กองทัพอิสราเอลเผย สังหาร ผบ.ฮิซบอลเลาะห์ หลังถล่มเมืองหลวงเลบานอน

กองทัพอิสราเอลเผย สังหาร ผบ.ฮิซบอลเลาะห์ หลังถล่มเมืองหลวงเลบานอน

7 พ.ค. 2569 22:32 น.

กองทัพอิสราเอลเผย สังหาร ผบ.ฮิซบอลเลาะห์ หลังถล่มเมืองหลวงเลบานอน

กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า สังหารผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ หลังจากโจมตีกรุงเบรุต ของเลบานอนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

เมื่อ 7 พ.ค. 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงว่า พวกเขาได้โจมตีและสังหารนาย อาเหม็ด อาลี บาลูต ผู้บัญชาการกองกำลัง “รัดวาน” (Redwan Force) ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ด้วยการโจมตีอย่างแม่นยำในพื้นที่ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน

สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) รายงานเมื่อวันพุธว่า อพาร์ตเมนต์ที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในย่านชานเมืองทางใต้ของเบรุตตกเป็นเป้าหมายของขีปนาวุธ 3 ลูก ซึ่งการโจมตีกรุงเบรุตในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันพุธตามเวลาท้องถิ่น โดยนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุในแถลงการณ์ว่า อิสราเอลได้มุ่งเป้าไปที่ผู้บัญชาการกองกำลังรัดวาน และมีการประสานงานล่วงหน้ากับสหรัฐอเมริกาเรื่องการโจมตีครั้งนี้แล้ว

เนทันยาฮูไม่ได้ระบุชื่อเป้าหมายของการโจมตี แต่เขากล่าวว่านักรบกองกำลังรัดวานภายใต้การบังคับบัญชาของคนผู้นี้ เป็นผู้รับผิดชอบในการเปิดฉากโจมตีชุมชนและทหารของอิสราเอล

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อิสราเอลไม่ได้ปฏิบัติการโจมตีในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนเลย นับตั้งแต่บรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง แต่พวกเขาหันไปโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนแทน ซึ่งกองทัพอิสราเอลอ้างว่าสามารถกระทำได้ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เผยข้อความบางส่วนในจดหมายลาตายของเอปสตีน

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เผยข้อความบางส่วนในจดหมายลาตายของเอปสตีน

7 พ.ค. 2569 22:08 น.

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เผยข้อความบางส่วนในจดหมายลาตายของเอปสตีน

ผู้พิพากษาสหรัฐฯ เปิดเผยข้อความส่วนหนึ่งในจดหมายที่เชื่อกันว่า เป็นจดหมายลาตายของนาย เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักโทษคดีทางเพศผู้ล่วงลับ ท่ามกลางข้อสงสัยในการเสียชีวิตของเขา

เมื่อวันพุธที่ 6 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางได้เปิดเผยเอกสารที่ระบุว่าเป็นข้อความบางส่วนในจดหมายลาตายของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศผู้ล่วงลับ โดยนาย นิโคลัส ตาร์ตากลิโอเน เพื่อนร่วมห้องขังของเอปสตีนอ้างว่าเขาเป็นผู้พบจดหมายฉบับนี้

ข้อความในจดหมาย ซึ่งไม่มีการลงลายมือชื่อ มีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า “พวกมันสอบสวนฉันมาเป็นเดือน – แต่ไม่พบ อะไรเลย!!!”, “มันเป็นเรื่องน่ายินดีที่สามารถ เลือก เวลาบอกลาได้ด้วยตัวเอง” และ “ไม่สนุกเลยนะ – ไม่คุ้มค่าสักนิด!!”

เพื่อนร่วมห้องขังระบุว่า จดหมายนี้ถูกเขียนในช่วงที่นายเอปสตีนพยายามจบชีวิตตัวเองแต่ไม่สำเร็จเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นเวลาไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะถูกพบว่าเสียชีวิตในห้องขัง ระหว่างรอการพิจารณาคดีในข้อหาค้าประเวณีเด็ก ทั้งนี้ แพทย์นิติเวชได้ลงความเห็นว่าเขาเสียชีวิตจากการจบชีวิตตัวเอง

การมีอยู่ของจดหมายที่อ้างว่าเป็นจดหมายลาตายนี้ ถูกรายงานครั้งแรกโดยสำนักข่าว The New York Times ซึ่งเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จดหมายฉบับนี้ถูกปิดบังจากสาธารณชนมานานเกือบ 7 ปี โดยทาง Times ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาเขต เคนเนธ คาราส เพื่อให้เปิดเผยจดหมายและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาของเพื่อนร่วมห้องขังรายนี้ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมก็ไม่ได้คัดค้าน

“ดูเหมือนว่าสาธารณชนจะให้ความสนใจอย่างมากต่อสถานการณ์แวดล้อมในการเสียชีวิตของเอปสตีนตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอเปิดเผยข้อมูล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ… ความถูกต้องของเนื้อหาข้อเท็จจริงที่บรรยายในคำร้องดังกล่าว รัฐบาลจึงขอให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล”

กระทรวงฯ ระบุในหนังสือถึงผู้พิพากษาคาราสเมื่อวันจันทร์ โดยชี้ให้เห็นว่าทางกระทรวงฯ ไม่ทราบว่าจดหมายที่ถูกอ้างถึงนั้นเป็นของจริงหรือไม่

เจฟฟรีย์ เอปสตีน
เจฟฟรีย์ เอปสตีน

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า จดหมายถูกนายตาร์ตากลิโอเน นักโทษคดีฆาตกรรม 4 ศพ พบในปี 2562 โดยชายคนนี้กล่าวว่าเขาเป็นคนช่วยชีวิตเอปสตีนไว้ในระหว่างการพยายามจบชีวิตตัวเองครั้งแรกซึ่งไม่สำเร็จ

“เจฟฟรีย์ เอปสตีน พยายามจบชีวิตตัวเองตอนที่เขาอยู่ในห้องขังกับผม ผมตื่นขึ้นมาแล้วช่วยชีวิตเขาไว้ด้วยการทำ CPR และเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ได้เขียนจดหมายลาตายทิ้งไว้” นายตาร์ตากลิโอเนเผยเมื่อปีก่อน “จดหมายนั้นอยู่ในหนังสือของผม ใช่ครับ… พอผมกลับเข้าห้องขัง ผมก็เปิดหนังสือจะอ่านแล้วก็เจอมันวางอยู่ตรงนั้น เขาเขียนมันแล้วก็สอดไว้ในหนังสือ”

หนังสือพิมพ์ Times รายงานว่า นายตาร์ตากลิโอเนยืนยันว่าทนายความของเขาได้ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านลายมือตรวจสอบความถูกต้องของจดหมายแล้ว ซึ่ง Times ได้รวมคำแถลงเหล่านี้เข้าในข้อโต้แย้งที่ยื่นต่อผู้พิพากษาเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อชี้ให้เห็นว่าจดหมายฉบับนี้ควรถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามค้างคาใจ เกี่ยวกับการพยายามจบชีวิตตัวเองครั้งแรกของเอปสตีน

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 แหล่งข่าวบอกกับ CNN ในขณะนั้นว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำไม่แน่ใจว่าร่องรอยบนลำคอของเอปสตีนเกิดจากการทำร้ายตัวเองหรือเป็นผลจากการถูกลอบทำร้าย โดยเอปสตีนบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเขาถูกซ้อมและถูกด่าว่าเป็นพวกที่ชอบล่วงละเมิดเด็ก

ในตอนแรกเอปสตีนยังให้การกล่าวหานายตาร์ตากลิโอเนว่า พยายามจะฆ่าเขา แต่ในภายหลังเขาได้ถอนคำพูดดังกล่าว โดยข้อมูลใน “รายงานเฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย” ของเรือนจำระบุว่า ในวันต่อๆ มา เขาบอกกับนักจิตวิทยาประจำเรือนจำว่า ตาร์ตากลิโอเนไม่ได้ข่มขู่ว่าจะทำร้ายเขา และตัวเขาเองจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย

รายงานที่บันทึกในวันที่ 24 ก.ค. 2562 หรือหนึ่งวันหลังเกิดเหตุ เอปสตีนระบุว่า “ผมไม่มีความสนใจที่จะฆ่าตัวตายเลยสักนิด” และยืนยันคำเดิมระหว่างการตรวจร่างกายว่า “ผมทุ่มเทให้กับคดีของผมมากเกินกว่าจะยอมแพ้ ผมยังมีชีวิตอยู่และผมต้องการกลับไปใช้ชีวิตของผมต่อ”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมได้ระบุในบันทึกข้อความเมื่อปีที่แล้วว่า ไม่มีหลักฐาน ที่บ่งชี้ว่านายเอปสตีนถูกฆาตกรรม และมีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดในเรือนจำความยาว 10 ชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเข้าไปในห้องขังของเอปสตีนในวันที่เขาเสียชีวิตเลย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เรือสำราญไวรัสฮันตาออกจากเคปเวิร์ด มุ่งหน้าคานารี ขณะที่หลายชาติเฝ้าระวังคนที่เคยอยู่บนเรือ

เรือสำราญไวรัสฮันตาออกจากเคปเวิร์ด มุ่งหน้าคานารี ขณะที่หลายชาติเฝ้าระวังคนที่เคยอยู่บนเรือ

7 พ.ค. 2569 13:55 น.

เรือสำราญไวรัสฮันตาออกจากเคปเวิร์ด มุ่งหน้าคานารี ขณะที่หลายชาติเฝ้าระวังคนที่เคยอยู่บนเรือ

เรือสำราญเนเธอร์แลนด์ MV Hondius ที่พบการระบาดของไวรัสฮันตา ออกเดินทางจากน่านน้ำประเทศเคปเวิร์ดมุ่งหน้าสู่หมู่เกาะคานารีของสเปน หลังจอดลอยลำไร้จุดหมายนาน 3 วัน ท่ามกลางมาตรการคุมโรคเข้มงวด

เรือ MV Hondius ออกเดินทางจากน่านน้ำประเทศเคปเวิร์ดมุ่งหน้าไปเทียบท่ายังหมู่เกาะคานารีของสเปนแล้ว ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มเร่งติดตามและเฝ้าระวังผู้โดยสารที่เคยอยู่บนเรือลำนี้ หลังมีรายงานผู้ติดเชื้อและผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสฮันตาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าขณะนี้พบผู้ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 3 ราย และมีผู้ต้องสงสัยอีกหลายราย รวมถึงผู้โดยสารบางส่วนที่เดินทางกลับประเทศต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้หลายประเทศต้องเริ่มกระบวนการติดตามและสังเกตอาการ

ในสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐจอร์เจียและรัฐแอริโซนายืนยันว่ากำลังเฝ้าระวังผู้โดยสารรวม 3 คนที่เคยอยู่บนเรือ แม้ทั้งหมดจะยังไม่แสดงอาการป่วย ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย ซึ่งกำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่นครซูริก

ด้านบริษัทผู้ให้บริการเรือ Oceanwide Expeditions ระบุว่า ผู้ป่วยอาการหนัก 2 คนที่ถูกอพยพออกจากเรือ ได้รับการส่งตัวไปรักษาที่ประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว ส่วนผู้โดยสารอีก 1 คนยังอยู่ระหว่างการอพยพ หลังเที่ยวบินล่าช้า

ปัจจุบันยังมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 146 คน จาก 23 ประเทศ อยู่บนเรือ ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ขณะที่ WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรวมแล้วอย่างน้อย 8 ราย ทั้งผู้ป่วยยืนยันและผู้ต้องสงสัย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ไวรัสที่พบคือ “ฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีส” ซึ่งพบในทวีปอเมริกาใต้ และมีรายงานว่าสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี แม้โอกาสแพร่ระบาดในวงกว้างจะยังถือว่าต่ำ

ขณะเดียวกัน หลายประเทศในยุโรปและสหรัฐฯ ยังคงเฝ้าระวังผู้ที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้โดยสารบนเรือลำดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าอาจมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมที่ยังไม่แสดงอาการ

ด้านรัฐบาลสเปนเตรียมตรวจสุขภาพผู้โดยสารทั้งหมดเมื่อเรือเดินทางถึงหมู่เกาะคานารี พร้อมวางแผนแยกกักผู้โดยสารตามความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดต่อไป.

ที่มา : BBC

สลด! รถบัสชนประสานงารถบรรทุกน้ำมันในอินโดนีเซีย ไฟลุกท่วม ดับอย่างน้อย 16 ศพ

สลด! รถบัสชนประสานงารถบรรทุกน้ำมันในอินโดนีเซีย ไฟลุกท่วม ดับอย่างน้อย 16 ศพ

7 พ.ค. 2569 11:56 น.

สลด! รถบัสชนประสานงารถบรรทุกน้ำมันในอินโดนีเซีย ไฟลุกท่วม ดับอย่างน้อย 16 ศพ

เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนทางหลวงประเทศอินโดนีเซีย เมื่อรถโดยสารประจำทางชนประสานงากับรถบรรทุกน้ำมัน จนเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย และบาดเจ็บอีก 4 คน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงวันพุธที่ 6 พฤษภาคม บริเวณเขตนอร์ท มูซี ราวาส จังหวัดสุมาตราใต้ โดยรถบัสโดยสารระหว่างเมือง ซึ่งกำลังเดินทางจากเมืองลูบุกลิงเกา มุ่งหน้าไปยังเมืองจัมบี ได้พุ่งชนกับรถบรรทุกน้ำมันที่วิ่งสวนทางมา

เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการภัยพิบัติท้องถิ่นเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุรถบัสอาจเกิดประกายไฟจากตัวรถ ทำให้คนขับพยายามหักหลบไปยังเลนขวาเพื่อป้องกันอันตราย แต่จังหวะเดียวกันมีรถบรรทุกน้ำมันวิ่งมาด้วยความเร็วสูง จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการชนได้

แรงปะทะทำให้เกิดระเบิดและไฟลุกท่วมรถทั้ง 2 คันอย่างรวดเร็ว ผู้โดยสารหลายคนติดอยู่ภายในและไม่สามารถหนีออกมาได้ทัน

รายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วย คนขับรถบัส ผู้โดยสาร 13 คน รวมถึงคนขับรถบรรทุกน้ำมันและผู้ช่วย รวมทั้งหมดอย่างน้อย 16 ราย โดยหลายศพถูกไฟคลอกอยู่ภายในซากรถ

ส่วนผู้รอดชีวิต 4 คน ถูกนำตัวส่งคลินิกใกล้เคียง ในจำนวนนี้ 3 คนมีอาการไฟไหม้รุนแรง ขณะที่อีก 1 คนบาดเจ็บเล็กน้อย

ภาพจากหน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติอินโดนีเซียเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิง ท่ามกลางกลุ่มควันดำหนาทึบและเปลวไฟขนาดใหญ่ ขณะที่ซากรถทั้งสองคันถูกเผาเสียหายเกือบทั้งหมด

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจจราจรต้องใช้เวลานานในการเคลียร์พื้นที่ เนื่องจากยังมีผู้ติดอยู่ภายในซากรถ ส่งผลให้การจราจรบนทางหลวงสายหลักเป็นอัมพาตชั่วคราว

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเผชิญอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง จากปัญหามาตรฐานความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ยังไม่เพียงพอ.

ที่มา : channelnewsasia

ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน

ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน

7 พ.ค. 2569 10:33 น.

ฝนถล่มกัวลาลัมเปอร์-เปอตาลิงจายา น้ำท่วมฉับพลัน รถจมหลายร้อยคัน

ฝนตกหนักนานกว่าชั่วโมงทำหลายพื้นที่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์และเปอตาลิงจายาน้ำท่วมซ้ำ ถนนหลายสายจม รถติดหนัก บางคันน้ำท่วมถึงล้อ 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวเดอะสตาร์ ของมาเลเซีย รายงานว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่เวลาประมาณ 15.30 น. นานกว่าหนึ่งชั่วโมง ส่งผลให้หลายพื้นที่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองเปอตาลิงจายา ประเทศมาเลเซีย เกิดน้ำท่วมฉับพลันอีกครั้ง โดยพื้นที่เซ็กชัน 51A เมืองเปอตาลิงจายา ได้รับผลกระทบหนัก โดยถือเป็นน้ำท่วมซ้ำภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ หลังเพิ่งเกิดเหตุลักษณะเดียวกันเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นประชาชนรายหนึ่งลงว่ายน้ำในน้ำท่วม ขณะที่อาคารสำนักงานใหญ่แอมเวย์ บนถนนจาลัน 223 ในเปอตาลิงจายา ก็มีรายงานถูกน้ำท่วมเช่นกัน นอกจากนี้ ถนนจาลันกูไชลามา ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ยังเผชิญน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง หลังเคยเกิดเหตุในพื้นที่เดียวกันเมื่อปี 2565  

ภาพจากพื้นที่เผยให้เห็นน้ำเอ่อล้นจากท่อระบายน้ำ ท่วมทางเดินหน้าร้านค้าหลายแห่งบริเวณจาลันเซปาดู ในย่านตามันยูไนเต็ด ด้านบริษัทนิวปันไตเอ็กซ์เพรสเวย์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า จุดเกิดเหตุอยู่บนถนนจาลันกูไชลามา มุ่งหน้าสู่จาลันกลางลามา ซึ่งอยู่ในความดูแลของศาลาว่าการกรุงกัวลาลัมเปอร์  ไม่ใช่บนทางด่วน NPE ตามที่มีรายงานก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สายตรวจถูกส่งเข้าช่วยอำนวยการจราจร เพื่อดูแลความปลอดภัยและช่วยระบายรถในพื้นที่ประสบภัย โดยล่าสุดระดับน้ำลดลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อเวลา 16.47 น. และเปิดการจราจรได้อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน น้ำท่วมบนทางด่วนเคซัส ใกล้ด่านเก็บเงินอาวันเบอซาร์ ส่งผลให้การจราจรจากกินราราเข้าสู่ใจกลางเมืองเป็นอัมพาต คลิปวิดีโอจากผู้ใช้โซเชียลเผยให้เห็นรถยนต์หลายคันบริเวณทางออกจาลันกลางลามา-บูกิตจาลิล ถูกน้ำท่วมสูงถึงระดับล้อ ขณะที่บางคันจอดเสียกลางน้ำใต้สะพานเชื่อมอาคารสูง 

นอกจากนี้ บริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าอาวันเบอซาร์ ก็มีน้ำท่วมใต้สะพานลอย ขณะที่ถนนจาลันอาวันเบอซาร์ทั้ง 4 ช่องทางหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ถูกน้ำโคลนท่วมจนมิดถนนทั้งหมด.

ที่มา The Star , Facebook/BukitJalilMalaysia

“เมกะสึนามิ” ถล่มอลาสกาปีก่อน ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีบันทึกมา

"เมกะสึนามิ" ถล่มอลาสกาปีก่อน ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีบันทึกมา

7 พ.ค. 2569 10:27 น.

“เมกะสึนามิ” ถล่มอลาสกาปีก่อน ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีบันทึกมา

นักวิทย์เผย เมกะสึนามิสูงเกือบ 500 เมตรในรัฐอลาสกา สหรัฐอเมริกา ฤดูร้อนปีที่ผ่านมา นับเป็นคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 เท่าที่เคยมีการบันทึกมา เตือนภาวะโลกร้อนเสี่ยงเกิดถี่ขึ้นในอนาคต

งานวิจัยฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ระบุว่า เหตุการณ์เมกะสึนามิ ที่เกิดขึ้นจากมวลหินขนาดประมาณ 64 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเทียบเท่าพีระมิดกีซาราว 24 แห่ง พังถล่มลงทะเลภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที ที่เกิดขึ้นที่ “เทรซี อาร์ม ฟยอร์ด” (Tracy Arm Fjord) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอลาสกา จนเกิดคลื่น “เมกะสึนามิ” สูงเกือบ 500 เมตร ถือเป็นสถิติสูงที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากเหตุการณ์ในอลาสกาช่วงทศวรรษ 1950 ที่มีความสูงมากกว่า 500 เมตร

นักธรณีวิทยาชาวอลาสกา ดร.เบรตวูด ฮิกแมน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์เฉียดหายนะ เพราะเกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ทำให้ไม่มีเรือท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ขณะเกิดคลื่นยักษ์ แต่ครั้งหน้าอาจไม่โชคดีแบบนี้

นักวิจัยอธิบายว่า “เมกะสึนามิ” แตกต่างจากสึนามิทั่วไป เพราะเกิดจากดินถล่มหรือภูเขาถล่มลงน้ำโดยตรง ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวกลางมหาสมุทร แม้คลื่นจะไม่เดินทางไกลเหมือนสึนามิทั่วไป แต่สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงในพื้นที่ใกล้เคียงได้ทันที

ทีมวิจัยยังพบว่า การละลายของธารน้ำแข็งจากภาวะโลกร้อน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หน้าผาไม่มั่นคง โดยก่อนหน้านี้ธารน้ำแข็งทำหน้าที่ค้ำยันฐานภูเขาเอาไว้ เมื่อธารน้ำแข็งถอยร่น จึงเปิดทางให้หน้าผาพังถล่มลงสู่ทะเลได้ง่ายขึ้น

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ความเสี่ยงของ “เมกะสึนามิ” ในอลาสกาอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าหลายสิบเท่าเมื่อเทียบกับไม่กี่สิบปีก่อน ขณะที่ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะเรือสำราญที่นิยมล่องชมฟยอร์ดและธารน้ำแข็ง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า บริษัทเรือสำราญบางแห่งเริ่มยกเลิกเส้นทางเข้าเทรซี อาร์ม ฟยอร์ดแล้ว เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย.

ที่มา : BBC

“ฮุน เซน” หนุนรัฐบาลกัมพูชานำปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ

"ฮุน เซน" หนุนรัฐบาลกัมพูชานำปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ

7 พ.ค. 2569 10:17 น.

“ฮุน เซน” หนุนรัฐบาลกัมพูชานำปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ

“ฮุน เซน” หนุนรัฐบาลกัมพูชานำปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศ เหน็บไทยที่ผ่านมาเปลี่ยนนายกฯ บ่อยทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความในเฟซบุกแสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิทางทะเลทับซ้อนกับไทย หลังฝ่ายไทยประกาศยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลปี 2544 หรือ MOU2544 เพียงฝ่ายเดียว

ฮุน เซน ระบุว่า กัมพูชาไม่ควรจัดตั้งกลไกทวิภาคีใหม่ขึ้นมาแทน MOU2544 แต่ควรเดินหน้าเข้าสู่กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลปี 2525 ซึ่งจะมีบุคคลที่สามหรือกลไกระหว่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ตามแนวทางที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

อดีตผู้นำกัมพูชายังแสดงความเสียใจต่อการที่ไทยยกเลิก MOU2544 โดยอ้างว่าไม่มีความคืบหน้า พร้อมตั้งคำถามว่า สาเหตุที่การเจรจาไม่คืบหน้านั้นเกิดจากอะไร และระบุว่า ไทยเองรู้ดีที่สุด หลังเกิดรัฐประหารในปี 2549 ที่โค่นนายทักษิณ ชินวัตร ประเทศไทยมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง ซึ่งฮุน เซน ระบุว่า กัมพูชายังคงดำเนินการต่อเนื่องภายใต้รัฐบาล โดยไม่เปลี่ยนกลไกหรือเนื้อหาการเจรจา ขณะที่ไทยเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีราว 10 คน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า

อย่างไรก็ตาม ฮุน เซน ย้ำว่า กัมพูชากำลังเดินหน้าตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่า ไทยไม่ควรกดดันให้กัมพูชาสร้างกลไกทวิภาคีใหม่ขึ้นมาแทนกลไกเดิมที่ไทยเป็นฝ่ายยกเลิกเอง และแสดงความหวังว่าทั้งสองประเทศจะร่วมกันเดินหน้าเข้าสู่กลไกระหว่างประเทศที่มีอำนาจในการตัดสินข้อพิพาททางทะเลอย่างเหมาะสมต่อไป.

ที่มา Facebook /Samdech Hun Sen of Cambodia

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วง หุ้นโลกพุ่ง รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วง หุ้นโลกพุ่ง รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

7 พ.ค. 2569 08:46 น.

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วง หุ้นโลกพุ่ง รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

ตลาดโลกขานรับสัญญาณเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านมีความคืบหน้า ราคาน้ำมันดิ่งแรงกว่า 7% ขณะตลาดหุ้นสหรัฐฯ-ยุโรปพุ่ง นักลงทุนหวังสงครามตะวันออกกลางคลี่คลาย

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ดิ่งลงมากกว่า 10% ระหว่างการซื้อขาย จนหลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือราว 3,700 บาท ก่อนปิดตลาดที่ 101.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือประมาณ 3,750 บาท ลดลง 7.8%

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี S&P 500 ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่แนสแดก พุ่งขึ้น 2% ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปก็ได้รับแรงหนุนเช่นกัน โดยตลาดหุ้นปารีสปรับตัวขึ้นเกือบ 3% ส่วนตลาดแฟรงก์เฟิร์ตและลอนดอนปิดบวกมากกว่า 2% หลังนักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าสงครามระหว่างอิหร่าน กับสหรัฐฯ อาจใกล้ยุติลงผ่านการเจรจาทางการทูต

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Axios ของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่อเมริกัน 2 รายว่า วอชิงตันและเตหะรานใกล้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในรูปแบบบันทึกความเข้าใจ 1 หน้า เพื่อยุติสงคราม และวางกรอบการเจรจานิวเคลียร์ในรายละเอียดต่อไป ทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวว่า เชื่อว่าการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านมีความเป็นไปได้สูงมาก หลังการหารือในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางที่ดี อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เตือนว่า หากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ อาจกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง

นายนีล วิลสัน นักยุทธศาสตร์การลงทุนจากสถาบันซาโซ ยูเค ระบุว่า ข่าวที่ออกมาช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นว่า สถานการณ์กำลังเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีสำหรับตลาดพลังงานโลก และหนุนให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง.

นักท่องเที่ยวผวา พบจระเข้โผล่นอกชายฝั่งเกาะเซ็นโตซา สิงคโปร์สั่งงดกิจกรรมทางน้ำทันที

นักท่องเที่ยวผวา พบจระเข้โผล่นอกชายฝั่งเกาะเซ็นโตซา สิงคโปร์สั่งงดกิจกรรมทางน้ำทันที

7 พ.ค. 2569 08:32 น.

นักท่องเที่ยวผวา พบจระเข้โผล่นอกชายฝั่งเกาะเซ็นโตซา สิงคโปร์สั่งงดกิจกรรมทางน้ำทันที

ทางการสิงคโปร์สั่งระงับกิจกรรมทางน้ำบริเวณชายหาดชื่อดังของเกาะเซ็นโตซา หลังมีผู้พบเห็นจระเข้ลอยตัวอยู่ในทะเลใกล้ย่านเซ็นโตซา โคฟ เมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ผ่านมา

คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ NParks ร่วมกับหน่วยงานพัฒนาเกาะเซ็นโตซา (SDC) เปิดปฏิบัติการค้นหาจระเข้ทันที หลังได้รับแจ้งว่าพบเห็นจระเข้ลอยคออยู่ใกล้ฝั่ง พร้อมประกาศงดกิจกรรมทางน้ำ เช่น ว่ายน้ำและพายเรือคายัก บริเวณหาดสิลิโซ หาดปาลาวัน และหาดตันจง จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ชายหาดทั้ง 3 แห่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่เพิ่มการลาดตระเวนและเฝ้าระวังพื้นที่ริมชายหาดทั่วเกาะ เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

นี่ถือเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ที่มีรายงานพบจระเข้ในน่านน้ำรอบเกาะเซ็นโตซา หลังจากเคยพบครั้งแรกเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งในเวลานั้นทางการก็ได้สั่งระงับกิจกรรมทางน้ำเช่นเดียวกัน ก่อนกลับมาเปิดอีกครั้งหลังผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์

นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีรายงานพบจระเข้ในบริเวณอ่าวเคปเปิล ส่งผลให้ NParks ต้องติดตั้งป้ายเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังบริเวณริมน้ำ

เจ้าหน้าที่แนะนำว่า หากประชาชนพบจระเข้ ควรตั้งสติและค่อย ๆ ถอยห่าง ห้ามเข้าใกล้ ยั่วยุ หรือให้อาหารสัตว์ พร้อมสามารถแจ้งเหตุไปยังคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติสิงคโปร์ได้ทันที ผ่านสายด่วนฉุกเฉินของหน่วยงานดังกล่าว.

ที่มา : channelnewsasia

อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ หลังไวรัสฮันตาคร่า 3 ศพ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายประเทศ

อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ หลังไวรัสฮันตาคร่า 3 ศพ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายประเทศ

7 พ.ค. 2569 08:17 น.

อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ หลังไวรัสฮันตาคร่า 3 ศพ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายประเทศ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอพยพผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตา 3 คน ออกจากเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์แล้ว ขณะที่ผู้โดยสารที่เหลือยังถูกกักตัวบนเรือ ล่าสุดมีรายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายประเทศ

องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ผู้ป่วยทั้ง 3 คนถูกส่งตัวกลับไปรักษาในประเทศเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรือเกือบ 150 คนยังคงกักตัวอยู่ภายในห้องพักบนเรือ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

ขณะเดียวกัน ทางการสวิตเซอร์แลนด์ยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นชายที่เดินทางกลับจากอเมริกาใต้และเคยโดยสารเรือลำดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของแอฟริกาใต้และสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า ตรวจพบเชื้อไวรัสฮันตาสายพันธุ์”แอนดีส” ซึ่งพบได้ในอเมริกาใต้ และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี แม้จะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างน้อย

รายงานระบุว่า หนึ่งในผู้ป่วยอาการหนักเป็นชายชาวอังกฤษที่กำลังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลในแอฟริกาใต้ ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีกหนึ่งรายได้รับการตรวจพบเชื้อหลังเสียชีวิต

ทั้งนี้ เรือสำราญ เอ็มวี ฮอนดิอุส ออกเดินทางจากอาร์เจนตินาเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยเดิมมีกำหนดเดินทางผ่านแอนตาร์กติกา หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ และจุดหมายอื่นในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ต้องเปลี่ยนแผนการเดินเรือหลังเกิดการระบาดบนเรือ

โดยล่าสุดรัฐบาลสเปนยืนยันว่า จะอนุญาตให้เรือเข้าจอดที่หมู่เกาะคานารี เพื่อดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขและดูแลผู้โดยสารต่อไป แม้จะมีเสียงคัดค้านจากบางฝ่ายในพื้นที่ก็ตาม.

ที่มา : AP