สภาสังคมสงเคราะห์ เตรียมจัดงาน ‘วันแม่แห่งชาติ 2569’ เทิดพระเกียรติ ‘แม่แห่งแผ่นดิน’ พร้อมเชิดชูแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู

สภาสังคมสงเคราะห์ เตรียมจัดงาน ‘วันแม่แห่งชาติ 2569’ เทิดพระเกียรติ ‘แม่แห่งแผ่นดิน’ พร้อมเชิดชูแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู

สภาสังคมสงเคราะห์ เตรียมจัดงาน ‘วันแม่แห่งชาติ 2569’ เทิดพระเกียรติ ‘แม่แห่งแผ่นดิน’ พร้อมเชิดชูแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าวการจัดงาน “วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569” 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ร.ต.ท.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และ ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมให้รายละเอียดการจัดงาน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

ร.ต.ท.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้จัดงานวันแม่แห่งชาติต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 51 เพื่อเทิดพระเกียรติสเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่แห่งชาติ” เพื่อสืบสานคุณค่าของความเป็นแม่และส่งเสริมบทบาทสถาบันครอบครัว เป็นประจำทุกปีที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จะได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ “แม่ดีเด่นแห่งชาติ” ได้คัดเลือกแม่ผู้ประกอบคุณงามความดี มีความอุตสาหะในการเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติในประเภทต่างๆ ทั่วประเทศ  และ “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อแม่อย่างสูง” ซึ่งทั้งสองรางวัลนี้คณะกรรมการคัดเลือกได้เฟ้นหาอย่างเข้มข้นเพื่อหาแม่และลูกที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะยกย่องให้เป็นแม่ดีเด่นฯ และลูกที่มีความกตัญญูฯ เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับสังคมต่อไป

ร.ต.ท.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (กลาง), ดร.ธิดารักษ์  สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (ซ้าย) และ ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (ขวา)

ดร.ธิดารักษ์  สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า ภายในงานและกิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติปีนี้ ยังมีกิจกรรมสำคัญอื่นๆ ได้แก่ การจัดทำหนังสือวันแม่แห่งชาติ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ ซึ่งเป็นฝีมือของผู้ด้อยโอกาส พิธีถวายพานพุ่มราชสักการะ การจัดเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้โดยโอกาส การจัดคอนเสิร์ต “คิดถึงแม่” ครั้งที่ 26 โครงการน้ำพระทัยพระราชทานใน 76 จังหวัด และในวันที่ 12 สิงหาคม ภายหลังเสด็จพระราชดำเนินกลับ ช่วงเย็นจะเป็นพิธีเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล “แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569” “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2569” อีกด้วย

บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต นำโดย รัชดา พุ่มสุวรรณ รอง.กก.ผจก. ร่วมมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตแก่แม่ดีเด่นแห่งชาติ 2569

ด้าน ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 50 ปี ที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้คัดเลือกและมอบรางวัล “แม่ดีเด่นแห่งชาติ” จนถึงปัจจุบัน มีแม่ดีเด่นฯ ประมาณ 15,000 คน ทั่วประเทศ เพื่อสานเจตนารมณ์ของ พล.ต.หญิง คุณหญิงอัศนีย์ เสาวภาพ อดีตประธานสภาสังคมสงเคราะห์ ที่ต้องการให้แม่ดีเด่นทั่วประเทศได้ดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการใช้พลังความสามารถของแม่ในการสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติบ้านเมือง จึงได้จัดตั้ง “มูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน” หรือ มพม. ในการเป็นศูนย์กลางและเครือข่ายแม่ดีเด่นทั่วประเทศในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

แม่ดีเด่นแห่งชาติ 2569 ร่วมงานแถลงข่าว สมจิตร วงศ์สวัสดิ์ แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร, พนิตตานันท์ พวงจันทร์แดง แม่ผู้เป็นอาสาสมัครและแม่ของลูกที่เป็นอาสาสมัคร, พรรณี วิเชียรพันธุ์ แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศไทยชาติ และ ศิริจันทร์ ศรุติอังกูร แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงาน “วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569” พร้อมพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569” “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2569” พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดงานเขียนเทิดพระคุณของแม่ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี

ลูกที่มีความกตัญญูฯ 2569 ปัทมา จิตรสวัสดิ์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 และ ปวีนา ซิงห์ มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2568 และรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงออกถึงความรักความกตัญญูต่อ “แม่” ด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ “ดอกมะลิวันแม่แห่งชาติ” ซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ แม่บ้านนักเรียน  โดยจัดทำหลายรูปแบบ ดอกมะลิติดเสื้อทั้งแบบดอกเดี่ยว แบบช่อ พานพุ่ม พวงมาลัย ผ้าพันคอลายดอกมะลิ และพานพระพุทธรูป และองค์เทพ ที่ได้ผ่านพิธีพุทธาภิเษกจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารเรียบร้อยแล้ว โดยรายได้จากการจำหน่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และสมทบกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน มอบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส

ผู้สนใจสามารถซื้อได้ที่จุดจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ สำนักหารายได้ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เลขที่ 257 ตึกนวมหาราช ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร.095-958-2849 http://www.ncswt.or.th หรือ Line ID : community.fund (ตจว.) และ  rak_mom (กทม.)

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้สืบสานพระปณิธานด้วยการด้วยการสร้างสรรค์ กิจกรรมเดิน – วิ่งการกุศล “ก้าวด้วยธรรม” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีจิตอาสาได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบริจาคสมทบทุน   ปีนี้ “ก้าวด้วยธรรม” จัดขึ้นเป็นครั้งที่  10 เพื่อจัดหาเครื่องมือแพทย์และมอบเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาล 19แห่ง นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์การรักษากรณีเร่งด่วน อันเป็นการเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและคนไข้ที่ขาดแคลน  รอคอยการเยียวยารักษา โดยงานจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 9กรกฎาคม  2569   ณ  อาคาร 100 ปี  วัดบวรนิเวศวิหาร     

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล ประธานกรรมการกองทุนเพื่อผู้ป่วยและโรงพยาบาล    มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร   สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร    ในพระบรมราชูปถัมภ์, ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธานกรรมการจัดกิจกรรม  บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ร่วมด้วยคณะกรรมการผู้จัดงาน ผู้สนับสนุน ตัวแทนโรงพยาบาล  พร้อมทัพพลังบุญคนบันเทิง  เชอรี่ เข็มอัปสร, อแมนด้า ออบดัม, แพนเค้ก เขมนิจ, ทอย ปฐมพงศ์, บิว จักรพันธ์, แม้ก กรธัสส์, เอส กันตพงศ์,  หมอก้อง สรวิชญ์, อัพ ภูมิพัฒน์, แชป วรากร, บิว ณัฐพล, ก้อง ปิยะ, บูม สุภาพร, ป้าแจ๋ว ยุทธนา, จีน่า อภัสสรา, ฮัท เดอะสตาร์, ปู ปริศนา, ท็อป ดารณีนุชฯ จิตอาสาร่วมเปิดตัวเสื้อวิ่ง  “ก้าวด้วยธรรม”  ชมการขับร้องเพลงจาก ปาน ธนพร  โดยมี ได๋ ไดอาน่า รับหน้าที่พิธีกร     

กิจกรรม “ก้าวด้วยธรรม” ครั้งที่ 10 เปิดรับสมัครเดิน – วิ่ง ในระยะ 5 กิโลเมตร และ 10.5กิโลเมตร นักวิ่งจะได้วิ่งผ่านสถานที่สำคัญในเกาะรัตนโกสินทร์ที่มีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ นอกจากวิ่งเพื่อสุขภาพแล้ว   ขอเชิญชวนนักวิ่งมาถ่ายภาพกับมุมพระปรางค์ 8 องค์  ของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่เป็นภาพชนะรางวัลอันดับ 1 จากเวทีประกวดภาพถ่ายระดับโลกที่ผ่านมา กิจกรรมครั้งนี้ มีการปล่อยตัวและเข้าเส้นชัย ณ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร  และที่พิเศษสุดๆ เสื้อวิ่ง “ก้าวด้วยธรรม” ครั้งที่ 10 มาพร้อมลวดลายสวยงาม ทันสมัย น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น รองรับกับสรีระนักวิ่งเป็นอย่างดี  โดยกำหนดการวิ่งจัดขึ้นในวันที่ 17 มกราคม 2570ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ณ  ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร  

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสร้างพลังกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะยังมีผู้ป่วยอีกมากมาย การให้จึงไม่สิ้นสุด ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตามลิ้งที่แนบนี้  https://liff.line.me/1656404333-XmDp4d6p/register/KDT10Online หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Line ID @Kaoduaydham , inbox เพจก้าวด้วยธรรม โทร. O98-932-0545 ,098-278 -0545

Cirque Hup Hua Hin 2026 รวมนักกายกรรมจาก 14 ประเทศ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของ Aerial arts ไทย สู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

Cirque Hup Hua Hin 2026 รวมนักกายกรรมจาก 14 ประเทศ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของ Aerial arts ไทย สู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

Cirque Hup Hua Hin 2026 รวมนักกายกรรมจาก 14 ประเทศ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของ Aerial arts ไทย สู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.31 น.

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงาน Cirque Hup Hua Hin 2026 Aerial Competition & Festival ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 ณ VIC Hua Hin จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยการรวมตัวของนักกายกรรม (Aerial Arts) จากหลายประเทศทั่วโลก ภายใต้ธีม “Ascend Beyond Imagination, Where Elevation Becomes Art” การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับการเป็นศูนย์กลาง Aerial Arts ในระดับภูมิภาค และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเวทีนี้พร้อมที่จะเดินหน้าสู่ระดับโลก

สำหรับงาน Cirque Hup Hua Hin 2026 สร้างสถิติใหม่ในทุกมิติ ด้วยจำนวนโชว์ที่เข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 94 โชว์ จากผู้เข้าแข่งขันกว่า 14 ประเทศ ทามกลางผู้ชมที่มาร่วมงานอย่างล้นหลาม จน VIC Hua Hin แน่นขนัดไปด้วยผู้เข้าแข่งขัน นักแสดงและผู้ชมที่สนใจตลอดทั้งสามวัน ผลการแข่งขันในปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลเหรียญทองทั้งสิ้น 41 รางวัล เหรียญเงิน 39 รางวัล และเหรียญทองแดง 14 รางวัล รวมถึงรางวัลพิเศษอีก 15 รางวัล โดยมีนางสาวปัญญานุช เชยกรีวงศ์ ได้รับรางวัล Overall Grand Champions ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยแต่ละรางวัลถูกหล่อหลอมขึ้จากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง และความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อของผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน

ภัทราวดี มีชูธน ผู้ก่อตั้ง VIC Hua Hin และผู้สนับสนุนงาน Cirque Hup Hua Hin 2026

ราชนิกร แก้วดี Aerial Master และผู้จัดงาน Cirque Hup Thailand

ราชนิกร แก้วดี Aerial Master และผู้จัดงาน Cirque Hup Thailand กล่าวว่า “การแข่งขันในปีนี้สร้างความประทับใจให้กับผมอย่างมากทั้งในด้านขีดความสามารถของผู้เข้าแข่งขัน Storytelling และความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าแข่งขันทุกราย ผู้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ไม่ได้แค่แสดงออกถึงทักษะที่โดดเด่น แต่ยังถ่ายทอดศิลปะของ Aerial ผ่านการแสดงได้อย่างมีพลัง สะท้อนให้เห็นว่าวงการ Aerial arts ของไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อนหน้า รวมถึงการที่เราได้รับการตอบรับจากสตูดิโอชั้นนำทั้งในและต่างประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นแรงผลักดันที่ดีและเป็นสัญญาณที่บอกว่า Cirque Hup  Thailand พร้อมแล้วสำหรับการก้าวสู่เวทีการแข่งขันในระดับภูมิภาค”

สำหรับก้าวต่อไปของ Cirque Hup Thailand นั้นราชนิกร กล่าวว่า “หลังจากงานครั้งนี้มีหลายประเทศติดต่อเข้ามาว่าอยากให้เราไปร่วมจัดงานด้วยไม่ว่าจะเป็น Cirque Hup Japan หรือ Cirque Hup America นั่นทำให้เราเชื่อว่า Soft Power ของไทยยังไปได้ไกลกว่าที่คิด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือการที่กลุ่มชุมชนของ Aerial arts เข้มแข็งขึ้นมาก ครูทุกคนเจ้าของสตูดิโอทุกแห่งเชื่อมต่อถึงกันหมด ซึ่งจะช่วยยกระดับ Aerial ของไทยให้มีมาตรฐานและมีความปลอดภัยที่สูงขึ้นมาก สิ่งที่ผมฝันต่อจากนี้คือ วันที่จะมีโรงละคร Aerial ถาวรในประเทศไทย เป็นบ้านของนักกายกรรมทุกคนให้เขาได้มีอาชีพ มีพื้นที่ในการแสดงออกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ภัทราวดี มีชูธน ผู้ก่อตั้ง VIC Hua Hin และผู้สนับสนุนงาน Cirque Hup Hua Hin 2026 กล่าวว่า “ราชนิกรเขาเป็นหนึ่งใน Soft Power ตัวจริงของประเทศ เป็นคนที่ตั้งใจ ทำอะไรทำจริง ในฐานะครูของเขาเราจึงต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เราดีใจที่ VIC Hua Hin ได้เป็นส่วนหนึ่งของเวทีนี้ เพราะหัวหินไม่ควรมีแค่ทะเล แต่ควรเป็นเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมที่คนมาแล้วได้รับแรงบันดาลใจกลับไปด้วย คนที่จะสร้าง Soft Power ได้จริงต้องเริ่มต้นสร้างจากจุดเล็กๆ และเติบโตขึ้นอย่างจริงจัง อย่างตั้งใจ และความสำเร็จต้องสร้างกันตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ 1-2 ปี”

ด้าน ปาณิสรา หาญลิ่วลมวิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Aerial One Studio ในฐานะผู้สนับสนุนงานในครั้งนี้ กล่าวว่า “หลายคนคิดว่า Aerial Arts เป็นเรื่องยากแต่ความจริงแล้วทุกคนเรียนได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือมีพื้นฐานแค่ไหน เหมือนกับที่ด็อกเตอร์ทุกคนเคยผ่านชั้นอนุบาลมาก่อนขอแค่เริ่มต้นทุกอย่างจะพัฒนาไปตามขั้นตอน สำหรับปีนี้เราส่งนักเรียน 3 คนเข้าร่วมแข่งขันในเวทีนานาชาติเป็นครั้งแรกและได้รับรางวัลครบทุกคน ความสำเร็จในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่เรียนมาในสตูดิโอสามารถก้าวไปสู่เวทีระดับโลกได้จริง นั่นเป็นสิ่งที่เราภูมิใจและเป็นเหตุผลที่เราสนับสนุน Cirque Hup Thailand เพราะเราเชื่อว่า Aerial Arts ของไทยควรเป็นที่รู้จักในระดับโลกไม่ใช่แค่ในประเทศ”

Cirque Hup Hua Hin 2026 Aerial Competition & Festival ในครั้งที่ 3 นี้ได้ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จที่เกินความคาดหมาย ด้วยจำนวนโชว์ที่เข้าร่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้นถึง 94 รางวัล ท่ามกลางบรรยากาศที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักในศิลปะกายกรรมทางอากาศไม่มีพรมแดน การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวไกลกว่าเดิม เพื่อก้าวไปสู่วันที่ Aerial arts ของไทยจะยืนหยัดอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

ครองขวัญ CEO LUMMAX และ สนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก ร่วมเป็นเจ้าภาพถวายสร้อยพระศอองค์พญาศรีสัตตนาคราช

ครองขวัญ CEO LUMMAX และ สนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก ร่วมเป็นเจ้าภาพถวายสร้อยพระศอองค์พญาศรีสัตตนาคราช

ครองขวัญ CEO LUMMAX และ สนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก ร่วมเป็นเจ้าภาพถวายสร้อยพระศอองค์พญาศรีสัตตนาคราช

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของ พิธีบวงสรวงใหญ่ประจำปี 2569 7 เดือน 7 ณ แลนด์มาร์กพญาศรีสัตตนาคราช จังหวัดนครพนม หนึ่งในพิธีสำคัญที่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธาของประชาชนจากทั่วประเทศ ตลอดจนพี่น้องประชาชนสองฝั่งลุ่มแม่น้ำโขง “คุณครองขวัญ เลิศจารุอนันต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด (LUMMAX) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกับ “สนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก” ร่วมเป็นเจ้าภาพถวายสร้อยพระศอแด่องค์พญาศรีสัตตนาคราช เพื่อสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าและศรัทธาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

การร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีมหามงคลครั้งนี้ เกิดจากจิตศรัทธาอันแรงกล้าของ คุณครองขวัญ เลิศจารุอนันต์ ที่มีต่อ องค์พญาศรีสัตตนาคราช โดยได้จัดสร้างและถวายสร้อยพระศอเป็นเครื่องสักการบูชา เพื่อแสดงความเคารพและความศรัทธาอย่างสูงสุด พร้อมร่วมอนุรักษ์ สืบสานประเพณี วัฒนธรรม และคุณค่าทางจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวนครพนมและประชาชนในลุ่มแม่น้ำโขง

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ คุณครองขวัญ เลิศจารุอนันต์ พร้อมด้วย ผู้แทนจากสนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก ได้ร่วมตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติ ขอให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนขอให้กำลังพลและเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ได้รับความคุ้มครอง มีความปลอดภัย มีกำลังกาย กำลังใจ และประสบความสำเร็จในทุกภารกิจ

พร้อมกันนี้ ยังได้อธิษฐานขอพรให้องค์พญาศรีสัตตนาคราชประทานพรแก่ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ให้ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรือง มีสุขภาพแข็งแรง การงานและธุรกิจมั่นคงก้าวหน้า มีโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความอุดมสมบูรณ์ เงินทองเพิ่มพูน สมหวังในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ และเปี่ยมด้วยสิริมงคลตลอดไป

#พญาศรีสัตตนาคราช

คุณแหน : 10 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 10 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 10 กรกฎาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา พระพรหมวชิรเวที ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามว่า “สมเด็จพระญาณวชิโรดม สุตาคมปริยัติกิจดิลก สาธกธรรมปฏิภาณวิจิตร นิวิฐสีลสมาจาร ไพศาลศาสนกิจจาทร ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี” สถิต ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร..
  • จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี นำเสนอผลการดำเนินงานจังหวัด TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศ รอบพื้นที่ ประจำปี 2569..
  • ดร.ปรีสาร รักวาทิน แจ้งเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าอบรมหลักสูตร Digital Jumpstart (DJS) รุ่นที่ 4 จัดโดย สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารรุ่นใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมุ่งเน้นเสริมสร้างวิสัยทัศน์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงในการขับเคลื่อนองค์กรรับยุค AI & Quantum พร้อมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำกว่า 40 ท่าน สอบถามโทร 083-116-6581 หรือ https://www.depa.or.th/th/article-view/IN-02537-2569..
  • ชาว ปธพ. 1 ร่วมยินดีกับ พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ ที่ได้รางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026 สาขาบริการสุขภาพ จัดโดย คณะพาณิชยศาสตร์ฯ มธ. และนิตยสาร BUSINESS+ ..
  • เพื่อนๆยินดีกับ ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ด้านสาธารณกุศล สาธารณประโยชน์ และจิตอาสาเพื่อสังคม จาก ชมรมหลักสูตร ปศส. สถาบันพระปกเกล้า..
  • ชาว Digital CEO#5 ยินดีกับ ไชยวุธ จาตุรงคกุล ที่ได้แต่งตั้งเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพาณิชย์ (COO) บจ. ออร์บิท ดิจิทัล..
  • สันทวัฒน์ สินาเจริญ ซีอีโอ บจ.เอนี่เพย์ (Any Pay) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการฟินเทคด้านระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ มุ่งเน้นการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ล่าสุดจัดอบรมพนักงานทุกคนเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อเสริมความรู้และยกระดับมาตรฐานการทำงานให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของภาคการเงิน..
  • ดร.อรชร อิงคานุวัฒน์ วันเกิดปีนี้ร่วมบริจาคช่วยเด็กพิการยากไร้ของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ และร่วมรณรงค์บริจาคเข้าโครงการบ้านพักพิง ของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ (เพื่อมะเร็งเต้านม) สภากาชาดไทย..
  • ภูกิจ ดิศธรานนท์ ซีอีโอ บมจ. เรียลสมาร์ท ล่าสุดให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มของการนำ AI Transformation & Solution มาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้และลดต้นทุนในการทำงานให้กับภาคธุรกิจ พร้อมๆกับการผลักดันให้มีการนำ AI มาใช้อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อลดความเสี่ยงในการนำ AI ไปใช้ในสิ่งที่ “ไม่ถูกต้อง” และเป็นอันตรายต่อสังคม..
  • มรกต ยิบอินซอย แจ้ง บจ.ยิบอินซอย ฉลองครบรอบ 100 ปี ร่วมกับ Robinhood ชวน ร่วมเป็นสะพานบุญ ถวายไฟโซล่าเซลในเทศกาลเข้าพรรษา เพียง สั่งอาหารผ่าน Robinhood Delivery แล้ว กด Promo Code “BoonPunsa2” 1-31 กค.นี้ ยิบอินซอย สมทบทุน 8 บาท ทุกออเดอร์ เพื่อจัดหาไฟจานบินโซล่าเซล จัดส่งให้ 99 วัด 77 จังหวัดทั่วไทย สั่งได้ที่ https://go.rbh.app/PAgI/golfmora..

น้องใหม่

รพ.สัตว์เอราวัณ สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการ Pet Healthcare เปิดตัวแฟรนไชส์ รพ.สัตว์อัจฉริยะ ปักหมุดเมืองรองรับคลื่น Pet Humanization

รพ.สัตว์เอราวัณ สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการ Pet Healthcare เปิดตัวแฟรนไชส์ รพ.สัตว์อัจฉริยะ ปักหมุดเมืองรองรับคลื่น Pet Humanization

รพ.สัตว์เอราวัณ สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการ Pet Healthcare เปิดตัวแฟรนไชส์ รพ.สัตว์อัจฉริยะ ปักหมุดเมืองรองรับคลื่น Pet Humanization

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.24 น.

กลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างมากในอุตสาหกรรมสุขภาพสัตว์เลี้ยง (Pet Healthcare) ของประเทศไทย เมื่อ “โรงพยาบาลสัตว์เอราวัณ” สถานพยาบาลสัตว์ระดับแนวหน้าของประเทศ จัดงานสัมมนาธุรกิจแฟรนไชส์โรงพยาบาลสัตว์ ภายใต้ชื่องาน “ERAWAN Franchise Next-Gen Ecosystem” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี สัตวแพทย์หญิง บุษยมาศ เจียมวิจิตรกร ผู้บริหารโรงพยาบาลสัตว์เอราวัณ เป็นผู้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และนำเสนอแนวคิดการพัฒนาระบบแฟรนไชส์โรงพยาบาลสัตว์แห่งอนาคต ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุน ผู้ประกอบการ และสัตวแพทย์รุ่นใหม่ที่เข้าร่วมรับฟังแผนยุทธศาสตร์และร่วมเจรจาธุรกิจจนเต็มพื้นที่จัดงาน

ภายในงาน โรงพยาบาลสัตว์เอราวัณได้เผยพิมพ์เขียวความสำเร็จในการแก้ไขข้อจำกัด (Pain Points) ของธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์แบบดั้งเดิม ผ่าน “12 Value Propositions (12 มิติคุณค่าทางธุรกิจ)” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว พร้อมสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงาน ได้แก่

High-Trust Standards – มาตรฐานและความน่าเชื่อถือระดับสูง

HQ Core & Systems – ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะและการสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่

Ecosystem Revenue Model – โมเดลรายได้ที่ยั่งยืน เชื่อมโยงทุกบริการอย่างไร้รอยต่อ

The Ultimate HR Solution – ระบบบริหารทรัพยากรบุคคลครบวงจร

สัตวแพทย์หญิง บุษยมาศ เจียมวิจิตรกร ผู้บริหารโรงพยาบาลสัตว์เอราวัณ กล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดของเอราวัณไม่ใช่เพียงการขยายสาขา แต่คือการส่งมอบระบบนิเวศสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่มีมาตรฐานการรักษาและการบริการที่เป็นเลิศ โปร่งใส และเข้าถึงทุกภูมิภาคของประเทศไทยอย่างยั่งยืน การเปิดโมเดลแฟรนไชส์ครั้งนี้ คือการเชิญชวนผู้ร่วมลงทุนให้ร่วมเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มการแพทย์แห่งอนาคต ที่เปลี่ยนธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์จากธุรกิจที่มีความซับซ้อนและความเสี่ยงสูง ให้เป็นธุรกิจที่มีระบบบริหารจัดการมาตรฐาน สร้างผลตอบแทนที่มั่นคง และเติบโตไปพร้อมกับกระแส Pet Humanization ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ”

บรรยากาศช่วงท้ายของงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักลงทุนและผู้ประกอบการจำนวนมากเข้าร่วมปรึกษาและแสดงความประสงค์จองสิทธิ์ทำเลในจังหวัดเมืองรองและหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของระบบบริหารและโมเดลธุรกิจของโรงพยาบาลสัตว์เอราวัณอย่างชัดเจน

ผู้ที่สนใจร่วมลงทุนในโครงการแฟรนไชส์โรงพยาบาลสัตว์เอราวัณ สามารถลงทะเบียนและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official : @erawanpartner

เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อรับข้อมูลโครงการ สิทธิประโยชน์การลงทุน และรายละเอียดทำเลที่เปิดรับแฟรนไชส์ก่อนใคร

พิงกี้ สาวิกา เสียงสั่นเปิดใจเลิก ตุ้ย ธีรภัทร์ เผยสถานะโสดไม่ทราบสาเหตที่ไปต่อไม่ได้

พิงกี้ สาวิกา เสียงสั่นเปิดใจเลิก ตุ้ย ธีรภัทร์ เผยสถานะโสดไม่ทราบสาเหตที่ไปต่อไม่ได้

พิงกี้ สาวิกา เสียงสั่นเปิดใจเลิก ตุ้ย ธีรภัทร์ เผยสถานะโสดไม่ทราบสาเหตที่ไปต่อไม่ได้

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.46 น.

ทำเอาแฟนๆ และสื่อมวลชนช็อกไปตามๆ กัน เมื่อนักแสดงสาวชื่อดัง พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช ได้ออกมาเปิดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหลังจบพิธีบวงสรวงและเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “LADY BEE” ณ บริเวณลานเทวาลัยพระพิฆเนศ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยยอมรับว่าตอนนี้ตนเองได้กลับมาใช้สถานะ “โสด” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่คบหาดูใจกับนักแสดงหนุ่มรุ่นพี่ ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล มาพักใหญ่เมื่อถูกถามถึงเรื่องความรัก ‘พิงก์กี้’ เผยว่าตนเองโสดมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว (หลักเดือน แต่จำเวลาแน่ชัดไม่ได้) โดยเจ้าตัวระบุว่ากระบวนการ “ประกอบร่าง” หรือฟื้นฟูจิตใจผ่านมาได้สักระยะหนึ่งแล้วจนตอนนี้เริ่มอยู่ได้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องจบลง พิงก์กี้ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า“ไม่ทราบเหตุผลค่ะ เพราะว่าทุกวันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เราต้องประกอบร่าง ต้องให้เวลาหัวใจและให้เพื่อนให้งานเป็นตัวซัพพอร์ตเราแทนให้เรายิ้มได้”

เธอยังยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีช่วงที่ใจพังและร้องไห้กับเรื่องนี้ ซึ่งมองว่าเป็นความรู้สึกธรรมดาที่ทุกคนต้องเจอ แต่ปัจจุบันสภาพจิตใจดีขึ้นแล้ว และสามารถมูฟออนได้ 100% โดยมีงานและเพื่อนๆ คอยช่วยเยียวยาเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์ในปัจจุบันว่ายังคงมีการพูดคุยเป็นพี่น้องกับหนุ่มตุ้ยอยู่หรือไม่ พิงกี้ตอบสั้นๆ ชัดเจนว่า “ไม่ได้คุยค่ะ” แต่ยืนยันว่าเป็นการจบกันด้วยดี และไม่ได้เสียดายเวลาที่ผ่านมา เพราะมองว่าทุกอย่างถูกจัดสรรมาในเวลาที่ใช่แล้ว ส่วนเรื่องหัวใจในตอนนี้ เธอยังไม่พร้อมเปิดใจให้ใครเข้ามาเยียวยา โดยขอเลือกกลับมารักและให้เวลากับตัวเองก่อน

พิงกี้ได้ทิ้งท้ายถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากความรักครั้งนี้ โดยเปรียบเทียบชีวิตและความสัมพันธ์เหมือนกับบทเพลงความสัมพันธ์ทุกอย่างในชีวิตคนเรา เราก็เลือกขึ้นมาเพียงหนึ่งว่าเราเลือกเพลงไหน… ชีวิตของเรามันก็อาจจะต้องเป็นเพลงร็อก เพลงเศร้า เพลงความรัก เพลงสนุก ชีวิตมันขึ้นลง บางทีมันอาจจะดีก็ได้บางทีมันอาจจะได้พบกันในวันที่ไม่รู้ ไม่เป็นไรถ้าเกิดหนูโอเคพี่ก็คงโอเคแหละ”พร้อมกันนี้เธอยังเปรียบเทียบตัวเองกับตัวละคร “คุณวาด” ที่ต้องมีความแข็งแกร่ง อยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว และเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ โดยย้ำชัดในตอนท้ายว่า “ตอนนี้หนูโอเคค่ะ”

จะพยายามดัดสันดานตัวเอง มดดำ คชาภา ลั่น หลังถูก กสทช. เรียกค่าปรับเหตุพูดคำหยาบ

จะพยายามดัดสันดานตัวเอง มดดำ คชาภา ลั่น หลังถูก กสทช. เรียกค่าปรับเหตุพูดคำหยาบ

จะพยายามดัดสันดานตัวเอง มดดำ คชาภา ลั่น หลังถูก กสทช. เรียกค่าปรับเหตุพูดคำหยาบ

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.24 น.

เป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงในวงการบันเทิงอีกครั้ง สำหรับพิธีกรฝีปากกล้า “มดดำ-คชาภา ตันเจริญ” จากรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 ที่ล่าสุดถึงกับฟิวส์ขาดกลางสตูดิโอ หลังจากที่ทาง กสทช. (สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ได้สั่งเรียกเก็บค่าปรับเนื่องจากการใช้คำหยาบคายออกอากาศในรายการ

ความขัดแย้งระหว่าง กสทช. และมดดำไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ทางหน่วยงานเคยส่งสัญญาณเตือนไปยังสถานีต้นสังกัดให้ควบคุมเรื่องการใช้คำไม่สุภาพ การให้เกียรติแขกรับเชิญรวมถึงความเป็นกลางทางการเมืองมาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นมดดำได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่พิธีกรไป 3 วัน

แต่ล่าสุดดราม่ากลับมาปะทุอีกครั้งเมื่อมีใบสั่งปรับจริงส่งตรงถึงสถานี ทำเอาเจ้าตัวถึงกับกรี๊ดลั่นกลางรายการร่วมกับพิธีกรร่วมอย่าง “แจ็ค แฟนฉัน” และ “น็อต วรฤทธิ์” โดยมดดำระบุว่าต่อจากนี้หากมีการพูดคำหยาบ ทางช่องแจ้งว่าจะต้องเป็นคนจ่ายค่าปรับกันเอง

“โอ้ยยย…อยู่ไม่ไหวแล้ว มันไม่ได้ โอ้ยยย อยู่ยาก เดี๋ยวไปออนไลน์นะ… แกแล้วก็ต้องดัดสันดานบ้างเนอะ จะพยายามดัดสันดานตัวเองนะ” มดดำกล่าวประชดปนตัดพ้อ

ภายในรายการ พิธีกรทั้งสามคนได้มีการพูดคุยแกมประชดประชันถึงกฎระเบียบใหม่นี้อย่างดุเดือด

แจ็ค แฟนฉัน “อย่าพูดอี ตอนนี้โทรศัพท์โดนเตือน แจ็ค มดดำ อันดับ 1 รายการแฉ ไม่ดูกับกูค่ะมดดำ กสทช. โทษทีนะคะ คือสนิทกันค่ะ เธอต้องเรียกฉันคุณแจ็ค”

น็อต วรฤทธิ์ “สนิทกันเอาไว้พูดหลังรายการ ในรายการต้องคุณกับผมนะ” พร้อมเสริมว่า “อ่านข่าวในสไตล์มดดำได้ แต่ต้องไม่มีคำหยาบ”

 มดดำ คชาภา “มันก็ไม่ได้หยาบขนาดนั้นไหม เอาตรงๆ มันก็ไม่ได้ขนาดนั้น” พร้อมกับตัดพ้อต่อว่า “ฉันเรียกอีด้า (ดาด้า วรินดา) กันมา 20 ปี จะให้เรียกยังไง… ถ้าให้เปลี่ยนไปพูดจาแอ๊บๆ มันดูปลอมๆ สวัสดีครับ… ถ้าทำแบบนั้นไปสักพักนึง โฆษณาเหลือสัก 1 ตัวให้ถีบเลย”

นอกจากนี้มดดำยังพูดทีเล่นทีจริงประชดระบบว่า วิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือการเอาคนที่ตนชอบเรียก “อี” ออกไปให้หมด ซึ่งก็คือเอา แจ็ค แฟนฉัน และ น็อต วรฤทธิ์ ออกไป จนในรายการจะเหลือแค่ตนเองกับ “เอมมี่ มรกต” เพียงสองคนเท่านั้นบทสรุปของเรื่องนี้ทำให้เห็นว่า มาตรการที่เข้มงวดของ กสทช. เริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อสไตล์การเล่าข่าวที่เป็นเอกลักษณ์ของมดดำ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่ารายการ “แฉ” หลังจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและโทนเสียงในการนำเสนออย่างไรเพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎระเบียบและไม่ต้องเสียค่าปรับซ้ำสอง

แอน ทองประสม คนไทยคนแรก ได้รับเชิญชมการแข่งขัน ศึกเทนนิสแกรนด์สแลม

แอน ทองประสม คนไทยคนแรก ได้รับเชิญชมการแข่งขัน ศึกเทนนิสแกรนด์สแลม

แอน ทองประสม คนไทยคนแรก ได้รับเชิญชมการแข่งขัน ศึกเทนนิสแกรนด์สแลม

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.52 น.

สมตำแหน่ง “เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงไทย” เมื่อ “แอน ทองประสม” ได้เป็น คนไทยคนแรก! ที่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการจาก Ralph Lauren และ The Wimbledon Championships เพื่อร่วมชมการแข่งขัน Wimbledon Men’s Final ศึกเทนนิสแกรนด์สแลมอันทรงเกียรติ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

โดย “แอน ทองประสม” ออกเดินทางจากประเทศไทย เมื่อคืนวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ด้วย Airport Look จาก Polo Ralph Lauren Wimbledon Collection ถ่ายทอดสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านเสื้อ Cable Knit Sweater ประดับ Wimbledon Crest เลเยอร์กับเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้า จับคู่กางเกงสีขาวและกระเป๋า Polo Play Drawstring สี Navy สะท้อนความคลาสสิกเหนือกาลเวลา พร้อมกลิ่นอาย Preppy ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่งเทนนิส

สำหรับ Wimbledon เป็นรายการเทนนิสที่เก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดในโลก ซึ่งหลอมรวมกีฬา แฟชั่น และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน โดยทุกปี อัฒจันทร์ของ Wimbledon ยังกลายเป็นรันเวย์แห่งสไตล์ที่ทั่วโลกจับตามอง เมื่อเหล่า ราชวงศ์ บุคคลสำคัญระดับโลก นักกีฬา และผู้ทรงอิทธิพลจากหลากหลายวงการต่างพร้อมใจกันปรากฏตัวในลุคที่สะท้อนรสนิยมเหนือกาลเวลา จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแฟชั่นโมเมนต์ที่น่าจับตามองของทุกปี

@RalphLauren 

@PoloRalphLauren

@Wimbledon

#RLTennis #Wimbledon

นิ้ง ชัญญา สานต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ กำกับโดย โจวซิงฉือ

นิ้ง ชัญญา สานต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ กำกับโดย โจวซิงฉือ

นิ้ง ชัญญา สานต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ กำกับโดย โจวซิงฉือ

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.04 น.

เตรียมเป็นกำลังใจให้กับ นิ้ง ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ นักแสดงสาวคนไทยมากฝีมือ กับการสร้างชื่อโกอินเตอร์ระดับโลก ด้วยการร่วมแสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง Kung Fu Soccer (功夫女足) ซึ่งเป็นภาคแยกของภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ (Shaolin Soccer) ที่กำกับโดย โจวซิงฉือ แถมร่วมแสดงประกบคู่กับ จางเสี่ยวเฟย (Zhang Xiaofei) และ ตี๋ลี่เร่อปา (Dilraba Dilmurat) พร้อมด้วยนักแสดงชายอย่าง เลย์ จาง แห่งวง EXO อีกด้วย

Kung Fu Soccer เป็นเรื่องราวของทีมฟุตบอลหญิงระดับรากหญ้าที่ใช้วิชากังฟูในการพาทีมม้ามืดของพวกเธอฝ่าศึกทัวร์นาเมนต์ลูกหนัง Supreme Invincible Cup ให้สำเร็จ โดยมีกำหนดเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ในจีนวันที่ 11 กรกฎาคม นี้ และเตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทยเร็วๆ นี้

นิ้ง ชัญญา เล่าว่า “3ปีที่รอคอย ตื่นเต้นและภูมิใจมากค่ะ อยากให้ทุกคนได้ดูกันเร็วๆ นิ้งตั้งใจกับผลงานชิ้นนี้มากๆต้องทุ่มเทฝึกซ้อมทักษะฟุตบอลและสมรรถภาพร่างกายอย่างหนักหน่วงมานานกว่าหนึ่งปี จนเอ็นข้อเท้าขาดทั้ง2 ข้าง หมอนรองเข่าฉีกอีก1 แต่ตอนนี้หายแล้วนะคะ เพื่อมารับบทในภาพยนตร์แอ็กชันกังฟูสุดอลังการนี้ เพราะงานนี้ไม่ได้เตะบอลสวยๆ แต่จะเป็นการรับมือกับมหกรรมความวายป่วงครั้งใหม่ ที่พร้อมเปลี่ยนสนามหญ้าให้เป็นสังเวียนกังฟูสุดปั่น ยิงประตูทีอาจสะเทือนถึงดวงดาว”