เวทีแทบแตก! 3 แม่เป้ง’ตั๊ก–ฮาย–สุนารี’รวมพลังแดนซ์ฉ่ำ’บิว ณัฐพล’เปิดตัวเพลงเดี่ยว

เวทีแทบแตก! 3 แม่เป้ง'ตั๊ก–ฮาย–สุนารี'รวมพลังแดนซ์ฉ่ำ'บิว ณัฐพล'เปิดตัวเพลงเดี่ยว

เวทีแทบแตก! 3 แม่เป้ง’ตั๊ก–ฮาย–สุนารี’รวมพลังแดนซ์ฉ่ำ’บิว ณัฐพล’เปิดตัวเพลงเดี่ยว

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.27 น.

“7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ THE NINE CENTER TIWANON”   ขนทัพ 3 แม่เป้งตัวท็อปวงการลูกทุ่ง แม่เป้ง ตั๊ก-ศิริพร, ฮาย-อาภาพร และ สุนารี  ราชสีมา พร้อมหนุ่มฮอต บิว ณัฐพล ระเบิดความมัน สนุกครบรส เขย่าใจแฟนเพลงแน่นพื้นที่

สนุกสนานเสียงกรี๊ดกระหึ่ม เมื่อ ช่อง 7HD ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดฟรีคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ THE NINE CENTER TIWANON” รวมพลังนักร้องลูกทุ่งระดับตัวแม่ ตั๊ก–ศิริพร อยู่ยอด, ฮาย–อาภาพร นครสวรรค์ และ สุนารี ราชสีมา ขึ้นเวทีเดียวกัน พร้อมหนุ่มหล่อขวัญใจแฟน ๆ ช่อง 7HD บิว–ณัฐพล ไรยวงค์  มาร่วมสร้างสีสันแบบจัดเต็มเปิดเวทีด้วยพิธีกรคู่หู เจด้า ศรัณย่า และ แอมป์ พีรวัศ ก่อนส่งต่อความมันให้กับ 3 แม่เป้งที่จัดเพลงแดนซ์กระแทกใจ เรียกแฟน ๆ ให้ออกสเต็ปตั้งแต่ต้น  เปิดเวทีด้วยเพลงสนุกอย่าง กระแซะเข้ามาซิ, ผู้ชายในฝัน ก่อนจะผลัดกันขนเพลงฮิตประจำตัวมาแบบไม่ยั้งตั๊ก ศิริพร ส่งเพลงทัชใจอย่าง หมดห่วง, ดึงดัน   ด้าน สุ สุนารี จัดเต็มกับเพลงฮิตอมตะ มอเตอร์ไซค์นุ่งสั้น,รักเธอเท่าฟ้า   ขณะที่ ฮาย อาภาพร ก็ไม่ยอมน้อยหน้ามาด้วยเพลงดัง บัญญัติรัก, ชอบไหม และ น้องนอนไม่หลับ ซึ่งในเพลงนี้ฮายชวนอีก 2 แม่ และ บิว ณัฐพล ขึ้นมาร่วมแจมบนเวที ก่อนแท็กทีมสร้างความครื้นเครงต่อกับเพลง 30 ยังแจ๋ว เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากแฟน ๆ สนั่นงานจากนั้น 3 แม่เป้งเปิดเวทีให้ บิว ณัฐพล โชว์เดี่ยว เปิดตัวเพลงพิเศษ “ออกไปรับแสง” ผลงานผลิตโดย บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด ถ่ายทอดพลังเสียงและเสน่ห์เฉพาะตัว สะกดแฟน ๆ อยู่หมัดความสนุกยังเดินหน้าต่อแบบนอนสต๊อป เมื่อ ตั๊ก–ฮาย–สุนารี ผลัดกันออกมาโชว์เดี่ยวสลับกัน พร้อมเพลย์ลิสต์สุดปัง อาทิ ประวัติศาสตร์, กล่อมลูก, สะใภ้ไฮโซ, หา…อะไรนะ, ฉันไม่ใช่นางเอก, ไม่รักดี, กราบเท้าย่าโม, กลับไปถามเมียดูเสียก่อน, เชพบ๊ะ, เมดเลย์ อารมณ์เสีย–คอยกะรอ และ เลิกแล้วค่ะ ทำเอาแฟนเพลงหน้าเวทีลุกแดนซ์สนุกจัดเต็มตลอดทั้งงานเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่มอบความสุขแบบจุใจ 7 สีคอนเสิร์ตเฟสติวัล ครั้งต่อไป ใครจะเป็นศิลปินที่มารับไม้ต่อ สร้างความมันครั้งใหม่ ต้องรอติดตามกันให้ดีติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

แฉหมดเปลือก! บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลั่นไม่คืนดีครอบครัว ขอยืนหยัดเพื่อตัวเอง

แฉหมดเปลือก! บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลั่นไม่คืนดีครอบครัว ขอยืนหยัดเพื่อตัวเอง

แฉหมดเปลือก! บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลั่นไม่คืนดีครอบครัว ขอยืนหยัดเพื่อตัวเอง

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.38 น.

20 มกราคม 2569 กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการบันเทิงระดับโลก เมื่อ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลูกชายคนโตของ เดวิด และวิคตอเรีย เบ็คแฮม ออกมาโพสต์แถลงการณ์ความยาวหลายหน้าผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ เปิดเผยความจริงในมุมของตนเองเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในครอบครัวที่ยืดเยื้อมานาน พร้อมประกาศชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการกลับไปคืนดีกับครอบครัวอีกต่อไป และย้ำว่านี่คือครั้งแรกในชีวิตที่เขาลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อตัวเอง หลังจากรู้สึกว่าถูกควบคุมมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก

บรู๊คลิน ระบุว่า เขาเลือกเงียบมาหลายปีและพยายามเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อพ่อแม่และทีมงานยังคงให้ข้อมูลกับสื่ออย่างต่อเนื่อง จนเกิดเรื่องราวบิดเบือนและกระทบต่อเขาและภรรยา เขาจึงตัดสินใจออกมาพูดความจริงเพื่อปกป้องตัวเอง โดยยืนยันว่าเขาไม่ได้ถูกใครควบคุม และไม่เป็นความจริงที่ภรรยา นิโคลา เพลต์ซ เป็นผู้ชักใยชีวิตเขาอย่างที่ถูกกล่าวหา

แถลงการณ์ดังกล่าวยังเปิดเผยถึงแรงกดดันและความขัดแย้งรุนแรงในช่วงก่อนวันแต่งงาน โดยอ้างว่าแม่ของเขายกเลิกการตัดชุดแต่งงานให้นิโคลาในนาทีสุดท้ายจนสร้างความวุ่นวาย ทั้งการพยายามกดดันให้เขาเซ็นสละสิทธิ์ในชื่อของตนเอง การระงับค่าตอบแทน และการแทรกแซงความสัมพันธ์กับภรรยาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเหตุการณ์ในวันแต่งงานที่เขาระบุว่าสร้างความอับอายและบอบช้ำทางจิตใจ จนทำให้เขาและภรรยาต้องการจัดพิธีต่อคำสาบานรักใหม่ เพื่อทดแทนความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีต

นอกจากนี้ บรู๊คลินยังกล่าวว่า ภรรยาของเขาถูกครอบครัวดูหมิ่นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะพยายามปรับตัวเข้าหากันมากเพียงใด ขณะเดียวกัน เขาเผยว่าความสัมพันธ์กับพ่อแม่ยิ่งห่างเหินมากขึ้น เมื่อครอบครัวให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์สาธารณะและการโปรโมตแบรนด์ “เบ็คแฮม” มากกว่าความรู้สึกและความเป็นจริงของสมาชิกในครอบครัว

ท้ายที่สุด บรู๊คลินยืนยันว่า การเลือกถอยห่างจากครอบครัวทำให้เขาหลุดพ้นจากความวิตกกังวลที่สะสมมาทั้งชีวิต และเป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองเลือก พร้อมย้ำว่าเขาและภรรยาต้องการเพียงความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความสุขในการสร้างครอบครัวในอนาคต โดยไม่อยู่ภายใต้แรงกดดันจากภาพลักษณ์ สื่อ หรือการควบคุมใด ๆ อีกต่อไป

สว.เขมรพาดพิงสถาบัน! กต.ประท้วงด่วน ลั่นยอมรับไม่ได้

สว.เขมรพาดพิงสถาบัน! กต.ประท้วงด่วน ลั่นยอมรับไม่ได้

สว.เขมรพาดพิงสถาบัน! กต.ประท้วงด่วน ลั่นยอมรับไม่ได้

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.30 น.

”สีหศักดิ์“ สั่ง กต.ตอบโต้ ประท้วงสมาชิกวุฒิสภากัมพูชา พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

วันที่ 20 มกราคม 2569 นายนิกรเดช พลางกูร  เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส แถลงพัฒนาการ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ที่ผ่านมาใช้ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนาม เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัดและด้วยความจริงใจ แต่ยังพบการละเมิด Joint Statement  จากฝ่ายกัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการยั่วยุทั้งทางการทหารและทางวาทกรรม  เช่น ในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ก็ได้หยิบยกกรณีผู้แทนระดับรัฐมนตรีของกัมพูชาแสดงความเห็นที่เป็นลักษณะเชิงแทรกแซงกิจการภายในของไทย ในบริบทการเลือกตั้ง ที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งขัดต่อ Joint Statement  ข้อ 6  ที่ระบุให้ทั้งสองฝ่ายละเว้นจากการดำเนินการใดๆที่เป็นการยั่วยุ ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น  

ล่าสุดปรากฏรายงานข่าวในสื่อกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง ตีพิมพ์จดหมายเปิดผนึก จากสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งของกัมพูชา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการปฎิบัติราชการอยู่ที่การประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการชี้แจงทันที เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องนี้ 

ข้อแรก  การเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชา เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และไม่สามารถยอมรับได้ 

ข้อที่ 2 ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้รัฐธรรมนูญและอยู่เหนือการปกครอง ฝ่ายกัมพูชาเองโดยเฉพาะผู้แทนระดับสูงในระดับวุฒิสมาชิกควรจะตระหนักถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้น การดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวโยงกับเรื่องที่เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง 

ข้อที่ 3 กรณีนี้ถือเป็น อีกตัวอย่างหนึ่งของการแทรกแซงกิจการภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ขัดต่อมารยาทพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ขัดต่อกฎบัตรอาเซียน และขัดต่อ  Joint Statement โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 6 ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว 

ข้อ 4 ในการนี้ฝ่ายไทยขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชากำชับให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลและในสภากัมพูชา ให้มีวิจารณญาณยุติการออกแถลงการณ์ หรือการแสดงความเห็นเชิงยั่วยุใดๆ และแสดงความจริงใจและความสุจริตใจในการปฏิบัติตาม Joint Statement  ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการเจรจาที่เข้มข้นระหว่างสองฝ่าย เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน 

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการ ดังนี้  โดยการมีหนังสือประท้วงในเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว และมีหนังสือตอบโต้ไปยังสื่อกัมพูชาที่เกี่ยวข้องด้วย 

ขอเรียนว่า ไทยและกัมพูชามีช่องทางสื่อสารระหว่างกันหลายช่อง และใน Joint Statement  เองก็ระบุให้ทั้งสองฝ่ายคงไว้ซึ่งการสื่อสารโดยตรงและ สม่ำเสมอระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด อีกทั้งยังกำหนดให้จัดตั้งคณะทำงานที่รับผิดชอบการแถลงข่าวของทางการทั้งสองฝ่ายด้วย 

ตั้งแต่กัมพูชาผ่านพ้นวิกฤติทางการเมืองต่างๆ ประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดได้แสดงไมตรีจิตโดยให้ความช่วยเหลือแก่กัมพูชาทั้งด้านมนุษยธรรม และในการฟื้นฟูประเทศในมิติต่างๆโดยตลอด และหวังจะเห็นฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันเพื่อประโยชน์สุขของประเทศและประชาชนของทั้งสองฝ่าย 

รธน.60 มีผลดีกับประชาชน ‘ชูชาติ ศรีแสง’ยันไม่จำเป็นต้องแก้ไข

รธน.60 มีผลดีกับประชาชน 'ชูชาติ ศรีแสง'ยันไม่จำเป็นต้องแก้ไข

รธน.60 มีผลดีกับประชาชน ‘ชูชาติ ศรีแสง’ยันไม่จำเป็นต้องแก้ไข

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.23 น.

อดีตผู้พิพากษา “ชูชาติ ศรีแสง” ยัน รธน.60 ดีกว่าฉบับก่อนๆ ไม่จำเป็นต้องแก้ไข ลั่นใครอยากแก้บอกมาเลยแก้มาตราใด อย่างไร

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้โพสต์เฟสบุ๊คว่า
ผมเรียนจบนิติศาสตร์ จบเนติบัณฑิต ทำงานเป็นผู้พิพากษาตั้งแต่อายุ 26 ปีเศษจนเกษียณอายุ คิดว่ามีความรู้กฎหมายพอที่จะอ่านรัฐธรรมนูญรู้เรื่องและเข้าใจได้ ผมได้อ่านรัฐธรรมนูญปี 2560 หลายครั้งหลายหนแล้วเห็นว่า มีผลดีกับประชาชนมากกว่าฉบับก่อน ๆ และไม่บทบัญญัติในมาตราใดที่มีผลให้ประชาชนได้รับความเสียหาย จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องแก้ไข หรือหากอยากแก้ก็ควรระบุมาเลยว่าจะแก้มาตราใด จากข้อความเดิมที่ว่าอย่างไร และขอแก้ไขใหม่เป็นว่าอย่างไร

เพื่อไทยบุกตาก! ยศชนัน อ้อนขอคะแนน ชูธงแก้หนี้ ประกาศสงครามยาเสพติด ปราบให้จบใน 3-6 เดือน

เพื่อไทยบุกตาก! ยศชนัน อ้อนขอคะแนน ชูธงแก้หนี้ ประกาศสงครามยาเสพติด ปราบให้จบใน 3-6 เดือน

เพื่อไทยบุกตาก! ยศชนัน อ้อนขอคะแนน ชูธงแก้หนี้ ประกาศสงครามยาเสพติด ปราบให้จบใน 3-6 เดือน

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.39 น.

”ยศชนัน“ ขอคะแนนชาวตาก ชูธงแก้หนี้ ประกาศสงครามยาเสพติด ปราบให้จบใน 3-6 เดือน – สแกนที่ดินทับซ้อนเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด ส่วน “จุลพันธ์” ลุย 3เขต ชูนโยบายฝ่ากระแสซื้อเสียง ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน 

วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมือง จ.ตาก นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นำทีมพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงและพบปะประชาชน มีชาวบ้านมอบดอกไม้พวงมาลัยให้กำลังใจ ชาวตากนับพันรอต้อนรับร่วมฟังปราศรัย

นายยศชนัน ขึ้นเวทีปราศรัยระบุว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมเต็มที่ในการเข้ามารับใช้ประชาชน และย้ำว่า “พรรคเพื่อไทย หัวจิตหัวใจไม่เคยเปลี่ยน พรรคเพื่อไทยหัวใจคือเพื่อประชาชนอย่างเดียวครับ และวันนี้มาให้เห็นกับตาว่า ถ้าประชาชนเดือดร้อน พรรคเพื่อไทยคือพรรคที่จะอยู่เคียงข้างตลอดไป”
และได้กล่าวถึงนโยบายหลักที่จะเปลี่ยนชีวิตคนเมืองตาก อาทิ 

สงครามยาเสพติด “ปราบให้จบภายใน 3-6 เดือน”  ประกาศกร้าวว่า หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วง 3 เดือนแรกจะสแกนทุกหมู่บ้าน “3 เดือนแรก สแกนคุก สแกนหมู่บ้าน ใครติดยาเอาออกมาให้หมด แน่นอนว่าเขาคือลูกหลานของเรา ยังไงเราก็ไม่ทิ้ง” จะมีโครงการ “1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด” เพื่อส่งเสริมอาชีพและคืนพวกเขากลับสู่ครอบครัว ส่วนฝั่งผู้ผลิตและผู้ขายจะถูกจัดการอย่างเด็ดขาด “ภายใน 3-6 เดือน จับให้หมด ปราบยาเสพติดทั้งระบบ ทั้งคนขาย ทั้งคนผลิต”

ปลดหนี้ครั้งใหญ่และนโยบาย “70/30” กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกล่าวถึงปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ พรรคเพื่อไทยจะเข้ามาปลดหนี้ทั้งระบบ ทั้งเกษตรกร ครู และข้าราชการ เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียนได้อีกครั้ง และเสนอแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ที่ต่อยอดจากของเดิม “รัฐบาล 70 พี่น้อง 30” เพื่อลดภาระให้ประชาชนสามารถกลับมาจับจ่ายใช้สอยได้จริง

ยกระดับสาธารณสุขสู่ “30 บาท AI” โดยชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษา จะอัปเกรดโครงการ 30 บาท ให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีการรักษาทางไกล 

สิทธิที่ดินทำกินและการเกษตรที่มั่นคง  จะเร่งสแกนปัญหาที่ดินทับซ้อนและเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด เพื่อให้เกษตรกรมีหลักประกันความมั่นคง พร้อมนโยบายประกันกำไรจากการทำเกษตร 30% และบริหารจัดการระบบชลประทานให้ทั่วถึงทุกพื้นที่

กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและทุนการศึกษาลูกหลาน  ตั้งเป้าที่จะลดอำนาจรัฐส่วนกลางและส่งคืนอำนาจให้ท้องถิ่น พร้อมเพิ่มงบประมาณให้แต่ละตำบลจัดการปัญหาอุปโภคบริโภคและสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาฝุ่นควัน รวมถึงการสร้างโอกาสทางการศึกษาผ่านเงินทุนส่งลูกหลานไปเรียนต่อสาขาที่ขาดแคลนเช่น หมอ หรือพยาบาล ทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ช่วงสุดท้าย นายยศชนัน ได้กล่าวเป็นภาษาเหนือ (อู้กำเมือง) ขอแรงสนับสนุนให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เลือกผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 3 พ.ต.ท. พิษณุ พลบุตร (รองนุ) อย่างถล่มทลาย เพื่อส่ง สส.พรรคเพื่อไทยไปทำงานเพื่อคนตาก และให้พรรคเพื่อไทย เข้าไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 

ขณะเดียวกัน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส. จ.ตาก ครบทั้ง 3 เขต โดยจัดเวทีปราศรัยที่โรงยิมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ระมาด อ.แม่ระมาด และศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP อ.พบพระ บรรยากาศมีประชาชนร่วมฟังคึกคัก โดยเฉพาะชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ เดินทางมาร่วมฟังด้วย

ช่วงหนึ่งของเวที มีการเปิดคลิปวิดีโอของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งติดภารกิจหาเสียงในพื้นที่อื่น โดยได้กล่าวทักทายพี่น้องชาวจังหวัดตาก พร้อมขอโอกาสให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบ เพื่อผลักดันนโยบายดีๆ ให้ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง

จากนั้น นายจุลพันธ์ ปราศรัยระบุว่า แม้จะมีกระแสข่าวว่าบางพรรคใช้เงินจำนวนมากในการหาเสียง แต่พรรคเพื่อไทยไม่เคยหวั่นไหว เพราะเงินอาจหมดไปได้ในเวลาไม่นาน แต่นโยบายที่ดีจะอยู่กับประชาชนตลอดไป พร้อมย้ำว่าพรรคเพื่อไทยยึดมั่นการเมืองที่สุจริตและแข่งขันด้วยนโยบาย

นายจุลพันธ์ กล่าวถึงนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่เสนอนโยบายล้างหนี้ประชาชน เพื่อช่วยคลี่คลายภาระและฟื้นความมั่นคงทางเศรษฐกิจครัวเรือน และชูนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ให้เกษตรกร จะไม่ขาดทุนอีกต่อไป พร้อมเดินหน้าทำสงครามกับความยากจนอีกครั้ง ผ่านนโยบาย “คนไทยไร้จน” ตั้งเป้าพาคนไทยกว่า 3.4 ล้านคน ก้าวข้ามเส้นความยากจน ด้วยการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท

สำหรับปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะสานต่องานของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ได้คืนสิทธิสัญชาติให้ประชาชนแล้วกว่า 500,000 คน เพื่อสร้างความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับทุกคน

ส่วนปัญหาคนทับป่า–ป่าทับคน นายจุลพันธ์ ระบุว่า ต้องยุติอย่างจริงจัง โดยพรรคเพื่อไทยจะใช้กลไก “วันแมป แผนที่เดียวทั้งประเทศ” เพื่อยืนยันสิทธิการทำกินของประชาชน และแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างเป็นธรรม

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้มีแนวคิดพัฒนาจังหวัดตากให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากมีศักยภาพด้านชายแดน การท่องเที่ยว และการเกษตร แต่การรัฐประหารปี 2549 ทำให้การพัฒนาขาดความต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทยยืนยันจะสานต่อแนวคิดดังกล่าว เพื่อสร้างงานดี รายได้มั่นคง และดึงลูกหลานชาวตากกลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ช่วงท้าย นายจุลพันธ์ กล่าวถึงประเด็นความโปร่งใสทางการเมือง ย้ำว่าการเมืองต้องตรวจสอบได้ พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะยึดเสียงของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเดินหน้าการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

สำหรับผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดตาก 3 เขต ได้แก่ เขต 1 พ.ต.ท.วิษณุ พลบุตร เบอร์ 3, เขต 2 นายวราทิตย์ ไชยนันท์ เบอร์ 3, เขต 3 ดร.ชัยณรงค์ มะเดชะ เบอร์ 2

เจษฎ์ ลั่น ถูกไอโอปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต.สอบโยงพรรคการเมืองหรือไม่?

เจษฎ์ ลั่น ถูกไอโอปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต.สอบโยงพรรคการเมืองหรือไม่?

เจษฎ์ ลั่น ถูกไอโอปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต.สอบโยงพรรคการเมืองหรือไม่?

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.33 น.

​”เจษฎ์” ฝาก วิโรจน์ เคลียร์ด้อมส้ม โอดโดนทัวร์ลงหนักโลกออนไลน์ แต่โลกความจริงกำลังใจเพียบ แฉเบื้องหลัง “IO สีเทา-เว็บพนัน” จี้ กกต. เร่งสอบเส้นทางเชื่อมโยงพรรคการเมือง 

วันที่ 20 มกราคม 2569 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เปิดใจหลังลงสนามการเมืองเต็มตัว ยอมรับ “งง” เจอถล่มยับทั้งที่เพิ่งเริ่ม แฉข้อมูลเชิงลึก เชื่อมีขบวนการ “สีเทาออนไลน์” ใช้ AI และเครือข่ายเว็บพนันปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต. ตรวจสอบด่วน หวั่นเงินสีเทาครอบงำการเลือกตั้ง

นายเจษฎ์ กล่าวว่า แม้ตนจะไม่เคยเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองโดยตรงมาก่อน แต่เมื่อก้าวเข้ามาทำหน้าที่นี้ กลับต้องเผชิญกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operations) ที่รุนแรงและผิดปกติ ซึ่งตนถูกโจมตีอย่างหนักในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน โดยมีการระบุพาดพิงถึงกลุ่มการเมืองสีหนึ่งว่า “สีส้มชอบผมมาก ขยับขวาโดนด่าห้าพันที ขยับซ้ายโดนด่าสองพันที รวมๆ แล้วเป็นหมื่นเป็นแสน” ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการระดมโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้

​นายเจษฎ์ ยังได้เน้นย้ำถึงข้อมูลที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ที่ชี้ว่าศักยภาพในการระดมโจมตีระดับนี้ คนธรรมดาทั่วไปทำไม่ได้ แต่ต้องใช้เครื่องมือระดับสูงอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครือข่ายบอท (Bot)

​”ผู้เชี่ยวชาญบอกผมว่า พวกที่มีความสามารถในการทำ IO ผ่านออนไลน์ มักจะเป็นพวกเดียวกับ ‘สีเทา’ ในโลกออนไลน์ พวกเว็บพนัน หรือพวกที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการปลุกปั่นยุยง”นายเจษฎ์ กล่าว

​ขณะที่มีข้อสังเกตเชื่อมโยงกับกรณีที่ นายไชยชนก (ชิดชอบ) เคยออกมาเตือนเรื่องกลุ่มทุนสีเทาในโลกออนไลน์ โดย นายเจษฎ์ ระบุว่า เมื่อตรวจสอบบัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาโจมตีตน พบความผิดปกติที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นกลุ่มเดียวกับเครือข่ายธุรกิจสีเทาเหล่านี้

จึงขอเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเตือนว่าหากมีการเชื่อมโยงกันจริงระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มธุรกิจสีเทา เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกตั้ง ถือเป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตย “ถ้ามันเชื่อมโยงกันจริง อันตรายครับ รบกวน กกต. ตรวจสอบให้ดี ถ้าเอาสีเทาสีดำมารวมกันแล้วใช้ในการเลือกตั้ง ต้องจัดการ”

​นายเจษฎ์ ได้กล่าวเปรียบเทียบกรณีของ นายวิโรจน์ (ลักขณาอดิศร) ที่เคยบ่นเรื่องโดน IO โจมตี โดยระบุว่าสิ่งที่ตนโดนนั้นหนักกว่าร้อยเท่า พร้อมฝากทิ้งท้ายถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังว่า การใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเพื่อชี้นำสังคมในทางลบ สร้างความเกลียดชัง และทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และขอให้เลิกใช้วิธีการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความดุเดือดของสงครามไซเบอร์ในการเลือกตั้ง ที่ไม่ได้มีเพียงแค่การต่อสู้ทางอุดมการณ์ แต่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการนำ “ทรัพยากรทางเทคโนโลยีจากธุรกิจสีเทา” มาใช้เป็นอาวุธทางการเมือง ซึ่งหากเป็นเรื่องจริง จะถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ กกต. ต้องเร่งหาคำตอบเพื่อความโปร่งใสของการเลือกตั้ง และตนขอขอบคุณทุกกำลังใจ แม้โดนด่าออนไลน์จากด้อมบางด้อมเยอะ แต่ในโลกความจริง ได้กำลังใจ จากคนจริง ๆ มาเยอะมาก

ดร.อานนท์ เปิดศึก ใบตองแห้ง ลั่น ชาติไม่ใช่สนามเด็กเล่น ให้เด็กทำลาย

ดร.อานนท์ เปิดศึก ใบตองแห้ง ลั่น ชาติไม่ใช่สนามเด็กเล่น ให้เด็กทำลาย

ดร.อานนท์ เปิดศึก ใบตองแห้ง ลั่น ชาติไม่ใช่สนามเด็กเล่น ให้เด็กทำลาย

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.15 น.

วันที่ 20 มกราคม 2569 ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ระบุว่า  เห็นคลิป คุณใบตองแห้ง พูดว่า ถ้าอยากทำลายพรรคประชาชน ให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาลก็พอ รับรองไปไม่รอด ก็เหมือนกับคนญี่ปุ่น พรรคฝ่ายซ้ายได้เป็นรัฐบาลไปครั้งเดียว คนญี่ปุ่นเข็ดหลาบจดจำ ไม่เลือกกลับมาอีกเลย เพราะทำงานบริหารงานไม่เป็น แล้วคุณใบตองแห้งก็หัวเราะแบบสาแก่ใจ 

ผมตกใจกับเสียงหัวเราะแบบสาแก่ใจของคุณใบตองแห้งจริง ๆ ครับ ผมมีความเชื่อว่าแม้คุณใบตองแห้ง สื่อมวลชนอาวุโสจะสนับสนุนพรรคประชาชน แต่ก็อยู่บนความปรารถนาดีรักชาติบ้านเมืองเช่นเดียวกันกับผม แค่เราคิดเห็นแตกต่างกันเท่านั้น

แต่วันนี้เสียงหัวเราะของคุณใบตองแห้งแบบสาแก่ใจ มันหลอนผมมาก ว่าตกลงคุณใบตองแห้ง คิดว่าจะให้ชาติบ้านเมืองเป็นสนามเด็กเล่นที่จะให้เด็กสร้างความเสียหายหนัก จุดไฟเผาชาติบ้านเมืองจนยับเยินไม่เหลือชาติบ้านเมืองเช่นนั้นจริง ๆ หรือ เสียงหัวเราะนั้น นอกจากดูถูกพรรคส้มและคนในพรรคทั้งหมดแล้ว ยังแฝงปนด้วยความรู้สึกสาแก่ใจที่จะได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองจนย่อยยับ ผมยอมรับว่าผมไม่ชอบเสียงหัวเราะนั้นในคลิปของคุณใบตองแห้งเลย

ผมยอมรับได้กับคำพูดที่คุณใบตองแห้งพูดว่า ให้พรรคประชาชนบริหารประเทศ มีอำนาจเต็มที่สักครั้งดู จะเสียหายก็ยอมรับได้ แต่การหัวเราะแบบสะใจที่ผมเข้าใจว่าคุณใบตองแห้ง สะใจในความเสียหายของชาติบ้านเมือง จากเด็กหัดเล่นไร้ฝีมือ ที่จะทำลายชาติบ้านเมืองย่อยยับนั้น ผมกลับยอมรับไม่ได้ 

ผมเองก็เคยคิดแบบคุณใบตองแห้งว่าลองให้พรรคประชาชนบริหารชาติบ้านเมืองดู คนไทยต้องเรียนรู้แบบเจ็บปวดกันดูสักครั้ง เด็กรุ่นใหม่ไฟแรง ไม่รอบคอบ อ่อนหัด ไร้ประสปการณ์ ให้เขาลองดูก็ได้ เสียหายอะไร เราก็พอคัดค้านประคับประคองได้ แม้จะน่ากลัวว่า เด็กหัดเล่นจะจุดไม้ขีด สองสามก้าน เผาชาติบ้านเมืองตนเองจนไฟไหม้ลุกลาม แล้วคนไทยก็อาจจะถูกไฟครอกตายได้ แต่เราก็คงต้องให้เด็กได้หัดเล่นได้ทดลองดูสักครั้ง แล้วเราก็คอยระวัง แล้วก็คอยป้องกันหรือปรามหรือแก้ไขปัญหาที่พวกเขาก่อขึ้นตลอดเวลา

แต่คิดอีกทีเอ บ้านเมืองก็ไม่ใช่ของเล่น บ้านเมืองเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ จะมาทดลองกันเล่น ๆ บนความฉิบหายของชาติบ้านเมืองไม่ได้

เสียงหัวเราะแบบสะใจของคุณใบตองแห้งนั้น ผมรับรู้และรู้สึกเช่นนี้ ด้วยความไม่สบายใจและไม่ชอบใจอย่างยิ่งจริง ๆ ครับ

ผอ. กกต. กทม. เผยยังไม่มีพรรคการเมืองแจ้งขอส่งผู้สังเกตการณ์

ผอ. กกต. กทม. เผยยังไม่มีพรรคการเมืองแจ้งขอส่งผู้สังเกตการณ์

ผอ. กกต. กทม. เผยยังไม่มีพรรคการเมืองแจ้งขอส่งผู้สังเกตการณ์

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.44 น.

‘ผอ. กกต. กทม.’ เผยยังไม่มีพรรคการเมืองแจ้งขอส่งผู้สังเกตการณ์ แต่เริ่มมาขอแบบฟอร์มแล้ว ชี้ทักท้วง-ถ่ายคลิประหว่างนับคะแนนได้ โดยต้องไม่เป็นการรบกวน กปน.

วันที่ 20 มกราคม ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงหลักปฏิบัติในการทำงานของสื่อมวลชนในวันเลือกตั้ง สส. และวันออกเสียงประชาชนมติ โดยระบุว่า การทำงานของสื่อมวลชนต้องไม่เป็นการรบกวนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) การถ่ายภาพต้องไม่ซูมให้เห็นข้อมูลส่วนบุคคล แล้วขอให้สื่อระมัดระวังการนำเสนอข่าวที่จะเป็นการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รวมถึงห้ามเปิดเผยผลสำรวจความนิยมภายในช่วง 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง ขณะที่ผู้ใช้สิทธิห้ามถ่ายบัตรเลือกตั้ง เพราะจะเป็นการขัดต่อกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถพกโทรศัพท์มือถือเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งได้ เพราะสามารถแสดงตนผ่านแอปพลิเคชัน Thai ID ได้

สำหรับผู้สังเกตการเลือกตั้งของพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองจะต้องแจ้งรายชื่อไปยังประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันเลือกตั้ง และประธานกรรมการการเลือกตั้งจะแจ้งไปยังแต่ละหน่วยเลือกตั้งว่าอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้มีผู้สังเกตการณ์ในวันเลือกตั้งหรือไม่

โดยผู้สังเกตการณ์ของพรรคการเมืองจะต้องเป็นการสังเกตการณ์ภายนอก และต้องไม่เป็นการรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. และการไปสอบถามหรือตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะกระทำมิได้

ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีพรรคการเมืองขอส่งผู้สังเกตการณ์มา ทราบแต่ว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคเริ่มเข้ามาขอแบบฟอร์มเอกสารต่างๆ แล้ว

ขณะที่การดำเนินการนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง หากผู้สังเกตการณ์พบว่ามีความไม่ถูกต้อง สามารถทักท้วงได้ โดยจะมีแบบทักท้วงเพื่อส่งให้กรรมการประจำหน่วย ซึ่งจะร่วมกันตรวจสอบและประชุมกันเพื่อมีความเห็นหรือลงมติ และให้มีการบันทึกไว้ และสามารถทักท้วงในระหว่างนับคะแนนได้เช่นกัน

ส่วนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถถ่ายวีดีโอระหว่างการนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ระบุว่า ไม่มีข้อห้าม แต่พึงระวังไม่ให้เป็นการรบกวนการปฏิบัติงานของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

ส่วนกรณีที่ผู้สังเกตการณ์อาจจะมองเห็นภายในหน่วยเลือกตั้งได้ไม่ชัดนั้น ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ได้มีการซักซ้อมให้ตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าไปนั่งในหน่วยเลือกตั้ง แต่จะต้องไม่เป็นการรบกวน ขัดขวาง หรือกระทำให้เกิดความไม่สะดวกต่อการทำหน้าที่ของ กปน. ซึ่งได้กำชับไปทางพรรคการเมืองให้มีการอบรมผู้สังเกตการณ์หรือตัวแทนพรรคการเมืองในแต่ละหน่วยเลือกตั้งแล้ว

กกต.กทม.ยังไม่พบซื้อสิทธิขายเสียง ส่วนใหญ่ร้องป้ายหาเสียงบังตา เร่งแจ้งพรรคแก้ไข

กกต.กทม.ยังไม่พบซื้อสิทธิขายเสียง ส่วนใหญ่ร้องป้ายหาเสียงบังตา เร่งแจ้งพรรคแก้ไข

กกต.กทม.ยังไม่พบซื้อสิทธิขายเสียง ส่วนใหญ่ร้องป้ายหาเสียงบังตา เร่งแจ้งพรรคแก้ไข

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.37 น.

กกต.กทม.ยันไม่มีซื้อสิทธิ์ขายเสียง ส่วนใหญ่พบร้องป้ายหาเสียงบดบังการจราจร เร่งแจ้งพรรคแก้ไข เผยพรรคสามารถส่งเอกสารทางไปรษณีย์ได้ แต่ต้องแจ้งเป็นค่าใช้จ่าย

วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ว่าที่ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีหัวหน้าพรรครักชาติระบุว่ากรุงเทพมหานครมีการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท ว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงาน แต่โอกาสที่จะเป็นไปได้ตนมองว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพ มหานคร4.5ล้านคนโอกาสที่จะแจกคนละ 7,500 บาทเป็นไปไม่ได้เพราะแค่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1 ล้านคน ถ้าจ่ายก็ 7,500 ล้านแล้วจึงคิดว่าไม่น่าจะมีสส.หรือพรรคการเมืองใดที่จะลงทุน

ส่วนกรณีเรื่องร้องเรียนทุจริตหรือซื้อเสียงในส่วนในกรุงเทพมหานครขณะนี้ก็ยังไม่มี ส่วนใหญ่จะเป็นการร้องเกี่ยวกับป้ายหาเสียงว่ากีดขวางการจราจรและบดบังทัศนียภาพโดยแจ้งมาทางสายด่วน1444 เมื่อเราได้รับเรื่องร้องเรียนก็จะได้แจ้งให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้นๆแก้ไข และทางกกต.กทม.ก็มีการตรวจสอบอยู่สม่ำเสมอว่าไม่ให้ไปหาเสียงไปบดบังการจราจร 

เมื่อถามว่ากรณีไปรษณีย์ส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้านควบคู่กับเอกสารหาเสียงของพรรคการเมืองสามารถทำได้หรือไม่ ผอ. กกต.กทม. กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งกกต.ได้กำชับไปรษณีย์ให้ส่งเอกสารแจ้งเจ้าบ้านพร้อมกับเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กกต.กทม.เป็นผู้จัดพิมพ์ ส่วนพรรคการเมืองก็สามารถส่งเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครได้แต่ต้องคิดเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร หรือของพรรคไม่สามารถทำในลักษณะขอความร่วมมือได้

เมื่อถามต่อว่าว่าขณะนี้มีการแข่งขันดุเดือด กกต.กทม.มีการเฝ้าระวังพื้นที่ใดเป็นพิเศษหรือไม่ ว่าที่ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า  การเลือกตั้งครั้งนี้เข้มข้นทุกเขตเนื่องจากเขตที่มีผู้สมัครน้อยที่สุดคือ 12 คนและสูงสุดคือ 19 คน ซึ่งเรามีผู้สังเกตการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการเลือกตั้ง  ชุดเคลื่อนที่เร็ว คอยทำหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินการต่างๆเกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งอยู่

เจี๊ยบ อมรัตน์ ขอโทษ ปมปราศรัยผิด ยันปี 66 ไม่ได้ถูกปล้นชัยชนะ

เจี๊ยบ อมรัตน์ ขอโทษ ปมปราศรัยผิด ยันปี 66 ไม่ได้ถูกปล้นชัยชนะ

เจี๊ยบ อมรัตน์ ขอโทษ ปมปราศรัยผิด ยันปี 66 ไม่ได้ถูกปล้นชัยชนะ

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.37 น.

วันนี้ 20 มกราคม พ.ศ. 2569 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ เจี๊ยบ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์โพสต์ขอโทษการหาเสียงที่ตลาดเกรียงไกร โดยมีข้อความระบุ ว่า “ตามที่ดิฉันไปช่วยคุณชุมพล หลักคำ หาเสียงที่ตลาดเกรียงไกร เมื่อวันที่ 18 มกราคม 69 ดิฉันได้พูดไปตอนหนึ่งซึ่งเป็นการใช้ถ้อยคำที่ไม่ถูกต้อง และคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ในเรื่องนี้ หลังจากได้ปราศรัยเสร็จที่ตลาดเกรียงไกร คุณชุมพลได้ทักท้วงดิฉันว่า สิ่งที่ดิฉันพูดไปนั้น เป็นการใช้ถ้อยคำที่คลาดเคลื่อน เพราะแท้ที่จริงแล้ว การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 คุณชุมพลแพ้ในการเลือกตั้งจริง ๆ ไม่ได้เกิดจากการถูกปล้นชัยชนะแต่อย่างใด ประกอบกับคุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ในฐานะอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่รับผิดชอบการเลือกตั้งในกรุงเทพ ก็ได้ชี้แจงกับดิฉันว่า การเลือกตั้งปี 2566 กทม. เขตเลือกตั้งที่ 20 เป็นการแพ้เลือกตั้งจำนวน 4 คะแนนจริง ๆ

เมื่อได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว ดิฉันก็ตระหนักว่า ดิฉันอาจจะได้กล่าวถ้อยคำที่ห้วนจนเกินไปและไม่ถูกต้อง “ที่ถูกต้องคือคุณชุมพลแพ้การเลือกตั้งโดยไม่ได้ถูกปล้น” ดิฉันจึงขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า การแพ้เลือกตั้งในปี 2566 นั้น ไม่ได้เกิดจากการถูกปล้นชัยชนะแต่อย่างใด อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 19 ม.ค.69″

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

ชาวเน็ตจำนวนมากต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากกับโพสต์ของ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่ออกมายอมรับผิดกับเหตุการณ์ดังกล่าว เช่น

“ดีมากครับ นี่คือคุณสมบัติพิเศษของนักการเมืองพรรคประชาชน ผิดก็ยอมรับและแก้ไข..เยี่ยมครับ”

“4 คะแนน น่าเสียดายจริงๆค่ะ รอบนี้ขอให้ชนะนะคะ”

“ผมอยากให้พรรคเราหาเสียงตามนโยบายจริงๆ ลดการแขวะ สาดโคลน หรือเสียดสีพรรคอื่น ฟาดได้เมื่อถูกฟาดก่อน อยากให้สร้างบรรยากาศดีๆในการเมือง อยากให้มาตรฐานพรรคเราสูงกว่าพรรคอื่นครับ ทำการเมืองแบบใหม่ดีกว่าครับ”

“ไม่ได้พูดถ้อยคำไม่ถูกต้อง กล่าวหาคนอื่นชัดๆ”

“ควรไปแก้ ณ จุดเกิดเหตุ อีกครั้งครับ”

“‘ถ้อยคำที่ห้วนเกินไปและไม่ถูกต้อง’ แต่ได้ขอโทษแล้วยังนะคะ พูดข้อมูลผิดทำคนอื่นเขาเสียหายนะคะ”

“สปีริต”

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล