ฟอร์ด ปกรณ์ ลูกชายคู่กรณีคดี 70 ล้าน ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่รู้เรื่องพ่อแอบใช้บัญชี

ฟอร์ด ปกรณ์ ลูกชายคู่กรณีคดี 70 ล้าน ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่รู้เรื่องพ่อแอบใช้บัญชี

ฟอร์ด ปกรณ์ ลูกชายคู่กรณีคดี 70 ล้าน ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่รู้เรื่องพ่อแอบใช้บัญชี

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.19 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล! หลัง “ฟอร์ด ปกรณ์” ลูกชายคู่กรณีประเด็นเงิน 70 ล้านบาท ได้ออกมาเปิดใจในรายการ “โหนกระแส” โดย “หนุ่ม กรรชัย” ถึงกระแสสังคมที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนัก พร้อมเคลียร์ชัดทุกข้อสงสัย ยืนยันความบริสุทธิ์ใจและไม่เคยรับรู้เรื่องเส้นทางการเงินของพ่อ

ฟอร์ด ปกรณ์ เปิดเผยในรายการโหนกระแสว่า ตอนนี้ตนเองตกใจและเครียดมากกับกระแสสังคมที่เข้ามา เนื่องจากจำนวนเงินสูงถึง 70 ล้านบาท สิ่งที่อยากชี้แจงให้ทุกคนรับรู้คือ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินก้อนนี้ และไม่เคยรับรู้กระบวนการใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ฟอร์ด ยังได้เล่าถึงสถานะครอบครัวที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่า ตนเองอยู่กับย่าและป้ามาตั้งแต่เด็ก (อายุได้เพียง 3 เดือน) เนื่องจากพ่อแม่ต้องไปทำงาน เพิ่งจะได้มาใช้ชีวิตอยู่กับแม่จริงๆ ในช่วงเรียนมัธยมปลาย เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ก็แยกตัวไปอยู่หอใน และทำงานส่งตัวเองเรียนมาตลอด ยอมรับว่าเคยกลับไปช่วยงานพ่อบ้างในวันเสาร์-อาทิตย์ และพอรู้ว่าพ่อมีหนี้สิน ซึ่งตนก็ช่วยใช้หนี้ให้พ่อแม่ตามกำลัง แต่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับระบบธุรกิจของพ่อ

เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ยิงคำถามสำคัญว่า “ฟอร์ดรู้ไหมว่าพ่อเอาบัญชีชื่อฟอร์ดไปใช้ ตั้งแต่ปี 2564?”

ฟอร์ด ปกรณ์ ตอบชัด “ไม่รู้เลยครับ ถ้ามีการทำธุรกรรมหรือเงินเข้าธนาคารแบบนั้นผมต้องรู้ แต่นี่ไม่รู้เลย ผมไม่เคยเปิดบัญชีให้พ่อใช้ และหากตรวจสอบแล้วผมมีส่วนผิดใดๆ ก็ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มที่ เพราะผมบริสุทธิ์ใจ และพร้อมชี้แจงเส้นทางการเงินทั้งหมด”

ฟอร์ดยังระบุอีกว่า หลังจากเกิดเรื่องได้ติดต่อไปสอบถามพ่อแล้ว ซึ่งพ่อตอบกลับมาว่า “ไม่ต้องมายุ่ง ฟอร์ดไม่เกี่ยว เดี๋ยวให้ผู้ใหญ่เคลียร์กันเอง” นอกจากนี้ยังได้ปกป้อง “แพรรี่” โดยยืนยันว่าพี่แพรรี่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้เลย แต่ถูกนำชื่อไปโยงเอี่ยวด้วย พร้อมทิ้งท้ายว่าหากตรวจสอบแล้วพ่อผิดจริง ก็ให้ดำเนินคดีไปตามกระบวนการกฎหมาย

ด้านพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้ให้คำแนะนำและเตือนสติฟอร์ดกลางรายการอย่างตรงไปตรงมา ว่าสิ่งที่ฟอร์ดต้องรีบจัดการในตอนนี้มี 2 เรื่องสำคัญ คือ ต้องรีบไปตรวจสอบกับทุกธนาคารว่ามีบัญชีชื่อ “ปกรณ์” เปิดไว้ที่ไหนบ้าง เพราะหากพ่อเอาบัญชีไปรับเงินที่ไม่ถูกต้อง ฟอร์ดจะกลายเป็น “บัญชีม้า” และต้องรับโทษทางกฎหมายไปด้วย และต้องเร่งติดต่อพ่อให้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคม และเคลียร์แนวทางการเยียวยาให้กับผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด

ทัวร์ลงยับ! ฟอร์ด ปกรณ์ หลังพ่อเอี่ยวคดีโกง 70 ล้าน ด้าน สิตางศุ์ ตอกกลับเจ็บ

ทัวร์ลงยับ! ฟอร์ด ปกรณ์ หลังพ่อเอี่ยวคดีโกง 70 ล้าน ด้าน สิตางศุ์ ตอกกลับเจ็บ

ทัวร์ลงยับ! ฟอร์ด ปกรณ์ หลังพ่อเอี่ยวคดีโกง 70 ล้าน ด้าน สิตางศุ์ ตอกกลับเจ็บ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.23 น.

เป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกออนไลน์ที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีของ “ฟอร์ด-ปกรณ์” คนสนิทของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “แพรี่ ไพรวัลย์” ที่ล่าสุดได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากเกิดกระแสดราม่าระเบิดลง ปมคุณพ่อของฟอร์ดถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับคดีโกงเงินมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท ซึ่งมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากเดินทางไปร้องเรียนในรายการดังอย่าง โหนกระแสหลังจากกระแสข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ฟอร์ด ปกรณ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความสั้น ๆ ในลักษณะตัดพ้อระบุว่า ‘บางคนก็ด่าแรงโพด ไปทำอะไรให้เนี่ย’

แต่ดูเหมือนกระแสดราม่าจะไม่แผ่วลง ทำให้เจ้าตัวต้องออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวอีกครั้ง เพื่อเตือนสติเหล่านักเลงคีย์บอร์ดที่เข้ามาคอมเมนต์โจมตี โดยระบุว่าตนเองพร้อมรับฟัง แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานของความจริง และทิ้งท้ายด้วยประโยคเด็ดชวนสะดุ้งว่า

“ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นนะครับ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง ไม่ใช่การคิดไปเองแล้วทำให้คนอื่นเสียหายพื้นที่สาธารณะแต่ความรับผิดชอบเป็นเรื่องส่วนบุคคลนะครับ ก่อนจะคอมเมนต์อะไร รบกวนเกรงใจเงินในกระเป๋าตัวเองด้วยนิดนึงครับ”

นอกจากนี้ของฟอร์ดที่ระบุถึงกรณีดังกล่าวด้วยความอัดอั้นว่า “ก็คนมันไม่รู้ พี่จะให้รู้ได้ยังไงล่ะ ครับ ” เพื่อเป็นการยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นกับพฤติกรรมของผู้เป็นพ่อ

แต่เรื่องราวดูเหมือนจะไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อเน็ตไอดอลชื่อดังเจ้าของตำนานส้มหยุดอย่าง “สิตางศุ์ บัวทอง” ได้ออกมาโพสต์ข้อความสีแดงเดือดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งหลายคนคาดว่าเป็นการฟาดกลับโพสต์ของฟอร์ดโดยตรง โดยระบุข้อความว่า ผู้เสียหาย บอก เงินเข้า บช.ลูกชาย ปี66 โอ้ยยยย.มันเกี่ยวค่ะลูกกกก…”

งานนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ทางฝั่งของ “ฟอร์ด ปกรณ์” และ “แพรี่ ไพรวัลย์” จะมีการออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวหรือชี้แจงเอกสารเส้นทางการเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเพิ่มเติมอย่างไร หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

สุดกตัญญู แพรรี่ ไพรวัลย์ มอบเงินก้อนแรก 1 ล้านบาทให้แม่ เผยหลักธรรม ใช้หนี้เก่า เลี้ยงดูผู้มีพระคุณ

สุดกตัญญู แพรรี่ ไพรวัลย์ มอบเงินก้อนแรก 1 ล้านบาทให้แม่ เผยหลักธรรม ใช้หนี้เก่า เลี้ยงดูผู้มีพระคุณ

สุดกตัญญู แพรรี่ ไพรวัลย์ มอบเงินก้อนแรก 1 ล้านบาทให้แม่ เผยหลักธรรม ใช้หนี้เก่า เลี้ยงดูผู้มีพระคุณ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.26 น.

เป็นเรื่องราวประทับใจที่ชาวเน็ตแห่กดไลก์และชื่นชมกันอย่างล้นหลาม เมื่อ “แพรรี่ – ไพรวัลย์ วรรณบุตร” อินฟลูเอนเซอร์และอดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง ได้โพสต์ภาพสุดอบอุ่นคู่กับคุณแม่ พร้อมถือปึกเงินสดก้อนโตจากการค้าขายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโดย ‘แพรรี่’ระบุว่า ตนเองยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอดในการทำมาค้าขายในทุก ๆ ปี ว่าเมื่อได้กำไรก้อนแรกมา จะต้องนำมามอบให้คุณแม่ก่อนเสมอ ซึ่งในปีนี้เป็นจำนวนเงินถึง 1,000,000 บาท นอกจากนี้ แพรรี่ยังได้สอดแทรกข้อคิดทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับความกตัญญูไว้อย่างลึกซึ้ง โดยระบุว่า “พระพุทธศาสนาสอนว่า ให้รู้จักใช้หนี้เก่า คือ เลี้ยงดูมารดาบิดา แม่เป็นคนดูแลทุกอย่างในบ้าน ขอแค่ให้แม่มีชีวิตที่สุขสบาย มีเงินรักษาโรค ดิฉันก็พอใจแล้วค่ะ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมในความกตัญญูกตเวทิตาเป็นจำนวนมาก โดยยอดกดไลก์พุ่งสูงกว่า 2 แสนครั้ง และมีการแชร์ต่อเพื่อส่งต่อเรื่องราวดี ๆ นี้เกือบ 2,000 ครั้งเลยทีเดียว นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเป็นลูกกตัญญูที่น่ายกย่องในสังคมสล็อต

ชุมทางดาวทอง บุกเมืองสิงห์บุรี แจกทอง1ล้าน บอสนก ชวนลุ้น ก่อนชมประกวดเพลงลูกทุ่งชิงแต้มระอุ

ชุมทางดาวทอง บุกเมืองสิงห์บุรี แจกทอง1ล้าน บอสนก ชวนลุ้น ก่อนชมประกวดเพลงลูกทุ่งชิงแต้มระอุ

ชุมทางดาวทอง บุกเมืองสิงห์บุรี แจกทอง1ล้าน บอสนก ชวนลุ้น ก่อนชมประกวดเพลงลูกทุ่งชิงแต้มระอุ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.52 น.

รายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD ขนทั้งความประทับใจ ความตื่นเต้น และความสนุกมาเสิร์ฟแบบเต็มอิ่ม โดยเฉพาะไฮไลท์ใหญ่ที่หลายคนรอคอย กับภารกิจส่งมอบทองคำมูลค่า 1 ล้านบาทให้ถึงมือผู้โชคดีตัวจริงเสียงจริงถึงหน้าบ้าน!เปิดรายการด้วยโมเมนต์สุดอบอุ่นชวนยิ้ม เมื่อพิธีกรขวัญใจมหาชน “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” จับมือ “เอก-ชัชวาล ธิติโรจนวัฒน์” เดินทางตรงสู่จังหวัดสิงห์บุรี นำทองคำมูลค่า 1 ล้านบาท จากกิจกรรม “อร่อยด้วย รวยง่าย ลุ้นทองคำ” ของผลิตภัณฑ์ตราแม่ครัว ตราฉลากทอง และตราแม่ครัวฉลากทอง ซึ่งได้รับเกียรติจาก “คุณสมศักดิ์ รักษ์อารีกุล” ผู้จัดการฝ่ายขายฯ เป็นผู้จับรางวัลสดในรายการเมื่อสัปดาห์ก่อน ไปมอบให้กับผู้โชคดีประจำปี ได้แก่ “คุณทัศนีย์ รุจิโมระ” ถึงหน้าบ้าน

ทันทีที่รางวัลทองคำมูลค่า 1 ล้าบาท ถูกส่งถึงมือผู้โชคดี บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงเฮ ความตื่นเต้น และรอยยิ้มจากครอบครัวรวมถึงเพื่อนบ้านที่มาร่วมแสดงความยินดี ชนิดที่เรียกว่าอิ่มเอมใจทั้งคนให้และคนรับ เพราะนี่คือรางวัลใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริง

ด้าน “บอสนก-บริพันธ์” เผยด้วยรอยยิ้มว่า ผู้โชคดีที่ส่งชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ตราแม่ครัว ตราฉลากทอง และตราแม่ครัวฉลากทอง มาร่วมสนุกกับรายการชุมทางดาวทอง จนได้รับรางวัลทองคำมูลค่า 1 ล้านบาทในปีนี้ ถือเป็นเศรษฐีทองคำล้านคนที่ 8 ของรายการแล้ว โดยกิจกรรมนี้จัดต่อเนื่องทุกปี และยังคงแจกจริงตลอดทั้งปี

“ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เวลา 13.10 น. เราจับแจกเงินสดวันละ 10,000 บาท แบบเต็มจำนวน ไม่ต้องหารสองกับใคร อยากชวนแฟนรายการส่งชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์มาร่วมสนุกกันเยอะ ๆ เพราะผู้โชคดีคนต่อไปอาจเป็นคุณ” 

ส่วนความเข้มข้นบนเวทีประกวดร้องเพลงลูกทุ่งมาตรฐานระดับประเทศ “GLO Miracle Music ซีซั่น 3” ก็ยังเดินหน้าสร้างความสนุกแบบไม่มีแผ่ว โดยวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนนี้ พบกับการแข่งขันรอบแรก กลุ่มที่ 10 เปิดเวทีด้วย “กุ๊บกิ๊บ-บุญญฉัตร บุญรัตน์” แชมป์ชุมทางดาวทอง GLO Miracle Music ซีซั่น 2 ที่ควงซิงเกิลแรก “ลูกทุ่งไทยใจกตัญญู” มาโชว์พลังเสียงหวานซึ้ง ก่อนส่งต่อความเดือดให้กับ 4 เยาวชนตัวแทนจากจังหวัดระยอง นครราชสีมา ลพบุรี และอุดรธานี ที่ต่างงัดเทคนิคการร้อง ลูกคอ และอินเนอร์ทางอารมณ์เพลงออกมาฟาดฟันกันแบบไม่มีใครยอมใคร

ขณะที่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน หลังจากชมภารกิจมอบทองล้านสุดประทับใจแล้ว ความสนุกยังต่อเนื่องกับการแข่งขันรอบแรก กลุ่มที่ 11 พร้อมแขกรับเชิญสายโจ๊ะ “อรุณ ชูเมือง” จากค่ายบิ๊กเลิฟมิวสิค ที่ขนเพลงสนุก ๆ มาเรียกเสียงปรบมือและรอยยิ้มจากแฟนรายการแบบจัดเต็ม

ก่อนเข้าสู่โหมดศึกประชันเสียงของ 4 เยาวชนตัวแทนจากจังหวัด นครสวรรค์ ขอนแก่น ชัยนาท และเชียงใหม่ ที่ต่างปล่อยของกันสุดพลัง ทั้งน้ำเสียง อารมณ์เพลง และลีลาบนเวที จนเหล่าคอมเมนเตเตอร์ถึงกับหนักใจ เพราะคะแนนสูสีกันแทบทุกตัวโน้ต เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เดาผลการแข่งขันกันแทบไม่ถูกเลยทีเดียว

แฟนเพลงลูกทุ่งตัวจริงห้ามพลาด! เพราะสัปดาห์นี้รายการ “ชุมทางดาวทอง” ครบรสทั้งความสุข ความประทับใจ ความตื่นเต้น และการแข่งขันสุดเข้มข้น ติดตามได้วันพฤหัสบดีที่ 11 และวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลาดี 13.10 น. ทางช่อง 7HD กด 35 หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง ที่ http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟซบุ๊กแฟนเพจ https://www.facebook.com/chumtangdaotong/

รับรองว่าสนุกครบรส ดูเพลินจนวางรีโมตไม่ลงแน่นอน! 

สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) จับมือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม แถลงจัดงาน Thailand Y Content Awards 2025

สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) จับมือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม แถลงจัดงาน Thailand Y Content Awards 2025

สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) จับมือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม แถลงจัดงาน Thailand Y Content Awards 2025

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.30 น.

ยิ่งใหญ่และสมเกียรติ สำหรับงานแถลงข่าวเปิดตัว “Thailand Y Content Awards 2025” งานประกาศรางวัลแห่งความสำเร็จเพื่อเชิดชูเกียรติและผลักดันบุคลากรในอุตสาหกรรมคอนเทนต์วาย ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จัดโดย สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย (TBLC) ภายใต้การสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ณ SCBX NEXT TECH HALL ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วย เหล่าผู้จัดซีรีส์วาย และทัพสื่อมวลชนมาร่วมเก็บภาพบรรยากาศคึกคัก

งาน “Thailand Y Content Awards 2025” ในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “DIAMOND” ที่เปรียบความงดงามของคอนเทนต์ซีรีส์วายเหมือนกับเพชร ยิ่งผ่านการเจียระไนก็ยิ่งทรงคุณค่าและมีประกายที่ชัดเจน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซีรีส์ของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ในงานได้รับเกียรติจาก คุณณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม นายกสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย ขึ้นกล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วย นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะตัวแทนจากภาครัฐ ขึ้นกล่าวถึงการสนับสนุนโครงการ เพื่อร่วมผลักดันคอนเทนต์ไทยให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เติบโตอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีทัพผู้จัดระดับแนวหน้าของเมืองไทย ดารา นักแสดง และศิลปินซีรีส์วาย ร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ อย่างคับคั่ง นำโดย ลาเต้ – ธนรรถชล, คิม – พงศธร, แฟรงค์ – ธนัตศรันย์, มิมี่ – ฤทัยภัทร, ยูโด – ธรรม์ธัช, ปีเตอร์ – ปรัตถกร, บี – อภิสิทธิ์, ซอส – กมลเทพ, ปุญ – นายปุญญาวีร์, มู่หลาน – เสกพร, ไข่มุก – นิลาวัลย์, แม็ก – จิรายุทธ, ไข่มุก – วรัทยา, เบส – ณัฐชนน, ท้องฟ้า – อลิชา, เมย์ – ณัฐพัชร พร้อมด้วยนักแสดงซีรีส์วายอีกมากมายจากหลากหลายค่าย ปิดท้ายด้วยโชว์สุดพิเศษ “Fashion Show ผ้าไทยร่วมสมัย” เครื่องแต่งกายจากผ้าไทย โดยมีตัวแทนนักแสดง BL & GL มาร่วมถ่ายทอดความงดงามของวัฒนธรรมไทยผ่านแฟชั่นดีไซน์ทันสมัย ผสานความเลอค่าด้วยชุดเครื่องเพชรจากแบรนด์ระดับตำนานของเมืองไทยอย่าง Beauty Gems (บิวตี้ เจมส์) รวมมูลค่ากว่า 33 ล้านบาท ที่มาร่วมเจียระไนให้แฟชั่นโชว์ผ้าไทยส่องประกายระยิบระยับสมเกียรติ

ซึ่งในการประกาศรางวัลครั้งนี้ มีการมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่คนเบื้องหน้าและเบื้องหลังรวมทั้งสิ้น 18 สาขารางวัล ซึ่งแบ่งเกณฑ์การตัดสินออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

1. รางวัลประเภทพิจารณาตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (จำนวน 15 รางวัล) มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านการถ่ายทอดบทบาทการแสดงและคุณภาพการผลิตในแต่ละสาขา ได้แก่

  • รางวัลซีรีส์ยอดเยี่ยม
  • รางวัลการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม
  • รางวัลส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยยอดเยี่ยม
  • รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
  • รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
  • รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
  • รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
  • รางวัลผู้กำกับซีรีส์ยอดเยี่ยม
  • รางวัลเพลงประกอบซีรีส์ยอดเยี่ยม
  • รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม
  • รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม
  • รางวัลองค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม
  • รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
  • รางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม
  • รางวัลบทซีรีส์ยอดเยี่ยม

2. รางวัลประเภท Popular Vote (จำนวน 3 รางวัล) เปิดโอกาสให้พลังแฟนคลับและประชาชนทั่วไป มีส่วนร่วมส่งคะแนนโหวตให้กับศิลปินและผลงานที่ชื่นชอบ ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน EMOS โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการโหวต ได้แก่

  • รางวัลขวัญใจมหาชน
  • รางวัลนักแสดงดาวรุ่งแห่งปี
  • รางวัลคู่จิ้นแห่งปี

โดยหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของซีรีส์ที่จะถูกเสนอชื่อเข้าชิง ซีรีส์ BL / GL ที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาจะต้องออกอากาศในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ เดือนเมษายน พ.ศ. 2568 ถึง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 เท่านั้น โดยผลงานที่ถูกเสนอชื่อจะต้องมีจำนวนตอนไม่น้อยกว่า 6 ตอน และมีความยาวในแต่ละตอนไม่น้อยกว่า 40 นาที

สำหรับงานประกาศรางวัล Thailand Y Content Awards 2025 ที่ทุกคนรอคอย มีกำหนดการจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่  ในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569  ณ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ (The Mall Lifestore Bangkapi) โดยจะมีเหล่าศิลปินและคนเบื้องหลังมาร่วมรับรางวัลอย่างสมเกียรติ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียด รายชื่อผู้เข้าชิง และความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทางช่องทางประชาสัมพันธ์ของสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย

ติดตามได้ทาง Social Media “สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์ วาย ไทย”

Facebook : https://www.facebook.com/share/1Bak9CU4HF/?mibextid=wwXIfr

Instagram : https://www.instagram.com/tblc_thailand?igsh=MXduanBmbWFoMzcwcg==

TikTok : https://www.tiktok.com/@tblc_thailand

X : https://x.com/TBLC_Thailand

YouTube : www.youtube.com/@TBLC_Thailand

Thailand Y Content Awards 2025 #Yawards2025 #TBLC

หายหน้าไปถึง 10 ปี พอลลี่-พรพรรณ อดีตนางเอกช่อง 7HD ยังสวยเป๊ะ

หายหน้าไปถึง 10 ปี พอลลี่-พรพรรณ อดีตนางเอกช่อง 7HD ยังสวยเป๊ะ

หายหน้าไปถึง 10 ปี พอลลี่-พรพรรณ อดีตนางเอกช่อง 7HD ยังสวยเป๊ะ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.56 น.

ห่างหายจากวงการบันเทิงไปนานกว่า 10 ปี อดีตนางเอกช่อง 7HD  “พอลลี่-พรพรรณ รัตนหิรัญญา” ที่ตอนนี้เปลี่ยนบทบาทจากนักแสดงกลายเป็นคุณแม่ลูกสองที่ยังคงความสวย เป๊ะปัง ออร่าฉ่ำสุดๆ “พอลลี่ พรพรรณ” เคยฝากผลงานด้านละครไว้หลายเรื่อง อาทิ คุณแม่เฉพาะหน้าคุณย่าเฉพาะกิจ, คู่หูคู่เฮี้ยน, รักเต็มบ้าน ทั้ง 3 เรื่องออนที่ช่อง 7HD และละคร “นางแค้น” ทางช่องเวิร์คพอยท์ตอนนี้พอลลี่ได้ผันตัวไปเป็นคุณแม่เต็มเวลา ดูแลลูกทั้ง 2 คน ลูกสาวคนโต “น้องแอลเวน” วัย 5 ขวบ และลูกคนเล็ก “น้องเอมิล” วัย 3 ขวบ อย่างอบอุ่น

ล่าสุดด้วยความแซ่บที่ยังไม่จางหายไปของคุณแม่ลูกสอง เธอจึงถูกเชิญให้ไปขึ้นปกนิตยสารฉบับดังอย่าง PRESTIGE ของเดือนมิถุนายน 2026 ฉบับล่าสุดกับลุคส์หวาน เรียบหรู สบายตาสุดๆ และแอบเซ็กซี่เล็กๆ ที่ขอบอกว่า เซี๊ยะมาก ซึ่งใครที่เห็นภาพเหล่านี้ คงทำให้หายคิดถึงเธอได้บ้างส่วนงานบันเทิง เธอบอกว่า “ยังไม่ได้ทิ้ง” เพราะมีเป็นความชอบที่อยู่ในสายเลือด ไม่แน่ในอนาคตอาจจะได้เห็นโปรเจ็กต์ใหม่ๆ กับพอลลี่ก็เป็นได้!!

เด็กไทยเจ๋ง! ‘อัสสัมชัญ’ผงาดคว้าแชมป์วิศวกรรมอวกาศ CanSat 2026 ที่สหรัฐฯ

เด็กไทยเจ๋ง! 'อัสสัมชัญ'ผงาดคว้าแชมป์วิศวกรรมอวกาศ CanSat 2026 ที่สหรัฐฯ

เด็กไทยเจ๋ง! ‘อัสสัมชัญ’ผงาดคว้าแชมป์วิศวกรรมอวกาศ CanSat 2026 ที่สหรัฐฯ

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.21 น.

ทีม DAEDALUS โรงเรียนอัสสัมชัญ ในนามทีมจากประเทศไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศ “แชมป์โลก” ในการปฏิบัติภารกิจและการแข่งขัน Annual CanSat Competition 2026 รอบชิงชนะเลิศ ณ เมือง Monterey รัฐ Virginia ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4–7 มิถุนายน ค.ศ. 2026 ซึ่งเป็นทีมระดับมัธยมศึกษา ทีมเดียว ในการแข่งขัน โดยทำคะแนนรวม 93.0778 คะแนน  จาก 100.0000 คะแนน

ท่ามกลางทีมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำจากนานาประเทศ ทีม DAEDALUS ซึ่งเป็น ทีมระดับมัธยมศึกษาเพียงทีมเดียวของการแข่งขัน สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของเวทีวิศวกรรมอวกาศระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สมาชิกทุกคนได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และเวลานับไม่ถ้วน เพื่อออกแบบ สร้าง ทดสอบ และพัฒนาภารกิจ CanSat จนสามารถนำผลงานของเยาวชนไทยไปแสดงศักยภาพบนเวทีนานาชาติ

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ประกอบด้วย

– Flight Readiness Review (FRR)

– Launch Mission

– Post Flight Review (PFR)

ทุกคะแนนที่ได้รับ ไม่ได้สะท้อนเพียงความสามารถทางวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความอดทน และหัวใจของเยาวชนไทยที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อความฝัน

ทีม DAEDALUS โรงเรียนอัสสัมชัญ ประกอบด้วย

นายพรรวินท์ ชินอมรพงษ์ ชั้น ม.5/1

นายวัชรพงศ์ กีรัตยาภรณ์ ชั้น ม.5/2

นายตีรณ์ญาณ บุญธกานนท์ ชั้น ม.6/1

นายเตชิต หมั่นสกุล ชั้น ม.6/1

นายธนกร หันทะนันท์ ชั้น ม.6/1

นายวัชระวิชญ เล็กสุวรรณกุล ชั้น ม.6/2

นายรภัสกร ลีลารุจาวาณิช ชั้น ม.6/3

นายนพรุจ อึ้งพิพัฒนพงศ์ ชั้น ม.6/3

นายวริทธิ์นันท์ คล้ายสุวรรณ ชั้น ม.6/3

นายภสิน ถาวรวิริยกุล ชั้น ม.6/3

นายกฤษฎิ์ เรืองฤทธิ์ ชั้น ม.6/3

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ยกเลิกโควตาตั๋วฟุตบอลโลกสำหรับแฟนบอล

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ยกเลิกโควตาตั๋วฟุตบอลโลกสำหรับแฟนบอล

9 มิ.ย. 2569 16:19 น.

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ยกเลิกโควตาตั๋วฟุตบอลโลกสำหรับแฟนบอล

สหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ ในฐานะเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2026 หลังสั่งยกเลิกโควตาตั๋วเข้าชมการแข่งขันของฝั่งอิหร่านทั้งหมดในรอบแบ่งกลุ่มอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ไม่สามารถจัดสรรตั๋วให้แฟนบอลได้แม้แต่ใบเดียว

สหพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน (FFIRI) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โจมตีรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในชาติเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้ทำการยกเลิกสิทธิ์และโควตาตั๋วเข้าชมการแข่งขันของแฟนบอลอิหร่านในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่จงใจขัดขวางและกีดกันไม่ให้ชาวอิหร่านเข้าร่วมมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระดับประเทศที่กำลังคุกรุ่น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั้งสองประเทศยังคงอยู่ในสภาวะสงคราม หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทางสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านระบุว่า สหรัฐฯ ได้สร้างอุปสรรคทางระบบราชการขึ้นมาหลายประการ รวมถึงก่อนหน้านี้ที่ปฏิเสธการออกวีซ่าเดินทางเข้าประเทศให้แก่เจ้าหน้าที่บริหารและฝ่ายจัดการของทีมชาติอิหร่านมากกว่า 15 คน

แถลงการณ์ของสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านระบุว่า “เหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 วันก่อนที่ฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ สหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการอีกครั้งเพื่อขัดขวางการเข้าชมของกองเชียร์ทีมชาติอิหร่าน ในสนามแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 3 นัด”

ตามกฎระเบียบของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ระบุไว้ชัดเจนว่า ทีมชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันแต่ละนัดจะได้รับจัดสรรโควตาตั๋วเข้าชมคิดเป็นร้อยละ 8 ของความจุสนาม เพื่อนำไปกระจายและจำหน่ายให้แก่แฟนบอลของชาติตนเองผ่านช่องทางที่เป็นทางการ ซึ่งทางอิหร่านระบุว่าพวกเขาได้รับโควตานั้นมาแล้ว และได้เปิดจำหน่ายตั๋วให้แก่แฟนบอลที่เตรียมเดินทางไปเชียร์แมตช์ที่เจอกับ นิวซีแลนด์, เบลเยียม และอียิปต์ ซึ่งการแข่งขันทั้งหมดมีกำหนดจัดขึ้นในแผ่นดินสหรัฐฯ แต่ตั๋วทั้งหมดกลับถูกสั่งเพิกถอนในภายหลัง

ทางสหพันธ์ฯ กล่าวเสริมว่า “โควตาตั๋วที่จัดสรรให้แก่สหพันธ์ฟุตบอลอิหร่านได้ถูกถอนคืนไปทั้งหมด และภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน สหพันธ์ฯ ไม่สามารถจัดหาตั๋วเข้าชมแม้แต่ใบเดียวให้แก่แฟนบอลที่สนับสนุนทีมชาติได้อีกต่อไป”  พร้อมชี้ว่าการกระทำของสหรัฐฯ ขัดต่อจิตวิญญาณของการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ และละเมิดหลักการแห่งความเท่าเทียมกันของประเทศสมาชิก พร้อมเรียกร้องให้ฟีฟ่าและคณะผู้จัดงานเร่งยึดมั่นในหลักความเป็นกลางและคืนความเป็นธรรมให้แก่แฟนบอลอิหร่าน

ปัจจุบัน ทั้งทางฟีฟ่า และคณะกรรมการจัดการแข่งขันของฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมาแถลงการณ์ตอบโต้หรือชี้แจงใด ๆ ต่อข้อกล่าวหาของทางอิหร่าน

ข้อพิพาทเรื่องตั๋วเข้าชมถือเป็นชนวนความขัดแย้งล่าสุดที่เกิดขึ้นกับทีมชาติอิหร่านในทัวร์นาเมนต์นี้ เนื่องจากปัญหาสงครามและความปลอดภัยที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ก่อนหน้านี้ ทีมชาติอิหร่านต้องตัดสินใจประกาศย้ายค่ายฝึกซ้อมเก็บตัว จากเดิมที่มีกำหนดการในเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา ของสหรัฐฯ เปลี่ยนไปเป็นเมืองติฮัวนา มืองชายแดนของประเทศเม็กซิโกแทนเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬาและหลีกเลี่ยงปัญหาด้านการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติอิหร่านในฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม มีกำหนดการลงสนามนัดแรกพบกับทีมนิวซีแลนด์ ที่นครลอสแอนเจลิส ในวันที่ 15 มิถุนายน จากนั้นจะพบกับ เบลเยียม ที่นครลอสแอนเจลิสเช่นกันในวันที่ 21 มิถุนายน และปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มพบกับทีมอียิปต์ ที่เมืองซีแอตเทิล ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้.

ที่มา AFP

เฮลิคอปเตอร์ “อาปาเช่” สหรัฐฯ ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ “ทรัมป์” ยันนักบินปลอดภัย

เฮลิคอปเตอร์ "อาปาเช่" สหรัฐฯ ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ "ทรัมป์" ยันนักบินปลอดภัย

9 มิ.ย. 2569 15:15 น.

เฮลิคอปเตอร์ “อาปาเช่” สหรัฐฯ ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ “ทรัมป์” ยันนักบินปลอดภัย

เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์โจมตี “อาปาเช่” ของกองทัพสหรัฐฯ ตกใกล้บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นน่านน้ำยุทธศาสตร์สำคัญที่ถูกปิดล้อมและควบคุมโดยกองทัพอิหร่าน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันนักบินสหรัฐฯ 2 นายปลอดภัย ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุยังไม่แน่ชัด

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แถลงยืนยันกับผู้สื่อข่าว ที่ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี ในรัฐนิวยอร์ก หลังจากเข้าชมการแข่งขันบาสเกตบอล NBA นัดชิงชนะเลิศ โดยระบุว่า “นักบินทั้งสองนายปลอดภัยดี ย้ำว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และทางทำเนียบขาวจะมีการออกรายงานอย่างเป็นทางการตามมา”

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทั้งกระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) และกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยังไม่ได้เปิดเผยสาเหตุที่แน่ชัดว่า เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ลำดังกล่าวถูกโจมตีโดยกองกำลังอิหร่าน ประสบปัญหาทางเทคนิค หรือเกิดจากสภาพอากาศ โดยเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ถือเป็นกำลังหลักของสหรัฐฯ ในปฏิบัติการปิดล้อมและสกัดกั้นเรือขนส่งน้ำมันดิบของอิหร่าน เพื่อกดดันให้รัฐบาลเตหะรานยอมลงนามในข้อตกลงสันติภาพ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่อิหร่านและอิสราเอลเพิ่งประกาศ “หยุดยิงชั่วคราว” ตามคำขอของสหรัฐฯ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากดวลอาวุธหนักครั้งใหญ่ที่สุด โดยอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลเพื่อแก้แค้นให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ก่อนที่อิสราเอลจะโต้กลับด้วยการทิ้งระเบิดถล่มระบบป้องกันภัยทางอากาศและโรงงานปิโตรเคมีที่ใช้ผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน และอิหร่านก็สวนกลับด้วยการยิงถล่มนิคมอุตสาหกรรมในเมืองไฮฟาของอิสราเอล

สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นรวมถึงอาหารแพงขึ้นทั่วโลก เนื่องจากอิหร่านยังคงปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติเหลว ราว 1 ใน 5 ของโลก

ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐฯ ใกล้จะบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่กับอิหร่านได้ภายใน 2-3 วันนี้ โดยระบุว่า “เราอยู่ใกล้กับข้อตกลงที่แข็งแกร่งมากแล้ว ถ้าเราเลือกที่จะไปทิ้งระเบิดถล่มต่ออีกสัก 2-3 สัปดาห์ ซึ่งเราทำได้ง่ายมาก อิหร่านจะไม่เหลืออะไรเลย แต่ช่องแคบฮอร์มุซก็จะต้องปิดไปอีกหลายเดือน และผู้คนจะต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งผมไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้น”

ปัจจุบัน การเจรจาที่มีปากีสถานเป็นตัวกลางหลักยังคงติดขัด เนื่องจากสหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงทั้งหมด แต่อิหร่านปฏิเสธและยื่นเงื่อนไขต้องยกเลิกการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ รวมถึงปล่อยอายัดทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และยอมรับสิทธิ์ในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน

สำนักข่าว Axios รายงานว่า ทรัมป์ได้ต่อสายตรงถึงนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เพื่อเตือนสติว่าหากอิสราเอลเลือกที่จะเปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่านอีกครั้ง อิสราเอลอาจจะต้องสู้อย่างโดดเดี่ยว โดยทรัมป์กล่าวว่า “บีบี (ชื่อเล่นของเนทันยาฮู) คุณต้องระวังให้ดี มิฉะนั้นคุณอาจจะต้องสู้เพียงลำพังในเร็ว ๆ นี้” ด้านสำนักข่าวทาสนิมของอิหร่าน รายงานอ้างแหล่งข่าวทางทหารว่า กองทัพอิหร่านพร้อมทำสงครามระยะยาว และพร้อมโจมตีฐานผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางทันทีหากถูกคุกคาม

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในเลบานอนยังคงวิกฤต ล่าสุดกองทัพอิสราเอลได้ออกคำสั่งด่วนให้ประชาชนอพยพออกจากเมืองไทร์  เมืองท่าทางตอนใต้ของเลบานอน รวมถึงเขตที่อยู่อาศัยของชาวคริสต์ที่ไม่เคยถูกโจมตีมาก่อน โดยอิสราเอลอ้างว่ากลุ่มเฮซบอลลาห์แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวชีอะห์ที่หนีระเบิดมายังเขตนี้ แม้ว่ากองทัพเลบานอนจะส่งกำลังเข้าตรึงพื้นที่ในเขตชาวคริสต์เพื่อยืนยันว่าไม่มีกองกำลังติดอาวุธอยู่ก็ตาม แต่อิสราเอลย้ำชัดว่าจะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ดังกล่าวในไม่ช้า.

ที่มา Reuters / Associated Press

OpenAI ยื่นเอกสารเตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตามรอย Anthropic

OpenAI ยื่นเอกสารเตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตามรอย Anthropic

9 มิ.ย. 2569 14:45 น.

OpenAI ยื่นเอกสารเตรียม IPO เข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตามรอย Anthropic

OpenAI บริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยักษ์ใหญ่ผู้พัฒนา ChatGPT ได้แถลงยืนยันว่า บริษัทได้ยื่นเอกสารแสดงความจำนงแบบลับ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ เพื่อเตรียมดำเนินการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO แล้ว ตามหลังคู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic

การเคลื่อนไหวของ OpenAI เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่คู่แข่งสำคัญอย่าง Anthropic ผู้พัฒนาแชตบอต “Claude” และเครื่องมือช่วยเขียนโค้ด “Claude Code” เพิ่งประกาศยื่นไฟลิ่งแบบลับเพื่อเตรียมเข้าตลาดหุ้นไปก่อนหน้า และเกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกันกับที่ SpaceX ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นเจ้าของแชตบอต AI “Grok”  กำลังจะเปิดตัวในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq) ด้วยมูลค่าบริษัทที่คาดว่าจะสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม OpenAI ระบุในแถลงการณ์ว่ายังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาหรือขนาดของการเสนอขายหุ้นที่แน่นอน โดยระบุว่า “เรายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องช่วงเวลา และอาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เพราะมีหลายสิ่งที่เราต้องการทำ ซึ่งน่าจะทำได้ง่ายกว่าหากยังคงสถานะเป็นบริษัทเอกชน แต่เราตัดสินใจเปิดเผยแผนการนี้ล่วงหน้าเนื่องจากคาดว่าข้อมูลอาจจะรั่วไหลออกไป”

แหล่งข่าววงในเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า OpenAI กำลังเป้าหมายที่จะทำสถิติมูลค่าบริษัทแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33 ล้านล้านบาท) ในการเปิดตัวสู่ตลาดหุ้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดภายในเดือนกันยายนนี้ โดยก่อนหน้านี้ในการระดมทุนรอบล่าสุด OpenAI มีมูลค่าประเมินในตลาดเอกชนอยู่ที่ 8.52 แสนม้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Anthropic นำอยู่เล็กน้อยที่ 9.65 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้บรรดายักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์ต้องเร่งเข้าสู่ตลาดทุน คือความต้องการเงินทุนจำนวนมหาศาลเพื่อนำไปใช้จ่ายในส่วนของ “ระบบประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐาน” ซึ่งใช้ในการสร้าง ฝึกฝน และทดสอบโมเดล AI ขนาดใหญ่ โดยมีการประเมินว่า OpenAI ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สูงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในขณะที่รายได้ของบริษัทยังห่างไกลจากจุดนั้นมาก แม้ว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา OpenAI จะทำรายได้ต่อเดือนได้สูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตเร็วกว่า Alphabet และ Meta ในยุคเริ่มต้นถึง 4 เท่า แต่บริษัทได้แจ้งต่อผู้ลงทุนว่า ไม่คาดว่าจะสามารถทำกำไรได้จนกว่าจะถึงปี 2030

ในทางกลับกัน ฝั่งคู่แข่งอย่าง Anthropic ซึ่งก่อตั้งโดย ดาริโอ อะโมเดย์ อดีตผู้บริหารที่แยกตัวมาจาก OpenAI เนื่องจากความเห็นไม่ตรงกับแซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI ได้อ้างกับผู้ลงทุนว่า บริษัทคาดว่าจะเริ่มพลิกกลับมาทำกำไรได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากยอดขายของผลิตภัณฑ์และโมเดลรุ่นท็อปอย่าง Mythos เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์

กิล ลูเรีย (กรรมการผู้จัดการของสถาบันการเงิน D.A. Davidson เตือนว่าการเข้าตลาดพร้อมๆ กันของบริษัทยักษ์ใหญ่กลุ่มนี้ อาจทำให้เม็ดเงินในตลาดทุนตึงตัว “สิ่งที่ OpenAI ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นคือการที่เม็ดเงินของนักลงทุนในตลาดมหาชนเหือดแห้งไปซะก่อน เพราะนอกจาก SpaceX และ Anthropic จะต่อคิวรออยู่ข้างหน้าแล้ว คู่แข่งในตลาดปัจจุบันอย่างกูเกิลก็เพิ่งระดมทุนรอบสองไปได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว”

เส้นทางสู่การทำ IPO ของ OpenAI ก่อนหน้านี้ต้องเผชิญกับมรสุมการปรับโครงสร้างองค์กร จากเดิมที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไร ก่อนจะตั้งบริษัทลูกแบบหวังผลกำไร ในปี 2019 จนนำไปสู่วิกฤตบอร์ดบริหารสั่งปลด แซม อัลต์แมน ในปี 2023 และการประกาศปรับโครงสร้างใหม่อีกครั้งให้กลายเป็น “บริษัทเพื่อประโยชน์สาธารณะ” เพื่อเปิดทางให้ระดมทุนได้ง่ายขึ้น

โครงสร้างที่ทับซ้อนนี้ทำให้ อีลอน มัสก์ อดีตผู้ร่วมก่อตั้งและผู้สนับสนุนยุคแรก ยื่นฟ้องร้อง OpenAI โดยกล่าวหาว่า แซม อัลต์แมน และผู้บริหารคนอื่น ๆ ละทิ้งภารกิจเดิมที่ทำเพื่อมวลมนุษยชาติ และใช้ประโยชน์จากองค์กรเพื่อความร่ำรวยส่วนตน อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คณะลูกขุนสหรัฐฯ ได้ตัดสินยกฟ้องคดีของมัสก์ในทุกข้อกล่าวหา ซึ่งคณะนักวิเคราะห์มองว่าคำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์นี้ ได้ช่วยปลดล็อกและเคลียร์อุปสรรคทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุด ทำให้ขจัดข้อกังวลของนักลงทุนก่อนที่ OpenAI จะยื่นไฟลิ่งในครั้งนี้อย่างราบรื่น.

ที่มา Reuters / BBC