน จริงๆ อยากเป็นนายก เผยเคยเจ้าชู้จนต้องหย่าภรรยา!

ควงภรรยาและลูกๆ ออกรายการครั้งแรก สำหรับ “เต้ มงคลกิตติ์” ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งประกาศลาออกจากพรรค หลังถูกสั่งระงับปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นการชั่วคราว ล่าสุดในรายการ “คุยแซ่บshow” ทางช่อง One31 เจ้าตัวก็ออกมาเปิดใจเผยถึงเรื่องนี้ รวมไปถึงปัญหาชีวิตถึงขั้นขอหย่าภรรยา โดยมีสองพิธีกร “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” ดำเนินรายการ

เลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นช่วงที่แบบรีแลค สบายๆ?

เต้ : ก็รีแลค สบายๆ แต่ เหตุการณ์การเมืองมันเปลี่ยนไวมากปุบปับปุ๊บปั๊บ ก่อนเลือกตั้งอย่างหนึ่งหลังเลือกตั้งอย่างหนึ่ง คือการเมืองมัน พัก

เต้ : ไม่ใช่ แต่เป็น ฆ เพราะคอระฆังตีดัง ว. ก็วิเคราะห์ ย. ก็แยกแยะ 

พอแบบนี้พี่เต้น่ะอยู่หน้าตลอดเลย คนเลยมองว่าหิวแสงหรือเปล่า ?

เต้ : ไม่ได้หิวแสงครับ แสงมาหาผมเอง เราอยู่เฉยๆ เราจะไม่ให้แสง วิ่งเข้าหาตั้งแต่ห้าทุ่ม ถึงประมาณ 6 โมงเช้าครับ เพราะเราหลับ คือแสงช่วงประมาณซักประมาณ 6 โมงครึ่งถึงประมาณไม่เกิน 8 โมง ช่วงแบบสังเคราะห์แสงพอดี แต่ถ้าแสงสายๆ มันจะร้อน แสงเช้ามันจะให้เรารู้สึกว่าเรารับวิตามินดี 

ล่าสุดพรรคทางเลือกใหม่สั่งพักงานพี่เต้ มันเกิดอะไรขึ้น?

เต้ : ก็งงเหมือนกัน งง ก็คุยกันอยู่ดีทำไมสั่งพักงานๆ ก็เผอิญ ก่อนสั่งพักงานก็มีการคุยกันว่า จะร่วมรัฐบาลแล้ว เอ่อเดี๋ยว กกต. มันไม่ไม่โอเคกับพี่ขึ้นมา แล้วพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องมีมารยาททางการเมืองต้องเป็นไอ้หมาน้อยที่ดี ก็คือ รัฐบาลพูดทุกเรื่องถูกหมดผิดหมดไม่ได้ อย่างเช่นรัฐบาลจะขึ้นภาษี ดีครับขึ้นภาษีเลย อะไรเงี้ย เค้าถึงเรียกไอ้หมาน้อย บอกชิดก็ชิดบอกยืนก็ยืน บอกหมอบก็หมอบคลานก็คลาน คือจะพูดอะไรก็ต้องระมัดระวังแกนนำ ไม่ให้ใครเคืองหู เราเป็นฝ่ายค้านจนชิน เรามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มันไม่โอเคเราก็จะไปทวงคะแนนไดโนเสาร์เราคืนเราผิดตรงไหน 

ถ้าไม่ได้เป็นหมาน้อยพี่เต้จะเป็นอะไร ?

เต้ : ของพี่เป็นทีเร็กตอนโกรธ กำลังหิว แล้วอยากกินเนื้อ ตอนนี้ยังไม่ออกจากพรรค ออกจากพรรคจะออกวันจันทร์ครับ เค้าห้ามเคลื่อนไหว ทุกอย่างถ้ายังดำรงตำแหน่งสมาชิกพรรค มันก็จะขัดข้อบังคับของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเราจะทำอะไรไม่ได้เลยเพราะว่ามันยังติดสถานะการเป็นผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่ออยู่ มันยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่มันมีกติการะเบียบวินัยของมันอยู่ ตอนนี้ก็ไม่แคร์ตำแหน่งแล้ว เนี่ยคือการเลือกตั้งที่อยากเป็น ส.สเป็นทางผ่าน จริงๆแล้วอยากเป็นนายก ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประเทศไปเลย ฉะนั้นถ้าไม่ได้เป็นก็ไม่ต้องเป็นซะดีกว่าครับ เป็นนายกไปเลยทีเดียว ไอ้สิ่งที่แบบว่าเออเดี๋ยวเค้าจะลาออกแล้วเราจะไม่ได้สนใจ สนใจแค่วันเนี้ยเราอยู่ในใจประชาชน และในห้องหัวใจของประชาชนมีเราอยู่แค่นิดเดียวก็พอแล้ว 

พอเราได้เห็นบทบาทของพี่เต้นโยบายต่างๆที่เค้านำเสนอให้ประชาชนได้เห็นรู้สึกยังไง ?

อ้อ : จริงๆ นโยบายที่เค้าเคยที่เขาพูดปัจจุบันเนี่ยค่ะมันคือสิ่งที่เราเคยคุยกัน แต่เป็นลักษณะของการคุยเล่นกัน เพราะว่าปกติเวลาเราอยู่ด้วยกันเรามักจะพูดคุยในเรื่องอะไรประมาณนี้ แล้ววันเนี่ยรู้สึกดีมากที่เขาได้เอาสิ่งที่เราเคยคุยกันมาทำให้มันเกิดขึ้นจริงในวันนี้ 

เต้ : ชอบคุยเรื่องต่างดาว จานบิน โลกคู่ขนาน และอวกาศ 

ตอนสามีถูกสั่งพักงานแล้วจะลาออก มีปรึกษาบ้างไหม?

อ้อ : ก็จริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประเมินไว้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นก็ได้บอกกับเขาไปว่าอาจจะเกิดขึ้นนะเรื่องแบบนี้ ดูแล้วอย่างเงี้ย ซึ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามคาด ไม่ได้ซีเรียสอะไรค่ะก็เลยแล้วแต่เค้าเลย เพราะว่าเรามั่นใจว่าตัวเค้าเองตัดสินใจได้ถูกต้องอยู่แล้วไม่ว่าเค้าจะทำอะไร 

เต้ : ตำแหน่งคือผมไม่ค่อยได้สนใจอยู่แล้ว ผมสนใจอย่างเดียวว่า คือลูกยังรักเราอยู่ มาแล้วยังเล่นกับลูกได้สนุกๆ อ่ะอย่างอื่นไม่สำคัญไม่สำคัญ ตำแหน่งแห่งหนมันเป็นแค่โขนชั่วคราว เรามีปุ๊บเราก็ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม แต่ถ้าไม่มีเราก็ทำอย่างอื่นได้

หลังลาออกจะไปลงผู้ว่ากทม. ?

เต้ : การลงผู้ว่าฯก็คือคนเดียวคนเดียว แต่ถ้าจะคุมทั้งเมืองหลวงทั้งหมดมัน 5 ล้านคน ต่างด้าวคนต่างชาติเป็น 10 ล้านคนมันเป็นทีม ต้องมีที่ปรึกษาแต่ละด้าน รองผู้ว่าแต่ละด้านผู้สมัครสก. ท่านจะต้องซัพพอร์ตในการทำงานของผู้ว่ากทม 

นโยบายเด็ดของการเป็นผู้ว่า กทม. ?

เต้ : คือก่อนหน้านี้ผู้ว่าแก้ปัญหารถติดไม่ได้ แล้วฝุ่นควันpm 2.5 ก็เยอะ การแก้ปัญหาเมืองหลวงคนมันอยู่เยอะ แล้วจำนวนรถมากกว่าถนน ผู้ว่าแต่ละคนก็แก้กันไม่ได้ เพราะว่ารถเยอะลด 10 กว่าปียังวิ่งกันอยู่เลยการแก้ปัญหาก็คือ เราใช้สโลแกนคำว่ากรุงเทพฯ บินได้ คือเราจะเปลี่ยนจากการวิ่งบนท้องถนนให้เป็นรถวิ่งในอากาศ ในระยะ 300 เมตร 500 เมตร กิโลครึ่งแบบนี้เป็นต้น รถบินในอากาศ มอเตอร์ไซต์บินในอากาศ รถเก๋งบินในอากาศ สามารถวิ่งไปจอดที่บ้านได้พอออกมาปุ๊บก็บินในอากาศ รถบินได้นะครับแล้วคนก็อยู่ในรถ 

อันนี้นโยบายเอาฮาหรืออะไร?

เต้ : ตอนนี้ยอดจองรถบินได้ 7 พันคันทั่วโลกแล้วนะครับ ผลิตแล้ว แล้วก็มียอดจองแล้ว คาดว่าปี 69 จะมียอดจองถึง 100,000 คัน พอไปเรื่อยๆ หลายๆ ปี รถจะแล่นง่ายขึ้น รถพวกนี้มันไม่ได้ใช้น้ำมันใช้ไฟฟ้า pm 2.5 ก็จะลดลง รถสูง 500 เมตรเหนือตึกไปเลย แต่ก็ยังมีรถวิ่งอยู่ด้านล่างอยู่ เพราะว่าฐานะมันไม่เท่ากัน เราจะเริ่มที่ ราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน แล้วก็เริ่มจากคนมีฐานะก่อน เริ่มผลิต พอเราผลิตภาษีก็จะน้อย แล้วก็จะมีจราจรทางอากาศ โอนย้ายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะมาเป็นจราจรทางอากาศ 

นโยบายอีกอันอยากจะเปลี่ยนคลองแสนแสบ ให้น้ำในคลองดื่มได้

เต้ : ใช่ครับ คือที่ญี่ปุ่น สวิท คือไม่มีกลิ่นเลยนะ เห็นปลาวิ่งเลยนะ คือวิธีการคลองทุกคลองเรารู้หมดว่ามีอะไรบ้าง แต่น้ำที่มันเสียเกิดจากอะไร จากเรือที่วิ่งไปวิ่งมาใช้น้ำมันดีเซล น้ำมันต่างๆ ชะล้างจากครัวเรือน โรงงานอุสาหกรรม และอื่นๆ เราบังคับถูกกฎหมาย กรุงเทพมหานครจะไม่มีการเก็บส่วยทั้งหมด ดังนั้นถ้าโรงงานไม่ปรับปรุงก็คือปิดหมด ปิดจริงๆ คือจะไม่มีการเก็บส่วย 

ปีนึงของการเลือกผู้ว่าอยู่กี่ปี?

เต้ : 4 ปี 

คิดว่าจะใสกินได้เลยมั้ย?

เต้ : คือปีแรกผมจะทำให้คลองแสนแสบในระยะ 3-4 กิโลเมตร ระยะแรกกั้นก่อน ว่าล็อกนี้ใสไม่มีกลิ่นและดื่มได้ พอปีที่สองก็ 10 กิโล ปีที่ 3 ก็ 50 กิโล ปีที่ 4 ครบทุกเส้นทาง เรือจะใช้ไฟฟ้าทั้งหมด กทม. จะเป็นคนจัดการให้ทางบ้านเรือนก่อนนำน้ำออกมาก็ต้องกรองก่อน ทุกอย่างสติ๊กหมด เพราะฉะนั้นจะดีขึ้นเรื่อยๆ กั้นทางเข้าน้ำจากปิงวังยมน่าน มาแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะผมมีโครงการสร้อยไข่มุกอ่าวไทย กั้นน้ำทะเลไม่ให้หนุนเข้ามาในน้ำจืด และสร้างเกาะเทียม 9 เกาะ อีกหน่อยกรุงเทพน้ำจะท่วม วิธีการแก้ไขของผมคือแบบระยะยาวเหมือนเนเธอร์แลนด์เลย แล้วทำเสร็จก็ไม่ต้องใช้เงินของกทมด้วย เอกชนลงทุน 100% มันจะเป็นเมืองแห่งสวรรค์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ใครจะเป็นคนดื่มคนแรก?

เต้ : พี่เต้ ใช่ คนที่สองภรรยา

ไม่คิดจะห้ามสามีเลยหรอ?

อ้อ : ตามหัวหน้าเลยค่ะ (หัวเราะ) ในเมื่อเขาตัดสินใจคือคิดมาดีแล้ว 

มีอีกหนึ่งนโยบาย ถ้าได้เป็นจะซื้อทีมแมนยู กับ ลิเวอร์พูล มาเป็นของกทม. ?

เต้ : เราเอาราคาแบบย่อมๆ ก่อน ตอนนี้ผมให้ทีมประสานงานไปยังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไปดูการแข่งขันฟุตบอล และไปเจรจาว่าราคาอยู่ที่เท่าไหร่ และก่อนที่ผมเดินทางไปที่ประเทศอังกฤษผมจะประชุมแฟนแมนยู กับ ลิเวอร์พูล ระดมทุนมีใครพร้อมบ้าง และดูว่าตัวเลขเท่าไหร่ แล้วเอาตัวเลขไปคุยทางแมนยู เพราะตอนนี้มีสองทีมที่เคยเป็นของไทยตอน แมน ซิตี้ ตอนสมัยคุณทักษิณ แมนเชสเตอร์ ของคิงพาวเวอร์ เพราะฉะนั้นแมนยู กับ ลิเวอร์พูล จิ๊บๆ 

จะใช้เงินกทม. รึเปล่า?

เต้ : คือมันมีอยู่สองส่วนให้แชร์กันกับประชาชน อีกอันคือเงินก้นถุงของกทม. กทม. หาเงินได้ เพราะฉะนั้นเราทำเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ในกทม. เรามีคาสิโน ขออนุญาตกระทรวงมหาดไทยแต่ไม่ให้คนไทยเล่นนะ ให้คนต่างชาติเล่น อย่างน้อยต้องมี 20 ล้านถึงจะเล่นได้ ถึง100ล้าน วันละพันคน ปีนึงมี 365 วัน ก็คูณไป เรากำหนดเลยใครมาเล่นบ่อนกทม. ให้เล่นเสีย 20 วันเล่นได้ 10 วัน เพราะฉะนั้นกำไรจะเข้า กทม. ปีนึงก็จะมีเงินไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้าน มากกว่างบประมานแผ่นดิน 

ชัชชาติเขาเป็นมากี่สมัยแล้ว?

เต้ : 1 สมัย เขากำลังจะเอาสมัยที่ 2 คือเอาเป็นว่าทีม พี่ชัชชาติ ถ้าไม่ทีมเต้ลงเขาชนะ 

มองข้ามทีม อ.มัลลิกา?

เต้ : คือทีมของพี่มัลลิกา แกก็มีความรู้ความสามารถ แต่ถ้าพี่เต้ไม่ลงอาจารย์ชัชชาติชนะ ถ้าตั้งใจที่จะลงเปลี่ยนแปลงกรุงเทพให้เหมือนในอุดมคติที่คิดไว้ อาจารย์ชัชชาติยากมากที่จะหานโยบายมาสู้พี่เต้ คิดว่าจะชนะอาจารย์ชัชชาติ 1,000,000 คะแนน ผมอยากให้เมืองกทม. เป็นเมืองจูราสสิก พาร์ค ถ้าทีมพี่เต้ลงคะแนนอาจารย์ชัชชาติจะเหลือคะแนนประมาน 7 แสน 

เรื่องชีวิตครอบครัว เคยหย่าร้างกับภรรยามาแล้วรอบนึงเกิดอะไรขึ้น?

เต้ : เราแต่งงานกันตอนปี49 คบกันตอนเรียนจบ เค้าเป็นดาวมหาลัย เราก็จีบเค้าแต่ก่อนจะจีบเค้าติดเราก็จีบคนอื่นด้วยฆ่าเวลา พอเรียนจบเสร็จเราก็อยู่ด้วยกันเลยแล้วก็มีลูกคนโตด้วยกัน แล้วก็ค่อยแต่งงานด้วยกัน แต่งงานตอนอายุ 24 กว่า ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากทำงานเป็นวิศวกรด้วยสอนหนังสือด้วย พอมีเสร็จเราก็แต่งงานตามประเพณี ลูกคนแรกพอมีปุ๊บเราก็ทำงานหลายอย่าง มีสาวสาวมาติดบ้าง ปี 53 ก็ขออย่า

ทำไมสามีมาขอหย่า?

อ้อ : ตอนนั้นต้องยอมรับว่าทุกคนว่าแกเป็นคนฉลาดต้องยอมรับว่าชีวิตทุกคนจะมีช่วงหนึ่งที่หลงทางหรือว่าเป๋ สำหรับเขาอาจเป็นเรื่องนี้ซึ่งตอนนั้นอาจเป็นความผิดของเราเองที่ละเลยเรื่องของความรู้สึก

เต้ : ตอนนั้นเรามีลูกคนแรก แล้วก็ว่างพักนึงแล้วก็มีคนที่สอง แล้วก็เกิดช่องว่าง เพราะหย่าปุ๊บเราก็บอกว่าหย่าเพื่อธุรกิจ ตอนนั้นก็อย่าเพื่อธุรกิจจริงๆ เพราะอย่าไปปุ๊บก็มีสาวสาวคนนึงแอบชอบอีกคนนึงระหว่างมีลูกคนที่สองแล้ว แล้วไปจดทะเบียนทีหลัง ภรรยาไปทราบหลายปีหลังต่อมา เพราะเขาทราบก็แค้น ก็มีลูกเพิ่มอีกสองคน

อ้อ : คือมันเป็นความรู้สึกที่ว่าเราอยากพยายามให้พ่ออยากกลับมาหาลูกเฉยๆ 

เต้ : เพราะผมเจอที่แปลกใหม่ขึ้นมามันก็ติดใจ ตามนิสัยผู้ชาย แต่พอเค้ามีคู่เทียบเขาก็เริ่มพัฒนาตัวเองจนกลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง หนึ่งสวยขึ้นผอมขึ้น ลีลาดีขึ้น

ทำไมถึงย้อนกลับมาแล้วให้อภัยเค้า ?

อ้อ : เหตุผลเดียวเนาะ ถ้าเราจะไปเริ่มต้นใหม่กับใครเราก็ไม่คิดว่าใครจะดีไปกว่าพ่อของลูก ยังไงพ่อก็ต้องรัก ลูกของตัวเองอยู่แล้ว เค้าจะเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายเหมือนตอนปีสี่ที่เค้ายอมตื่นแต่เช้าไปรับไปส่งตลอด 8 เดือนที่เราทำโรงงาน

เป็นภรรยาเก็บและภรรยาน้อยของพี่เต้?

อ้อ : ตอนนั้น ผอมกว่านี้และตัวเล็กกว่านี้เวลาไปไหนกับเค้า เค้าก็จะบอกว่าเมียเก็บ เป็นกิ๊กบ้าง ก็ตลกดี เป็นเก็บเป็นกิ๊กก็ดีเหมือนกัน

ตอนนี้ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่อีกมั้ย?

เต้ : คือผู้ชายอ่ะยังไงมันก็ต้องเก็บเขี้ยวไว้ ใช้ยามจำเป็น ชีวิตคู่มันต้องมันต้องมีสีสัน ถ้ามันราบเรียบเกินไปมันเหมือนเราขับรถไปด้วยกันแล้วเราก็มองหน้ากันมันก็จะดูราบรื่นเกินไป พอมันราบรื่นเกินไปมันก็จะไม่สนุก 

เค้าบอกว่าเต้กลัวเมีย?

เต้ : คือเราไม่ได้กลัวหรอก แค่ไม่ต้องการให้ชีวิตคู่สะบั้นเพราะเรามีลูกที่น่ารักด้วย 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับล ชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

จุลพันธ์ ห่วงปมขัดแย้งตะวันออกกลาง จี้รบ.ประสานงานเตรียมพร้อมช่วยเหลือ-อพยพคนไทย

จุลพันธ์ ห่วงปมขัดแย้งตะวันออกกลาง จี้รบ.ประสานงานเตรียมพร้อมช่วยเหลือ-อพยพคนไทย

จุลพันธ์ ห่วงปมขัดแย้งตะวันออกกลาง จี้รบ.ประสานงานเตรียมพร้อมช่วยเหลือ-อพยพคนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.56 น.

จุลพันธ์ ห่วงปมขัดแย้งตะวันออกกลาง จี้รัฐบาล ยกระดับประสานงาน เตรียมพร้อมช่วยเหลือฉุกเฉิน-อพยพคนไทย ย้ำแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ป้องกันผลกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก

เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ตนขอแสดงความห่วงใยไปยังพี่น้องชาวไทยในประเทศกลุ่มเสี่ยงทุกท่าน ขอให้มีสติ เข้มแข็ง และผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัยทุกคน และขอให้พี่น้องติดตามข่าวสาร รวมถึงประกาศแจ้งเตือนจากช่องทางทางการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอให้ติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลที่ท่านพำนักอยู่โดยทันที

นายจุลพันธ์ ระบุต่อว่า ขอให้รัฐบาลเร่งยกระดับการประสานงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำฐานข้อมูลคนไทยในพื้นที่อย่างครบถ้วน เตรียมความพร้อมด้านการสื่อสาร การช่วยเหลือฉุกเฉิน และแผนเคลื่อนย้ายในกรณีจำเป็น โดยต้องดำเนินการเชิงรุก ไม่รอให้สถานการณ์ลุกลาม

นายจุลพันธ์ ระบุด้วยว่า สุดท้ายนี้ ตนขอย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขความขัดแย้งด้วยกระบวนการทางการทูตและสันติวิธี เพื่อลดความสูญเสียของพลเรือน และป้องกันผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยควรวางบทบาทอย่างรอบคอบ และตั้งอยู่บนหลักมนุษยธรรมและผลประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นสำคัญ