ปลัดมท.นำพุทธศาสนิกชน ตักบาตรดอกไม้เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765893

ปลัดมท.นำพุทธศาสนิกชน ตักบาตรดอกไม้เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ประจำปี 2566

ปลัดมท.นำพุทธศาสนิกชน ตักบาตรดอกไม้เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ประจำปี 2566

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.37 น.

ปลัดมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชน “ตักบาตรดอกไม้เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ประจำปี 2566” ร่วมสืบสานประเพณีชาวไทยเชื้อสายรามัญ วัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร พร้อมชวนเชิญพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่ ร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรม “เข้าวัดทำบุญ” ในวันสำคัญทางศาสนา

วันนี้ (29 ต.ค.66) เวลา 13.30 น.ที่วัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีตักบาตรดอกไม้เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ประจำปี 2566 และพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานยังบุษบกภายในพิพิธภัณฑ์ โดยได้รับเมตตาจาก พระครูพิพิธเจติยาภิบาล (บัวทอง ถาวโร) ป.ธ.5 เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายอภิชัย อร่ามศรี นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายประสพโชค อยู่สำราญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย พลโท ชาติวัฒน์ งามนิยม ไวยาวัจกรวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร นายบรรหาญ เนาวรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู หัวหน้าส่วนราชการ คณะอุบาสก อุบาสิกา พุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายสักการะพระบรมสารีริกธาตุ  จากนั้น เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาธรรม พระสงฆ์แสดงธรรมเทศนารามัญ เสร็จแล้วนำผู้ร่วมพิธี ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรม กรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เข้าอุโบสถพระอารามหลวงเพื่อเข้าพิธีถอดธูป และนำคณะสงฆ์ลงรับบิณฑบาตรดอกไม้จากอุบาสกอุบาสิกา พุทธศาสนิกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ที่มาร่วมทำบุญตักบาตรดอกไม้ในวันออกพรรษา

โอกาสนี้ พระครูพิพิธเจติยาภิบาล เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร ได้แสดงธรรมเทศนารามัญ โดยมีใจความสำคัญว่า วันนี้เป็นวันมหาปวารณา เป็นวันที่พระสงฆ์สามารถตักเตือนซึ่งกันและกันได้ หากทำสิ่งใดล่วงเกินไปหรือคิดสิ่งไม่ดี พระสงฆ์หมู่ใหญ่ต่างคนต่างความคิด แต่เมื่อถึงวันมหาปวารณาเราได้มาอดทนงดโทษซึ่งกันและกัน ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่าให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ถือโทษโกรธเคือง อยู่ด้วยหลักธรรมะ 4 ประการ คือ ฉันทะ วิริยะ อุตสาหะ จิตตะ เป็นหลักธรรมที่ทำให้เราอยู่กันด้วยความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน เช่นผู้น้อยก็เคารพนับถือผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ให้ความเมตตาต่อผู้น้อย หรือผู้บังคับบัญชามีคุณธรรมเมตตาต่อผู้ใต้บังคับบัญชา เหล่านี้เป็นต้น เรียกว่าอยู่ด้วยกัน เรียกว่าประพฤติธรรม มีความอ่อนน้อมถ่อมตนซึ่งกันและกัน ทั้งพระสงฆ์และญาติโยมก็อยู่ในหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา ธรรมะทั้ง 4 ประการนี้สามารถนำไปพัฒนา นำไปต่อยอดเพื่อความเจริญในสังคม เราท่านทั้งหลายผู้เป็นเหล่าพุทธศาสนิกชน ธรรมะทั้งหลายทั้งปวงถ้าเรานำไปใช้ นำมาประพฤติปฏิบัติ จะประจักษ์แก่ตัวเองว่าให้คุณประโยชน์มากมายมหาศาล เช่น การให้ทาน มีคุณธรรม มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า ตั้งอยู่ในบุญกิริยาวัตถุ 3 ประการ คือ ทานมัย ศีลมัย และภาวนามัย ทานมัย คือ การแบ่งปันสิ่งของ ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ เป็นการกำจัดมัจฉริยะความตระหนี่ถี่เหนียวในจิตในใจให้มีใจโอบอ้อมอารีต่อผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อน ประการที่ 2 ก็คือ ศีลมัย ทุกท่านได้สมาทานศีลเป็นเบื้องต้นที่เราท่านทั้งหลาย เราพุทธศาสนิกชนได้สมาทานศีล 5 ประการ แต่ละข้อมีความหมายยิ่งยวด ถ้าเราได้ฝึกฝนฝึกปฏิบัติตนเองให้อยู่ในศีลในธรรม ประเทศชาติประชาชนก็มีแต่ความมั่นคงถาวร และประการที่ 3 เรียกว่าภาวนามัย คือ เราได้ยินพระสงฆ์หรือเสียงสวดธรรมะหรือเสียงสวดมนต์เหล่านี้เป็นต้น หรือแม้กระทั่งเราภาวนาในใจก็เกิดเป็นบุญเป็นกุศลเรียกว่าภาวนามัย ภาวนามัยนี้เป็นเครื่องกำจัดความมืดก็คือความหลง เมื่อเรามีการภาวนาทำให้เกิดการยั้งคิด ทำให้เกิดสติปัญญาสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ล่วงเลยไปด้วยความสวัสดิภาพ ฉะนั้น 3 ประการนี้ถือว่าเป็นหลักใหญ่ใจความในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่าบุญกิริยาวัตถุ 3 ประการ

“การแสดงธรรมเทศนาในวันนี้ซึ่งอาตมาภาพได้แสดงตั้งแต่ต้นเป็นภาษาไทยเพื่อให้ญาติโยมได้เข้าใจความหมายได้ง่าย ๆ ก็คือ ทานมัย ศีลมัย และภาวนามัย ตอนท้ายจะได้สรุปเป็นภาษารามัญซึ่งเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร แห่งนี้ ซึ่งในบรรพกาลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็เป็นที่เรื่องที่ปรากฏชัดในญาติโยมทั้งหลายทั้งที่อยู่ที่เกาะเกร็ดหรือทั่วโลก คือ การรักษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวบ้าน ซึ่งเราท่านทั้งหลายก็ถือว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยบรรพกาล แล้วก็วันนี้วัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร ซึ่งได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มีความคุ้นเคยมีความเคารพในอดีตบูรพาจารย์ทั้งหลายทั้งปวง แล้วก็มีความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา และได้อุปถัมภ์บำรุงตลอดทั้งให้ความสงเคราะห์สาธารณประโยชน์หลายสิ่งหลายประการ โดยเฉพาะวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหารแห่งนี้ก็ได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงขอให้บุญกุศลที่ญาติโยมตั้งใจฟังธรรมเทศนาจงเป็นปัจจัยให้ชีวิตของญาติโยมสาธุชนทั้งหลาย จงมีแต่ความสุขความเจริญคิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ชอบประกอบด้วยธรรม ขอสิ่งนั้นจงพลันสำเร็จในที่สุด” พระครูพิพิธเจติยาภิบาล เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร แสดงธรรมเทศนารามัญเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขออนุโมทนาบุญแก่พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนผู้มีจิตศรัทธา ที่มาร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย-รามัญ ในพิธีตักบาตรดอกไม้เนื่องในเทศกาลวันออกพรรษา ซึ่งวันนี้ได้รับเมตตาจาก พระครูพิพิธเจติยาภิบาล เจ้าอาวาสวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์แสดงธรรมเทศนารามัญ โดยพระคุณท่านมีแนวคิดในการแสดงธรรมแบบ “ไทยค่อนมอญครึ่ง” หรือแบบกึ่งไทยกึ่งมอญ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้เข้าใจในหลักธรรมศาสนาในแบบฉบับพุทธศาสนาแบบไทย ได้ศึกษาธรรมะ ได้ร่วมกันทำความดี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของตนเองและครอบครัว พร้อมได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรดอกไม้ในเทศกาลวันออกพรรษา ร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของคนไทยรามัญ (มอญ) ซึ่งเป็นการปฏิบัติบูชาเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์วัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร (วัดปากอ่าว) ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2417 โดยรักษารูปแบบมอญไว้ แล้วพระราชทานนามวัดปากอ่าวขึ้นใหม่ว่า “วัดปรมัยยิกาวาส” ซึ่งเป็นคำสนธิระหว่างคำว่า บรมมหัยยิกา และ อาวาส แปลว่า วัดของสมเด็จพระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ หรือ วัดของยาย เพื่อรำลึกถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาสุดารัตนราชประยูร หรือ พระเจ้าบรมมหัยยิกาเธอ กรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ในรัชกาลที่ 5 ที่ได้ทำนุบำรุงรักษาสถานที่สำคัญทางศาสนา ไว้ให้ลูกหลานอย่างพวกเราได้มีหลักชัยคือ “วัด” อันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนชาวไทยรามัญ (มอญ) ที่อาศัยอยู่ที่พื้นที่เกาะเกร็ดแห่งนี้ และพื้นที่ใกล้เคียงมาตั้งแต่โบราณกาล

“ประเพณีทำบุญตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีที่ชาวไทยรามัญ (มอญ) บนเกาะเกร็ด จัดขึ้นในวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ณ วัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร แต่เดิมเน้นถวายเฉพาะธูป ต่อมาภายหลังได้ถวายดอกไม้และเทียนเพิ่มขึ้น ชนรุ่นหลังจึงเรียกว่าตักบาตรดอกไม้ อันมีคติความเชื่อมาจากพุทธประวัติ เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์เสด็จฯ กลับจากโปรดพุทธมารดาบนเทวโลก พระมหากษัตริย์และประชาชนจึงพากันนำดอกไม้และเครื่องสักการะบูชาต่าง ๆ มาถวายการต้อนรับ เมื่อพระสงฆ์รับดอกไม้ธูปเทียน และเดินเข้าสู่อุโบสถแล้ว พระสงฆ์จะทำพิธีปวารณาออกพรรษา ซึ่งถือเป็นกิจของสงฆ์ เล่ากันว่าในอดีตจะมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยคัมภีร์พระไตรปิฎกพระราชทานลงมาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธและพระธรรม โดยภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการแสดงพระธรรมเทศนาเป็นภาษารามัญแล้ว พระสงฆ์จากทุกอารามในเกาะเกร็ด รวมทั้งในอารามใกล้เคียงจะมาประชุมพร้อมกันบนศาลาการเปรียญวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร โดยมีอุบาสกอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุพระราชทาน นำขบวนพระสงฆ์ออกบิณฑบาตรรับดอกไม้ธูปเทียนตั้งแต่ศาลาการเปรียญไปจนถึงพระอุโบสถ หลังจากเสร็จพิธีจะนำดอกไม้ทั้งหมดมารวมกันเพื่อบูชาพระรัตนตรัยแล้วทำสังฆกรรมปวารณาออกพรษา และนำพุทธศาสนิกชนเจริญบทธัมมจักรกับปวัตตนสูตร เพื่อเป็นพุทธบูชา อันเป็นมหาบุญกุศลแห่งความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวเกาะเกร็ด และชาวจังหวัดนนทบุรี รวมถึงผู้เดินทางมายังวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร ที่จะมีแต่ความสุขสวัสดิ์” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน มาร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของพุทธศาสนิกชนคนไทย ด้วยการทำปฏิบัติบูชาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันสำคัญทางศาสนา โดยการเชิญชวนครอบครัวลูกหลานมาเข้าวัด ฟังเทศน์ฟังธรรม ทำบุญตักบาตร ปลูกต้นไม้ ปล่อยปลา ทำกิจกรรมจิตอาสา สร้างการมีส่วนร่วมในการทำสิ่งที่ดี สร้างเสริมความรักสามัคคี พร้อมถ่ายทอดไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้น้อมนำเอาหลักศาสนาไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เมื่อทุกคนในสังคมปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีก็จะทำให้สังคมดี คนในสังคมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนำไปสู่ความสงบสุขของประเทศชาติต่อไป

– 006

ปลัดมท.ร่วมพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน’กุมภกรรณทดน้ำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765853

ปลัดมท.ร่วมพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน'กุมภกรรณทดน้ำ'

ปลัดมท.ร่วมพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน’กุมภกรรณทดน้ำ’

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.57 น.

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ปลัด มท.ร่วมพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “กุมภกรรณทดน้ำ” เพื่อสืบทอดศิลปวัฒนธรรมล้ำค่าให้คงอยู่คู่ประเทศไทยตลอดไป เปิดจองบัตรชมการแสดงแล้ววันนี้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา

วันนี้ (29 ต.ค.66) เวลา 09.09 น.ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ถ.เทียมร่วมมิตร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และร่วมพิธีสรงน้ำใบมะตูม เจิมหน้าผาก กรรมการครูผู้เชี่ยวชาญ นักร้อง นักดนตรี นักแสดง ฉาก อุปกรณ์การแสดงโขน และผู้ที่เกี่ยวข้องก่อนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ประจำปี 2566 ตอน “กุมภกรรณทดน้ำ” โดยมี พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานในพิธี พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ เป็นผู้ประกอบพิธี โดยคณะผู้บริหารสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ข้าราชบริพาร นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยข้าราชการ คณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และคณะนักแสดง ร่วมในพิธี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่มั่นคง ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสดงโขน ที่ถือเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย เพื่อให้เด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ ได้เกิดความรักและความภาคภูมิใจในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมสำคัญของชาติ ดังพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยทรงเล็งเห็นว่า หากไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ก็จะทำให้สูญหายไปตามกาลเวลา

“สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงห่วงใยในการแสดงโขนซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยจะเลือนหายไป จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้รวบรวมครูผู้เชี่ยวชาญและศิลปินหลายท่าน ศึกษาค้นคว้าศาสตร์และศิลป์ที่เป็นภูมิปัญญาของการจัดแสดงโขน โดยให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ร่วมฟื้นฟูโดยจัดสร้างเครื่องแต่งกาย ศิราภรณ์ หัวโขนและเครื่องประดับทุกชนิดของโขนขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม ปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าโขน และส่งเสริมให้ครูผู้เชี่ยวชาญโขน ฝึกฝนเยาวชนรุ่นใหม่ขึ้นมา เพื่อสืบทอดการแสดงโขนต่อไป การจัดแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ แต่ละครั้งต้องมีการจัดเตรียมความพร้อมหลายด้าน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับปี 2566 นี้นับเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยอีกวาระหนึ่ง เนื่องในวันที่ 28 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 71 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 91 พรรษา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงร่วมเฉลิมฉลองโอกาสมหามงคลนี้ ด้วยการจัดการแสดงโขนตอน “กุมภกรรณทดน้ำ” โดยยึดแนวบทละครเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จับตอนตั้งแต่หลังจากที่กุมภกรรณทำศึกโมกขศักดิ์กับพระลักษมณ์แต่ไม่สำเร็จ ยังไม่สามารถสังหารพระลักษมณ์ได้ จึงคิดหาวิธีทำกลศึกที่มิตกายลงไปใต้น้ำทำพิธีทดน้ำนอนขวางแม่น้ำไว้ เพื่อชัดขวางกองทัพพระราม ผลการต่อสู้และจุดจบของเรื่องราวกุมภกรรณทดน้ำจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามรับชมได้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “กุมภกรรณทดน้ำ”

“พิธีบวงสรวงในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนที่การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “กุมภกรรณทดน้ำ”จะเริ่มแสดงบนเวทีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับความร่วมมือร่วมใจจากคณะกรรมการ ครูผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน นักแสดง และผู้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการแสดงโขนทุกฝ่ายร่วมกันดำเนินงาน ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดต่อไป โดยมีกำหนดจัดแสดงขึ้นในระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 5 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “กุมภกรรณทดน้ำ” จะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน – วันที่ 5 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยผู้สนใจสามารถซื้อบัตรชมการแสดงได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่เคาน์เตอร์ Thaiticketmajor ทุกสาขา หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2262-3456

– 006

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2736387

"มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์" ผู้ว่าจันทบุรีชวนมาบริจาคเลือด ที่ เซ็นทรัล จันทบุรี

30 ต.ค. 2566 04:51 น.

“มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์” ผู้ว่าจันทบุรีชวนมาบริจาคเลือด ที่ เซ็นทรัล จันทบุรี

บริจาคเลือด มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี เปิดศูนย์รับบริจาคโลหิต “PPK Blood Station ณ จันท์” เพิ่มช่องทางการบริจาคของประชาชน โดยมี รุจิเรศ นีรปัทมะ, นพ.ธีรพงศ์ ตุนาค, อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี และ ฐิภัสสร แย้มกฤส มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล จันทบุรี วันก่อน.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2566

  • สงครามอิสราเอล ที่กำลังเดือดจัด ประเทศไทยพลเมืองไทย ได้รับผลกระทบ จากสงครามระหว่าง อิสราเอล กับ ฮามาส หนักกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ กิลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ เปิดคลิปความยาวไม่กี่วินาที ในที่ประชุม สมาชิกสมัชชาใหญ่ทั้ง 193 ประเทศ ระหว่างการประชุมเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นภาพของ กลุ่มฮามาส พยายามตัดศีรษะชายคนหนึ่งด้วยอุปกรณ์ทำสวน (จอบ) โดย เอกอัครราชทูตอิสราเอล ได้กล่าวกับนักการทูตที่เข้าร่วมประชุมยืนยันว่า เหยื่อที่เห็นในคลิป “ไม่ใช่ชาวอิสราเอลหรือชาวยิว แต่เป็นแรงงานด้านเกษตรกรรมจากประเทศไทย” โดยความป่าเถื่อนเป็นการกระทำของ กลุ่มฮามาส ที่ใช้จอบพยายามตัดศีรษะของเขา เป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับ อิสราเอล ในการทำสงครามครั้งสุดท้ายกับ ฮามาส ใน ฉนวนกาซา
ลดขยะ ซองฮัน จอง จัดงาน “LG Eco Day” เพื่อร่วมจุดประกายเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยการลดปัญหาขยะจากเสื้อผ้า โดยมี อำนาจ สิงหจันทร์, ฮยอง มิน ลี, อรัชพร ตฤณเกศโกศล, กมลนาถ องค์วรรณดี และ มารีญา พูลเลิศลาภ มาร่วมงานด้วย ที่แบมบีนี่ วิลล่า สุขุมวิท 26 วันก่อน.

ก่อนที่จะมีการ โหวตจากชาติอาหรับ เรียกร้องให้มีการหยุดยิงในฉนวนกาซา และเป็นวันเดียวกับที่ อิสราเอลส่งกองทัพบุกเข้าไปในฉนวนกาซา ตลอดการโจมตีฉนวนกาซาเกือบ 20 วันที่ผ่านมา รัฐบาลปาเลสไตน์ ระบุมี ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตไปแล้วกว่า 7,000 คน ในจำนวนนี้มีแรงงานไทยรวมอยู่ด้วย และประเด็นนี้ รัฐบาลไทยเหมือนน้ำท่วมปาก จะไปประท้วงในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ดีไม่ดีจะกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้าน เป็นเวลาเดียวกันที่ อาบู ฮามิด สมาชิกของคณะผู้แทนฮามาส อยู่ระหว่าง การเยือนมอสโก ประเทศรัสเซีย ยืนยันว่า จะไม่มีการปล่อยตัวประกันที่ฮามาสจับตัวไปจนกว่าจะมีข้อตกลงหยุดยิง

เบิร์ธเดย์ ดร.วรวิทย์ วีรบวรพงศ์ จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้สวีตฮาร์ท ดร.พัชรา วีรบวรพงศ์ โดยมี ศุภชัย–จินต์จุฑา วีรบวรพงศ์, พัชราวดี วีรบวรพงศ์, วัลลภ กมลวิศิษฎ์ และศุภภัสสร์ วีรบวรพงศ์ มาร่วมอวยพรด้วยความชื่นมื่น ที่โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ วันก่อน.

ทั้งนี้ โฆษกฮามาส ยังได้ออกมาระบุว่า มีตัวประกันเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 50 ราย จากการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา ของ อิสราเอล รวมทั้งการเปิดศึกนอกรอบระหว่าง สหรัฐฯ กับ อิหร่าน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐฯ ระบุ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ ได้มีการส่งเครื่องบินรบปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ทำลายเป้าหมายสองแห่ง ในภาคตะวันออกของซีเรีย เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC ที่ใช้เป็นฐานโจมตีกำลังพลของสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง เป็นบริบทสารตั้งต้น สงครามครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง ที่กำลังจะลุกลามไปทั่วโลก

สู่สุคติ กนกศักดิ์ โมกขมรรคกุล เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ สมจิตร โลห์ศิริ มารดา เจตนา–วีระชาติ โลห์ศิริ โดยมี ฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล, เพ็ชรากรณ์ วัชรพล, ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน และ อภิญญา วัธนเวคิน มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดเทพศิรินทราวาส วันก่อน.
  • นโยบายต่างประเทศของไทย ที่ยังไม่ชัดเจนแม้จะมีการสูญเสีย แรงงานคนไทย ไปแล้ว ตัวเลขอย่างเป็นทางการตามการแถลงของกาญจนา ภัทรโชค โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 33 ราย ถูกจับเป็นตัวประกัน จำนวน 18 ราย ไม่ใช่จำนวน 54 ราย ตามรายงานของ สำนักข่าวต่างประเทศที่อ้างข้อมูลของทางการอิสราเอล และ บาดเจ็บ จำนวน 18 ราย ขณะที่มี ตัวเลขแรงงานไทย ที่อพยพผ่านการช่วยเหลือของ
ดีจังเลย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง และ ดร.ชญาน์ จันทวสุ เปิดตัวโครงการ “GC Upcycling Upstyling” ปีที่ 4 เพื่อสร้างสรรค์สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากพลาสติกใช้แล้ว โดยมี จันทร์ประภา วิชิตชลชัย และ สายชล ทรัพย์มากอุดม มาร่วมงานด้วย ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ วันก่อน.
  • สถานทูตไทยในอิสราเอล แล้ว จำนวน 4,771 ราย มี การนำร่างแรงงานไทย ที่เสียชีวิต มาถึงประเทศไทยแล้วจำนวน 15 ราย ในจำนวนของคนไทยในอิสราเอลที่ขออพยพ เป็น นักศึกษาไทยในสถาบัน AICAT ที่เดินทางกลับมาแล้วจำนวน 40 คน และ ยังไม่ประสงค์กลับไทยอีก 75 คน และขณะนี้ยังมี แรงงานไทยที่รอการอพยพอยู่ในอิสราเอล จำนวนมาก เนื่องจาก กำลังรอรับค่าแรงก่อนเดินทางกลับ ประเด็นนี้ ทั้งนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน และ จักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ ได้สั่งการให้ สถานทูตไทยในอิสราเอล ทำความเข้าใจโดยขอให้แรงงานไทยรีบเดินทางออกจาก อิสราเอล สำหรับปัญหาเรื่องค่าแรงที่ยังไม่ได้รับจากนายจ้าง ได้มีการประสานงานกับ สถานทูต อิสราเอล ซึ่งรับปากว่าจะช่วยดำเนินการแก้ปัญหานี้แล้ว
ต้องรู้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. มาบรรยายหัวข้อ “การรู้ประวัติศาสตร์สู่ความเป็นพลเมืองดี” ในงานสัมมนาครูสอนประวัติศาสตร์ ร.ร.ไทยรัฐวิทยาภาคเหนือ โดยมี มานิจ สุขสมจิตร, ดำฤทธิ์ วิริยะกุล และ ฐิติวรรณ ไสวแสนยากร มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ วันก่อน.
  • พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เตรียมเสนอ ครม. แนวทางการช่วยเหลือ แรงงาน ไทยที่กลับจากอิสราเอล ทั้ง การค้ำประกันหนี้และการเพิ่มเงินเยียวยาสำหรับแรงงานที่ไปทำงานได้ยังไม่ครบ 5 ปี 3 เดือน สอดคล้องกับข้อเสนอ
    การช่วยเหลือแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากอิสราเอลของกระทรวงการต่างประเทศ จักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ เตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ โดยจะ จัดงบประมาณสำหรับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
    เพื่อ นำไปจ่ายคืนนายหน้า มีระยะเวลาการผ่อนชำระ 20 ปี และคิดอัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 เท่านั้น ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการจูงใจให้ แรงงานไทยอพยพกลับประเทศไทย โดยเร็วที่สุด ก่อนที่สถานการณ์การสู้รบจะเลวร้ายไปกว่านี้
ของเยี่ยม เจฟฟรีย์ ฮัง และ วริศรา ไพรสานฑ์กุล จัดงาน “บุลการี ไฮจิวเวลรี ทรังค์โชว์” นำเสนอผลงานเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงและนาฬิกาไฮเอนด์ระดับมาสเตอร์พีซกว่า 140 ชิ้น โดยมี จรรยา สว่างจิตร, อรพินธุ์ พรประภา และ ปวันรัตน์ บุรี มาร่วมงาน ที่บ้านปาร์คนายเลิศ วันก่อน.
  • หันมาที่ การเมืองไทย กำลังร้อนๆ นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน หาทางที่ จะหนีร้อนไปพึ่งเย็น โดยการนิมนต์ สมเด็จธงชัย มาพรมน้ำมนต์ห้องนอนนายกฯในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อความสงบสุข และร่มเย็น ในวันนี้ นายกฯเศรษฐา มีกำหนดการ เยือน สปป.ลาว เข้าเยี่ยมคารวะ ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป.ลาว พบหารือกับ ไซสมพอน พมวิหาน ประธานสภาแห่งชาติลาว และร่วมพิธีเปิดสถานี รถไฟเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองประเทศ ฤกษ์งามยามดี พรรคเพื่อไทย เลือกกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรคคนใหม่ ได้ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ขึ้นแท่นเป็นหัวหน้าพรรคที่ประกาศสานต่อเจตนารมณ์ ทักษิณ ชินวัตร ในการทำงานทางการเมือง ตาดูดาว เท้าติดดิน ขนานแท้ มีทั้งคนรุ่นใหม่ รุ่นกลาง และรุ่นเก่า มาเป็นคณะทำงานล้อมหน้าล้อมหลัง แต่ที่ยังไม่พ้นวิบากกรรม โครงการ แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุจากการเฝ้าระวังการทุจริตนโยบายแจกเงินดิจิทัลของรัฐบาล ที่ประชุม ป.ป.ช.เห็นชอบให้ตั้ง คณะกรรมการเพื่อการศึกษา และดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เห็นชื่อ สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธาน และ สุวณา สุวรรณจูฑะ เป็นรองประธาน มีคณะกรรมการอีก 23 คน ทำให้อดนึกถึง คณะกรรมการ คตส. ในอดีตไม่ได้ หนาวๆร้อนๆชอบกล
บริจาคเลือด มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี เปิดศูนย์รับบริจาคโลหิต “PPK Blood Station ณ จันท์” เพิ่มช่องทางการบริจาคของประชาชน โดยมี รุจิเรศ นีรปัทมะ, นพ.ธีรพงศ์ ตุนาค, อุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี และ ฐิภัสสร แย้มกฤส มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล จันทบุรี วันก่อน.
  • สังคมวันนี้ เวลา 08.30 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข เปิดโครงการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2567 ที่ห้องแกรนด์ เอบี โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

“อินทรีเหล็ก”

ปั่นป่วน ม็อบต้านอิสราเอล บุกสนามบินดาเกสถาน ในรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736555

ปั่นป่วน ม็อบต้านอิสราเอล บุกสนามบินดาเกสถาน ในรัสเซีย

30 ต.ค. 2566 05:25 น.

ปั่นป่วน ม็อบต้านอิสราเอล บุกสนามบินดาเกสถาน ในรัสเซีย

ผู้ประท้วงบุกรุกสนามบินในดาเกสถาน วิ่งลงรันเวย์และปิดล้อมเครื่องบิน เพื่อแสดงการต่อต้านอิสราเอล ด้านรัฐบาลยิวเรียกร้องให้รัสเซียคุ้มครองพลเมืองของพวกเขา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มคนจำนวนนับร้อยบุกรุกเข้าไปในสนามบินเมืองมาฮัชกาลา ในสาธารณรัฐดาเกสถาน ในประเทศรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. 2566 โดยบางส่วนวิ่งลงรันเวย์และปิดล้อมเครื่องบินลำหนึ่ง เพื่อตามหาตัวชาวอิสราเอลที่เดินทางมาจากเทลอาวิฟ พร้อมตะโกนสโลแกนต่อต้านรัฐบาลยิว

ทั้งนี้ การโจมตีฉนวนกาซาอย่างรุนแรงของอิสราเอล เพื่อล้างแค้นกลุ่มฮามาสที่เปิดฉากโจมตีพวกเขาครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. ทำให้เกิดกระแสต่อต้านอิสราเอลในหมู่ชาติมุสลิม รวมถึงชุมชนมุสลิมทั่วโลก และเกิดการประท้วงขึ้นหลายแห่งไม่เว้นแม้แต่ในประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นในดาเกสถาน บริเวณชายขอบทางตะวันตกของทะเลแคสเปียน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่การบินของรัสเซียออกคำสั่งปิดสนามบินในเมืองมาฮัชกาลา และส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไปควบคุมสถานการณ์ ขณะที่ตำรวจเริ่มการสืบสวนคดีก่อความไม่สงบทางสังคมแล้ว

“เราขอแนะนำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการขัดขวางกระบวนการดำเนินงานของสนามบิน หยุดการกระทำที่ผิดกฎหมาย และไม่แทรกแซงการทำงานของลูกจ้างสนามบิน” รัฐบาลเมืองมาฮัชกาลา ระบุผ่านเทเลแกรม

ด้านกระทรวงต่างประเทศอิสราเอล ระบุว่า เรียกร้องให้รัสเซียปกป้องพลเมืองของพวกเขาและชาวยิวทุกคน และขอให้มอสโกลงมืออย่างเด็ดขาดต่อการปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงต่อชาวอิสราเอลและชาวยิว โดยเอกอัครราชทูตของพวกเขาประจำกรุงมอสโก กำลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ที่มา : bbc

อริ 2 กลุ่มยิงกันกลางถนนฟลอริดา ตาย 2 ศพ เจ็บอีก 18 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736554

อริ 2 กลุ่มยิงกันกลางถนนฟลอริดา ตาย 2 ศพ เจ็บอีก 18 ราย

30 ต.ค. 2566 04:25 น.

อริ 2 กลุ่มยิงกันกลางถนนฟลอริดา ตาย 2 ศพ เจ็บอีก 18 ราย

เกิดเหตุยิงกันระหว่างคน 2 กลุ่มกลางดึกที่ย่านไนต์คลับในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 18 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุยิงกันที่ย่านอีบอร์ ซิตี้ ในเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา เมื่อช่วงก่อน 03.00 น. วันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากกลุ่มคน 2 กลุ่มต่อสู้กันกลางถนน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 18 ราย

นาย ลี เบอร์คอว์ หัวหน้าตำรวจเมืองเทมปา เปิดเผยที่งานแถลงข่าวในวันอาทิตย์ว่า ผู้คนจำนวนมากออกไปสังสรรค์ที่บาร์และไนต์คลับในคืนวันเสาร์ พอเวลา 03.00 น. คนก็ทยอยกลับ ทำให้มีคนหลายร้อยอยู่บนท้องถนน

เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า มีการกระทบกระทั่งหรือปัญหาบางอย่างระหว่างกลุ่มคน 2 กลุ่ม จนเกิดการปะทะกัน โดยเชื่อว่ามีมือปืนอย่างน้อย 2 คนเกี่ยวข้อง และล่าสุด ชายคนหนึ่งที่ตำรวจเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ เข้ามอบตัวแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบปากคำ

นายเบอร์คอว์ ยืนยันว่า ระหว่างเกิดเหตุ มีคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยอยู่ในที่เกิดเหตุหลายร้อยคน แต่ยังไม่แน่ชัดว่าผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ทั้ง 18 คนถูกยิง หรือบาดเจ็บด้วยสาเหตุอื่น

เมื่อถูกนักข่าวถามว่า ผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมหรือไม่ นายเบอร์คอว์ ตอบว่า “ณตอนนี้ กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสืบสวน ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการสืบสวนของเรา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เดือดร้อนหนัก ชาวกาซาบุกโกดังขโมยเสบียง UN เตือนกฎระเบียบกำลังพัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736553

เดือดร้อนหนัก ชาวกาซาบุกโกดังขโมยเสบียง UN เตือนกฎระเบียบกำลังพัง

30 ต.ค. 2566 03:25 น.

เดือดร้อนหนัก ชาวกาซาบุกโกดังขโมยเสบียง UN เตือนกฎระเบียบกำลังพัง

สหประชาชาติเตือน กฎระเบียบในกาซากำลังพังทลาย หลังกลุ่มชาวปาเลสไตน์ก่อเหตุบุกโกดังขโมยเสบียงและของใช้ หลังสงครามอิสราเอล-ฮามาส ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอย่างหนัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การสหประชาชาติออกมาเตือนในวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. 2566 ว่า เริ่มมีสัญญาณของการพังทลายของกฎระเบียบการปกครองในฉนวนกาซาแล้ว หลังจากมีรายงานว่า กลุ่มชาวปาเลสไตน์บุกโกดังเก็บสินค้า เพื่อหาของใช้พื้นฐานอย่าง แป้งและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอย่างหนัก

สำนักงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้แห่งสหประชาชาติ (UNRWA) ออกแถลงการณ์ระบุว่า หนึ่งในโกดังในเมือง เดียร์ อัล บาลาห์ ตอนกลางของกาซา ซึ่งเก็บสิ่งของที่ขบวนรถขนเสบียงเพื่อมนุษยธรรมขนเข้ามาจากประเทศอียิปต์เมื่อสัปดาห์ก่อน ถูกบุกรุก

ขณะที่ โครงการอาหารโลก (WFP) ก็ออกมายอมรับว่า สิ่งของช่วยเหลือบางส่วนของพวกเขาก็ถูกขโมยเช่นกัน พร้อมเตือนว่า ความหิวโหยในหมู่ชาวปาเลสไตน์กำลังเพิ่มสูงขึ้น

“นี่เป็นสัญญาณที่น่ากังวลว่า ระเบียบการปกครองกำลังเริ่มพังทลาย หลังสงครามและการปิดล้อมฉนวนกาซาดำเนินมา 3 สัปดาห์ ผู้คนหวาดกลัว, ท้อแท้ และหมดหวัง” โธมัส ไวท์ ผู้อำนวยการขอ UNRWA ในกาซากล่าว โดยชาวกาซาจากภาคเหนือที่ต้องอพยพลงใต้ สร้างแรงกดดันอย่างหนักแก่ชุมชนที่บริการสาธารณะใกล้ล่มสลายอยู่แล้ว

แต่แรงกดดันดังกล่าวกำลังเพิ่มสูงขึ้นในวันอาทิตย์ เมื่ออิสราเอลออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้ชาวกาซาในภาคเหนือ “รีบ” อพยพลงใต้ หลังจากในวันอาทิตย์ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศเริ่มสงครามกับกลุ่มฮามาส “ช่วงที่ 2” ยกระดับการโจมตีภาคพื้นดินและทางอากาศในภาคเหนือของกาซา

“สงครามในฉนวนกาซาจะยาวนานและยากลำบาก … และเราพร้อมสำหรับเรื่องนี้” นายเนทันยาฮู ประกาศในวันเสาร์ พร้อมระบุว่า รัฐบาลของเขามีเป้าหมายที่จะทำลายขีดความสามารถทางการปกครองและทางทหารของกลุ่มฮามาส รวมถึงช่วยเหลือตัวประกันกว่า 200 คนที่ถูกจับตัวเอาไว้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านลั่น อิสราเอล ‘ล้ำเส้นแดง’ เตือน อาจทำให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736552

อิหร่านลั่น อิสราเอล ‘ล้ำเส้นแดง’ เตือน อาจทำให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหว

30 ต.ค. 2566 01:55 น.

อิหร่านลั่น อิสราเอล ‘ล้ำเส้นแดง’ เตือน อาจทำให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหว

ผู้นำอิหร่านออกโรงเตือนว่า การโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซานั้น ล้ำเส้นแดง แล้ว และอาจทำให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหว พร้อมตำหนิสหรัฐฯ ที่สนับสนุนอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี เอบราฮิม ไรซี แห่งประเทศอิหร่าน ออกมาเตือนในวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. 2566 ว่า อิสราเอล ซึ่งเปิดฉากโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซานั้น “ล้ำเส้นแดง” แล้ว และอาจเป็นการบีบให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหว

“อาชญากรรมของรัฐบาลไซออนิสต์ (อิสราเอล) นั้น ข้ามเส้นแดงแล้ว ซึ่งอาจบีบให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหว สหรัฐฯ ขอให้เราอย่าทำอะไร แต่พวกเขากลับกระจายการสนับสนุนแก่อิสราเอลอย่างต่อเนื่อง” นายไรซี ระบุผ่านโพสต์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ “สหรัฐฯ ส่งข้อความถึง Axis of Resistance แต่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนในสนามรบ”

อนึ่ง Axis of Resistance สื่อถึงฝ่ายต่อต้านชาติตะวันตก, อิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย การเป็นพันธมิตรอย่างไม่เป็นทางการระหว่าง อิหร่าน กับกลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์, รัฐบาลซีเรีย และกลุ่มฮีซบอลเลาะห์ ของเลบานอน

ทั้งนี้ คำพูดของนายไรซีเกิดขึ้นในขณะที่ กองทัพอิสราเอลยกระดับการโจมตีภาคพื้นดิน และทางอากาศในฉนวนกาซา โดยรุกคืบเข้าไปในพื้นที่ตอนเหนือของกาซาราว 2 กม.แล้ว เพิ่มความกังวลว่าชาติในตะวันออกกลางอาจถูกดึงเข้ามามีส่วนรวมในความรุนแรงครั้งนี้เพิ่มขึ้น โดยกลุ่มฮีซบอลเลาะห์ โจมตีตอบโต้ข้ามชายแดนกับอิสราเอลมาตลอด 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า แม้อิหร่านจะระมัดระวังเรื่องการถูกดึงเข้าร่วมสงครามอิสราเอล-ฮามาส แต่พวกเขาอาจไม่สามารถควบคุมกลุ่มติดอาวุธที่พวกเขาสนับสนุนในภูมิภาคไม่ให้เข้าแทรกแซงได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

คาซัคสถานอาลัยทั่วประเทศ ไฟไหม้ในเหมืองถ่านหิน ดับ 42 ศพ หายอีก 4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736548

คาซัคสถานอาลัยทั่วประเทศ ไฟไหม้ในเหมืองถ่านหิน ดับ 42 ศพ หายอีก 4

30 ต.ค. 2566 00:39 น.

คาซัคสถานอาลัยทั่วประเทศ ไฟไหม้ในเหมืองถ่านหิน ดับ 42 ศพ หายอีก 4

คาซัคสถานไว้อาลัยทั่วประเทศในวันอาทิตย์ หลังเกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงที่เหมืองถ่านหินในภาคกลาง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 42 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คาซัคสถานประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. 2566 หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้ที่เหมือนถ่านหิน ซึ่งบริหารโดยบริษัท ‘ArcelorMittal’ ในลักเซมเบิร์ก จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 42 ศพ กลายเป็นอุบัติเหตุเหมืองครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศในยุคหลังโซเวียต

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่เหมืองถ่านหินชื่อว่า โคสเตนโค ในแคว้น คารากันดา บริเวณตอนกลางฝั่งตะวันออกของคาซัคสถาน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยไฟลุกลามในอุโมงค์เหมืองเป็นระยะทางถึง 2 กม. จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว และเจ้าหน้าที่กำลังค้นหาคนงานเหมืองอีก 4 คนที่ยังคงสูญหาย แต่โอกาสพบผู้รอดชีวิตนั้นต่ำมาก

อนึ่ง เหตุระเบิดครั้งล่าสุดเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุหลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นภายในเหมืองที่บริษัท ArcelorMittal บริหารจัดการในรอบหลายปี ส่งผลให้รัฐบาลคาซัคสถานตัดสินใจเข้ามาเปลี่ยนบริษัทท้องถิ่นในเครือของ ArcelorMittal เป็นรัฐวิสาหกิจ ในขณะที่ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องการให้เปลี่ยนเป็นรัฐวิสาหกิจทั้งหมด โดยไม่มีค่าชดเชยใดๆ

บริษัท ArcelorMittal ออกมายืนยันในวันอาทิตย์ว่า พวกเขากับรัฐบาลคาซัคสถานลงนามในข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อโอนย้ายความเป็นเจ้าของเขาบริษัทท้องถิ่นในเครือของพวกเขาให้แก่สาธารณรัฐคาซัคสถาน โดยให้คำมั่นว่า จะทำการโอนย้ายนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ทั้งนี้ บริษัท ArcelorMittal เข้ามาในคาซัคสถานในปี 2538 บริหารจัดการโรงงานและเหมือง 15 แห่งในภาคกลางของคาซัคสถาน โดยในช่วงแรกพวกเขาถูกมองว่าเป็นแสงแห่งความหวังของประเทศที่เศรษฐกิจกำลังซบเซาหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

แต่การขาดการลงทุนกับมาตรฐานความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตในเหมืองที่ ArcelorMittal บริหารบ่อยครั้ง เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรัฐบาลคาซัคสถานมาตลอด ขณะที่สหภาพการค้าก็เรียกร้องให้ภาครัฐเพิ่มการควบคุม จนมาเกิดโศกนาฏกรรมครั้งล่าสุด

‘เศรษฐา’ เป็นประธานบวงสรวง พญานาค งานบั้งไฟพญานาค วันออกพรรษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562217

29 ต.ค. 2566

'เศรษฐา' เป็นประธานบวงสรวง พญานาค งานบั้งไฟพญานาค วันออกพรรษา

‘เศรษฐา’ เป็นประธานพิธีบวงสรวงวันเปิดโลก บูชาพระพุทธเจ้าและบูชาพญานาคใน วันออกพรรษา จ.หนองคาย พร้อมด้วย ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ ได้รับการต้อนรับจากนักท่องเที่ยวและประชาชนหลายพันคนที่มารอชม บั้งไฟพญานาค

ที่ลานนาคาเบิกฟ้า อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พลุเปิดงานถูกจุดขึ้นใน เวลา 18:10 น. หลังจากที่ ‘เศรษฐา’ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงบริเวณพิธี ซึ่งมีประชาชนหลายพันคนให้การต้อนรับ โดย นายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นเวทีพูดคุยกับชาวหนองคายและนักท่องเที่ยว

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

โดย ‘เศรษฐา’ บอกว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมพิธีในวันนี้ ดีใจที่ประชาชนมากันมืดฟ้ามัวดิน รัฐบาลนี้มีความตั้งใจเทศกาลทุกเทศกาลในทุกจังหวัด และจะสนับสนุนให้เมืองหนองคายและเมืองอื่นๆ ที่เป็นเมืองรองให้มีการท่องเที่ยว กระจายไปทุกจังหวัดและทุกเดือน วันนี้ถือว่าเป็นวันอันมงคล รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ที่มีนางรำมาร่วมบวงสรวงด้วยกว่า 1,000 คน นางรำแต่งหน้ากันตั้งแต่เช้า สวยทุกคนขอให้แสดงกันให้เต็มที่

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้จุดธูปเทียนเพื่อบูชา พญาพิสัยสัตนาคราช โดยมี ดาราสาว ‘ใบเฟิร์น’ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ เป็นตัวแทนนางรำนำเครื่องบวงสรวง ร่วมทำพิธี จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ โปรยเครื่องดอกไม้ เพื่อบวงสรวงวันเปิดโลกบูชาพระพุทธเจ้าและบูชาพญานาค จากนั้นนายกรัฐมนตรีก็เดินทางออกจากพิธีไปชมบั้งไฟพญานาค ที่พุทธอุทยาน นานาชาติ ปทุมรัตน์ ธรรมเจดีย์ ซึ่งห่างจากที่นี่ประมาณ 16 กม. 

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

ขณะที่เวลา 18:00 น. ดาราสาว ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ ก็ขึ้นเวทีนำนางรำ 1,000 คนรำบวงสรวง บูชา พญาพิสัยสัตนคราช เนื่องในงานประเพณีออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2566 ท่ามกลางสายตาคณะรัฐมนตรีและประชาชนหลายพันคน 

ส่วนบรรยากาศ การรอรับชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคประชาชนจากทั่วทุกสารทิศได้เดินทาฃมาจับจองพื้นที่จนเต็มลานนาคาเบิกฟ้า และริมแม่โขงแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่คาดหวัฃว่าจะเห็นบั้งไฟพญานาคในค่ำคืนวันออกพรรษา

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

บวงสรวงพญานาคบวงสรวงพญานาค

โดยนักท่องเที่ยวที่มารอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคที่ริมแม่น้ำโขง จ.หนองคาย สมใจเมื่อบั้งไฟลูกแรกของปีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. จำนวน 29 ลูก ที่บ้านต้อน อ.รัตนวาปี หลังจากนั้นก็มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกระจายในหลายจุด อาทิ บ้านตาลชุม, บ้านเปงจานเหนือ อ.รัตนวาปี, ที่วัดไทย อ.โพนพิสัย 

เบื้องต้นนับตั้งแต่มีบั้งไฟพญานาคลูกแรกเกิดขึ้นจนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. มีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นแล้วนับได้ 61 ลูก และคาดว่าจะมี บั้งไฟพญานาค ให้เห็นไปจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น.

โดย : โดย พรพรรณ เพ็ชรแสน
ภาพ : สุริยา ปะตะทะโย

‘สว.วันชัย’ ป้อง ’เศรษฐา‘ หลังสารพัดดราม่าถาโถม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562202

29 ต.ค. 2566

‘สว.วันชัย’ ป้อง ’เศรษฐา‘ หลังสารพัดดราม่าถาโถม

‘สว.วันชัย’ ป้อง ‘เศรษฐา’ หลังกระแสดราม่าถาโถม แนะให้เลิกฝังใจกับ ‘ทักษิณ’ เหตุผู้มีอำนาจก้าวข้ามความขัดแย้งกันหมดแล้ว

วันที่ 29 ต.ค. นายวันชัย สอนสิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีกระแสดราม่าต่างถาโถมใส่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โดยระบุว่า

ไม่เอาเพื่อไทย แล้วจะเอาใครเป็นรัฐบาล

อยากจะถามดังๆ ถ้าไม่เอาเพื่อไทยและนายกฯเศรษฐาแล้ว คุณจะเอาใครมาเป็นรัฐบาลมาเป็นนายกฯ เห็นกล่าวหาโจมตีกันจัง ไอ้โน่นก็ผิดไอ้นี่ก็ไม่ถูก จะยืนเดินนั่งนอน เสื้อผ้าหน้าผมรองเท้าถุงเท้าเป็นประเด็นกันไปหมด จะบ้าตาย… ทั้งๆที่เป็นรัฐบาลมาแค่ 2-3 เดือนโจมตีอย่างกับว่าเขาอยู่มาเป็นปี จะเกลียดทักษิณและเพื่อไทยก็เกลียดกันเอาเป็นเอาตาย เกลียดไม่เลิก เกลียดแบบเข้ากระดูกดำ ทั้งๆที่ผู้มีอำนาจเขาเลิกเกลียด เขาก้าวข้ามความขัดแย้งกันแล้ว แต่พวกนี้ยังฝังจิตฝังใจกับทักษิณ..ทักษิณ.. อย่างกับสายสิญจน์มัดตราสัง ไม่ยอมเลิกรา จะบ้าบอกันไปถึงไหน ไม่คิดจะให้บ้านเมืองมันเดินหน้ากันบ้างหรือไร จะเป็นสัปเหร่อเผาผีกันไปอย่างนี้หรือ แค่นายกฯไปแสดงความยินดีกับคุณอุ๊งอิ๊งด้วยท่าทีแบบนั้นก็ดิ้นกันเป็นกิ้งกือโดนไฟ ทำไม่ถูกบ้างล่ะ ไม่เหมาะสมบ้างล่ะ คนเป็นนายกฯทำอย่างนั้นมันน่าอาย ก็คนอยู่พรรคเดียวกันพวกเดียวกัน จะเล่นจะหยอกกันบ้างไม่ได้หรือ อะไรกันนักหนา และคุณอุ๊งอิ๊งที่เป็นหัวหน้าพรรคและจะเป็นนายกฯคนต่อไปหรือไม่นั้นมันก็อยู่ที่ประชาชน ทั้งวัยและการเมืองในสถานการณ์นี้ที่มีก้าวไกลเป็นคู่แข่ง  คุณไม่เอาคนวัยขนาดนี้ จะไปเอาคนแก่ขนาดไหนมาเป็นผู้นำ 

แม้แต่เรื่องเงินดิจิตอลวอลเล็ท 10,000 บาทก็ยังไม่ชัดเจนเลยว่ารัฐบาลจะเอาแบบไหนอย่างไรกันแน่ อยู่ในขั้นตอนที่เขาคงจะพิจารณากันให้รอบคอบ ทำได้ก็คงจะทำ และทำได้แค่ไหนเพียงไรเขาก็คงต้องดูกันให้ดี เป็นนายกฯเป็นรัฐมนตรีกันก็มีสติปัญญากันทั้งนั้น ทำแล้วบ้านเมืองเสียหาย ทำแล้วติดคุกติดตะรางเขาก็คงจะไม่ทำกันหรอก… ผมเชื่ออย่างนั้น เพราะพรรคเพื่อไทยคงจะมีบทเรียนเห็นพรรคพวกติดคุกติดตะราง หนีไปต่างประเทศกันแล้วหลายคน คงจะเป็นบทเรียนได้ดี…

การเป็นรัฐบาลครั้งนี้ ใครก็รู้ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเยอะ เขาคงจะไม่ทำอะไรซ้ำรอยเดิม ทั้งการชุมนุมประท้วง การปฏิวัติรัฐประหาร มันเป็นบทเรียนกันกับคนทุกคน ควรหันหน้าเข้าหากันได้แล้ว เลิกเสียทีเถอะที่เอาแต่ด่าๆๆ แต่ไม่เห็นจะทำอะไรเลย… แทนที่จะปรองดองกันกลับเมายาดองกันทุกวัน ว่างๆไปไหว้พระที่วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชันกันเสียบ้าง…