บีบีซีคาด มหากาพย์ทรัมป์อยากได้กรีนแลนด์ อาจจบได้ 4 แบบ

บีบีซีคาด มหากาพย์ทรัมป์อยากได้กรีนแลนด์ อาจจบได้ 4 แบบ

12 ม.ค. 2568 07:40 น.

บีบีซีคาด มหากาพย์ทรัมป์อยากได้กรีนแลนด์ อาจจบได้ 4 แบบ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาสนใจเรื่องการยึดการควบคุมเกาะกรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองขนาดใหญ่ของประเทศเดนมาร์กในมหาสมุทรอาร์กติกอีกครั้ง

ทรัมป์แสดงความสนใจจะซื้อเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2562 ตอนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรก แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ไปไกลกว่านั้นด้วยการไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เขาจะใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจหรือกำลังทหาร ในการเข้ายึดการควบคุมกรีนแลนด์

ทางการเดนมาร์กและสหภาพยุโรปต่างออกมาตอบสนองในเชิงลบ ระบุว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย และบูรณภาพแห่งดินแดนของเกาะกรีนแลนด์จะต้องได้รับการรักษาเอาไว้

เมื่อชาติพันธมติตรนาโตทั้ง 2 ฝ่ายกลับต้องมามีปัญหากันเพราะเกาะที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งกว่า 80% ของพื้นที่ แต่ก็เป็นแหล่งทรัพยากรล้ำค่าที่ยังไม่มีใครมาแตะต้องแห่งนี้ มันจะจบลงอย่างไร สำนักข่าว บีบีซี คาดการณ์เอาไว้ 4 กรณีได้แก่

ทรัมป์หมดความสนใจ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มีบางคนที่มองความเคลื่อนไหวของทรัมป์ว่าเป็นการขู่ขวัญ เพื่อให้เดนมาร์กเพิ่มความมั่นคงของเกาะกรีนแลนด์เพื่อเผชิญกับภัยคุกคามจากทั้งรัสเซียและจีน ที่กำลังต้องการขยายอิทธิพลในยุโรป

ในเดือนธันวาคม รัฐบาลเดนมาร์กก็ประกาศแพ็กเกจความช่วยเหลือทางทหารแก่กรีนแลนด์ก้อนใหม่ มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแพ็กเกจนี้เป็นแผนที่วางไว้นานแล้ว แต่มันกลับถูกประกาศไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความสนใจจะซื้อกรีนแลนด์

เอลิซาเบธ สเวน หัวหน้าผู้สื่อข่าวการเมืองของหนังสือพิมพ์ “โพลิติเคน” (Politiken) ระบุว่า “สิ่งที่สำคัญในคำพูดของนายทรัมป์คือ เดนมาร์กต้องทำตามพันธสัญญาของตัวเองเรื่องเกาะกรีนแลนด์ หรือไม่ก็ต้องปล่อยให้สหรัฐฯ เป็นผู้ลงมือทำ”

ด้านมาร์ก เจคอบเซน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ของราชวิทยาลัยกลาโหมเดนมาร์ก เชื่อว่า นี่เป็นกรณีที่นายทรัมป์จัดวางจุดยืนของตัวเองก่อนจะรับตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่กรีนแลนด์กำลังใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ได้รับอำนาจระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นก้าวสำคัญไปสู่การแยกตัวเป็นอิสระ

ดังนั้น ต่อให้นายทรัมป์หมดความสนใจในกรีนแลนด์ เขาก็ได้ดึงดูดความสนใจไปยังเกาะแห่งนี้ในระดับหนึ่งแล้ว

แต่การแยกตัวเป็นอิสระเป็นประเด็นเรื่องที่มีการถกเถียงมานานหลายปี และบางคนคิดว่า กระแสแยกตัวเป็นอิสระอาจเดินทางไปในทิศทางตรงกันข้าม เห็นได้จากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์แสดงความคิดเห็นอย่างสงบมากขึ้น เช่น “ใช้แล้ว เราต้องการเอกราช แต่หนทางยังอีกยาวไกล”

โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ (กลาง) เดินทางเยือนกรีนแลนด์เมื่อ 7 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา

กรีนแลนด์ลงมติแยกตัวเป็นอิสระ กระชับสัมพันธ์สหรัฐฯ

ชาวเกาะกรีนแลนด์โดยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การแยกตัวเป็นอิสระของเกาะแห่งนี้จะเกิดขึ้นในที่สุด และหากชาวกรีนแลนด์โหวตลงมติ เดนมาร์กก็จะยอมรับผลและให้การรับรอง

อย่างไรก็ตาม การโหวตแยกตัวเป็นอิสระของกรีนแลนด์อาจไม่เกิดขึ้น หากประชาชนของพวกเขาไม่ได้รับการรับรองว่า พวกเขาจะได้รับการจ่ายเงินอุดหนุนในด้านต่างๆ อย่างสาธารณสุข และระบบสวัสดิการ เหมือนกับที่เดนมาร์กจ่ายให้ในปัจจุบัน

“นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์อาจจะไม่เห็นด้วยในตอนนี้ แต่หากเขาเรียกร้องให้จัดการลงประชามติขึ้นมาจริงๆ เขาก็ต้องการเรื่องราวโน้มน้าวใจ ว่าการแยกตัวจะช่วยเหลือเศรษฐกิจกับระบบสวัสดิการณ์ได้อย่างไร” อุลริค แกด นักวิจัยอาวุโสที่สถาบันการศึกษาแห่งชาติกล่าว

สิ่งที่อาจเป็นไปได้ในลำดับต่อมาคือ การเป็นดินแดนอิสระ (free association) แต่ยังเชื่อมโยงกับเดนมาร์กอยู่ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบเดียวกับที่สหรัฐฯ มีกับเหมู่เกาะมาร์แชลล์, ไมโครนีเซีย และปาเลา โดยเดนมาร์กเคยต่อต้านเรื่องนี้มาก่อน แต่นายกรัฐมนตรี เมตเต เฟรเดริกเซน ไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้มากนัก

“เดนมาร์กเข้าใจประสบการณ์ในประวัติศาสตร์ของกรีนแลนด์ดีขึ้นกว่าเมื่อ 20 ปีก่อน” ดร.แกดระบุ และเสริมว่า เดนมาร์กยอมรับความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงยุคล่าอาณานิคม

แต่ถึงกรีนแลนด์จะแยกตัวจากเดนมาร์กได้ ตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พวกเขาจะไม่สามารถสลัดหลุดจากสหรัฐฯ ไปอีกหลายปี เพราะอเมริกันไม่เคยไปไหนเลยนับตั้งแต่เข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์ในช่วงสัปดาห์โลกครั้งที่ 2 และข้อตกลงในปี 2494 ก็เพียงยืนยันอำนาจอธิปไตยพื้นที่ในเกาะแห่งนี้เท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติ มันกลับให้สิทธิ์สหรัฐฯ ทำอะไรก็ได้

เจ้าหน้าที่กรีนแลนด์ติดต่กับรัฐบาลสหรัฐฯ มา 2 รัฐบาลแล้ว เกี่ยวกับบทบาทของวอชิงตัน และตอนนี้พวกเขาก็รู้แล้วว่า “สหรัฐฯ จะไม่มีวันไปไหน”

โดนัลด์ ทรัมป์ ทักทายสี จิ้นผิง ในปี 2563

ทรัมป์เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

หลายฝ่ายคาดว่า คำขู่ด้านเศรษฐกิจของนายทรัมป์คือภัยคุกคามที่สุดสำหรับเดนมาร์ก เพราะสหรัฐฯ อาจตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากเดนมาร์ หรือแม้แต่ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เพื่อบีบให้เดนมาร์กยอมโอนอ่อนเรื่องกรีนแลนด์

ศ.จาคอบเซนระบุว่า รัฐบาลเดนมาร์กกำลังเตรียมการเพื่อรับมือเรื่องนั้น แต่ไม่ใช่เพราะกรีนแลนด์อย่างเดียว โดยทรัมป์นายทรัมป์ขู่มานานว่าจะตั้งกำแพงภาษีสินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าจาก EU จำนวน 10% ซึ่งมันอาจกระทบต่อการเติบโต้ของ EU อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทของเดนมาร์กและชาติยุโรปบางประเทศ คิดตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐฯ

ตัวเลือกที่เป็นไปได้สำหรับการตั้งกำแพงภาษีของนายทรัมป์ รวมการบังคับใช้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ฉบับปี 2520

หนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของเดนมาร์กที่อาจได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีคือ เภสัชกรรม โดยสหรัฐฯ นำเข้าอุปกรณ์อย่างเครื่องช่วยฟัง และอินซูลินที่ใช้อยู่เกือบทั้งหมดในประเทศมาจากเดนมาร์ก รวมถึงยาต้านโรคเบาหวาน “Ozempic” ก็ผลิตโดยบริษัท “โนโว นอร์ดิสก์” (Novo Nordisk) ของเดนมาร์ก

นักวิเคราะห์มองว่า ราคาสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นจากมาตรการกำแพงภาษีของนายทรัมป์ จะไม่เป็นผลดีต่อสังคมสหรัฐฯ

ทรัมป์ยกทัพบุกยึดกรีนแลนด์

การที่นายทรัมป์ไม่ตัดความเป็นไปได้เรื่องการใช้กำลังทหารเพื่อเข้ายึดกรีนแลนด์ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวล เพราะสำหรับสหรัฐฯ การยึดการควบคุมกรีนแลนด์ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะพวกเขามีฐานทัพและกำลังทหารประจำการในกรีนแลนด์เพียงพออยู่แล้ว

“สหรัฐฯ เป็นผู้ควบคุมโดยพฤตินัยอยู่แล้ว” ศ.เจคอบเซนกล่าว แต่เขามองว่า คำพูดของทรัมป์เหมือนกับว่าเขาได้รับข้อมูลมาไม่ดีพอ และนายทรัมป์ไม่เข้าใจส่วนสำคัญของเรื่องนี้ นั่นคือการที่สหรัฐฯ ใช้กำลังทหาร จะทำให้เกิดสถานการณ์ระหว่างประเทศตามมา

“หากพวกเขารุกรานกรีนแลนด์ ก็เท่ากับพวกเขารุกรานนาโต” เอลิซาเบธ สเวน กล่าว “และนั่นคือจุดที่มันต้องหยุดลง มาตราที่ 5 จะทำงาน และหากชาติสมาชิกนาโตรุกรานนาโต ก็หมายความว่าไม่มีนาโตอีกต่อไป”

ด้าน ดร.แกด กล่าวว่า ทรัมป์พูดเหมือนกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนพูดเรื่องไต้หว้น หรือวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียพูดรเรื่องยูเครน “เขาพูดว่ามันถูกต้องตามกฎหมายที่เราจะยึดดินแดนผืนนี้ หากเราเชื่อในคำพูดของเขาอย่างจริงจัง นี่จะเป็นรางร้ายสำหรับกลุ่มพันธมิตรตะวันตกทั้งหมด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไฟป่าแอลเอคุมได้อีก 2 จุด เหลือ 4 แห่งยังแรง ลามประชิดเมืองเบรนต์วูด

ไฟป่าแอลเอคุมได้อีก 2 จุด เหลือ 4 แห่งยังแรง ลามประชิดเมืองเบรนต์วูด

12 ม.ค. 2568 05:45 น.

ไฟป่าแอลเอคุมได้อีก 2 จุด เหลือ 4 แห่งยังแรง ลามประชิดเมืองเบรนต์วูด

เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าที่ลุกไหม้รอบนครลอสแอนเจลิสได้อีก 2 จุด แต่ยังเหลืออีก 4 จุดที่ยังคงรุนแรง และลุกลามคุกคามชุมชนหลายแห่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในแคลิฟอร์เนียควบคุมไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ใกล้นครลอสแอนเจลิสได้อีก 2 จุดคือ ไฟป่าอาร์เชอร์ (Archer Fire) กับไฟป่าลิเดีย (Lidia Fire) หลังจากก่อนหน้านี้ควบคุมไฟป่าขนาดเล็กไปได้แล้ว 3 จุดได้แก่ ไฟป่าซันเซต (Sunset Fire), ไฟป่าวูดลีย์ (Woodley Fire) และไฟป่าโอลิวาส (Olivas Fire)

ความคืบหน้าล่าสุดทำให้ตอนนี้เหลือไฟป่าที่ยังควบคุมไม่ได้ใกล้นครลอสแอนเจลิสทั้งสิ้น 4 จุด ได้แก่ ไฟป่าแพลลิเสด (Palisades Fire) ซึ่งเป็นไฟป่าแห่งแรกที่ลุกไหม้และมีขนาดใหญ่ที่สุด ปัจจุบันเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 22,000 เอเคอร์ (ราว 55,000 ไร่) รวมถึงย่านแปซิฟิก แพลลิเสด เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้เพียง 11%

จุดที่มีขนาดใหญ่รองลงมาคือไฟป่าอีตัน (Eaton Fire) ลุกไหม้ทางเหนือของลอสแอนเจลิส ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 14,000 เอเคอร์ (ราว 35,000 ไร่) เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้เพียง 15% ส่วนไฟป่าเฮิร์สต์ (Hurst Fire) ทางเหนือของเมืองซาน เฟอร์นันโด เผาผลาญพื้นที่เกือบ 800 เอเคอร์ (ราว 2,000 ไร่) ปัจจุบันถูกควบคุมได้แล้ว 76%

แห่งสุดท้ายคือไฟป่าเคนเนธ (Kenneth Fire) บริเวณชายแดนระหว่าง ลอสแอนเจลิส เคาน์ตี กับเวนทูรา เคาน์ตี ครอบคลุมพื้นที่ 1,050 เอเคอร์ (ราว 2,625 ไร่) แต่ล่าสุดหยุดลุกลามแล้ว และถูกควบคุมได้กว่า 80%

ในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2568 ไฟป่าแพลลิเสดลุกลามไปทางตะวันออกมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกคำสั่งอพยพรอบเพิ่มในหลายจุด รวมถึงบางส่วนของเมืองเบรนต์วูด ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ “เก็ตตี เซ็นเตอร์” (Getty Center) อันมีชื่อเสียงระดับโลก ขณะที่ชุมชนย่านเอ็นซีโน และแมนเดวิลล์ แคนยอน ก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน

ทั้งนี้ เหตุไฟป่าซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ สูญหายอีก 13 ราย เจ้าหน้าที่ยังจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายสิบคนใกล้จุดเกิดไฟป่า โดยบางส่วนเป็นผู้ละเมิดกฎเคอร์ฟิว ขณะที่บางส่วนเป็นผู้ที่พยายามฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สินในบ้านหรือร้านค้าของผู้ที่ต้องอพยพหนีไฟป่า

ไฟป่าอีตันทำลายสิ่งปลูกสร้างไปแล้วมากกว่า 7,000 หลัง ขณะที่ไฟป่าแพลลิเสดทำลายไปแล้ว 5,300 หลัง มีประชาชนต้องอพยพแล้วประมาณ 153,000 คน

ด้านเจ้าหน้าที่อาวุโส, นายกเทศมนตรี และหัวหน้าสำนักงานดับเพลิงนครลอสแอนเจลิส ออกมาปกป้องการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการรับมือไฟป่า โดยยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้บกพร่องในการเตรียมความพร้อม หรือมีการตัดสินใจผิดพลาดจนทำให้เกิดหายนะเช่นนี้ แต่ทั้งหมดเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ

สำนักงานตำรวจลอสแอนเจลิสระบุว่า พวกเขากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายหน่วยงาน ทั้งในระดับท้องถิ้นและระดับประเทศ กำลังร่วมมือกันเพื่อสืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่ารุนแรงในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ระทึก รถรางฝรั่งเศสชนประสานงาพังยับ ผู้โดยสารบาดเจ็บกว่า 30 ราย

ระทึก รถรางฝรั่งเศสชนประสานงาพังยับ ผู้โดยสารบาดเจ็บกว่า 30 ราย

12 ม.ค. 2568 04:43 น.

ระทึก รถรางฝรั่งเศสชนประสานงาพังยับ ผู้โดยสารบาดเจ็บกว่า 30 ราย

เกิดเหตุรถราง 2 คันในเมืองสตราสบูร์กของฝรั่งเศส ชนประสานงากันจนได้รับความเสียหายหนัก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถราง 2 คันในฝรั่งเศส ชนประสานงากันที่สถานีกลางเมืองสตราสบูร์ก เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2568 ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้ง 2 คัน และเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 30 ราย

สื่อท้องถิ่นระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากหนึ่งในรถรางที่ประสบเหตุสลับรางและวิ่งไปชนรถรางอีกคันที่จอดอยู่ ขณะที่รายงานข่าวบางกระแสก็ระบุว่า รถรางคันหนึ่งกำลังวิ่งไปในทางตรงกันข้าม

โฆษกของหน่วยงานบริหารเมืองสตราสบูร์กกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เริ่มสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้แล้ว โดยในตอนนี้ยังไม่พบว่ามีผู้เสียชีวิต ขณะที่ น.ส.ฌาน บาร์เซเกียน นายกเทศมนตรีเมืองสตราสบูร์ก เรียกร้องผ่านสื่อให้ประชาชนรอผลการสืบสวน

ทั้งนี้ ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งชื่อ โยฮัน บอกกับสำนักข่าว เอเอฟพี ว่า เขาเห็นหนึ่งในรถรางวิ่งถอยหลังด้วยความเร็วสูง ก่อนจะได้ยินเสียงชนดังสนั่น ขณะที่พยานอีกคนบอกกับสถานีโทรทัศน์ BFM TV ของฝรั่งเศสว่า แรงชนถึงกำลังทำให้ประตูของรถรางหลุดกระเด็นออกมา

ด้านนาย เรเน เซลลิเยร์ ผู้อำนวยการสำนักงานดับเพลิงและกู้ภัยจังหวัดบาสแรง (Bas-Rhin) เปิดเผยว่า มีผู้บาดเจ็บที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหลายรายในเหตุการณ์นี้ โดยบางรายเป็นแผลที่ศีรษะ, กระดูกไหปลาร้าร้าว และเอ็นเข่าฉีก ขณะที่มีผู้โดยสารประมาณ 100 คน ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเป็นพิเศษ แต่ได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อป้องกันไว้ก่อน

นายเซลลิเยร์บอกด้วยว่า เจ้าหน้าที่ส่งยานพาหนะไปยังที่เกิดเหตุกว่า 50 คัน กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอีก 130 คน เพื่อรับมือสถานการณ์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ยูเครนอ้าง จับทหารเกาหลีเหนือได้ 2 นาย บาดเจ็บขณะช่วยรัสเซียรบ

ยูเครนอ้าง จับทหารเกาหลีเหนือได้ 2 นาย บาดเจ็บขณะช่วยรัสเซียรบ

12 ม.ค. 2568 01:47 น.

ยูเครนอ้าง จับทหารเกาหลีเหนือได้ 2 นาย บาดเจ็บขณะช่วยรัสเซียรบ

ยูเครนอ้าง จับตัวทหารเกาหลีเหนือเป็นเชลยสงครามได้ 2 ราย โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บระหว่างช่วยรัสเซียรบในแคว้นคูสค์

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2568 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า ทหารของพวกเขาจับตัวทหารเกาหลีเหนือที่ได้รับบาดเจ็บได้ 2 นาย ในแคว้นคูสค์ ทางตะวันตกของรัสเซีย โดยทั้งคู่ได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์จำเป็นแล้ว และตอนนี้อยู่ในการควบคุมของสำนักงานความมั่นคงยูเครน (SBU)

ผู้นำยูเครนระบุว่า เขารู้สึกขอบคุณพลร่มและทหารยูเครนจากปฏิบัติการพิเศษดังกล่าว ที่สามารถจับกุมตัวทหารเกาหลีเหนือทั้ง 2 นายได้ พร้อมอ้างว่า ทหารรัสเซียกับของเกาหลีเหนือมักประหารชีวิตทหารเกาหลีเหนือที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อกลบหลักฐานการมีส่วนร่วมในสงครามกับรัสเซีย

ด้าน SBU ระบุว่า ทหารเกาหลีเหนือทั้ง 2 คนถูกจับตัวได้ในวันที่ 9 ม.ค. และได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่จำเป็นตามอนุสัญญาเจนีวาในทันที ก่อนจะถูกส่งตัวไปยังกรุงเคียฟ ซึ่งพวกเขาถูกควบคุมตัวในสถานที่ที่เหมาะสม ตามมาตรฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

เซเลนสกีบอกอีกว่า ทหารเกาหลีเหนือที่ถูกจับกุมได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่สืบสวนของ SBU ซึ่งตัวเขาได้ออกคำสั่งให้สำนักงานความมั่นคงยูเครนอนุญาตให้นักข่าว เข้าพบชาวเกาหลีทั้งสองแล้ว “โลกจำเป็นต้องได้รู้ความจริงว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น”

อย่างไรก็ตาม SBU ระบุว่า ทหารเกาหลีเหนือทั้งสองคนพูดภาษายูเครน, อังกฤษ หรือรัสเซียไม่ได้ การสื่อสารจึงต้องทำผ่านล่ามภาษาเกาหลี โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) ของเกาหลีใต้

ผู้นำยูเครนยังเผยแพร่รูปถ่ายบัตรประจำตัวกองทัพยูเครน ซึ่งออกให้แก่ชายวัย 26 ปีคนหนึ่ง ผู้มาจากสาธารณรัฐตูวา ในรัสเซีย ติดกับชายแดนมองโกเลีย

SBU เปิดเผยด้วยว่า หนึ่งในทหารเกาหลีเหนือที่ถูกจับกุมมีบัตรประจำตัวทหารรัสเซีย ซึ่งออกภายใต้ชื่อของบุคคลอื่น ที่ลงทะเบียนในสาธารณรัฐตูวา ส่วนอีกคนไม่มีเอกสารใดๆ เลย

ทั้งนี้ในการสอบสวน ทหารเกาหลีเหนือที่มีบัตรประจำตัวบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาได้รับเอกสารในรัสเซียเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่หน่วยต่อสู้ของเกาหลีเหนือบางหน่วยได้เริ่มการฝึกฝนร่วมกับทหารรัสเซียเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยเขายืนยันด้วยว่า เขามารัสเซียเพื่อฝึกฝนไม่ได้มาเพื่อสู้ในสงครามกับยูเครน

SBU ได้ข้อมูลด้วยว่า ชายคนนี้เกิดในปี 2548 และเป็นพลปืนไรเฟิลของเกาหลีเหนือตั้งแต่ปี 2564

ส่วนทหารอีกนายให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ผ่านการเขียน เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บที่กราม โดย SBU เชื่อว่าชายคนนี้เกิดในปี 2542 และเป็นพลซุ่มยิงของกองทัพเกาหลีเหนือตั้งแต่ปี 2559

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไฟป่าแอลเอคร่าแล้ว 11 ศพ ต้องขยายพื้นที่อพยพ แม้คุมเพลิงได้มากขึ้น

ไฟป่าแอลเอคร่าแล้ว 11 ศพ ต้องขยายพื้นที่อพยพ แม้คุมเพลิงได้มากขึ้น

11 ม.ค. 2568 23:30 น.

ไฟป่าแอลเอคร่าแล้ว 11 ศพ ต้องขยายพื้นที่อพยพ แม้คุมเพลิงได้มากขึ้น

เหตุไฟป่าหลายจุดใกล้ลอสแอนเจลิสทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ เจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพประชาชนเพิ่มเติม และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสุขภาพเนื่องจากควันไฟ

ในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนหลายพันคนในรัฐแคลิฟอร์เนีย กำลังพยายามรับมือไฟป่า 6 จุด ที่เกิดขึ้นใกล้กับนครลอสแอนเจลิส โดยไฟป่าแห่งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (10 ม.ค.) มีชื่อว่า “ไฟป่าอาร์เชอร์” (Archer Fire) ซึ่งตอนนี้ยังไม่อาจควบคุมเพลิงได้

ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเริ่มมีความคืบหน้าในการควบคุมไฟป่าจุดที่ใหญ่ที่สุดอย่าง “ไฟป่าแพลลิเสด” (Palisades Fire) ซึ่งนักดับเพลิงกว่า 3,700 นายกำลังรับมืออยู่ โดยควบคุมเพลิงได้แล้ว 11% หลังจากมันเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 21,000 เอเคอร์ สิ่งปลูกสร้างถูกทำลายหรือเสียหายมากกว่า 5,000 หลัง

ส่วน “ไฟป่าอีตัน” (Eaton Fire) ซึ่งขณะนี้กินพื้นที่มากกว่า 14,000 เอเคอร์ ถูกควบคุมได้แล้ว 15% หลังเจ้าหน้าที่เกือบ 3,000 นายปฏิบัติหน้าที่ติดต่อกันหลายวัน โดยคาดกันว่าไฟป่านี้ทำลายสิ่งปลูกสร้างไปแล้วมากกว่า 7,000 หลัง

ด้าน “ไฟป่าลิเดีย” (Lidia Fire) ซึ่งมีขนาดเกือบ 400 เอเคอร์ ถูกควบคุมได้โดยสมบูรณ์แล้ว ขณะที่ “ไฟป่าเคนเนธ” (Kenneth Fire) กับ “ไฟป่าเฮิร์สต์” (Hurst Fires) ถูกควบคุมได้เกิน 75% โดยในตอนนี้พวกมันมีขนาดประมาณ 1,000 เอเคอร์ กับ 800 เอเคอร์ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานดับเพลิงนครลอสแอนเจลิสออกคำสั่งอพยพเพิ่มเติมใกล้ไฟป่าแพลลิเสด โดยสั่งให้ประชาชนออกจากพื้นที่ที่ติดกับถนนหลวงชายฝั่งแปซิฟิก (Pacific Coast Highway) ทางตอนใต้, ติดอ่างเก็บน้ำเอ็นซิโน (Encino) ทางตอนเหนือ, ติดถนนฟรีเวย์ 405 ทางตะวันออก และติดกับแมนเดวิลล์ แคนยอน ทางตะวันตก

โดยสำนักงานดับเพลิงเตือนว่า พื้นที่ดังกล่าวมีอันตรายที่อาจเป็นภัยต่อชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน อนึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่ารอบนครลอสแอนเจลิสทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ศพ

เจ้าหน้าที่ของลอสแอนเจลิสยังประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับท้องถิ่น เนื่องจากควันไฟป่าปกคลุมทำให้คุณภาพอากาศย่ำแย่ลง ขณะที่ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนอิสระ เพื่อหาสาเหตุที่หัวจ่ายน้ำดับเพลิงไม่มีน้ำออกมา จนขัดขวางปฏิบัติการต่อต้านไฟป่าที่ลอสแอนเจลิส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จนท.มึนตึ้บ กล่องดำบิน “เจจู แอร์” หยุดทำงานก่อนเครื่องตก 4 นาที

จนท.มึนตึ้บ กล่องดำบิน “เจจู แอร์” หยุดทำงานก่อนเครื่องตก 4 นาที

11 ม.ค. 2568 22:04 น.

จนท.มึนตึ้บ กล่องดำบิน “เจจู แอร์” หยุดทำงานก่อนเครื่องตก 4 นาที

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เผย กล่องดำของเครื่องบินโดยสารของ เจจู แอร์ ที่ตกจนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 170 ศพเมื่อเดือนก่อน หยุดทำงานก่อนที่เครื่องจะตก 4 นาที

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกาหลีใต้กำลังสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุเครื่องบินโดยสารเที่ยวบิน 7C2216 ของสายการบิน เจจู แอร์ ที่ลงจอดฉุกเฉินโดยล้อไม่กางที่ท่าอากาศยานนานาชาติ มูอัน จนทำให้เครื่องไถลหลุดรันเวย์ไปชนกำแพงจนระเบิด และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 179 ศพ เมื่อ 29 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา

ล่าสุดในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2568 กระทรวงคมนาคมของเกาหลีใต้ระบุว่า ทั้งอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบิน (CVR) และอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน (FDR) ของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ลำนี้ หยุดทำงานก่อนที่เครื่องจะตกประมาณ 4 นาที โดยที่พวกเขายังไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร แต่พวกเขาจะหาสาเหตุการตกให้ได้

“CVR กับ FDR เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการสืบสวนอุบัติเหตุ แต่การสืบสวนอุบัติเหตุต่างๆ ดำเนินการผ่านการสืบสวนและวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลาย ดังนั้น เราจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อระบุสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างแม่นยำ” กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์

ทางกระทรวงระบุด้วยว่า อุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบินได้รับการวิเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อน จากนั้นจึงถูกส่งไปยังสหรัฐฯ เพื่อตรวจสอบยืนยันความถูกต้อง

ส่วนอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน ซึ่งเสียหายหนักและช่องเชื่อมต่อหายไป ถูกส่งไปให้คณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมแห่งชาติของสหรัฐฯ (NTSB) ทำการวิเคราะห์ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้มีข้อสรุปว่า ความเสียหายดังกล่าวทำให้พวกเขาไม่สามารถดึงข้อมูลจากอุปกรณ์นี้ได้

ด้านนาย ซิม ไจ-ดง อดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนอุบัติเหตุของกระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า การที่ข้อมูลในกล่องดำหายไปในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ และบ่งชี้ว่าพลังงานทั้งหมด รวมถึงพลังงานสำรอง ถูกตัดขาด

ทั้งนี้ โศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารของ เจจู แอร์ เป็นเหตุเครื่องบินตกที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบ 27 ปีของเกาหลีใต้ โดยในปี 2540 เกิดเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบิน โคเรียน แอร์ ตกในป่าของเกาะกวม ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 228 ศพ

ข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่า ก่อนที่เที่ยวบิน 7C2216 จะลงจอดฉุกเฉิน นักบินได้ส่งสัญญาณเมย์เดย์ และใช้คำว่า “นกชน” (bird strike) และ “ยกเลิกลงจอด” (go-around) ก่อนที่เครื่องจะพยายามลงจอดจากฝั่งตรงข้ามของที่ควรจะเป็น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

ทรัมป์รอดคุก ผิดคดีจ่ายเงินปิดปากแต่ไม่ต้องรับโทษ

ทรัมป์รอดคุก ผิดคดีจ่ายเงินปิดปากแต่ไม่ต้องรับโทษ

11 ม.ค. 2568 15:38 น.

ทรัมป์รอดคุก ผิดคดีจ่ายเงินปิดปากแต่ไม่ต้องรับโทษ

ศาลฎีการัฐนิวยอร์กตัดสินให้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ มีความผิดทางอาญาในคดีจ่ายเงินปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่จริง แต่เขาได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับโทษใดๆ เนื่องจากรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ปกป้องประธานาธิบดีจากการถูกดำเนินคดีอาญา

ผู้พิพากษาฮวน เมอร์ชาน ตัดสินให้ปล่อยตัวนายทรัมป์ วัย 78 ปีอย่างไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าเขาจะถูกระบุว่ามีความผิดในข้อกล่าวหา ปลอมแปลงเอกสารบันทึกทางธุรกิจเพื่อปกปิดการจ่ายเงินเพื่อปิดปากดาราหนังผู้ใหญ่ ไม่ให้เปิดเผยความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2016 ซึ่งเป็นคำตัดสินก่อนหน้าที่เขาจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคมนี้ 

ผู้พิพากษาเมอร์ชาน กล่าวว่า ที่ทรัมป์รอดพ้นจากโทษจำคุก ปรับ หรือ รอลงอาญาเพราะว่า รัฐธรรมนูญปกป้องประธานาธิบดีจากการถูกดำเนินคดีอาญา ซึ่งในระหว่างการพิจารณาของศาลเมื่อวานนี้ นายทรัมป์กล่าวย้ำหลายครั้งว่า เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ และpy’ประกาศจะอุทธรณ์คำตัดสินที่ว่าเขากระทำความผิด

คดีเงินปิดปากนี้เกี่ยวข้องกับกรณีการปลอมแปลงบันทึกทางธุรกิจเพื่อปกปิดเรื่องที่ นายทรัมป์ เคยให้เงินนายไมเคิล โคเฮน อดีตทนายส่วนตัว จำนวน 130,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อไปจ่ายเงินปิดปาก สตอร์มมี แดเนียลส์ ดาราหนังผู้ใหญ่ ไม่ให้เธอออกมาแฉสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างเขาและเธอ ในช่วงก่อนศึกเลือกตั้งปี 2016.

ที่มา : Reuters

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์

กรมปศุสัตว์ อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน สู่เวทีการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย

กรมปศุสัตว์ อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน สู่เวทีการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย

กรมปศุสัตว์ อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน สู่เวทีการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย

วันเสาร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.25 น.

กรมปศุสัตว์ อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สู่เวทีการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568

วันที่ 11 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ Grand Champion ในการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย งานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยมีนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นผู้อัญเชิญถ้วยรางวัล พร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยว ร่วมในพิธีฯ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ทั้งนี้ กระบือที่ได้รับการพิจารณาว่ามีลักษณะดีที่สุดในการประกวดในครั้งนี้ จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานถ้วยรางวัลกระบือปลักไทยชนะเลิศยอดเยี่ยม (Grand Champion) เพศผู้และเพศเมีย จำนวน 2 รางวัล

สำหรับการแข่งขันกระบือปลักไทย ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร กระบือที่ชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จำนวน 1 รางวัล

 

แหวกฟ้าหาฝัน : บันเทิงย่าน Ueno

แหวกฟ้าหาฝัน : บันเทิงย่าน Ueno

แหวกฟ้าหาฝัน : บันเทิงย่าน Ueno

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนโตเกียว นอกจากจะสามารถสัมผัสประสบการณ์การกินอาหารแบบท้องถิ่นด้วยการเยือนตลาด Tsukiji แล้ว โตเกียวยังมีตลาดท้องถิ่นอีกแห่งให้เยือนด้วย นั่นคือ Ameyoko ที่อยู่ติดกับสถานี Ueno อูเอโนะเป็นย่านท่องเที่ยวที่มีความสำคัญยิ่งของโตเกียว ทั้งนี้ เพราะที่นี่มี Ueno Park ตั้งอยู่ สวนสาธารณะนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญกลางเมืองที่ชาวไทยซึ่งมาเยือนโตเกียวเพื่อดูซากุระบานต้องมาให้ได้ Ueno Park เป็นสวนสาธารณะที่ถูกตั้งขึ้นบนที่ดินของวัด Kaneiji ตั้งแต่ปี 1873โดยเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่นที่ยืมแนวคิดมาจากชาวตะวันตกในยุคเมจิ

พื้นที่ดั้งเดิมเป็นของวัด Kaneiji มาตั้งแต่ปี 1625 แต่เมื่อวัดถูกทำลายในสงคราม Ueno ในปี 1868 รัฐบาลต้องการเปลี่ยนการใช้งานของพื้นที่นี้ใหม่โดยมีการนำเสนอให้เป็นโรงพยาบาล แต่ Bauduin แพทย์ชาวดัทช์ได้เสนอให้ใช้พื้นที่นี้ทำสวนสาธารณะแทนเดือนมกราคม ปี 1873 รัฐบาลก็ตัดสินใจทำสวนสาธารณะให้ประชาชนไว้ใช้พักผ่อนหย่อนใจ หลังก่อตั้งสวนสาธารณะ Ueno รัฐบาลก็ได้สร้างสวนสาธารณะขึ้นอีกหลายแห่ง อาทิ ที่ Shiba, Asakusa, Asukayama และ Fukugawa โดยในช่วงแรกมอบหมายให้กระทรวงบ้านเป็นผู้ดูแล ก่อนเปลี่ยนมือไปให้กระทรวงเกษตรและพาณิชย์ดูแล

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือนสวนสาธารณะที่มีต้นไม้กว่า 8,800 ต้น โดยเป็นต้นซากุระมากถึง 800 ต้นนี้ ไม่เพียงจะสามารถถ่ายรูปกับต้นซากุระได้อย่างเต็มอิ่ม ยังสามารถนั่งชมดอกไม้ และรับประทานอาหารที่เตรียมมาเองในสวนได้ อีกทั้งยังสามารถที่จะเยือนศาลเจ้า Ueno Toshogu และมิวเซียมอีกหลากหลายที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะอีกต่างหากด้วย ยิ่งกว่านั้นหากนักท่องเที่ยวไม่ชื่นชอบมิวเซียม แต่ชื่นชอบการช้อปปิ้งหรือการกิน สามารถที่จะออกมาช้อปและหาประสบการณ์กับอาหารพื้นเมืองได้อย่างสนุกสนานที่ Amayoko Market ที่อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะได้

Ameya หรือ Ameyoko อันเป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวรู้จักนี้มีประวัติย้อนไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่ย่านนี้เป็นตลาดมืดขายสินค้าซึ่งเคยเป็นของชาวอเมริกันมาก่อนในราคานับ 10 เท่าของที่ควรจะเป็น เมื่อรัฐบาลทราบข่าว วันที่ 30 พฤษภาคม 1946 ตำรวจจึงเข้าจับพ่อค้าและปิดตลาด แต่พ่อค้าก็ยังออกมาค้าอยู่เนืองๆ ในที่สุด รัฐบาลเลยตัดสินใจเปิดตลาดที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยอนุญาตให้พ่อค้านำสินค้ามาค้ากว่า 80 ร้าน ในบริเวณที่เป็นตึก Ameyokoต่อมาพ่อค้าจีนก็เริ่มมาเปิดร้านค้าในบริเวณใกล้เคียง

เมื่อรัฐบาลสร้างสถานี Uenoย่านนี้เลยยิ่งเพิ่มความสำคัญ ร้านค้าที่เคยเปิดขายสินค้ามือสองของชาวอเมริกัน ขนมหวาน และลูกกวาดเลยหันมาขายสินค้าอย่างอื่น อาทิ อาหารสด อาหารทะเล แทน แต่เมื่อครอบครัวญี่ปุ่นหันมาลดขนาด ร้านค้าก็ปรับตัวหันมาขายสินค้าประเภทเครื่องกีฬาแทน ปัจจุบันตลาดแห่งนี้มีสินค้าหลากหลายมาก ตั้งแต่อาหารทะเล อาหารแห้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ สินค้าเบ็ดเตล็ด รวมทั้งของที่ระลึกของญี่ปุ่น ยิ่งช่วงใกล้ปีใหม่ตลาดแห่งนี้จะยิ่งคึกคักโดยเฉพาะร้านอาหารสด และร้านอาหารปรุงเสร็จ นักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยและมาเยือนโตเกียวสามารถจะสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างจุใจเพียงแค่มาย่านอูเอโนะเพียงแห่งเดียวก็พอ

National Western Art museum

National Western Art museum

Tokyo Metropolitan Art museum

Tokyo Metropolitan Art museum

Ueno Royal Museum

Ueno Royal Museum

คุยกัน7วันหน : นักวิทย์จีนตั้งชื่อ ‘แมงมุมชนิดใหม่ 16 สายพันธุ์’ ตามชื่อเพลงของ ‘เจย์ โจว’

คุยกัน7วันหน : นักวิทย์จีนตั้งชื่อ ‘แมงมุมชนิดใหม่ 16 สายพันธุ์’  ตามชื่อเพลงของ ‘เจย์ โจว’

คุยกัน7วันหน : นักวิทย์จีนตั้งชื่อ ‘แมงมุมชนิดใหม่ 16 สายพันธุ์’ ตามชื่อเพลงของ ‘เจย์ โจว’

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.00 น.

เจย์ โจว (Jay Chou) หรือ โจวเจี๋ยหลุน เป็นนักร้องป๊อปชื่อดังชาวจีนที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรี เขาคือผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงที่ถ่ายทอดความโรแมนติก ความคิดถึงวันวาน และเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม หากแฟนๆ เปิดฟังเพลงของเขาในช่วงนี้ อาจจะนึกถึงสิ่งใหม่ๆ อย่างเช่น “แมงมุม”

งานวิจัยวิทยาศาสตร์ฉบับล่าสุดที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเพลงชาวจีน จากการตั้งชื่อแมงมุมสายพันธุ์ใหม่ 16 สายพันธุ์ตามชื่อเพลงที่โด่งดังของนักร้องวัย 45 ปี รายนี้

แมงมุมสายพันธุ์ใหม่เหล่านี้ซึ่งถูกจัดอยู่ใน 6 สกุล ได้รับการค้นพบที่สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสิบสองปันนาแห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ในมณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ จวบจนถึงปัจจุบันจีนพบแมงมุมทั้งหมด 920 สายพันธุ์ในสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ที่มีขนาดใหญ่11 ล้านตารางเมตร และได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายของสายพันธุ์แมงมุมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ชื่อของแมงมุมเหล่านี้ได้แก่ “อันจิ้ง” (Silence-เงียบสงบ), “หลงเฉวียน” (Dragon Fist-หมัดมังกร), “เย่ฉวี่” (Nocturne-บทเพลงแห่งรัตติกาล), “ไฉ่หง” (Rainbow-สายรุ้ง) และ “เต้าเซียง” (Rice Field-นาข้าว) ซึ่งนักวิจัยบันทึกชื่อเหล่านี้ด้วยพินอินในเอกสารภาษาอังกฤษที่ตีพิมพ์ในวารสาร “การวิจัยด้านสัตววิทยา : ความหลากหลายและการอนุรักษ์” (Zoological Research :Diversity and Conservation) เมื่อเดือนธันวาคมของปี 2024

เมื่อถูกถามถึงแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อ หลี่ซูเฉียง หัวหน้าทีมวิจัยจากสถาบันสัตววิทยา แห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนได้ให้คำตอบที่น่าประทับใจ โดยกล่าวกับสำนักข่าวซินหัว ว่า สมาชิกในทีมของเขาทุกคนที่เกิดช่วงปี 1980-2000 ล้วนเป็นแฟนเพลงตัวยงของนักร้องและนักแต่งเพลงจากไต้หวันรายนี้ “พวกเขาเติบโตมากับการฟังเพลงของเจย์ โจว”หลี่กล่าว พร้อมเสริมว่าทีมงานมักฟังเพลงของเจย์ โจว ในเวลาว่างอันนำไปสู่การตัดสินใจตั้งชื่อสายพันธุ์แมงมุมทั้ง 16 ตามชื่อเพลงของเขา

ส่วนการเลือกชื่อให้แมงมุมแต่ละตัว หลี่เผยว่าไม่ได้ยึดหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด แต่เป็นการสุ่มเลือกโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับลักษณะของแมงมุม

หมี่เสี่ยวฉี ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยถงเหรินในมณฑลกุ้ยโจวผู้เขียนหลักของงานวิจัยชิ้นนี้ ก็เป็นผู้ที่ชื่นชอบในตัวเจย์ โจว เช่นกัน หมี่ในวัยไล่เลี่ยกับ เจย์ โจว กล่าวว่า เขาเคยตั้งชื่องานที่ค้นพบจากลักษณะทางกายภาพของสัตว์ แต่ในปี 2022 เนื่องจากชื่อที่เขาตั้งนั้นไปซ้ำกับงานวิจัยชิ้นก่อนหน้าของคนอื่น ทำให้บทความของเขาไม่ได้รับการตีพิมพ์อย่างราบรื่น “ตั้งแต่นั้นมาผมจึงระมัดระวังมากขึ้นในการตั้งชื่อแมงมุม ครั้งนี้ผมจึงเลือกวิธีตั้งชื่อที่แตกต่างออกไปเพื่อป้องกันชื่อซ้ำ” หมี่กล่าว

หมี่กล่าวเสริมว่า การตีพิมพ์การค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ 16 สายพันธุ์ในวารสารวิชาการพร้อมๆ กันนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักวิจัยที่มีประสบการณ์หลายปี “ผมคุ้นเคยกับสายพันธุ์แมงมุมทั้งหมด แค่มองแวบเดียวก็สามารถบอกได้ว่าสายพันธุ์นั้นอยู่ในหมวดหมู่ใดและเป็นสายพันธุ์ใหม่หรือไม่”

ในสายตาของนักวิจัยแมงมุมชาวจีน สายพันธุ์แมงมุมมากมาย อันรวมถึงสายพันธุ์ที่เพิ่งค้นพบนี้ มีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจ เช่น แมงมุมตัวเมียโตเต็มวัยที่สามารถมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ได้หลายเท่า การค้นพบแมงมุมสายพันธุ์ใหม่จึงสะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพของจีน ตลอดจนความสำเร็จในการปกป้องระบบนิเวศ

หลังผลงานวิจัยนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หมี่กล่าวว่า เขารู้สึกพอใจกับความสำเร็จของทีมที่ทำให้ผลงานวิทยาศาสตร์ใกล้ชิดกับสาธารณชนมากขึ้น และหวังว่าผู้คนจะสนใจงานวิจัยของทีมและสนับสนุนการอนุรักษ์ธรรมชาติกันมากขึ้น

ชาวเนตจีนในโซเชียลยกให้หมี่เป็น “แฟนตัวพ่อ” ของ เจย์ โจว และชมวิธีการตั้งชื่อแมงมุมสายพันธุ์ใหม่ของเขาว่า เป็นวิธีการตามดาราหรือศิลปินที่สุดแสนจะสร้างสรรค์ ขณะที่แฟนๆ ของเจย์ โจว หลายคนยังพบว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักร้องเพลงป๊อปรายนี้มีอิทธพิลต่อแวดวงวิทยาศาสตร์เพราะเมื่อปี 2020 มีนักศึกษาปริญญาโทจากสถาบันธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยาหนานจิง ได้ค้นพบไทรโลไบต์ (กลุ่มของสัตว์ทะเลขาปล้อง)ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ อายุประมาณ500 ล้านปี และตั้งชื่อมันว่า “แฟนตาซี”(Fantasy) เนื่องจากได้รับแรงบันดาลใจจากอัลบั้มที่สองของ เจย์ โจว โดยนักวิจัยผู้นี้บอกกับสื่อว่า การตั้งชื่อดังกล่าวเป็นวิธีสุดโรแมนติกในการแสดงความยกย่องไอดอลของตน ขณะที่เมื่อปี 2009 นักดาราศาสตร์สมัครเล่น4 คน ที่หลงใหลในเพลงของ เจย์ โจว ก็ได้ค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่ง และตั้งชื่อให้มันตามชื่อของเขา

ตั้งชื่อใหม่ได้ ตามแต่ใจจะสร้างสรรค์

ในแวดวงการวิชาการ การตั้งชื่อสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่หรือชนิดใหม่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาการทั่วไป และยึดถือหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เช่น ชื่อจะต้องไม่ซ้ำกับชื่อของสายพันธุ์ที่มีอยู่เดิม และไม่ควรก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความขุ่นเคืองใจ

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีพื้นที่สำหรับ “ความคิดสร้างสรรค์” เพราะการผสมผสานวิทยาศาสตร์เข้ากับความเป็นมนุษย์เป็นแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมในหมู่นักวิจัยทั่วโลก โดยเฉพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีความสร้างสรรค์ในการตั้งชื่อ

ระหว่างการสำรวจใต้ทะเลลึกในปี 2019 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบแอมฟิพอด (Amphipod) หรือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดจิ๋วในทะเลลึกชนิดใหม่ และตั้งชื่อมันว่า “โดโรเธีย” (Dorotea) ตามตัวละครที่งดงามและจิตใจดีในนวนิยายระดับโลกเรื่อง “ดอน กิโฆเต้” (Don Quixote)ในทำนองเดียวกัน เมื่อปี 2018 ก็มีหนอนทะเลลึกชนิดหนึ่งที่ถูกตั้งชื่อว่า “โฮดอร์ โฮดอร์” (Hodor hodor) เพื่อยกย่องตัวละครที่ได้รับความนิยมจากซีรี่ส์แฟนตาซีสัญชาติอเมริกันเรื่องเกมออฟโธรนส์ (Game of Thrones)

หนังสือพิมพ์จีนฉบับหนึ่งแสดงความเห็นว่า การนำเอาองค์ประกอบของเพลงป๊อปมาใส่ในชื่อของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ไม่เพียงแต่เป็นแนวทางที่น่าสนใจ แต่ยังช่วยดึงดูดให้ประชาชนหันมาสนใจวิทยาศาสตร์ และสร้างแรงบันดาลใจให้อยากออกไปสำรวจความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

โดย ดาโน โทนาลี