สกู๊ปพิเศษ : ‘Wycombe Abbey’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติแห่งใหม่ของเอเชีย

สกู๊ปพิเศษ : ‘Wycombe Abbey’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติแห่งใหม่ของเอเชีย

สกู๊ปพิเศษ : ‘Wycombe Abbey’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติแห่งใหม่ของเอเชีย

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรุงเทพฯ กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะศูนย์กลางการศึกษานานาชาติของเอเชีย เมื่อหนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของสหราชอาณาจักรอย่าง “Wycombe Abbey” เตรียมนำมรดกทางการศึกษากว่า 130 ปีของระบบ British boarding school มาสู่ประเทศไทย ผ่านการเปิดตัว Wycombe Abbey International School Bangkok” ซึ่งมีกำหนดเปิดการเรียนการสอนในเดือนสิงหาคม 2026

การเปิดตัวของโรงเรียนนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Wycombe Abbey UK, BE Education Group และ Rabbit Holdings (บริษัทในเครือของ BTS Group Holdings Public Company Limited) ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการขยายเครือข่ายการศึกษาระดับโลกเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

Wycombe Abbey ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1896 ณ เมือง Buckinghamshire สหราชอาณาจักร และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการระดับแนวหน้าของประเทศอังกฤษ (IGCSEs & A Levels) ด้วยวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ผสมผสานความเข้มข้นทางวิชาการเข้ากับการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างรอบด้านมาอย่างยาวนานกว่า 130 ปี

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดโรงเรียนนานาชาติของประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติมากกว่า 250 แห่ง รองรับนักเรียนมากกว่า 70,000–80,000 คน และมีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 80,000 ล้านบาท และมีการเติบโตต่อเนื่องทุกปีกว่า 10% การเติบโตดังกล่าวสะท้อนความต้องการของครอบครัวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการการศึกษาหลักสูตรสากลและการเตรียมบุตรหลานเข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ความปลอดภัย การเชื่อมต่อการเดินทางทั่วภูมิภาคเอเชีย และค่าครองชีพที่แข่งขันได้ กรุงเทพฯ จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็น Education Hub ของภูมิภาคเอเชีย และเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับครอบครัวนานาชาติที่ต้องการการศึกษาระดับโลกให้กับบุตรหลาน

ปัจจุบัน โรงเรียน Wycombe Abbey International ได้ขยายไปยังหลายประเทศในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง รวมถึงเมืองสำคัญในประเทศจีน ได้แก่ ฉางโจว หางโจว และหนานจิง โดยกรุงเทพฯ จะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญแห่งใหม่ของเครือข่ายการศึกษาแห่งนี้ และมีแผนขยายต่อไปยังประเทศสิงคโปร์และเกาหลีใต้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อสร้างเครือข่ายการศึกษาที่เชื่อมโยงนักเรียน ครู และมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วโลก

วิลเลียม แวนเบอร์เกน  ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท BE Education และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติของ Wycombe Abbey กล่าวว่า การนำ Wycombe Abbey มาสู่ประเทศไทยไม่ใช่เพียงการเปิดโรงเรียนแห่งใหม่ แต่เป็นการนำหนึ่งในมรดกทางการศึกษาที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของสหราชอาณาจักรมาสู่ภูมิภาคเอเชีย การเปิดตัว Wycombe Abbey ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดโรงเรียนใหม่ แต่เรากำลังนำหนึ่งในแนวทางการศึกษาที่ทรงคุณค่าและได้รับการยอมรับมากที่สุดของสหราชอาณาจักรมาสู่เอเชีย เครือข่ายแคมปัสของ Wycombe Abbey เปิดโอกาสให้นักเรียนจากหลากหลายแห่งได้ร่วมกิจกรรมและแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน ส่งเสริมการสร้างมิตรภาพและความเชื่อมโยงระหว่างกัน พร้อมต่อยอดสู่การเป็นคอมมูนิตี้ระดับโลกที่ยั่งยืนตลอดชีวิต

ด้าน โชติชวาล ลีไตรรงค์ จาก BTS Group Holdings Public Company Limited กล่าวว่า การศึกษาระดับโลกเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของเมืองสมัยใหม่ เมืองที่สามารถดึงดูดครอบครัวระดับโลกได้ต้องมีทั้งเศรษฐกิจที่แข็งแรง คุณภาพชีวิตที่ดี และระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานสากล การร่วมลงทุนใน Wycombe Abbey Bangkok จึงเป็นการลงทุนในอนาคตของกรุงเทพฯ และบทบาทของเมืองในเวทีโลก นอกจากนี้ยังมองว่าการมีสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ จะช่วยเสริม ecosystem ของเมือง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการดึงดูดบุคลากรและครอบครัวจากทั่วโลก

ฟิโอนา แองเจิล ผู้อำนวยการใหญ่ ของ Wycombe Abbey International School Bangkok กล่าวว่า หัวใจของ Wycombe Abbey คือ การพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน ไม่เพียงเพื่อความสำเร็จทางวิชาการ แต่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โรงเรียนจะเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับ Nursery ถึง Year 13 (อายุ 2–18 ปี) ภายใต้โมเดลการศึกษาแบบ 15-Year Education ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานสูงตั้งแต่ระดับต้นไปจนถึงการเตรียมตัวเข้าสู่มหาวิทยาลัย

นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ทั้งในรูปแบบ Day School และ Boarding School โดยระบบโรงเรียนประจำแบบอังกฤษถือเป็นหัวใจสำคัญของปรัชญาการศึกษาของ Wycombe Abbey เพราะไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัย แต่เป็นชุมชนการเรียนรู้ที่ช่วยหล่อหลอมความเป็นผู้นำ ความรับผิดชอบ ความเป็นอิสระ และความมั่นใจในตนเองของนักเรียน ซึ่ง Boarding education นอกจากวิชาการแล้วยังช่วยสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ รับผิดชอบ และมีมุมมองระดับโลก ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับอนาคต

Wycombe Abbey International School Bangkok จะตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 168 ไร่ ใกล้โครงการธนาซิตี้ ย่านบางนา–ตราด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแคมปัสโรงเรียนนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ โดยได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการเรียนรู้แบบองค์รวม ทั้งด้านวิชาการ กีฬา และกิจกรรมเสริมหลักสูตร

สิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลกของโรงเรียนประกอบด้วยสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิก สนามฟุตบอลมาตรฐาน FIFA สนามเทนนิส สนามกอล์ฟ สนามบาสเก็ตบอล สนามกรีฑาเต็มรูปแบบ และอัฒจันทร์ที่สามารถรองรับผู้ชมได้มากกว่า 1,000 คน สะท้อนแนวคิดการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ สุขภาพกาย ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะชีวิต

Wycombe Abbey ยังเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการโดดเด่นที่สุดของสหราชอาณาจักร โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักเรียนของโรงเรียนกว่า 28% ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Oxford และ Cambridge ขณะที่นักเรียนจำนวนมากได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกในอันดับ QS Top 10 และ Top 50 อย่างต่อเนื่อง

สำหรับโรงเรียนในเครือ Wycombe Abbey International ก็มีผลลัพธ์ทางการศึกษาที่โดดเด่นเช่นกัน โดยมีนักเรียนกว่า 38% ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยใน QS Top 10 และกว่า 74% ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยใน QS Top 50 ของโลก

ด้วยเครือข่ายการศึกษาระดับโลก แคมปัสขนาดใหญ่ และระบบ British boarding school ที่เป็นเอกลักษณ์ Wycombe Abbey International School Bangkok มีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการศึกษาหลักสูตรอังกฤษที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมมีบทบาทสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองระดับโลกด้านการศึกษาในอนาคต

รายงานพิเศษ : มหิดล ดัน ‘AI Healthcare Startup Pipeline’ ขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลาง Medical AI ของภูมิภาค

รายงานพิเศษ : มหิดล ดัน ‘AI Healthcare Startup Pipeline’ ขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลาง Medical AI ของภูมิภาค

รายงานพิเศษ : มหิดล ดัน ‘AI Healthcare Startup Pipeline’ ขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลาง Medical AI ของภูมิภาค

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ Siam AI Corporation เดินหน้าสร้าง AI Healthcare Startup Pipeline  ของประเทศไทย ผ่านโครงการ Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025 พร้อมคัดเลือก 6 ทีมนวัตกรรม Deep Tech เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ด้านสุขภาพสู่การใช้งานจริงในระบบสาธารณสุข และต่อยอดสู่การเติบโตในอุตสาหกรรมสุขภาพ

มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ Siam AI Corporation แถลงความสำเร็จของโครงการ Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025 โครงการบ่มเพาะนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ด้านสุขภาพ (AI Healthcare) ที่มุ่งผลักดันผลงานวิจัยสู่การพัฒนา Startup ด้าน Deep Tech ของประเทศไทย พร้อมคัดเลือกทีมผู้พัฒนานวัตกรรมที่มีศักยภาพเข้าสู่รอบนำเสนอผลงานสุดท้าย 6 ทีม จากผู้สมัครทั้งหมด 9 ทีม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI สู่การใช้งานจริงในระบบสาธารณสุขและอุตสาหกรรมสุขภาพ

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดี ม.มหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพของประเทศไทย มีวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็น ผู้นำด้าน AI Healthcare ของภูมิภาคอาเซียน โดยมองว่า AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบสุขภาพ” (Next-Generation Health Infrastructure) ที่จะช่วยยกระดับการวินิจฉัย การรักษา การบริหารจัดการทรัพยากร และการป้องกันโรคเชิงรุกอย่างแม่นยำ โดยมหาวิทยาลัยมหิดล มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนพัฒนา AI Healthcare ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.Precision & Predictive Medicine การพัฒนา AI เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ รวดเร็ว และสามารถคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกของแพทย์ 2.Equitable Access to Care การใช้ AI ลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ผ่าน Telemedicine และระบบ AI-assisted Screening เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการทางการแพทย์มาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลชั้นนำ 3.Smart Hospital & Health System Efficiency การใช้ AI และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรในโรงพยาบาล ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพบริการ 4.Ethical & Trustworthy AI การพัฒนา AI ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับจริยธรรมทางการแพทย์ โดยให้ความสำคัญกับ Data Governance และ Cybersecurity ในระยะยาว มหาวิทยาลัยมหิดลตั้งเป้าพัฒนา AI Healthcare Ecosystem ของภูมิภาค ที่เชื่อมโยงนักวิจัย แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา นักลงทุน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ ความท้าทายด้านสุขภาพของประเทศ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก

ดังนั้น โครงการ Mahidol x Siam AI Venture Lab 2025 จึงไม่ใช่เพียงโครงการสนับสนุน Startup แต่เป็น “Translational Acceleration Platform” ที่ช่วยผลักดันงานวิจัยให้ก้าวข้ามจากห้องปฏิบัติการสู่การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถใช้งานได้จริง มีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก

รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ม.มหิดล กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง นักวิจัย ผู้ประกอบการ และพันธมิตรจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI Startup ด้านการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของมหาวิทยาลัย

สำหรับ 6 ทีม AI Healthcare Startup ที่ผ่านกระบวนการบ่มเพาะของโครงการ ได้แก่ 1.AI-driven Thais Virtual Patient for Clinical Reasoning Training ระบบผู้ป่วยเสมือนสำหรับฝึกการตัดสินใจทางคลินิก 2.MANORAA – AI-Driven Drug Design Platform แพลตฟอร์มออกแบบยาโดยใช้ AI  3.Physical-Agentic AI for Automated Chemotherapy Compounding System ระบบ AI ควบคุมหุ่นยนต์ผสมยาเคมีบำบัดอัตโนมัติ 4.AI-Driven Pharma Inventory Management System for Hospitals ระบบบริหารจัดการคลังยาอัจฉริยะ 5.Digital Health Platform แพลตฟอร์มบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพผู้ป่วย 6.AI-Enhanced HIS ระบบ Hospital Information System ที่ใช้ AI ช่วยแพทย์วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย

ปิดฉากงดงาม! โขนรุ่งอรุณ 2568 ถ่ายทอดศิลปะชั้นสูงผ่านฝีมือเด็ก ป.6 ตอนพาลีสอนน้อง

ปิดฉากงดงาม! โขนรุ่งอรุณ 2568 ถ่ายทอดศิลปะชั้นสูงผ่านฝีมือเด็ก ป.6 ตอนพาลีสอนน้อง

ปิดฉากงดงาม! โขนรุ่งอรุณ 2568 ถ่ายทอดศิลปะชั้นสูงผ่านฝีมือเด็ก ป.6 ตอนพาลีสอนน้อง

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.29 น.

เสียงปี่พาทย์และเสียงตบมือดังกึกก้องไปทั่วบริเวณสนามฟุตบอลเล็ก โรงเรียนรุ่งอรุณ เมื่อการแสดง “โขนรุ่งอรุณ ประจำปีการศึกษา 2568 ตอน พาลีสอนน้อง” ได้จบลงอย่างน่าประทับใจในช่วงค่ำของวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการแสดงความสามารถครั้งสำคัญของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทั้งภาคปกติและภาคภาษาอังกฤษ (English Program) เพื่อเป็นการปิดท้ายปีการศึกษาอย่างสง่างาม

การแสดงในปีนี้หยิบยกตอน “พาลีสอนน้อง” มาถ่ายทอด ซึ่งประกอบด้วยฉากสำคัญที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็น ฉากการรบระหว่างพญาพาลีและควายทรพี ที่สะท้อนให้เห็นถึงความลุ่มหลงในอำนาจของทรพี และไหวพริบปฏิภาณของพญาพาลีในการปราบศัตรู ฉากความเข้าใจผิดที่ปากถ้ำสุรกานต์ระหว่างพาลีและสุครีพ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สุครีพต้องระหกระเหินไปพบพระราม และนำไปสู่บทสรุปสุดท้ายของพญาพาลี ฉากที่กินใจที่สุดคือการหวนระลึกถึงสัจจะที่เคยให้ไว้ต่อพระนารายณ์ และการฝากฝังบ้านเมืองไว้กับน้องชายก่อนสิ้นชีพ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อตอนอันเป็นอมตะ

สำหรับการแสดงโขนของโรงเรียนรุ่งอรุณนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการร่ายรำเพื่อความสวยงาม แต่คือ “วิชาชีวิต” ของนักเรียนชั้น ป.6 ที่ต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างเข้มงวดตลอด 1 ปีการศึกษา ตั้งแต่การฝึกพื้นฐาน “เต้นเสา ถีบเหลี่ยม” ไปจนถึงการจำท่ารำที่ซับซ้อน

เหล่านักแสดงตัวน้อยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความอดทน ระเบียบวินัย และความสามัคคีในการทำงานร่วมกัน ทั้งตัวละครพระ นาง ยักษ์ และลิง รวมถึงทีมงานเบื้องหลังที่ร่วมกันเนรมิตฉาก แสง สี และเสียงให้มีความร่วมสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งจารีตอันดีงาม

หลังจบการแสดง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ผู้ปกครองและครูต่างชื่นชมในความตั้งใจของเด็กๆ ที่สามารถถ่ายทอดศิลปะชั้นสูงของชาติออกมาได้อย่างลึกซึ้ง หลายคนกล่าวว่านี่ไม่ใช่แค่การดูโขน แต่เป็นการได้เห็นการเติบโตภายในของเด็กๆ ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้สำเร็จ ก่อนที่จะเลื่อนชั้นสู่ระดับมัธยมศึกษาต่อไป

สำหรับ โขนรุ่งอรุณ เป็นประเพณีการเรียนรู้ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานของโรงเรียน โดยเชื่อว่า “โขน” คือเครื่องมือชั้นดีในการฝึกสติและสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่นักเรียน และตอนพาลีสอนน้อง มีความสำคัญในเชิงวรรณคดีคือการเน้นเรื่อง “การรักษาคำพูด” (สัจจะ) และการรู้จักหน้าที่ของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับคุณธรรมที่ทางโรงเรียนมุ่งเน้นปลูกฝังให้กับนักเรียน

ทรัมป์กดดันอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”

ทรัมป์กดดันอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”

28 มี.ค. 2569 10:47 น.

ทรัมป์กดดันอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”

ทรัมป์ผลักดันข้อเสนอให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้การขนส่งน้ำมันกลับมาดำเนินได้ตามปกติ หากต้องการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ ก่อนหลุดปากเรียก “ช่องแคบทรัมป์”

วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวบนเวที FII Priority ที่เมืองไมอามี ในรัฐฟลอริดา ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาราว 1 เดือน และย้ำว่าเงื่อนไขสำคัญคือการเปิดเส้นทางเดินเรือในจุดยุทธศาสตร์ของโลกระบุว่า อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ให้การขนส่งน้ำมันกลับมาดำเนินได้ตามปกติ หากต้องการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ

ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ ทรัมป์ได้เรียกช่องแคบฮอร์มุซว่า “ช่องแคบทรัมป์” (Strait of Trump) ก่อนจะแก้คำพูดให้ถูกต้องเป็น “ฮอร์มุซ” พร้อมกล่าวเชิงติดตลกว่าเป็นความผิดพลาด แต่ก็เสริมว่า “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญ” นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการควบคุมทรัพยากรน้ำมันของอิหร่านในอนาคต และย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการให้สถานการณ์คลี่คลายผ่านข้อตกลง

โดยคำพูดของทรัมป์บนเวทีนี้กลายเป็นที่จับตา เนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และบทบาทของช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ยังอ้างว่า อิหร่านกำลังอยู่ในสถานะเสียเปรียบ และโครงสร้างสำคัญทั้งด้านการทหารและโครงการนิวเคลียร์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมย้ำว่าการเจรจากำลังดำเนินอยู่ แม้ฝ่ายอิหร่านจะปฏิเสธหลายครั้ง.

“โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรง คิวบาเป็นรายต่อไป

 "โดนัลด์ ทรัมป์" คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรง  คิวบาเป็นรายต่อไป

28 มี.ค. 2569 08:56 น.

“โดนัลด์ ทรัมป์” คุยโวสงครามอิหร่านสำเร็จ กลางเวทีนักลงทุน ก่อนหลุดคำแรง คิวบาเป็นรายต่อไป

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อหน้านักลงทุนในไมอามี ย้ำความสำเร็จของสงครามกับอิหร่าน ก่อนสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยคำพูดว่า “Cuba is next” แม้จะพยายามบอกให้สื่อไม่ต้องรายงาน

ทรัมป์กล่าวในระหว่างการปราศรัยต่อกลุ่มนักลงทุนในงาน Future Investment Initiative (FII) Institute Summit  ที่ไมอามีเมื่อคืนวันศุกร์ (27 มี.ค.) ยืนยันต่อผู้ฟังว่า กองทัพสหรัฐฯ สามารถบรรลุเป้าหมายทางทหารในสงครามอิหร่านที่ดำเนินมาเป็นเวลา 4 สัปดาห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของการปราศรัยกลับกลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อทรัมป์กล่าวว่า

“และคิวบาคือรายต่อไป… แต่แกล้งทำเป็นว่าผมไม่ได้พูดนะ… สื่ออย่ารายงานเรื่องนี้… คิวบาคือรายต่อไป”

การประกาศ “Cuba is next”  มีขึ้นหลังรัฐบาลสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการจับกุมนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของคิวบา สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่สหรัฐฯ อาจกำลังขยายจุดสนใจจากตะวันออกกลางไปยังลาตินอเมริกา โดยเฉพาะคิวบา ที่อาจกลายเป็นเป้าหมายใหม่

ทั้งนี้ การประกาศความสำเร็จของสงครามอิหร่านครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่สวนทางกัน เมื่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ฐานทัพอากาศปรินซ์ สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย ถูกโจมตีโดยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านคำพูดดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายต่อคิวบา ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังตึงเครียด

แหล่งข่าวซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ หลายลำ และมีทหารได้รับบาดเจ็บ แต่ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนและความรุนแรงของอาการได้อย่างชัดเจน

รายงานนี้สอดคล้องกับข้อมูลจาก The Wall Street Journal ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียมที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ ซึ่งแสดงให้เห็นความเสียหายของเครื่องบินในฐานทัพดังกล่าว

ขณะที่ U.S. Central Command หรือ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เปิดเผยว่านับตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้ง มีทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บแล้วมากกว่า 300 นาย.

ที่มา : Foxnews

เผยอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า ที่ต้องยุติภารกิจก่อนกำหนด เหตุอยู่ดีๆ พูดไม่ได้ แพทย์ยังไม่พบสาเหตุ

เผยอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า ที่ต้องยุติภารกิจก่อนกำหนด เหตุอยู่ดีๆ พูดไม่ได้ แพทย์ยังไม่พบสาเหตุ

28 มี.ค. 2569 08:20 น.

เผยอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า ที่ต้องยุติภารกิจก่อนกำหนด เหตุอยู่ดีๆ พูดไม่ได้ แพทย์ยังไม่พบสาเหตุ

ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ หลังมีการเปิดเผยอาการป่วยปริศนาของนักบินอวกาศไมค์ ฟินเคอ นักบินอวกาศมากประสบการณ์ของนาซ่า ที่ป่วยกะทันหันด้วยอาการพูดไม่ได้ จนทำเอาภารกิจล่ม โดยแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุ

ไมค์ ฟินเคอ ซึ่งเป็นนักบินอวกาศที่เดินทางสู่อวกาศมาแล้ว 4 ครั้ง เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม ขณะที่เขากำลังรับประทานอาหาร หลังจากเตรียมตัวสำหรับภารกิจเดินอวกาศ (spacewalk) ในวันถัดไป

เขาเล่าว่า อาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว โดยจู่ ๆ ก็ไม่สามารถพูดได้ และไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ร่วมด้วย ทำให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่บน สถานีอวกาศนานาชาติ ISS ต้องรีบเข้าช่วยเหลือทันที พร้อมติดต่อทีมแพทย์ภาคพื้นดินอย่างเร่งด่วน

ฟินเคอกล่าวในการให้สัมภาษณ์จากศูนย์อวกาศจอห์นสัน ในเมืองฮิวสตันว่า มันเกิดขึ้นแบบไม่มีสัญญาณเตือนเลย และเกิดขึ้นเร็วมากอย่างไม่น่าเชื่อ 

ฟินเคอ วัย 59 ปี อดีตนายทหารอากาศสหรัฐฯ ระบุว่า อาการดังกล่าวกินเวลาประมาณ 20 นาที ก่อนจะหายเป็นปกติ และจนถึงปัจจุบัน เขายืนยันว่าไม่เคยมีอาการลักษณะนี้มาก่อน หรือหลังจากนั้นอีกเลย

เขาเล่าว่า ลูกเรือทั้ง 6 คนต่างเข้ามาช่วยเหลือทันทีเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในภาวะผิดปกติ

แม้ฟินเคอจะผ่านการตรวจร่างกายอย่างละเอียดหลายครั้งหลังกลับสู่โลก แต่ NASA ยังคงไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้

ขณะเกิดเหตุ ทีมงานได้ใช้เครื่องอัลตราซาวด์บนสถานีอวกาศตรวจสอบอาการเบื้องต้น และหลังจากนั้น องค์กรยังได้เริ่มทบทวนข้อมูลสุขภาพของนักบินอวกาศรายอื่น ๆ เพื่อค้นหากรณีที่อาจเกี่ยวข้องกัน

ฟินเคอยังระบุว่า เขาไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ เนื่องจาก NASA ต้องการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวด้านสุขภาพของนักบินอวกาศ เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลหากมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

เหตุการณ์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ “การอพยพทางการแพทย์จากสถานีอวกาศครั้งแรก” ของนาซ่า (NASA) ส่งผลให้ภารกิจเดินอวกาศต้องถูกยกเลิก ซึ่งเดิมจะเป็นการเดินอวกาศครั้งที่ 10 ของฟินเคอ และเป็นครั้งแรกของเพื่อนร่วมทีม

นอกจากนี้ ลูกเรือรวม 4 คนยังต้องเดินทางกลับโลกก่อนกำหนด โดยยานของ SpaceX พาพวกเขากลับเมื่อวันที่ 15 มกราคม เร็วกว่ากำหนดกว่า 1 เดือน และถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทันที

ทั้งนี้ ฟินเคอยอมรับว่า เขารู้สึกผิดที่เหตุการณ์ของเขาทำให้ภารกิจต้องถูกยกเลิก แต่ภายหลังได้รับกำลังใจจากผู้บริหารและเพื่อนร่วมงาน รวมถึงจาเร็ด ไอแซคแมน ที่ขอให้เขาหยุดโทษตัวเอง โดยเพื่อนร่วมทีมกล่าวว่านี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่มันคือเรื่องของอวกาศ โดยฟินเคอยังคงมองโลกในแง่ดี และหวังว่าจะมีโอกาสได้กลับไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศอีกครั้งในอนาคต.

ที่มา : channelnewsasia

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ควันดำพวยพุ่ง อิสราเอลรับโจมตีเป้าหมายรัฐบาลอิหร่าน

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ควันดำพวยพุ่ง อิสราเอลรับโจมตีเป้าหมายรัฐบาลอิหร่าน

28 มี.ค. 2569 08:06 น.

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ควันดำพวยพุ่ง อิสราเอลรับโจมตีเป้าหมายรัฐบาลอิหร่าน

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ควันดำพวยพุ่ง อิสราเอลยืนยันเปิดฉากโจมตีเป้าหมายของรัฐบาลอิหร่าน

วันที่ 28 มีนาคม 2569 สำนักข่าว AFP รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายครั้งในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ โดยผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดอย่างน้อยประมาณ 10 ครั้ง และเห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นเหนือเมือง

รายงานระบุว่า เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นมีความรุนแรง และสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ ขณะที่สถานการณ์ยังคงคลี่คลายได้ยาก

ล่าสุดกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของรัฐบาลอิหร่าน ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเตหะราน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายหรือความเสียหาย

ทั้งนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ดำเนินมาแล้วราว 1 เดือน หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งยังไม่มีสัญญาณยุติ และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา AFP

“ไทเกอร์ วูดส์” โดนข้อหาเมาแล้วขับ หลังรถพลิกคว่ำในฟลอริดา ปฏิเสธตรวจปัสสาวะ

“ไทเกอร์ วูดส์” โดนข้อหาเมาแล้วขับ หลังรถพลิกคว่ำในฟลอริดา ปฏิเสธตรวจปัสสาวะ

28 มี.ค. 2569 06:17 น.

“ไทเกอร์ วูดส์” โดนข้อหาเมาแล้วขับ หลังรถพลิกคว่ำในฟลอริดา ปฏิเสธตรวจปัสสาวะ

“ไทเกอร์ วูดส์” ตำนานโปรกอล์ฟโลกถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับ หลังเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำในรัฐฟลอริดา แม้ผลเป่าแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ แต่ปฏิเสธตรวจเพิ่มเติม

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ไทเกอร์ วูดส์ โปรกอล์ฟชื่อดังชาวอเมริกัน ถูกตั้งข้อหา “ขับรถภายใต้อิทธิพลของสารมึนเมา” (Driving Under the Influence-DUI) หลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ โดยสำนักงานนายอำเภอมาร์ตินเคาน์ตี  เปิดเผยว่า นอกจากข้อหาเมาแล้วขับแล้ว วูดส์ยังถูกตั้งข้อหาทำให้ทรัพย์สินเสียหาย และปฏิเสธการตรวจตามกฎหมาย

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนบีช โรด ในพื้นที่จูปิเตอร์ ไอส์แลนด์ เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายวูดส์ขับรถแลนด์โรเวอร์พยายามแซงรถบรรทุกเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงด้วยความเร็ว ก่อนเฉี่ยวชนและทำให้รถพลิก หลังเกิดเหตุเขาต้องคลานออกจากรถทางประตูฝั่งผู้โดยสาร แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ไทเกอร์ วูดส์ ผ่านการตรวจแอลกอฮอล์ด้วยเครื่องเป่า ซึ่งให้ผลเป็นศูนย์ แต่ปฏิเสธการตรวจปัสสาวะ ทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของสารชนิดใดในขณะเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่พบสัญญาณของความบกพร่องในการขับขี่ ระหว่างการตรวจสอบภาคสนาม แม้จะไม่มีหลักฐานการดื่มแอลกอฮอล์

เขาระบุเพิ่มเติมว่า วูดส์ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ แต่เลือกไม่ให้ข้อมูลที่อาจกระทบต่อคดีและมีสิทธิ์ปฏิเสธการตรวจเพิ่มเติมตามกฎหมาย แม้จะถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากการปฏิเสธนั้น โดยภายหลังถูกควบคุมตัว วูดส์ถูกนำไปยังเรือนจำมาร์ตินเคาน์ตี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวหลังควบคุมตัวตามขั้นตอน โดยข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นความผิดระดับลหุโทษ.

ที่มา BBC 

ทูตพิเศษทรัมป์ หวังเจรจาอิหร่านสัปดาห์นี้ กดดันตอบดีล 15 ข้อ ย้ำต้องการยุติสงคราม

ทูตพิเศษทรัมป์ หวังเจรจาอิหร่านสัปดาห์นี้ กดดันตอบดีล 15 ข้อ ย้ำต้องการยุติสงคราม

28 มี.ค. 2569 05:46 น.

ทูตพิเศษทรัมป์ หวังเจรจาอิหร่านสัปดาห์นี้ กดดันตอบดีล 15 ข้อ ย้ำต้องการยุติสงคราม

ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยมีความหวังจัดการเจรจากับอิหร่านภายในสัปดาห์นี้  ระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการติดต่อกัน โดยย้ำสหรัฐฯ พร้อมรอคำตอบข้อตกลง 15 ข้อเพื่อยุติสงคราม 

วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ มีความหวังจะจัดการเจรจากับอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ พร้อมระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการติดต่อกัน โดยนายวิทคอฟฟ์กล่าวระหว่างงาน F11 Priority ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดาว่า รัฐบาลสหรัฐฯ คาดหวังว่าจะมีการพบกันในสัปดาห์นี้ พร้อมชี้ว่า การที่เรือสามารถเดินทางผ่านเส้นทางเดินเรือได้เป็น “สัญญาณที่ดีมาก”

นอกจากนี้เขายังย้ำว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องการข้อตกลงสันติภาพ และเปิดเผยว่าสหรัฐฯ ได้เสนอ “ข้อตกลง 15 ข้อ” ให้อิหร่านพิจารณามาระยะหนึ่งแล้ว พร้อมคาดหวังคำตอบในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากคำให้สัมภาษณ์ของนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านอาจสิ้นสุดภายใน “ไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่หลายเดือน” โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการผลักดันแนวทางการเจรจาควบคู่ไปกับแรงกดดันทางทหาร ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย.

ที่มา BBC

IAEA เตือนทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน

IAEA เตือนทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน

28 มี.ค. 2569 02:20 น.

IAEA เตือนทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน

หน่วยงานพลังงานปรมาณูของสหประชาชาติ เรียกร้องทุกฝ่ายลดความตึงเครียด หวั่นเกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์ หลังอิสราเอลโจมตี 2 เป้าหมายในอิหร่าน

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency (IAEA)) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีสถานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน 2 แห่ง รวมถึงโรงงานแปรรูปยูเรเนียม

โดยนายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ IAEA ระบุว่า จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการยกระดับความรุนแรงทางทหาร เพื่อป้องกันความเสี่ยงของอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมระบุว่าจากการตรวจสอบล่าสุด ไม่พบระดับรังสีเพิ่มขึ้นนอกพื้นที่บริเวณโรงงานชาฮิด เรซายี เนจัด  ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ถูกโจมตี

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานย้ำว่า สถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์อาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรง หากไม่มีการควบคุมสถานการณ์อย่างเหมาะสม โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้เพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ในภูมิภาค และตอกย้ำแรงกดดันจากนานาชาติให้ทุกฝ่ายลดการเผชิญหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามเกินควบคุม.

ที่มา AFP