Health News : โรคปากและเท้าเปื่อยระบาดในวัวที่จีน

Health News : โรคปากและเท้าเปื่อยระบาดในวัวที่จีน

Health News : โรคปากและเท้าเปื่อยระบาดในวัวที่จีน

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระทรวงเกษตรของจีนรายงานการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย (Foot-and-mouth disease – FMD) ในฝูงวัวในมณฑลกานซูและเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศในสัปดาห์นี้ พบวัวติดเชื้อทั้งหมด 219 ตัว จากจำนวนวัวทั้งหมด 6,229 ตัวในสองฝูงที่เกิดการระบาด

กระทรวงเกษตรของจีนยืนยันว่า เป็นการระบาดของซีโรไทป์ SAT1 (Serotype SAT1) ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่พบสายพันธุ์นี้ในประเทศจีน รัฐบาลท้องถิ่นในเขตปกครองตนเองซินเจียงและมณฑลกานซู ได้ดำเนินการทำลายวัวที่ติดเชื้อ และฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่เกิดการระบาดทันทีเพื่อควบคุมโรค อย่างไรก็ดี วัคซีนที่ใช้ในประเทศปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันข้ามสายพันธุ์ (no cross-protection) ต่อเชื้อสายพันธุ์ SAT1 นี้

สำหรับโรคปากและเท้าเปื่อยเป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสัตว์กีบคู่ เช่น วัว หมู แกะ และแพะ แม้จะไม่ติดต่อสู่คนโดยตรง แต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับ ‘ศาสตร์พระราชา’ สู่การเรียนรู้ดิจิทัล สร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยทุกช่วงวัย

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับ ‘ศาสตร์พระราชา’ สู่การเรียนรู้ดิจิทัล สร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยทุกช่วงวัย

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับ ‘ศาสตร์พระราชา’ สู่การเรียนรู้ดิจิทัล สร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยทุกช่วงวัย

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยวิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี เพื่อร่วมกันพัฒนาและเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระมหากษัตริย์ไทยด้านการเกษตร องค์ความรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง และงานวิชาการ ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งยกระดับพิพิธภัณฑ์สู่ “แหล่งเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจเชิงดิจิทัล” ที่ทันสมัย โดยจะพัฒนา สื่อดิจิทัล นวัตกรรมการเรียนรู้ และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่าย สนุก และนำไปใช้ได้จริง

โดยมุ่งให้การเรียนรู้ดังกล่าว ไม่เพียงเป็นการรับรู้ข้อมูล แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน สร้างทักษะและแนวคิดในการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมีผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมลงนามและเป็นสักขีพยานในพิธี

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญในการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยด้านการเกษตร การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาพิพิธภัณฑ์สู่การเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจเชิงดิจิทัลที่ทันสมัย ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ให้เกิดการเรียนรู้ด้านการเกษตร ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย เพื่อยกระดับแหล่งเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ สู่รูปแบบที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง ทุกช่วงวัย

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิลาวัลย์ อินทร์ชำนาญ คณบดีวิทยาลัยครีเอทีฟดีไซต์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา และบุคลากรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล โดยความร่วมมือในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมการเรียนรู้ของนักศึกษาเข้ากับการทำงานจริง เพื่อสร้างนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนาสื่อดิจิทัล นวัตกรรมการเรียนรู้ และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ง่าย สนุก และนำไปใช้ได้จริง”

หลังเสร็จพิธีลงนาม ผู้บริหารทั้งสองฝ่ายได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงพิพิธภัณฑ์ในอาคารและฐานการเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเตรียมขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และภายใต้ความร่วมมือนี้ ครอบคลุมการพัฒนาสื่อดิจิทัล การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการเปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติสำหรับนักศึกษา

ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจความร่วมมือฉบับนี้มีกำหนดระยะเวลา 2 ปี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการขยายผลการเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต พึ่งพาตนเองได้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

‘หัวใจข้ามสายน้ำ’ เส้นทางการศึกษาของ ‘เด็กหลังขุนเขา’ ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล

‘หัวใจข้ามสายน้ำ’ เส้นทางการศึกษาของ ‘เด็กหลังขุนเขา’ ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล

‘หัวใจข้ามสายน้ำ’ เส้นทางการศึกษาของ ‘เด็กหลังขุนเขา’ ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อเรือเล็กออกจากฝั่ง

เช้าตรู่เหนือผืนน้ำกว้างใหญ่ของเขื่อนภูมิพล จ.ตาก หมอกสีขาวบางเบาลอยคลออยู่เหนือผิวน้ำที่สงบนิ่ง ราวกับธรรมชาติกำลังห่มโลกไว้ด้วยผ้าบางๆ ความเงียบของเช้าถูกแทรกด้วยเสียงเครื่องยนต์ของเรือหางยาวที่กำลังติดเครื่อง เรือลำนั้นไม่ได้บรรทุกเพียงผู้โดยสาร แต่มันกำลังบรรทุก ความห่วงใยของครู  ที่กำลังออกเดินทางไปหาเด็กๆ ซึ่งอาศัยอยู่หลังแนวขุนเขาอันไกลโพ้น

เส้นทางฝุ่นแดงหลังสายน้ำ

ภารกิจเยี่ยมบ้านนักเรียนเชิงรุกครั้งนี้ นำโดย นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก พร้อมด้วย นายรัติน์พงษ์ สันตติภัค ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเงาวิทยาคม และคณะครู จากสันเขื่อนภูมิพล เรือหางยาวล่องผ่านผืนน้ำกว้างใหญ่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง ปลายทางแรกคือ หมู่บ้านสันป่าปวย แต่การเดินทางยังไม่สิ้นสุด รถขับเคลื่อนสี่ล้อต้องไต่ผ่านทางดินแดงที่คดเคี้ยวกลางภูเขา ฝุ่นแดงของฤดูร้อนลอยฟุ้งกลางอากาศ บางเวลา เมฆฝนก่อตัวขึ้นเหนือแนวเขา แล้วโปรยสายฝนลงมาราวกับกำลังเต้นระบำกลางผืนป่า แสงแดดแผดจ้าสะท้อนผืนป่าในบางช่วง สลับกับความชุ่มเย็นของสายฝน ธรรมชาติเหมือนกำลังทดสอบหัวใจของผู้เดินทาง กว่าสองชั่วโมงบนเส้นทางลูกรัง ปลายทางที่เรามาถึงคือ บ้านหินลาดนาไฮ หมู่บ้านเล็กๆ ของชาวปะกาเกอะญอ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าจากสายส่ง มีเพียงแสงไฟเล็กๆจากแผงโซลาร์เซลล์ และวิถีชีวิตที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย บ้านไม้เรียบง่ายหลายหลัง มุงหลังคาด้วยใบตองตึง ตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางภูเขาและป่าไม้

“ฝากลูกด้วยนะครู”

เมื่อคณะครูเดินทางมาถึง พ่อแม่ผู้ปกครองต่างออกมาต้อนรับ รอยยิ้มของพวกเขาเรียบง่ายเหมือนวิถีชีวิต จัดสำรับข้าวปลาอาหารต้อนรับ คณะผู้บริหารได้มอบถุงยังชีพจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก และโรงเรียนสามเงาวิทยาคม ข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็น สิ่งของเหล่านั้นอาจดูเล็กน้อยสำหรับคนเมือง แต่สำหรับครอบครัวกลางภูเขา มันคือสัญญาณว่าโรงเรียนยังไม่เคยลืมพวกเขา

แม่ของนักเรียนคนหนึ่ง พูดกับผู้บริหารและครู “ฝากลูกด้วยนะครู อยากให้เขาเรียนให้จบ จะได้มีงานดีๆทำ ชีวิตจะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อแม่” ซึ่งคำพูดนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่นราวกับคำฝากฝังทั้งชีวิต

เด็กชายกับเรือหาปลา

วันที่สองของการเดินทาง คณะครูนั่งเรือออกจากหมู่บ้านสันป่าป๋วย มุ่งหน้าไปยัง หมู่บ้านโสมงหมู่บ้านเล็กๆของผู้คนที่อพยพมาอยู่เหนือเขื่อน

ที่นี่..ชีวิตผูกพันกับสายน้ำ ผู้ชายออกเรือหาปลา ผู้หญิงดูแลบ้านและทำเกษตร เด็กๆเติบโตมากับเรือ และเรียนรู้การหาปลาตั้งแต่ยังเล็ก ในหมู่บ้านแห่งนี้คณะครูได้พบกับเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

นายเพชรทักษิณ พูลประเสริฐ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้ใช้เวลาว่างจากการเรียนออกเรือหาปลา ทีละตัว ทีละวัน เงินเล็กๆจากการขายปลา ถูกเก็บสะสมอย่างเงียบๆ จนกลายเป็นเงินก้อนสำหรับค่าเทอม เขากำลังจะเข้าเรียนต่อประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก ค่าเทอม 10,300 บาท แม่ของเขาพูดด้วยแววตาภูมิใจ

“แม่จ่ายแค่สามร้อยบาท ที่เหลือลูกขายปลาเก็บเงินจ่ายค่าเทอมเอง”

คำพูดสั้นๆ แต่ทำเอา ผอ.จิรกร ฐาวิรัตน์ ผอ.และคณะครู ถึงกับตื้นตันใจในความวิริยะอุตสาหะของลูกศิษย์คนนี้

การศึกษาที่ต้องเดินทาง

ภารกิจครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก แนวคิดสำคัญของการศึกษาที่เชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าบ้านของเขาจะอยู่ใกล้เมือง หรือซ่อนตัวอยู่หลังขุนเขาอันห่างไกล สำหรับครูสามเงา การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปฏิบัติหน้าที่ แต่มันคือการเดินทาง เพื่อไปบอกเด็กๆว่า ความฝันของพวกเขามีคนคอยดูแล

เรื่องราวเล็กๆของหมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพลนี้ สะท้อนความหมายของคำว่า “การศึกษา” ได้อย่างลึกซึ้ง ผืนน้ำกว้างใหญ่ของ เขื่อนภูมิพล เขื่อนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงพระราชทานกำเนิดไว้เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน

วันนี้ ผืนน้ำเดียวกันนั้น กำลังสะท้อนอีกภารกิจหนึ่งของสังคมไทย ภารกิจของการพาโอกาสทางการศึกษา เดินทางไปถึงเด็กทุกคน แม้บ้านของพวกเขาจะอยู่ไกลเพียงใดก็ตาม เพราะในเส้นทางของการศึกษา จะไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

แหวกฟ้าหาฝัน : 3 Most Beautiful Face in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : 3 Most Beautiful Face in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : 3 Most Beautiful Face in National Museum Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ใน National Museum Stockholm มีผลงานชั้นเลิศอยู่มากมาย แต่ภาพเหมือนใบหน้าที่สวยจับใจกลับหาดูได้ยาก ส่วนหนึ่งอาจเพราะคำว่า ‘สวย’ นั้นไร้คำนิยามตายตัว และขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวดังภาษิตที่ว่า Beaty is in the eye of the beholder หรือ ความงามขึ้นอยู่กับสายตาของผู้ดู ถึงกระนั้นก็ตาม ความสวยของใบหน้าก็ยังมีมาตรฐานบางอย่างที่คนส่วนใหญ่สัมผัสได้ตรงกัน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีเวทีประกวดนางงามมาจนถึงทุกวันนี้ แม้การใช้สายตาของคนจำนวนมากตัดสินอาจทำให้เราตกลงกันไม่ได้ว่าใบหน้าใดสวยที่สุด แต่เราก็ยังสามารถยอมรับร่วมกันได้ว่า ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีหลายใบหน้าที่สวยงามในระดับที่ทัดเทียมและน่าประทับใจไม่แพ้กันอยู่ 3 ภาพ

ผลงานชิ้นแรก The Pearl Necklace ของ Charles Chaplin จิตรกรชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อคล้ายกับศิลปินตลกชื่อดัง Charles Chaplin ที่มีชื่อเต็มว่า Charles Joshua Chaplin เกิดวันที่ 8 มิถุนายน 1825 ที่ Les Andelys ฝรั่งเศสกับมารดาที่เป็นชาวฝรั่งเศส และบิดาที่เป็นนายหน้าขายภาพชาวอังกฤษ เขาเรียนศิลปะที่ Ecole des Beaux-Arts ในกรุงปารีสก่อนจะศึกษาส่วนตัวที่ห้องภาพของ Michel Martin Drolling ซึ่งเป็นผู้ฝึกศิลปะให้กับศิลปินอีกหลายคน อาทิ Paul Baudry, Jules Breton ก่อนเข้าเป็นอาจารย์ที่ Ecole des Beaux-Arts เขาได้มีโอกาสส่งผลงานเข้าแข่งขันในนิทรรศการ Academie des Beaux-Arts โดยส่งภาพเหมือนเข้าประกวด  วิชาหลักที่เขาสอนก็คือ การวาดภาพเหมือนผู้หญิง แต่เขาก็ยังชำนาญในการวาดภาพทิวทัศน์ด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งทิวทัศน์ชนบทแถว Auvergne ภาพผู้หญิงกึ่งเปลือยท่อนบนนั่งหน้ากระจกกำลังลองสร้อยไข่มุกซึ่งเป็นภาพตามแบบฉบับดั้งเดิมที่นิยมเขียนกันในวงการศึกษาในช่วงเวลานั้นแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนของร่างกาย ความพริ้วไหวของผืนผ้า และที่สำคัญความสวยงามของใบหน้าที่ดูนุ่มนวลกระจ่างใสราวกับเทพธิดาเลยทีเดียว 

ผลงานชิ้นที่สอง Young Man Distracted ของ Jean Raymond Hippolyte Lazerges  แม้เขาจะเป็นคน Algeria และไม่ได้รับการสนับสนุนจากบิดาที่เป็นเจ้าของร้านขายขนมปังให้เรียนศิลปะ แต่หลังจากที่เขารับราชการเป็นทหารจนครบกำหนด เขาตัดสินใจอยู่ปารีสต่อ และเรียนศิลปะกับ David d’Angers และ Francois Bouchot ก่อนเริ่มรังสรรค์งานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรตามที่ได้รับการว่าจ้างจากราชการ แม้เขาจะต้องใช้ชีวิตอย่างยากจนในช่วงเวลานั้น แต่เขากลับได้เริ่มสร้างงานที่ชื่อ Death of the Virgin ในหอสวดมนต์ที่ Palais des Tuileries ซึ่งช่วยให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เขาจำเป็นต้องกลับ Algeria เนื่องจากปัญหาสุขภาพ และเริ่มสร้างงานแนวตะวันออก อีกทั้งยังร่วมกับ Joseph Sintes และ Alfred Chataud จัดตั้งแนวทางศิลปะแบบตะวันให้กับอัลจีเรีย หลังจากนั้น 2 ปี เขากลับไปปารีสอีกครั้งและเริ่มรังสรรค์งานเกี่ยวกับชีวิตของพระนางมารีตามหอสวดมนต์ Eglise Notre-dame de Recouvrance d’Orleans จนทำให้เขาได้รับตำแหน่งอัศวิน Legion of Honor แม้ศิลปินจะเลื่องชื่อจากการวาดพระแม่มารี แต่ผลงาน Young Man Distracted ชิ้นนี้กลับพิสูจน์ให้เห็นถึงความอัจฉริยะในการเขียนภาพเหมือนบุรุษ ด้วยการถ่ายทอดผิวสัมผัสที่ดูเรียบเนียน ตัดกับความเข้มของริมฝีปากและเรือนผมสีทองอย่างสมบูรณ์แบบ สายตาที่เหม่อลอยคล้ายตกอยู่ในความฝันสามารถสะกดให้ผู้ชมตกตะลึงจนอดไม่ได้ที่จะต้องเพ่งมองอีกครั้งว่าใบหน้าที่งดงามปานเทพธิดานี้คือบุรุษจริงหรือ

ผลงานชิ้นสุดท้าย The Virgin in Prayer ของ Sassoferato ศิลปินยุคบาโรคชาวอิตาเลี่ยน Sassoferato ที่มีชื่อเต็มว่า Giovanni Battista Salvi da Sassoferrato นี้เกิดที่เมือง Sassoferrato ในแคว้น Marche ในวันที่ 25 สิงหาคม 1609 ประวัติการศึกษาศิลปะของเขาไม่ชัดเจน แต่นักประวัติศาสตร์ศิลป์คาดว่าเขาฝึกงานกับ Domenichino ศิลปินชาวโบโลญญา ผลงานของเขาได้รับอิทธิพลมาจากศิลปินหลายคน อาทิ Albrecht Durer, Guercino และ Raphael แม้เขาจะไม่ได้รับการว่าจ้างมากนัก เขาจึงชอบรังสรรค์งานในเรื่องเดียวกันซ้ำ ๆ อาทิ The Virgin in Prayer ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอยู่ถึง 4 ชิ้น ชิ้นที่โด่งดังและได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุดอยู่ที่ National Gallery London ภาพวาดพระแม่มารีในขณะภาวนาที่มีขนาดเท่าองค์จริงชิ้นนี้ ทรงพลังจนทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับพระองค์ได้ประทับอยู่ในห้องเดียวกันนี้อย่างน่าอัศจรรย์ แม้พื้นหลังจะถูกฉาบด้วยสีดำสนิท แต่แสงสว่างที่ทอดผ่านผืนผ้าคลุมผมสีขาวกลับช่วยขับเน้นใบหน้าให้กระจ่างใส จนสัมผัสได้ถึงความสงบเยือกเย็นที่แผ่ซ่านออกมาสะกดใจผู้ชม สมกับที่เป็นหนึ่งในใบหน้าที่งดงามที่สุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

‘ชมพู่ อารยา’ ฉลองครบรอบ 10 ปี ร้านโปรด ในบรรยากาศสุดอบอุ่น

‘ชมพู่ อารยา’ ฉลองครบรอบ 10 ปี ร้านโปรด ในบรรยากาศสุดอบอุ่น

‘ชมพู่ อารยา’ ฉลองครบรอบ 10 ปี ร้านโปรด ในบรรยากาศสุดอบอุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Kay’s จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี อย่างอบอุ่น กับอีเวนต์สุดพิเศษ “Kay’s Breakfast Party” ที่ชวนแขกคนพิเศษมาร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์ Breakfast Community ของคนรักอาหารเช้า พร้อมตอกย้ำเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็น Best Brunch in Bangkok

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการปรากฏตัวของซูเปอร์สตาร์สาว ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ที่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Kay’s โดยชมพู่เผยว่า Kay’s เป็นหนึ่งในร้านโปรดของเธอ ที่มักแวะมาทานอาหารเช้าและบรันช์อยู่เสมอ เพราะหลงรักทั้งเมนูที่มีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง

ภายในงาน ชมพู่ยังร่วมสร้างโมเมนต์สุดน่ารัก ด้วยการเขียนการ์ดอวยพรให้กับ Kay’s โดยเขียนคำว่า “Congrats” พร้อมวาดรูป ขนมปัง ประกอบในข้อความอวยพรอย่างเป็นกันเอง สะท้อนความผูกพันและความประทับใจที่มีต่อร้านแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังร่วมสนุกกับกิจกรรมไฮไลต์ของงานอย่าง “French Toast Painting Workshop” เวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้แขกได้เพ้นท์และตกแต่ง Signature French Toast ของ Kay’s ด้วยครีมชีสหลากสี โดยชมพู่ได้ร่วมลงมือเพ้นท์ French Toast อย่างสนุกสนาน ท่ามกลางบรรยากาศ Breakfast Party ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

Celebrity Gossip : 5 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 5 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 5 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– แองเจลินา โจลี เดินทางไปเยี่ยมชมโรงละคร Golden Temple และโรงภาพยนตร์ Battambang ในเมืองบัตตัมบัง ระหว่างการเยือนกัมพูชาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามรายงานของสื่อ The Phnom Penh Post โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดบัตตัมบอง เจ้าหน้าที่จากกรมวัฒนธรรมและศิลปะ รวมถึงเจ้าหน้าที่เทศบาลให้การต้อนรับและนำชมสถานที่ การเดินทางมาครั้งนี้ของโจลีเป็นไปตามคำเชิญของ Phare Ponleu Selpak หน่วยงานไม่แสวงกำไรในพื้นที่ ซึ่งกำลังมองหาการสนับสนุนสำหรับการบูรณะและปรับปรุงโรงละครเก่าแก่ทั้งสองแห่ง เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัด โดยโรงละครและโรงภาพยนตร์แห่งนี้ สร้างขึ้นในทศวรรษ 1960 เป็นสัญลักษณ์ของยุคทองของวงการภาพยนตร์กัมพูชา แต่ปัจจุบันเสื่อมโทรมลงอย่างมาก

– เกิดดรามาหลังมีการเผยตัวอย่างซีรีส์ Harry Potter ของ HBO ก่อนฉายจริงช่วงคริสต์มาส 2566 เมื่อ พาพา เอสซิอิดู นักแสดงผิวดำชาวอังกฤษ ถูกเลือกให้รับบท ศาสตราจารย์ เซเวรัส สเนป สร้างความแตกแยกในหมู่แฟน ๆ อย่างมาก เนื่องจากตัวละครสเนปตามต้นฉบับของ เจ.เค. โรว์ลิง ถูกบรรยายว่าเป็นชายผิวขาว ผอม และมีผมมัน ๆ การที่ตัวละครถูกเปลี่ยนเชื้อชาติจึงทำให้แฟน ๆ บางส่วนมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องโดยไม่สอดคล้องกับต้นฉบับ เป็นการตัดสินใจที่ไม่ฉลาดและไม่ซื่อสัตย์ต่อเนื้อหาต้นฉบับ อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างซีรีส์ยังได้รับคำชมจากแฟน ๆ หลายคนที่เห็นภาพสวยและอารมณ์เข้มข้น

– ร็อบ ชไนเดอร์ นักแสดงและดาวตลกชาวอเมริกัน แสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย เสนอว่าสหรัฐฯ ควรนำระบบเกณฑ์ทหารกลับมาใช้อีกครั้ง โดยให้เยาวชนอเมริกันทุกคนเมื่ออายุครบ 18 ปี ต้องเข้ารับราชการทหารเป็นเวลา 2 ปี หรือสามารถเลือกทำงานอาสาสมัครทั้งในและต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของการรับใช้ชาติได้ ชไนเดอร์ยังระบุว่า การเป็นพลเมืองอเมริกันมาพร้อมกับเสรีภาพและโอกาสที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งเป็นที่อิจฉาของทั่วโลก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาโดยไม่มีต้นทุน พร้อมชี้ว่าการให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมกันรับใช้ชาติ ไม่ว่าจะต่างเชื้อชาติ ศาสนา หรือความเชื่อ จะช่วยสร้างความเป็นหนึ่งเดียวทั้งต่อประเทศและต่อกันเอง สหรัฐฯ ยุติระบบเกณฑ์ทหารตั้งแต่ปี 1973 อย่างไรก็ตาม หลายประเทศทั่วโลกยังคงมีการบังคับรับราชการทหาร อาทิ เดนมาร์ก และเกาหลีใต้

– ภาพของ คริส เจนเนอร์ กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียของจีนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยถูกนำมาใช้เป็น “สัญลักษณ์แห่งความโชคดี” และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่บนแพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu, Weibo และ Douyin ผู้ใช้พากันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์และภาพพื้นหลังเป็นรูปของเธอเพื่อดึงดูดความสำเร็จและความมั่งคั่ง ผู้ใช้มีการตัดต่อภาพเธอให้สวมชุดในอาชีพต่างๆ เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในสายงานนั้นๆ หรือขอให้สอบผ่าน  แฮชแท็กเกี่ยวกับคริส เจนเนอร์ มียอดเข้าชมมากกว่า 52.9 ล้านครั้ง และมีโพสต์ที่เกี่ยวข้องเกือบ 100,000 โพสต์ บนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu เหตุผลก็เพราะชาวเน็ตจีนให้การยอมรับ คริส เจนเนอร์ ในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ทำงานหนักและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของอาณาจักร คาร์ดาเชียน-เจนเนอร์ จนได้รับฉายาว่า “ไท่โฮ่ว” (Tai Hou) หรือ “Queen Mother” ซึ่งสื่อถึงความทรงอำนาจ ความทะเยอทะยาน และความสามารถในการจัดการด้านการเงิน

– เทย์เลอร์ สวิฟต์ สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนเพลงด้วยการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง Elizabeth Taylor ซิงเกิลที่ 3 จากอัลบั้มล่าสุด The Life of a Showgirl เพื่อยกย่องนักแสดงระดับตำนานผู้ล่วงลับ มิวสิกวิดีโอนี้ไม่มีภาพของนักร้องดังปรากฏอยู่เลย แต่เป็นการรวบรวมฟุตเทจจากภาพยนตร์คลาสสิก เช่น Cleopatra, Cat on a Hot Tin Roof, Who’s Afraid of Virginia Woolf?, A Place in the Sun และภาพจากเหตุการณ์จริงในชีวิตของ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ มาตัดต่อรวมกัน สวิฟต์ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากทายาทของอดีตนักแสดงดัง และมีรายงานว่าเธอจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ฟุตเทจสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ เนื้อเพลงกล่าวถึงประเด็นเรื่องชื่อเสียง ความรัก และการถูกจับตามองจากสาธารณะ ซึ่งสวิฟต์มองว่า ชีวิตของเธอมีความคล้ายคลึงกับเทย์เลอร์ ในฐานะบุคคลที่เป็นที่รักแต่ก็นำมาซึ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.59 น.

“มิว นิษฐา” รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ “เซนต์“ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย “มาริน-มาคิน” มาเติมเต็ม พร้อมยิ้มทุกครั้งที่มองหน้าลูก

เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่น่าอิจฉา สำหรับ ชีวิตของ “มิว นิษฐา” ที่ล่าสุดได้ไปออกรายการคุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 เพราะไม่ว่าชีวิตคู่กับสามีที่ชื่อว่า “เซนต์ ธราภุช คูหาเปรมกิจ” ตลอดหกปีที่เป็นคู่ชีวิตกันมา ความหวานไม่เคยตก มีแต่กราฟพุ่งขึ้นตลอด ยิ่งได้สองจิ๋ว “มาริน-มาคิน” มาเติมเต็ม ชนิดที่ว่าเราไปคนดูทางบ้านยังยิ้มตาม รวมไปถึงความสำเร็จล่าสุดของเจ้าตัว กับผลงานเรื่อง “เส้นตายสายลวง“ ที่ตอนนี้ติดทั้งอันดับหนึ่งในประเทศไทย และอันดับหนึ่งระดับโลก บอกเลยเป็นชีวิตที่น่าอิจฉามาก

อัปเดตพัฒนาการของ 2 จิ๋ว ”มาริน-มาคิน“?

“อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วเราท้องกันคนละรอบนะ แม้คนจะบอกว่าสองจิ๋วเหมือนฝาแฝดกัน พอขนาดเวลาเค้าเล่นด้วยกัน เรานั่งมอง เรายังรู้สึกเลยว่าเค้าเหมือนกัน อย่างมารินในวัยสี่ขวบ เค้าโตเร็ว อย่างล่าสุดก็ปั่นจักรยานสองล้อได้แล้ว เพราะเค้าไปขอคุณครู เค้าเห็นรุ่นพี่ปั่น สรุปปั่นได้เฉย เค้าเริ่มเป็นตัวของตัวเอง มีความคิด ชอบแล้วก็ไม่ชอบ ซึ่งชุดที่เค้าชอบก็จะเป็นเดรส แล้วเค้าชอบไปดูคอนเสิร์ตมาก ซึ่งคอนเสิร์ตแรกที่เข้าไปดูก็คือคอนเสิร์ตของพี่ตูน บอดี้แสลม ตอนนั้นเค้าอายุแค่สามขวบ เค้าไปถึงครั้งแรกเค้าก็ดูตกใจเพราะว่าเสียงมันดัง ไปไปมามาสนุก เต้นใหญ่เลย แล้วอย่างตอนนี้ก็จะชอบพี่ Billkin เป็นพิเศษ”



เราเคยคิดไหมว่าอยากให้ลูกเราเข้าวงการ?

“ไม่ได้คิดเลย เพราะอย่างร้องเพลง หรืออย่างที่เค้าชอบเต้น เราก็มองว่ามันเป็นงานอดิเรกของเค้ามากกว่า มองว่าเป็นความสามารถพิเศษ ซึ่งถามว่าอยากให้เข้าวงการไหม สำหรับมิว มิวเฉยๆ นะคะ ไม่ได้มองว่าอยากให้ลูกตามรอยแม่ หรืออะไร เค้าอาจจะเป็นอะไรอื่นๆก็แล้วแต่น้องเค้าเลย”

แต่ได้ข่าวว่าเค้าเป็นสายลุยมาก ?

“ลุยมาก ลุยกว่าแม่อีก อย่างล่าสุดไปฉีดยา เค้าไม่ร้องทั้งคู่เลย และปกติเด็กต้องฉีดตรงก้นใช่ไหม มารินบอกว่าขอฉีดตรงแขน ซึ่งเขาใจเด็ดมาก ส่วนมาคินก็ไม่ร้องเลย เป็นเด็กที่ไม่ค่อยร้อง อย่างสัตว์เลื้อยคลาน เค้าก็ไม่ค่อยกลัว หรือไปสวนสัตว์เค้าก็จะมีให้จับงู ที่ไม่ได้มีพิษอะไร อย่างเราก็ไม่ชอบจิ้งจก แต่เขาก็จับได้ แต่ที่เขาไม่กล้าจับก็คือตุ๊กแก ส่วนเรื่องความกวนก็น่าจะได้มาจากคุณพ่อ มารินจะมีความกวน ความแสบ อาทิเช่นจะเดินอยู่มาจิ้มก้นแม่ (หัวเราะ) มาแหย่เรา“

เห็นว่าคนเล็กก็ขนาดสองขวบ ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง?

”มาคิน ชอบรถ จำยี่ห้อรถได้ เราก็งงมาก จำโลโก้รถได้ ซึ่งเขาก็ก๊อปปี้พี่เค้าเลย เวลาพี่เค้าทำอะไร เค้าก็จะทำเลียนแบบ เค้าติดพี่สาวมาก พี่สาวกลับมาจากโรงเรียน ก็รีบวิ่งไปกอด หรือบางทีเราต้องไปส่งลูกคนโต เค้าก็อยากไปด้วย เราก็ต้องหิ้วเค้าไปด้วย ซึ่งมาคินก็น่าจะให้เข้าตอนอายุสามขวบ อีกอย่างแม่ก็ติดลูก เพราะว่าถ้าไปด้วยกันสองคน เดี๋ยวบ้านเงียบ“

บ้านนี้เลี้ยงลูกแบบไหน?

”บ้านเราสอนเขาทั้งสองคน พยายามให้เขาทั้งสองคนช่วยเหลือตัวเอง เราก็จะสอนให้เขาคั้นน้ำส้ม หรือสอนทำขนม หรือบางทีก็สอนล้างจาน เราก็ให้ดาว เป็นคะแนนความดี นานๆ ก็ทำบ้าง ซึ่งถามว่าเร็วไหมในการที่สอนเขา ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่เขาทำได้ในวัยที่เขาสามารถทำได้ ให้เขาได้ช่วยเหลือตัวเอง หรือให้เค้าอาบน้ำเอง ซึ่งเราก็นั่งเฝ้า นั่งดู หรือบางทีเราก็ให้พี่สาว อาบให้น้องชายด้วย เค้าก็ทำเป็น“



พอสองคนได้ไปโรงเรียนแล้ว เรามีแพลนคนที่ 3 เลยไหม?

”คิดว่าไม่แล้ว เพราะว่าเราวางไว้สองคนตั้งแต่แรกแล้ว แต่อีก 10% อาจจะมีคนที่สาม ถ้าสองคนนี้เค้าโตไปประมาณนึงแล้ว และที่เหลือไว้ 10% เพราะว่าเราเอ็นจอยกับการมีลูกๆ มีเด็กๆ ในบ้าน แต่ตอนนี้สองคนกำลังดี ซ้ายจูงคนนึง ขวาจูงคนนึง“

อย่างระหว่าง เต้ย กับ มิ้นท์ ใครจะมีข่าวดีก่อน?

”อย่างพี่เต้ยไม่ค่อยได้เจอ เพราะว่าเค้าอยู่ต่างประเทศเยอะ เค้ากำลังอินเลิฟ เค้ากำลังแฮปปี้ เพราะคนที่นัดยากที่ 1 คือพี่แมท ถัดมาก็พี่เต้ย แต่เราก็ไม่รู้ว่าระหว่างพี่เต้ย กับมิ้นท์ใครจะมีข่าวดีก่อนกัน แต่เราก็อยากให้ทั้งคู่มีข่าวดีทั้งคู่ เพราะพี่เต้ยเค้าก็คลั่งรักมาก“

ขอถามเรื่องชีวิตคู่หน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง?

”แต่งงานกันมา 6 ปีแล้ว ซึ่งถ้าถามว่าเราเติมความหวานกันยังไงบ้าง ก็ไปทริปด้วยกัน ไปกันสองคน ฝากลูกไว้กับคุณยาย ซึ่งถามว่าคุณเซนต์ เค้าเป็นคนแบบไหน เค้าเป็นคนมีหลายมุม เวลาทำงานก็คือทำงาน ถ้าอยู่บ้านก็จะมีความเล่นๆ กวนๆ บ้าง ถามว่าเค้าเป็นคนตลกไหม แต่ที่เรามอง เค้าเล่น มันก็ตลก ถ้าเค้าอยู่ในมุมกับครอบครัว เขาจะมีมุมเล่นๆ“

ชีวิตก่อนแต่งหลังแต่งแตกต่างกันไหม?

”ก็แอบรู้สึกว่า หลังแต่งทุกอย่างมันดีขึ้น และตั้งแต่มีสองจิ๋ว ชีวิตยิ่งกลมเข้าไปอีก ก่อนที่จะมีสองจิ๋ว มันก็เป็นชีวิตคู่ที่สวีทๆ มันก็เป็นความสุขอีกแบบ แต่พอมีลูกเข้ามา มันเหมือนว่ายิ้มในใจตลอดเวลา มันมีความสุข มองเค้าสองคน เราก็นั่งยิ้มตลอดเวลา แทบจะไม่ทะเลาะกันเลย แต่ถามว่ามันเหนื่อยไหมกับการมีลูก มันก็เหนื่อยขึ้นเยอะ แต่มันเป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่าทุกนาที ซึ่งเราสองคนก็มีช่องว่างให้กันและกัน เข้าใจ คุยกันเยอะๆ การสื่อสารกันเยอะเยอะมันก็จะทำให้ชีวิตคู่ดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย“



การรับงานแสดงต้องถามสามีสามีก่อนไหม?

”ถ้าพูดถึงงานแสดงเราก็ตัดสินใจเอง เราก็จะบอกเขาว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรติดต่อมาบ้าง ก็จะถามความเห็นเขา คิดว่าเป็นไง แต่เค้าก็ให้สิทธิ์เราในการตัดสินใจเอง เค้าให้อิสระเรามาก เพราะอย่างเรื่องล่าสุด เส้นตายสายลวง ที่ตอนนี้ขึ้นอันดับหนึ่งของ Netflix ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งมิวดีใจมากเพราะว่าขึ้นอันดับหนึ่งในไทยภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง เราก็ตกใจเหมือนกัน แล้วเราก็ดีใจที่หนังไทยเราติดอันดับหนึ่งระดับโลก เพราะเราหายจากการแสดงไป 3 ปี และเรื่องนี้ที่รู้สึกว่ายากสุดก็คือช่วงเวิร์คช็อป มันเป็นช่วงที่เราต้องเคาะ จูนเข้าหาตัวละคร แล้วที่เรากลับมารับงานแสดง ก็เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสแกมเมอร์ เพราะไม่ว่าชนชาติใดเราก็สามารถโดนหลอกได้ ซึ่งทีมได้ทำการบ้านหนักมาก เค้าไปลงพื้นที่จริงมา เค้ามีข้อมูลเชิงลึกมาก ได้คุยกับพี่เขาครั้งแรก เรายังโมโหเลยมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นในข่าว เป็นข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเราก็เข้าใจว่าหลายคนลุ้นอยากให้มีภาคสอง มิวก็ลุ้นเหมือนกัน“

อย่างตอนนี้เครื่องมันติดแล้ว เราจะรับเงินแสดงอีกไหม?

”ถ้าของมิวนะ มิวรับอีกแน่นอน ถ้าบทไหนมันน่าสนใจเราก็จะรับ“

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา – เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา - เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา – เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.02 น.

4 เมษายน 2569 ทำเอาทะเลลุกเป็นไฟเมื่อ 2 สาวสุดสวยเพื่อนซี้อย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล และ นางเอกสาว เดียร์น่า ฟลีโป แท็กทีมเที่ยวทะเลกับแก๊งเพื่อนๆ งานนี้สาวเดียร์น่า ได้เผยภาพบรรยากาศล่องเรือกลางทะเล พร้อมเสิร์ฟช็อตเด็ดผ่านทางไอจีส่วนตัว “@dianaflipo” พร้อมแคปชั่น “nauti” เรียกได้ว่าต้องสะดุดให้กับความสวยและเซ็กซี่ของทั้ง 2 สาวแน่นอน 

โดยหลังจากที่สาวเดียร์น่า ได้ออกมาโพสต์ภาพนี้ออกไปนั้นเหล่าแฟนๆ ก็เข้ามาคอมเมนต์ชมความสวยของทั้ง 2 สาวกันเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่ายอดไลก์รัวๆ กันเลยทีเดียว

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.25 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมาแสดงความยินดีแก่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 10.50 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ ประจำวังศุโขทัย เป็นผู้แทนพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมาแสดงความยินดีแก่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2569

ในการนี้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม คณะผู้บริหาร และข้าราชการในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมในพิธี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
 

จับตา! ครม.นัดแรก รัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล พิพัฒน์ ปรับราคาน้ำมันใหม่

จับตา! ครม.นัดแรก รัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล พิพัฒน์ ปรับราคาน้ำมันใหม่

จับตา! ครม.นัดแรก รัฐบาลรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล พิพัฒน์ ปรับราคาน้ำมันใหม่

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.06 น.

จับตา! ครม.นัดแรก  รัฐบาลเตรียมรื้อโครงสร้างน้ำมันครั้งใหญ่ ดึงฐานข้อมูล “พิพัฒน์” ปรับราคาน้ำมันใหม่ คืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค

วันที่ 4 เมษายน 2569.มีรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ในวันที่ 6 เมษายนนี้ พิจารณาแก้ปัญหาราคาน้ำมันอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการแกะรอยและรื้อโครงสร้างพลังงานไทยครั้งสำคัญ เช่นเดียวกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รมว.พลังงาน ที่เตรียมเสนอที่ประชุม ครม. ให้พิจารณาทบทวนโครงสร้างค่าการกลั่น พร้อมปรับเวลาประกาศราคาน้ำมันใหม่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและทำให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเดินทางหนาแน่น   

แหล่งข่าวด้านพลังงาน เปิดเผยว่า การเดินหน้าแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันอย่างเป็นรูปธรรมในครั้งนี้ ได้มีการนำฐานข้อมูลเชิงลึกที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ได้ศึกษากลไกราคาอย่างละเอียดเอาไว้ ส่งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนรีได้พิจารณา โดยเฉพาะประเด็นค่าการกลั่นที่เคยพุ่งสูงผิดปกติ จากราคา 2 บาทต่อลิตร ขยับขึ้นเป็น 6–7 บาทต่อลิตร ในเดือนมีนาคม ก่อนจะปรับสูงขึ้น 12–14 บาทต่อลิตร ในเดือนเมษายน  ซึ่งนายพิพัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตว่า โครงสร้างราคาน้ำมันอาจจะมีการบวก “ค่าความเสี่ยงจากสงคราม (War Premium)” รวมถึงค่าขนส่งและค่าประกันภัย ที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริงในปัจจุบัน ทั้งที่ประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางเพียงแหล่งเดียว นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าสูตรการคำนวณราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นมีการบวกค่าขนส่งและค่าประกันภัยรวมอยู่ด้วย ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่สูงเกินจริงและไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน

แหล่งข่าว เปิดเผยด้วยว่า ข้อมูลที่นายพิพัฒน์ทำไว้ ได้ถูกนายเอกนิตินำมาขยายผลต่อยอด​ สั่งการให้กระทรวงพลังงานพิจารณา “ตัดต้นทุนส่วนเกิน” ออกจากราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น พร้อมทบทวนความจำเป็นของ War Premium เพื่อสะท้อนราคาที่เป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้น นโยบายนี้ไม่เพียงมุ่งลดราคาน้ำมัน แต่ยังเป็นการแก้ไขปัญหาที่โครงสร้าง เพื่อดูแลต้นทุนภาคขนส่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ และส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนในทุกระดับ โดยที่รัฐบาลจะเร่งให้ทันกับช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์นี้

“บทบาทของนายพิพัฒน์จึงเปรียบเสมือนคนปูทาง ให้การแก้ปัญหาครั้งนี้เดินไปได้ไกลกว่าที่เคย จากการแก้เฉพาะหน้าสู่การแก้เชิงระบบ ที่แตะถึงต้นทุนจริงของภาคพลังงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อภาคขนส่ง อันเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ที่ความต้องการใช้น้ำมันพุ่งสูง ดังนั้น ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพลังงานไทย ชุดข้อมูลของนายพิพัฒน์จึงถือว่ามีความสำคัญและเป็นชุดข้อมูลที่รองรับการเดินหน้าเต็มกำลังของรัฐบาลชุดใหม่“ แหล่งข่าว กล่าว