มีโอกาสขยับขึ้นอีก นายกฯ ยันขึ้นน้ำมัน 6 บาทตามกลไกตลาดโลก

มีโอกาสขยับขึ้นอีก นายกฯ ยันขึ้นน้ำมัน 6 บาทตามกลไกตลาดโลก

มีโอกาสขยับขึ้นอีก นายกฯ ยันขึ้นน้ำมัน 6 บาทตามกลไกตลาดโลก

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.47 น.

นายกฯ ยันขึ้นน้ำมัน 6 บาทตามกลไกตลาดโลก มีโอกาสขยับขึ้นอีก เหตุสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขอ ปชช.มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลนแน่นอน

27 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ว่า ราคาเป็นไปตามกลไก เราพยายามทำให้อย่างน้อยความมั่นคงทางการมีน้ำมันในประเทศมีมาก ราคาถ้าอุ้มมากงบประมาณที่เอามาใช้ก็ร่อยหรอไปทุกวัน และที่สำคัญถ้าราคาต่ำกว่า โอกาสที่จะรั่วไหลไปประเทศเพื่อนบ้าน การกักตุนก็เพิ่มมากขึ้น ก็พยายามให้อยู่ในราคาตลาดโลก ทุกประเทศก็ต้องรับในราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งในภูมิภาคอาเซียนเองไทยอยู่ในลำดับท้ายๆที่ราคาน้ำมันไม่สูงเท่าประเทศอื่น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศที่ผลิตน้ำมันได้เองราคาน้ำมันเขาก็ยังสูงกว่าเรา

เมื่อถามว่า ราคาน้ำมันจะขยับขึ้นอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีโอกาส เพราะสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคุกรุ่นอยู่ เมื่อสักครู่มีรายงานว่าเขาประกาศปิดช่องแคปอีกแล้ว ตนก็ต้องถามว่าตรงนี้ไทยได้รับผลกระทบหรือเปล่า สถานการณ์เปลี่ยนทุกวัน แต่สิ่งที่เราทำได้เรียบร้อยสำเร็จแล้วคือประเทศไทยไม่ขาดน้ำมัน เรายังสามารถใช้ศักยภาพในการจัดหาน้ำมันดิบเข้ามา เมื่อสักครู่มีการประชุมได้ให้ ปตท.จัดหาน้ำมันที่กลั่นแล้ว ดีเซลในส่วนที่เอาไปขายประเทศลาว ขอให้เราใช้น้ำมันจากต่างประเทศเข้ามาแล้วขายไปที่ลาวเลย เก็บน้ำมันที่กลั่นโดย ปตท.ไว้ในประเทศไทย นี่เป็นการสร้างความมั่นใจเพิ่มให้ประชาชน ตอนที่เราขายไปลาวก็ไม่มีปัญหาอะไรวันละ 5 ล้านลิตร แต่เพื่อให้ความมั่นใจขึ้นมาอีก เพราะสถานการณ์อาจดูยืดเยื้อไปอีก ส่วนของโรงกลั่นที่ไม่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลจะไปเจรจากับเขาว่าสั่งดีเซลจากต่างประเทศเข้ามา แล้วทรานชิปเม้นท์ส่งไปลาว ซึ่งเราพูดคุยตกลงราคาแล้วว่าสู้ได้ในราคาไหน เราไม่ได้เอากำไรเขามากมาย แต่ที่สำคัญน้ำมันที่กลั่นโดยโรงกลั่นในประเทศไทยก็เก็บรักษาในเมืองไทยมากที่สุด ก็เพิ่มจำนวนน้ำมันดีเซลในประเทศมากขึ้น

เมื่อถามว่า วันนี้ประชาชนมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าเราจะมีน้ำมันใช้ไม่ขาดแน่นอน นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้มั่นใจได้เลย เรื่องราคาที่ตอนแรกเราพยายามอุ้ม 15 วัน แล้วที่มีคนบอกว่าไม่ควรไปอุ้มเลย ตนเห็นควรว่าควรพยุง 15 วันแรก เพราะรัฐบาลต้องไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อม ซึ่งประชาชนก็เห็นแล้วว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ดีขึ้นเลย โอกาสที่ราคาน้ำมันจะสูงขึ้นก็มี แต่จะให้เราพยุงราคาน้ำมันไปตลอดที่มีความขัดแย้งก็ไม่ได้

นายกฯเผยทูลเกล้าฯรายชื่อ ครม.อนุทิน 2 30 มี.ค.นี้ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย

นายกฯเผยทูลเกล้าฯรายชื่อ ครม.อนุทิน 2 30 มี.ค.นี้ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย

นายกฯเผยทูลเกล้าฯรายชื่อ ครม.อนุทิน 2 30 มี.ค.นี้ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.33 น.

“นายกฯ”เผยทูลเกล้าฯรายชื่อ”ครม.อนุทิน 2” 30 มี.ค.นี้ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เดินหน้าเร็วที่สุด ให้ได้รัฐบาลเต็มรูปแบบ ยันพร้อมสนับสนุนนโยบายพรรครัฐบาล รวมเป็นนโยบายรัฐบาล

27 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 19.22 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ว่า มาในฐานะพรรคเพื่อไทย คุมกระทรวงใหญ่ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญ ซึ่งพรรคเพื่อไทยต้องมาร่วมในการร่างนโยบายรัฐบาลตรงนั้นด้วย เพราะแต่ละพรรคก็ไปให้คำสัญญากับพี่น้องประชาชน ก็มารวมเป็นนโยบายรัฐบาล เมื่อเป็นรัฐบาลเดียวกันแล้ว ไม่ใช่มาบอกว่านี่นโยบายของพรรคภูมิใจไทย อันนี้นโยบายของพรรคเพื่อไทย และเราจะไม่สนับสนุน แต่เมื่อตนมาดำรงตำแหน่งนี้ ตนสนับสนุนนโยบายของทุกพรรค

เมื่อถามถึงรายชื่อรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติผ่านหมดแล้วหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่าบางรายชื่อมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ นายอนุทิน กล่าวว่า ณ ตอนนี้โอเคแล้ว หวังว่าวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็จะลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไป เราพยายามจะให้เร็วที่สุด ตอนนี้พอเป็นรัฐบาลรักษาการซึ่งคงเป็นสัปดาห์สุดท้ายของรัฐบาลหนู 1 มันก็มีหลายๆ ประเด็นที่ขับเคลื่อนเต็มที่ไม่ได้ เพราะขัดต่อกฎหมายและระเบียบ อย่างวันนี้ให้ตนรีบเซ็นอะไรออกไปและไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ในเมื่ออาทิตย์หน้าเราก็จะมีรัฐบาลใหม่แล้ว เราก็สู้ไป เร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้เรียบร้อย เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเราก็เดินเต็มสูบ ข้อจำกัดต่างๆ ที่เคยมีอยู่ตั้งแต่ยุบสภาเมื่อธันวาคม 68 ก็จะไม่มีข้อจำกัด รัฐบาลก็จะเป็นรัฐบาลเต็มรูปแบบ

เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวชื่อ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งอยู่ในโผ ครม.อนุทิน 2 รายชื่อมีปัญหาคุณสมบัติ ตอนนี้เรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องรายชื่อ ครม.มันพูดไม่ได้เลย เพราะต้องมีการโปรดเกล้าฯ ก่อน คนไหนที่มีปัญหาแล้วมีความสุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มันก็มีการเช็กรายชื่ออยู่แล้ว ตนไม่เสนอหรอก ฉะนั้นทุกพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอรายชื่อ แม้กระทั่งของพรรคภูมิใจไทยเองทุกรายชื่อต้องรับการตรวจสอบประวัติ เราไม่ได้ไปจำกัดสิทธิใคร ถ้าคนไหนมีประวัติที่มีปัญหาก็แต่งตั้งไม่ได้ ก็แค่นั้นเอง

เลขา กกต.เผย ครม.ยังไม่ส่งหนังสือ ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท

เลขา กกต.เผย ครม.ยังไม่ส่งหนังสือ ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท

เลขา กกต.เผย ครม.ยังไม่ส่งหนังสือ ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.03 น.

27 มีนาคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ระบุว่าจะส่งหนังสือถึง กกต.เพื่อขออนุมัติมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมนัดพิเศษ ให้ลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท โดยระบุว่า “ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือจากคณะรัฐมนตรีมาถึงสำนักงาน กกต.”

รองอธิบดีกรมกงสุล ร่วมรับร่างแรงงานไทย เสียชีวิตในอิสราเอล ส่งกลับทำพิธีที่ชัยภูมิ

รองอธิบดีกรมกงสุล ร่วมรับร่างแรงงานไทย เสียชีวิตในอิสราเอล ส่งกลับทำพิธีที่ชัยภูมิ

รองอธิบดีกรมกงสุล ร่วมรับร่างแรงงานไทย เสียชีวิตในอิสราเอล ส่งกลับทำพิธีที่ชัยภูมิ

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.30 น.

รองอธิบดีกรมการกงสุล ร่วมพิธีไว้อาลัยร่างคนไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล พร้อมร่วมพิธีรับร่างกลับไทย

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และ Mrs. Dvora Dorsman Yarkoni รองหัวหน้าสำนักงาน สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ร่วมพิธีรับร่างและไว้อาลัยนายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกสะเก็ดระเบิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดชัยภูมิ ต่อไป
 
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายบุญญฤทธิ์ วิเชียรพันธุ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีพระคุณเจ้า Ananda พระสงฆ์ชาวศรีลังกา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นายชัยวัฒน์ฯ ภายในชุมชนเกษตร Adanim ด้วย

อาลัย นางเพ็ญศรี เคียงศิริ ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของนามปากกา นราวดี

อาลัย นางเพ็ญศรี เคียงศิริ ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของนามปากกา นราวดี

อาลัย นางเพ็ญศรี เคียงศิริ ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของนามปากกา นราวดี

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.12 น.

27 มีนาคม 2569 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้รับประสานจากครอบครัวของนางเพ็ญศรี  เคียงศิริ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2560 ว่า นางเพ็ญศรี เคียงศิริ ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 06.30 น. ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เขตพญาไท กรุงเทพฯ สิริอายุ 95 ปี

กำหนดการพิธีสวดพระอภิธรรม ณ ศาลา สุธีระ – ประจวบ พีชานนท์ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

วันที่ 28 มีนาคม 2569

เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
เวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรมศพ

วันที่ 29 มีนาคม – 3 เมษายน 2569

เวลา 17.00 น. สวดพระอภิธรรมศพ

ทั้งนี้ จะมีการบรรจุศพไว้ 100 วัน เพื่อขอพระราชทานเพลิงศพในลำดับต่อไป

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและผู้ที่เคารพรักนางเพ็ญศรี เคียงศิริ เจ้าของนามปากกา ‘นราวดี’ ร่วมรำลึกถึงเกียรติประวัติของศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างสรรค์ผลงานนวนิยายที่ได้รับความนิยม ถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ อาทิ นางอาย รักเกิดในตลาดสด และยังเป็นนักเขียนที่มีผลงานการแปลวรรณกรรมมากมาย งานเขียนของนราวดีมีจุดเด่นที่นอกจากจะสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้อ่านแล้ว ยังให้ข้อคิดในเรื่องครอบครัว ความรัก ความภาคภูมิใจในแผ่นดินเกิด และความงดงามของความหลากหลายในสังคม

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จมต้นทุนน้ำมัน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือ

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จมต้นทุนน้ำมัน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือ

27 มี.ค. 2569 20:53 น.

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จมต้นทุนน้ำมัน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือ

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จมต้นทุนน้ำมัน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือ รายได้หด เสนอรัฐหนุนรถไฟฟ้า-ปลดล็อกการขึ้นทะเบียน ชี้เป็นทางรอดระยะยาว

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำมันแพงที่ซ้ำเติมด้วยปัญหาน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่ ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญความยากลำบากในการหาน้ำมันเติม ต้นทุนจึงพุ่งสูง ขณะที่เวลาทำมาหากินกลับลดลง

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สัมภาษณ์ เฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย ถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันแพงที่กำลังกดทับชีวิตคนทำงานบนท้องถนนอย่างหนัก

ปัญหาไม่ได้มีเพียงราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น แต่ยังรวมถึงการหาน้ำมันเติมได้ยาก ปั๊มที่เคยใช้บริการกลับไม่มีน้ำมันให้เติม โดยเฉพาะปั๊มในซอย ทำให้ผู้ขับขี่ต้องตะเวนหาแหล่งเติมน้ำมันแทนที่จะใช้เวลาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ส่งผลให้ทั้งต้นทุนเพิ่มขึ้นและรายได้ลดลงพร้อมกัน

เวลาหาย รายได้หด

เวลาที่ใช้หารายได้ เปลี่ยนเป็นเวลาตามหาปั๊มน้ำมัน รายได้จึงลดลง ขณะที่ค่าโดยสารยังคงเท่าเดิม เพราะผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ไม่ต้องการผลักภาระไปยังผู้โดยสาร ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น เขายกตัวอย่างว่า เดิมทีเติมน้ำมันเพียง 100-120 บาท สามารถวิ่งได้ทั้งวันและมีรายได้ราว 500 บาท แต่ปัจจุบันต้องเพิ่มค่าเติมเป็น 150 บาท ขณะที่รายได้ลดลงเหลือเพียง 300-400 บาท เนื่องจากเสียเวลาไปกับการหาน้ำมัน และจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง

สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ผู้ขับขี่ต้องปรับตัว จากเดิมเติมน้ำมันตอนเช้า กลายเป็นต้องออกไปหาน้ำมันช่วงเย็นก่อนกลับบ้าน พร้อมมีการสื่อสารกันในกลุ่มวินว่า “ปั๊มไหนมีน้ำมัน” เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขณะเดียวกัน จำนวนผู้โดยสารก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่มีผู้ใช้บริการ 20-30 คนต่อวัน ปัจจุบันเหลือเพียงราว 25 คนหรือน้อยกว่า เนื่องจากประชาชนรัดเข็มขัด ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น และเดินทางเฉพาะกรณีจำเป็นจริง ๆ

การแข่งขันสูง งานระยะไกลหาย

โอกาสในการรับงานระยะไกลลดลง เนื่องจากการเข้ามาของแอปพลิเคชันเรียกรถ ทำให้วินมอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่รับงานได้เพียงระยะใกล้ รายได้ต่อเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 15-20 บาท กลุ่มผู้ใช้บริการหลักจึงเหลือเพียงคนที่ใช้เดินทางเข้า-ออกซอยในชีวิตประจำวัน

เสียงสะท้อนถึงรัฐ “แพงยังพอรับได้ แต่ไม่มีให้เติมรับไม่ได้”

เฉลิมสะท้อนความรู้สึกของผู้ขับขี่ว่า แม้ราคาน้ำมันจะแพง แต่สิ่งที่สร้างความไม่พอใจมากกว่าคือการไม่มีน้ำมันให้เติม ซึ่งทำให้การทำงานสะดุดและเพิ่มภาระโดยไม่จำเป็น ภายในกลุ่มผู้ขับขี่เองมีความกังวลเรื่องการปรับขึ้นค่าโดยสาร เพราะเกรงว่าจะกระทบผู้โดยสารและถูกต่อต้าน ขณะที่รายได้ในปัจจุบันก็อยู่ในระดับที่ “แทบจะอยู่ไม่ไหวแล้ว”

เฉลิมเสนอว่า ภาครัฐควรเร่งสนับสนุนการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มผู้ขับขี่รับจ้าง เพื่อลดภาระต้นทุนด้านพลังงาน และช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM 2.5

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดสำคัญ ทั้งระยะทางวิ่งที่ยังไม่เพียงพอ ระบบสถานีชาร์จที่ไม่ครอบคลุม รวมถึงข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัยของผู้ขับขี่ที่ไม่เอื้อต่อการชาร์จไฟ เช่น ผู้ที่พักอาศัยในอาคารหลายชั้น เขาเสนอว่า หากรัฐสามารถผลักดันให้มีการใช้รถ EV ในกลุ่มนี้จำนวนมาก เช่น ระดับแสนคัน จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นทางออกที่ยั่งยืนมากกว่าการแก้ปัญหาระยะสั้น

มาตรการช่วยเหลือยังไม่ตอบโจทย์

ในส่วนของมาตรการเยียวยา เช่น บัตรเติมน้ำมัน เฉลิมมองว่ายังมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติ เนื่องจากไม่สามารถใช้ได้กับทุกปั๊ม และบางพื้นที่ไม่มีปั๊มที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้แม้มีบัตรก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง

นอกจากนี้ ปัญหาโครงสร้างยังสะท้อนผ่านระบบทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์ โดยปัจจุบันมีผู้ขับขี่จริงราว200,000 คัน แต่มีเพียงประมาณ 50,000 คันที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เนื่องจากรัฐไม่ได้เปิดให้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมายมานานกว่า 2 ปี ส่งผลให้ผู้ขับขี่จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสิทธิหรือมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้ เช่นเดียวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ผู้ขับขี่จำนวนไม่น้อยไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากถูกประเมินว่ามีรายได้เกิน ทั้งที่ในความเป็นจริงต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมาก

 เขาทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการตรึงราคาหรือแจกบัตรไม่ใช่ทางออกระยะยาว หากรัฐมีนโยบายชัดเจนในการผลักดันพลังงานทดแทน โดยเฉพาะในกลุ่มขนส่งสาธารณะ จะช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันอีกต่อไป และสามารถทำงานได้อย่างมั่นคงมากขึ้นในอนาคต

น้ำมัน 17 ล้านลิตร หายไปไหน? เทียบเติมรถเก๋งได้ 4.2 แสนคัน

น้ำมัน 17 ล้านลิตร หายไปไหน? เทียบเติมรถเก๋งได้ 4.2 แสนคัน

27 มี.ค. 2569 19:14 น.

น้ำมัน 17 ล้านลิตร หายไปไหน? เทียบเติมรถเก๋งได้ 4.2 แสนคัน

น้ำมัน 17 ล้านลิตร หายไปไหน? เทียบเติมรถเก๋งได้ 4.2 แสนคัน เมื่อนำรถที่เติมน้ำมันแล้วมาเรียงกันจะยาวแบบข้ามประเทศ แม้รัฐบาลจะออกมาให้ข้อมูลว่า จำนวนน้ำมันดังกล่าวเกิดจากการกักตุนของประชาชน แต่ข้อมูลเหล่านี้ก็สะท้อนถึงความล้มเหลวของการจัดการปัญหาในภาวะวิกฤต ที่คนไทยจะต้องเจอในระยะยาว

ราคาน้ำมันขึ้นพรวดเดียว 6 – 8 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.69 ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน และมีการตั้งคำถามถึงการจัดการราคาน้ำมันของรัฐบาล โดยก่อนหน้านั้นรัฐบาลได้ชี้แจงถึงการใช้น้ำมัน ที่หลังเกิดวิกฤตสงคราม ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น และเกิดคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน 17 ล้านลิตร ซึ่งรัฐบาลบอกว่าประชาชนกักตุน

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ เลยมาลองคำนวณว่า น้ำมัน 17 ล้านลิตร ที่หายไปต่อวัน จะสามารถเติมน้ำมันในรถเก๋งที่เติมเต็มถัง 40 ลิตร ได้ทั้งหมดกี่คัน โดยได้ข้อสรุปว่าจะเติมได้ทั้งหมด 425,000 คัน

เมื่อนำรถเก๋ง ทั้งหมด 425,000 คัน มาเรียงต่อกัน จะมีความยาวตั้งแต่ อนุสาวรีย์ชัยฯ >>> ประจวบคีรีขันธ์>> สุราษฎร์ธานี >> สงขลา >> มาเลเซีย >>> สิงคโปร์

ทั้งนี้ น้ำมันจำนวนนี้สามารถพาแถวรถเก๋งยาวเหยียดจากกรุงเทพฯ ไปจนเกือบจะสุดปลายแหลมมลายู ทะลุไปถึงสิงคโปร์ได้เลยระยะทาง 1,912 กม. เกือบ 2 เท่าของความยาวประเทศไทย จากเหนือสุดไปใต้สุดเสียอีก

สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวร ให้ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวม “ไทย”

สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวร ให้ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวม "ไทย"

27 มี.ค. 2569 16:29 น.

สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวร ให้ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวม “ไทย”

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โพสต์ลงในเฟซบุ๊กถึงการที่สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวรให้แก่ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวมทั้งไทยอย่างไม่มีกำหนด หลังกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ  ประกาศข่าวดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการคัดกรอง และตรวจสอบประวัติใหม่อีกครั้ง เพื่อให้มีความครอบคลุมภายใต้บทบัญญัติ “ภาระแก่สังคม” ของกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ

สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก “U.S. Embassy Bangkok” ถึงการที่อเมริการะงับออกวีซ่าถาวรให้แก่ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวมทั้งไทย โดยระบุว่า

“ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะระงับการออกวีซ่าถาวรทั้งหมดให้แก่ผู้ที่มีสัญชาติจาก 75 ประเทศ รวมถึง ประเทศไทย ซึ่งกลุ่มผู้อพยพจากประเทศดังกล่าวมีอัตราการรับสวัสดิการสาธารณะในระดับสูง อันก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายต่อผู้เสียภาษีของสหรัฐฯ ผู้สมัครวีซ่าถาวรซึ่งเป็นผู้มีสัญชาติจากประเทศที่ได้รับผลกระทบ ยังสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าและเข้ารับการสัมภาษณ์ได้ตามปกติ แต่จะไม่มีการออกวีซ่าถาวรให้แก่ผู้มีสัญชาติจากประเทศเหล่านี้ในช่วงระยะเวลาที่มีการระงับดังกล่าว  

ข้อยกเว้นสำคัญ: ผู้สมัครที่ถือสองสัญชาติและมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุจากประเทศที่ไม่อยู่ในรายการดังกล่าว จะได้รับการยกเว้น เด็กที่อยู่ในกระบวนการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมโดยครอบครัวชาวอเมริกันก็สามารถได้รับการยกเว้นเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติภายใต้ประกาศของประธานาธิบดีหมายเลข 10998″

ทั้งนี้ รายชื่อประเทศที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนมาก ครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ตลอดจนประเทศในเอเชีย แอฟริกา ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ได้แก่ อัฟกานิสถาน, อัลบาเนีย, แอลจีเรีย, แอนติกาและบาร์บูดา, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, บาฮามาส, บังกลาเทศ, บาร์เบโดส, เบลารุส, เบลีซ, ภูฏาน, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, บราซิล, พม่า, กัมพูชา, แคเมรูน, เคปเวอร์เด, โคลอมเบีย, โกตดิวัวร์, คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, โดมินิกา, อียิปต์, เอริเทรีย, เอธิโอเปีย, ฟิจิ, แกมเบีย, จอร์เจีย, กานา, เกรนาดา, กัวเตมาลา, กินี, เฮติ, อิหร่าน, อิรัก, จาเมกา, จอร์แดน, คาซัคสถาน, โคโซโว, คูเวต, สาธารณรัฐคีร์กีซ, ลาว, เลบานอน, ไลบีเรีย, ลิเบีย, มอลโดวา, มองโกเลีย, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, เนปาล, นิการากัว, ไนจีเรีย, มาซิโดเนียเหนือ, ปากีสถาน, สาธารณรัฐคองโก, รัสเซีย, รวันดา, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, เซเนกัล, เซียร์ราลีโอน, โซมาเลีย, ใต้ ซูดาน, ซีเรีย, แทนซาเนีย, ไทย, โตโก, ตูนิเซีย, ยูกันดา, อุรุกวัย, อุซเบกิสถาน และเยเมน.

ที่มา U.S. Embassy Bangkok

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2

27 มี.ค. 2569 16:26 น.

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวประสบอุบัติเหตุตกลงบริเวณชายหาดบนเกาะคาไว รัฐฮาวาย ของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในรัฐฮาวายของสหรัฐฯ ประสบอุบัติเหตุตกลงบริเวณชายหาดบนเกาะคาไว เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นรัฐฮาวาย รายงานจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

หน่วยดับเพลิงและกู้ภัยประจำเกาะคาไวเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวบรรทุกนักบิน 1 คนและผู้โดยสารอีก 4 คน ขณะพุ่งตกกระแทกหาด Kalalau Beach ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งนาปาลี (Na Pali Coast) ทางตอนเหนือของเกาะคาไว โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายได้ถูกนำตัวส่งไปยังศูนย์การแพทย์วิลค็อกซ์ (Wilcox Medical Center) เพื่อเข้ารับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าเฮลิคอปเตอร์ลำที่เกิดเหตุอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท Airborne Aviation

ทั้งนี้ การนั่งเฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวถือเป็นวิธีการยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวใช้ในการชมทัศนียภาพของหน้าผา ชายหาด และน้ำตกที่เรียงรายอยู่ตามชายฝั่งนาปาลีของเกาะคาไว เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีความทุรกันดารและสามารถเข้าถึงได้เพียงการเดินเท้าหรือทางเรือเท่านั้น.

ที่มา: AP

สหรัฐฯ พิจารณาส่งทหารเพิ่มสูงสุด 10,000 นายบุกตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ พิจารณาส่งทหารเพิ่มสูงสุด 10,000 นายบุกตะวันออกกลาง

27 มี.ค. 2569 15:24 น.

สหรัฐฯ พิจารณาส่งทหารเพิ่มสูงสุด 10,000 นายบุกตะวันออกกลาง

สื่อยักษ์ใหญ่รายงาน สหรัฐฯ เตรียมพิจารณาส่งกำลังทหารเพิ่มสูงสุด 10,000 นาย เข้าสู่ตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มทางเลือกทางทหารให้ “โดนัลด์ ทรัมป์” ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดหนัก หลังอิสราเอลเปิดฉากถล่มใจกลางกรุงเตหะรานระลอกใหม่

สื่อสหรัฐฯ หลายสำนักรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งกำลังพลเพิ่มเติมสูงสุดถึง 10,000 นายไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้นว่าสหรัฐฯ อาจกำลังเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงยืนยันว่าการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลเตหะรานกำลังดำเนินไปด้วยดีก็ตาม

หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า แผนการเคลื่อนพลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิด “ทางเลือกทางทหาร” ให้กับทรัมป์มากขึ้น หลังจากภูมิภาคตะวันออกกลางตกอยู่ภายใต้ไฟสงครามนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยกำลังพลชุดใหม่นี้จะเข้าไปสมทบกับหน่วยพลร่มและนาวิกโยธินหลายพันนายที่ถูกส่งไปประจำการก่อนหน้านี้แล้ว

แม้จะยังไม่มีการระบุพิกัดที่แน่ชัด แต่คาดว่ากำลังพลส่วนใหญ่จะประจำการอยู่ในระยะที่สามารถโจมตีอิหร่านและเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่านได้อย่างรวดเร็ว

ด้านเจ้าหน้าที่อิหร่านออกมาประกาศกร้าวว่า หากสหรัฐฯ ตัดสินใจส่งทหารบุกรุกภาคพื้นดิน อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการสั่งการให้กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนโจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดงทันที ซึ่งจะถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและการเมืองโลก

ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลแถลงเมื่อเช้ามืดวันนี้ (27 มี.ค.) ว่า ได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานของ “ระบอบก่อการร้ายอิหร่าน” ใจกลางกรุงเตหะราน ซึ่งยิ่งเป็นการสุมไฟความขัดแย้งให้ทวีความรุนแรงขึ้น

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พยายามยืดเส้นตายการโจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านออกไป พร้อมให้ความมั่นใจว่าการเจรจายุติสงครามนั้น “เป็นไปได้ด้วยดีมาก” และย้ำหลายครั้งว่าไม่มีแผนจะส่งทหารราบเข้าไปสู้รบโดยตรง อย่างไรก็ตาม แผนการเสริมกำลังทหารนับหมื่นนายที่หลุดออกมานี้ กลับสวนทางกับคำกล่าวอ้างด้านสันติภาพ และสร้างความกังวลว่าสงครามอาจลุกลามบานปลายเกินควบคุม.

ที่มา The Wall Street Journal