บุคคลในข่าว 17 พฤศจิกายน 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2825900

บุคคลในข่าว 17 พฤศจิกายน 2567

17 พ.ย. 2567 04:30 น.

บุคคลในข่าว 17 พฤศจิกายน 2567

ทำตัวเด่นดังเกินไปอาจนำเภทภัยมาใส่ตัว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการเกี่ยวข้าว ณ แปลงสาธิตการเกษตร โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อ.เมือง จ.นครนายก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน.

มาถึงวันนี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นภารกิจในการไปเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเดินทางกลับประเทศไทย โดยจะมาถึง กรุงเทพมหานคร ช่วงสายวันที่ 18 พ.ย.นี้…ที่แน่ๆ เมื่อมาถึงเมืองไทยแล้วก็คงต้องเผชิญกับสารพันปัญหาประเด็นการเมืองร้อนๆ

สู่สุคติ พ.ต.อ.จักรเทพ กุญชร ณ อยุธยา เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ วิชา รุจิเทศ บิดา พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ โดยมี น.อ.สมพล ศรีบริบาล, พ.ต.ท.ภาณุพงศ์ ภาณุดุลกิตติ, อวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร และ อิทธิกร เถกิงมหาโชค มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม วันก่อน.

โดยเฉพาะเรื่องการตั้งคณะกรรมการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย–กัมพูชา ตาม เอ็มโอยู 44 รวมทั้งปัญหา การเพิกถอนที่ดินเขากระโดง ที่เป็นข้อพิพาทระหว่าง กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกำกับดูแลของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายก รัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย ภายใต้การกำกับของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ยังไม่รู้ว่าจะขยายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่าง พรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

ลอยกระทง รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เปิดงาน “รางน้ำลอยกระทงดิจิทัล : Rangnam Loy Krathong Digital” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนลดการสร้างขยะ โดยมี ภิมุข สิมะโรจน์, พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ และ สบโชค ณ ศรีโต มาร่วมงานด้วย ที่สวนสันติภาพ วันก่อน.

ขณะที่ นายกฯแพทองธาร ในฐานะผู้นำรัฐบาล ก็มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการที่จะปกป้องรักษา ที่ดินของรัฐ สาธารณสมบัติของชาติ หากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาก็อาจกลายเป็นเหยื่อให้ พรรค การเมืองฝ่ายตรงข้าม และ กลุ่มม็อบที่เป็นปฏิปักษ์ กับ พรรคเพื่อไทย ส่งบรรดา นักร้อง ไปร้องเรียน องค์กรอิสระ เอาผิด นายกรัฐมนตรี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปักชนักซ้ำเข้าให้อีกก็ได้ ฉะนั้นงานนี้ นายกฯแพทองธาร ควรต้องรอบคอบยึดหลักกฎหมายให้แน่น เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ

ส่งความสุข บรม พิจารณ์จิตร จัดงาน “CENTRAL EMBASSY LET’S CELEBRATE 2025 : VERY WARM WISHES” ฉลองเทศกาลแห่งความสุข พร้อมโชว์ผลงานศิลปะ มิสเตอร์สโนว์แมน และต้นคริสต์มาสสูง 14 เมตร โดยมี จิระวดี คุณทรัพย์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันก่อน.

อืม…ส่วน ภารกิจทิ้งทวน ในห้วงการไปร่วมประชุม ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกฯแพทองธาร ได้ร่วมหารือกับ US–APEC Business Coalition โดยกล่าวว่า ขอขอบคุณผู้บริหาร US–APEC Business Coalition ที่เป็นพันธมิตรอันแน่นแฟ้นกับประเทศไทย รัฐบาลไทย ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของนโยบายการเจรจาและการมีส่วนร่วมกับธุรกิจ ทั้งเรื่องโอกาส ความพร้อม และความเชื่อมั่น ประเทศไทย เปิดกว้างสำหรับธุรกิจและการลงทุน พร้อมมุ่งขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจร่วมกับสหรัฐอเมริกา การลงทุนของสหรัฐฯในไทย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการ ทำงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยใน ปี 2566 มีมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 70% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ สหรัฐอเมริกา ในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจของไทย และจากการพบหารือ ภาคเอกชนสหรัฐ อเมริกา ที่ผ่านมา ไทย กับ สหรัฐฯ มีความร่วมมือการลงทุนระหว่างกันกว่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 5 แสนล้านบาท และสร้างงานกว่า 70,000 ตำแหน่ง

หุ้นกู้ มนตรี คงเครือพันธุ์ เปิดขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยจากเอไอเอส เพื่อเสนอให้ประชาชนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน โดยมี ประเสริฐ ดีจงกิจ, กิตติ เจริญกิจชัยชนะ และ กฤชกร นนทะนาคร มาร่วมงานด้วย ที่อาคารเอไอเอส 1 วันก่อน.

ทั้งนี้ รัฐบาลไทย ตั้งเป้าส่งเสริมการลงทุนของสหรัฐฯในไทยและกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจตลอดไป โดย รัฐบาล มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งการมุ่งมั่นส่งเสริม ผู้ประกอบการ SMEs ไทย และ พัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อเตรียมรับอุตสาหกรรมอนาคต จึงขอย้ำถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่องในการส่งเสริมการลงทุนของ ผู้ประกอบการไทย ในสหรัฐฯ เพื่อกระชับความสัมพันธ์การค้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย

เพลิดเพลิน พนมกร จิระเสถียรพงศ์ และ จิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ จัดงาน #GrabThumbs Up x NEWYEAR presents Quality Food Quality Time in the Park ชวนเสพงานศิลป์ผลงานของ ปภากร ศรีกัลยกร พร้อมแนะนำเมนูพิเศษจาก 5 ร้านดัง ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

เน้นกระชับสัมพันธภาพทางเศรษฐกิจการค้า เปิดตลาดใหม่ รักษาตลาดเดิม ดึงดูดนักลงทุน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ถือว่าเดินมาถูกทาง

เฮ้อ…จากการที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง ช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.อุดรธานี ของ พรรคเพื่อไทย นอกจากเน้นเรียกแต้มให้ผู้สมัครแล้ว ยังอาศัยเวทีปราศรัยเรียกเรตติ้งให้ นายกฯแพทองธาร แถมยังประกาศแนวทางการเมืองแบบฮึกหาญ รัฐบาลชุดนี้จะอยู่จนครบเทอม และเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า พรรคเพื่อไทย จะกวาดเก้าอี้ สส.ได้มากกว่า 200 เสียง แน่นอน นัยก็คือหวังเป็นรัฐบาลต่ออีกสมัยนั่นเอง

เพื่อผิวสวย ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ เปิด “ธัญ เวลเนส สโตร์” เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์การดูแลสุขภาพผิว ความงามและสปาทรีตเมนต์ พร้อมแนะนำพรีเซนเตอร์ ปริญ สุภารัตน์ โดยมี อาภาภรณ์ โกศลกุล, อัจฉรา บุรารักษ์ และ ธนวลัย วัชรพล มาร่วมงานด้วย ที่วัน แบงค็อก วันก่อน.

แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่าทั้ง อดีตนายกฯทักษิณ และ พรรคเพื่อไทย ก็ยังมี ชนักคดี ค้างคาอยู่ทั้ง คดียุบพรรค ใน กกต. และ คดีล้มล้างการปกครอง ใน ศาลรัฐธรรมนูญ ที่อาจนำไปสู่การ ยุบพรรค และ ตัดสิทธิเลือกตั้ง ได้เช่นกัน ตรงนี้จึงเป็นจุดหักเหสำคัญที่ยังต้องรอลุ้นกัน

ดีใจด้วย คุณหญิงสุจิตรา จิราธิวัฒน์ มงคลกิติ และ สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ มอบดอกไม้แสดงความยินดีให้ รัตนา นรพัลลภ ในโอกาสได้รับรางวัลอาสาสมัครดีเด่น ประจำปี 2567 โดยมี มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

ที่แน่ๆ…แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุถึงการตรวจสอบคำร้องยุบ พรรคเพื่อไทย จากกรณีอดีตนายกฯทักษิณ ครอบงำพรรคว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องสอบให้ครบจนสิ้นกระแสความ และให้โอกาสทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจง ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้เวลาตรวจสอบ 30 วัน หรือ 60 วัน…สุดท้ายจะรอดหรือร่วงต้องรอวัดดวง จบข่าว

สังคมทั่วไป

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ จัดอบรมหลักสูตร “นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาองค์การและสังคมอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1/2568” ที่ห้องแมจิก 1 โรงแรมมิราเคิลฯ 19 พ.ย. 08.30 น.

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นประธานเปิดอบรมหลักสูตร “การวิเคราะห์และจัดทำรายงานการข่าวยาเสพติด” ที่ห้องเพชรชมพู โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ 19 พ.ย. 09.00 น.

อภิชย์ รักไพฑูรย์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญนักเรียนเก่าญี่ปุ่นร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถ.รัชดาภิเษก 17 พ.ย. ตั้งแต่ 11.00 น.

ฉลองมงคลสมรส ภัสพิชา โชคสุชาติ กับ ณัชพล เจตชยานนท์ ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ถ.สีลม 17 พ.ย. 11.30 น.

ฉลองมงคลสมรส จารุรัตน์ พิพัฒนวัชรนนท์ ลูกสาว ชัยรัตน์–สุภารัตน์ พิพัฒนวัชรนนท์ กับ วีรภัฎ จูเจริญ ลูกชาย ชัชพงศ์–วาสิฏฐี จูเจริญ ที่ห้องพระวิษณุ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 17 พ.ย. 12.00 น.

ศพ พล.ต.ต.ชัช คงเมือง บิดา พล.ต.ต.สารนัย–พล.ต.ต.โอภาส คงเมือง ตั้งสวดวัดเพชรวราราม ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ 17 พ.ย. คืนสุดท้าย พระราชทานเพลิง 18 พ.ย. 16.00 น.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ระทึก กระสุนปริศนายิงเครื่องบิน “เซาท์เวสต์” ก่อนขึ้นบินที่เทกซัส

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825988

ระทึก กระสุนปริศนายิงเครื่องบิน “เซาท์เวสต์” ก่อนขึ้นบินที่เทกซัส

17 พ.ย. 2567 06:52 น.

ระทึก กระสุนปริศนายิงเครื่องบิน “เซาท์เวสต์” ก่อนขึ้นบินที่เทกซัส

เครื่องบินของสายการบิน เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส ถูกกระสุนปืนปริศนายิงขณะกำลังเตรียมตัวออกเดินทางจากท่าอากาศยานในรัฐเทกซัส เคราะห์ดีไม่มีคนเจ็บ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เที่ยวบิน 2494 ของสายการบิน เซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส กำลังเตรียมออกเดินทางจากท่าอากาศยาน ดัลลัส เลิฟ ฟีลด์ ในรัฐเทกซัส เพื่อมุ่งหน้าไปยังอินเดียนาโพลิส เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 15 พ.ย. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะมีกระสุนปืนปริศนาพุ่งเข้าใส่ด้านขวาของตัวเครื่องบริเวณใต้ห้องนักบิน

เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเรื่องนี้ในเวลา 21.48 น. โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ แต่เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 Max ลำนี้ ต้องถูกนำกลับเกท และต้องให้ผู้โดยสารลงจากเครื่องบิน ก่อนที่รันเวย์สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศของ ท่าอากาศยาน ดัลลัส เลิฟ ฟีลด์ จะถูกปิดชั่วคราว

ตำรวจเมืองดัลลัสกำลังเป็นผู้นำการสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาอย่างเป็นทางการ แต่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นอย่าง WFAA รายงานว่า ตำรวจเชื่อว่านี่เป็นการยิงโดยไม่เจาะจงเป้าหมาย และเหตุเกิดขณะมีผู้โดยสารอยู่บนเครื่องบิน 99 คน

ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเครื่องบินถึง 3 ลำที่ถูกยิงขณะกำลังบินขึ้นและพยายามลงจอดที่สนามบินหลักในกรุง ปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของประเทศเฮติ โดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มแก๊งอาชญากรรมซึ่งยึดพื้นที่ของเฮติเอาไว้หลายส่วน

เหตุการณ์ที่ปอร์โตแปรงซ์ทำให้ สำนักงานบริหารการบินกลาง (FAA) ของสหรัฐฯ สั่งระงับเที่ยวบินไปเฮติ เป็นเวลา 30 วัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สุดสลด ไฟไหม้โรงพยาบาลอินเดีย ทารกแรกเกิดดับ 10 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825985

สุดสลด ไฟไหม้โรงพยาบาลอินเดีย ทารกแรกเกิดดับ 10 ศพ

17 พ.ย. 2567 06:27 น.

สุดสลด ไฟไหม้โรงพยาบาลอินเดีย ทารกแรกเกิดดับ 10 ศพ

เกิดเหตุไฟไหม้ที่แผนกเด็กแรกเกิดที่โรงพยาบาลในภาคเหนือของอินเดีย ทำให้มีทารกเสียชีวิตถึง 10 ศพ ขณะที่อีกหลายสิบรายได้รับความช่วยเหลือออกมาทัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่แผนกเด็กแรกเกิดของมหาวิทยาลัยการแพทย์ “มหารานี ลักษมี ไบ” (Maharani Lakshmibai) ในเมือง ชานสี รัฐอุตตรประเทศ ทางเหนือของอินเดีย เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. วันศุกร์ที่ 15 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

นายนเรทรา เซนการ์ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งนี้ เปิดเผยว่า มีเด็กทารกเสียชีวิตทั้งสิ้น 10 ศพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ช่วยเด็กคนอื่นๆ อีก 39 คน โดยไม่สนใจชีวิตของตัวเอง และพาพวกเขาออกจากเปลวเพลิงได้อย่างปลอดภัยทุกคน

คำพูดของนายเซนการ์ ไม่ตรงกับรายงานข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า พ่อแม่ผู้ปกครองต้องทุบกระจกเพื่อเข้าไปในวอร์ด เพื่อช่วยเหลือลูกหลานของพวกเขาออกมา และมีทารกอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ 16 ราย

อย่างไรก็ตาม เด็กทารกที่ได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งเพิ่งมีอายุไม่กี่วันเท่านั้น ต้องถูกย้ายไปยังแผนกใหม่ของโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ด้านนายเกียเนนทรา กุมาร สิงห์ ผู้กำกับการตำรวจท้องถิ่น กล่าวว่า ต้นเหตุของเพลิงไหม้น่าจะเป็นเพราะเครื่องผลิตออกซิเจนทำงานผิดพลาด โดยนายสิงห์ยืนยันว่า เด็กทุกคนที่ได้รับความช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว และกำลังได้รับการดูแลทางการแพทย์

หลังเกิดเหตุ นายบราเจช ปาถัก รองผู้ว่าการรัฐอุตตรประเทศ เข้าพบครอบครัวและญาติของผู้ประสบเหตุแล้ว และให้คำมั่นว่า จะมีการสืบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียด และหากพบการกระทำผิด จะมีการใช้มาตรการอย่างเข้มงวดกับผู้ที่ต้องรับผิดชอบ

ขณะที่นาย โยคี อาทิตยนาถ ผู้ว่าการรัฐอุตตรประเทศ ประกาศมอบเงินชดเชยแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตรายละ 500,000 รูปี (ราว 200,000 บาท)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เซเลนสกีเชื่อ สงครามจบเร็วขึ้นเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็น ปธน.สหรัฐฯ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825984

เซเลนสกีเชื่อ สงครามจบเร็วขึ้นเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็น ปธน.สหรัฐฯ

17 พ.ย. 2567 05:35 น.

เซเลนสกีเชื่อ สงครามจบเร็วขึ้นเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็น ปธน.สหรัฐฯ

เซเลนสกีเผย ได้คุยกับทรัมป์แล้ว และเชื่อว่า สงครามกับรัสเซียจะจบเร็วขึ้น เมื่อนายทรัมป์ ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เผย ได้พูดคุยอย่างสร้างสรรค์กับโดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว และเขามั่นใจว่าสงครามกับรัสเซียจะ “จบเร็วขึ้น” เมื่อนายทรัมป์ ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ นี่คือแนวทาง และสัญญาของพวกเขาที่ให้ไว้แก่ชาวอเมริกัน

เซเลนสกีเสริมว่า ยูเครนต้องทำทุกอย่างเพื่อให้สงครามนี้จบลงภายในปี 2568 จบลงด้วยวิธีทางการทูต

ผู้นำยูเครนไม่ได้ระบุว่า นายทรัมป์มีข้อเรียกร้องใดๆ เกี่ยวกับการเจรจากับรัสเซียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ แต่เซเลนสกีบอกว่า เขาไม่ได้ยินคำพูดใดๆ จากนายทรัมป์ ที่สวนทางกับจุดยืนของยูเครน

ทั้งนี้ นายทรัมป์ยืนยันมาตลอดว่าจะรีบยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อกุมภาพันธ์ 2565 เนื่องจากมันทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียทรัพยากรมหาศาลในรูปแบบความช่วยเหลือทางทหาร ที่มอบให้แก่ยูเครน

สหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนด้านอาวุธรายใหญ่ที่สุดของยูเครนมาตลอด โดยนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2567 พวกเขาส่งมอบหรือสัญญาจะส่งมอบอาวุธและยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครนมูลค่ารวมถึง 5.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

แต่ภายในสหรัฐฯ แรงสนับสนุนเรื่องการติดอาวุธให้ยูเครนดูเหมือนจะลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับตอนสงครามเริ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งฝ่ายรีพับลิกัน ซึ่งนายทรัมป์ดึงคะแนนเสียงมาได้สำเร็จ โดยวาทกรรมที่ว่า เขาจะยุติสงครามภายใน 24 ชั่วโมงหากได้เป็นประธานาธิบดี แต่ไม่เผยรายละเอียดว่า เขาจะทำอย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

หนุ่มแค้นเรียนไม่ดี ควงมีดแทงคนหน้าวิทยาลัย ดับ 8 ศพ เจ็บนับสิบราย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825983

หนุ่มแค้นเรียนไม่ดี ควงมีดแทงคนหน้าวิทยาลัย ดับ 8 ศพ เจ็บนับสิบราย

17 พ.ย. 2567 04:45 น.

หนุ่มแค้นเรียนไม่ดี ควงมีดแทงคนหน้าวิทยาลัย ดับ 8 ศพ เจ็บนับสิบราย

คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธมีคมทำร้ายผู้คนที่หน้าวิทยาลัย ในภาคตะวันออกของจีน ทำให้ผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพ บาดเจ็บอีก 17 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชายวัย 21 ปี ก่อเหตุให้อาวุธมีคมแทงผู้คนที่หน้า วิทยาลัยอาชีวศึกษาด้านศิลปะและเทคโนโลยี “อู๋ซี” ที่เมืองอี้ซิง เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพ บาดเจ็บอีก 17 ราย ส่วนตัวคนร้ายถูกจับกุมตัวได้ในที่เกิดเหตุ

แถลงการณ์ของตำรวจระบุว่า คนร้ายเพิ่งจบการศึกษาจากวิทยาลัยแห่งนี้ในปี 2567 และมีแรงจูงใจในการก่อเหตุคือ คะแนนสอบไม่ดี ทำให้ไม่ได้รับประกาศนียบัตรจบการศึกษา และ ความไม่พอใจในรายได้จากการฝึกงาน โดยเขาสารภาพเรื่องดังกล่าวอย่างไม่ลังเลเลย

ตำรวจบอกด้วยว่า การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป และกำลังใช้มาตรการต่างๆ เพื่อรับมือกับผลที่ตามมาหลังเกิดเหตุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “หม่านหยี่” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว หวั่นสร้างความเสียหายหนัก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825980

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “หม่านหยี่” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว หวั่นสร้างความเสียหายหนัก

16 พ.ย. 2567 23:39 น.

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “หม่านหยี่” ขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์แล้ว หวั่นสร้างความเสียหายหนัก

ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นหม่านหยี่ เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเกาะของฟิลิปปินส์แล้ว และคาดว่าจะทำให้เกิดความเสียหายรุนแรง ทางการต้องอพยพประชาชนกว่า 6.5 แสนคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “หม่านหยี่” (Man-yi) เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งของฟิลิปปินส์แล้ว ในวันเสาร์ที่ 16 พ.ย. 2567 ทำให้เกิดคลื่นสูงถึง 14 ม. ซัดเข้าฝั่ง โดยที่สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่พายุลูกนี้จะทำให้เกิดผลกระทบรุนแรง และเป็นอันตรายถึงชีวิต

ไต้ฝุ่นหม่านหยี่ มาพร้อมกับความเร็วลมถึง 195 กม./ชม. ขึ้นฝั่งบนเกาะกาตันดัวเนส (Catanduanes) ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ซึ่งมีประชากรไม่มากนัก ทำให้เกิดลมกระโชกแรงสุดถึง 325 กม./ชม.

ก่อนหน้าที่ไต้ฝุ่นหม่านหยี่จะมาถึง ทางฟิลิปปินส์ได้ดำเนินการอพยพประชาชนไปแล้วกว่า 650,000 คน เพื่อหนีพายุรุนแรงลูกที่ 6 ที่พัดเข้าสู่ประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น

“สถานการณ์อันตรายถึงชีวิตและหายนะอาจเกิดขึ้นในแคว้นบีโกล ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ‘เปปิโต’ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น” สำนักงานสภาพอากาศของฟิลิปปินส์ระบุ โดยเรียกพายุหม่านหยี่ด้วยชื่อท้องถิ่น

พวกเขาบอกด้วยว่า มีคลื่นสูงสุด 14 ม. พัดเข้าสู่ชายฝั่งของเกาะกาตันดัวเนส ขณะที่กรุงมะนิลากับพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ บริเวณชายฝั่ง เสี่ยงเผชิญคลื่นพายุหนุนซัดฝั่ง (storm surge) ความสูงมากกว่า 3 ม. ในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า

เจ้าหน้าที่คาดการณ์ด้วยว่า พายุหม่านหยี่อาจเข้าสู่เกาะลูซอน เกาะที่มีประชากรมากที่สุดของฟิลิปปินส์ ตอนเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่น หรือเป็นไต้ฝุ่น ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น และจะเคลื่อนตัวตัดพื้นที่ทางเหนือของกรุงมะนิลา และลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันจันทร์ (18 พ.ย.)

ทั้งนี้ พายุรุนแรง 5 ลูกที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ในช่วง 4 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 163 ศพ และทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน พืชผลทางการเกษตรและปศุสัตว์ได้รับความเสียหายหนัก

เมื่อวันเสาร์ รัฐบาลฟิลิปปินส์เรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามคำเตือนและอพยพไปยังที่ปลอดภัย อย่ารอให้เวลากระชั้นชิดแล้วค่อยอพยพ หรือขอความช่วยเหลือ เพราะไม่เพียงทำให้ชีวิตตัวเองตกอยู่ในอันตราย แต่ยังรวมถึงชีวิตของเจ้าหน้าที่ที่มีช่วยเหลือด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เจ้าหญิงยูริโกะ แห่งญี่ปุ่น สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 101 ปี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825978

เจ้าหญิงยูริโกะ แห่งญี่ปุ่น สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 101 ปี

16 พ.ย. 2567 22:44 น.

เจ้าหญิงยูริโกะ แห่งญี่ปุ่น สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 101 ปี

เจ้าหญิงยูริโกะ สมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่นผู้มีพระชนมายุยืนยาวที่สุด สิ้นพระชนม์แล้ว หลังประชวรมานานหลายเดือน สิริพระชันษา 101 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยูริโกะ เจ้าหญิงแห่งมิกาสะ พระชายาในเจ้าชายทากาฮิโตะ เป็นพระโอรสองค์สุดท้องใน จักรพรรดิไทโชและจักรพรรดินีเทเม และเป็นพระอนุชาในจักรพรรดิโชวะ สิ้นพระชนม์แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ด้วยสาเหตุทางธรรมชาติ สิริพระชันษา 101 ปี

เจ้าหญิงยูริโกะประชวรด้วยโรคหลอดเลือดในสมองและปอดบวม จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2567 ก่อนที่เมื่อสัปดาห์ก่อน การทำงานของ หัวใจ, ไต และ อวัยวะอื่นๆ ของพระองค์จะเสื่อมถอยลง

ทั้งนี้ เจ้าหญิงยูริโกะ พระนามเดิมคือ ยูริโกะ ทากางิ ในธิดาในตระกูลขุนนางเก่าที่ดูแลพื้นที่แถบทันอัง เมื่ออายุ 18 ปี ยูริโกะได้เสกสมรสกับเจ้าชายทากาฮิโตะ แห่งมิกาสะ พระอนุชาในจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ หรือ จักรพรรดิโชวะ ทำให้เจ้าหญิงยูริโกะมีศักดิ์เป็นพระอัยยิกา ของจักรพรรดินารุฮิโตะ กษัตริย์องค์ปัจจุบันของญี่ปุ่น

“นับตั้งแต่เสกสมรส เจ้าหญิงยูริโกะก็สนับสนุนเจ้าชายแห่งมิกาสะ และสร้างคุณูปการมากมายในฐานะสมาชิกราชวงศ์ในหลากหลายด้าน เช่น การแพทย์, สวัสดิภาพ, วัฒนธรรม, กีฬา และ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” นายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุในแถลงการณ์ ซึ่งอ่านโดยนาย โยชิมาสะ ฮายาชิ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

“พระองค์ยังมีส่วนร่วมอย่างยิ่งในโครงการดูแลแม่และเด็กมานานหลายปี และอุทิศพระวรกายเพื่อโครงการนี้” อนึ่ง เจ้าหญิงยูริโกะเป็นประธานสมาคม “โบชิ ไออิคุ-ไก” ซึ่งอุทิศเพื่อการดูแลแม่และเด็กมานานกว่า 62 ปี และเป็นประธานมูลนิธิเพื่อการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชาติญี่ปุ่น นาน 32 ปี พระองค์ยังเป็นรองประธานกิติมศักดิ์ของสภากาชาดญี่ปุ่นด้วย

เจ้าหญิงยูริโกะมีพระโอรส 3 พระองค์ และพระธิดา 2 พระองค์ แต่เจ้าหญิงแห่งมิกาสะมีพระชนมายุยืนยาวกว่าพระสวามีและพระโอรสธิดา และพระองค์ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกราชวงศ์ในยุคปัจจุบันเพียงไม่กี่พระองค์เท่านั้น ที่ประสูติก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 และให้กำเนิดพระธิดาองค์แรกในยุคสงคราม

ในอัตชีวประวัติของเจ้าชายทากาฮิโตะ เจ้าหญิงยูริโกะได้บอกเล่าประสบการณ์ระหว่างสงคราม ตอนที่พระองค์ต้องใช้ชีวิตในหลุมหลบการโจมตีทางอากาศ กับพระธิดา ซึ่งมีพระชนมายุเพียง 1 ปีเท่านั้น หลังจากที่ประทับของพระองค์ถูกโจมตีทำลาย

“พวกคนหนุ่มบอกว่าสงครามควรดำเนินต่อไป ขณะที่เจ้าชายแห่งมิกาสะพูดเสมอว่า จบสงครามเสียตอนนี้ดีกว่า” เจ้าหญิงยูริโกะระบุในอัตชีวประวัติ และเผยด้วยว่า ทั้งสองฝ่ายถกเถียงกันรุนแรงมาก จนพระองค์กลัวว่าจะมีการชักปืนออกมายิงต่อสู้กัน

หลังสงครามจบลง เจ้าหญิงยูริโกะพยายามทำงานหนักท่ามกลางภาวะไร้เสถียรภาพทางการเงินในญี่ปุ่นยุคนั้น เพื่อสร้างบ้านและเลี้ยงพระโอรสและพระธิดาทั้ง 5 พระองค์ รวมถึงสนับสนุนพระสวามีที่ทำงานเป็นนักวิจัยศึกษาประวัติศาสตร์ตะวันออกใกล้

เจ้าหญิงยูริโกะเป็นสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่นที่มีพระชนมายุยืนยาวที่สุดนับตั้งแต่ยุคเมจิ (2411-2455) และการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ก็นับเป็นความสูญเสียในสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่นครั้งแรกในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายแห่งมิกาสะ ในปี 2559 ทำให้ตอนนี้ ราชวงศ์ญี่ปุ่นเหลือสมาชิกเพียง 16 พระองค์เท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantimes

‘นฤมล’นำทีม 2 รมช.ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ

https://www.naewna.com/local/841902

'นฤมล'นำทีม 2 รมช.ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ

‘นฤมล’นำทีม 2 รมช.ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.10 น.

“นฤมล”นำ 2 รมช.ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ กำชับทุกภาคส่วนสานต่อภารกิจภาคการเกษตรให้บรรลุเป้าหมาย มีประสิทธิภาพสูงสุด

16 พ.ย.67 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามแผนงานการแก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ณ โครงการคลองระบายน้ำคลองเปรม ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งโครงการคลองระบายน้ำคลองเปรมพร้อมอาคารประกอบ จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภค-บริโภคและภาคการเกษตรช่วงฤดูแล้ง และประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในช่วงฤดูน้ำหลากปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาคลองระบายน้ำฯ ความยาว 2.5 กม. ให้สามารถรองรับอัตราการระบายน้ำในอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 10 ลบ.ม./วินาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำและส่งน้ำสนับสนุนไปยังคลองพลเอกอาทิตย์กำลังเอกต่อไป

จากนั้น รมว.นฤมล และคณะเดินทางต่อไปยังสถานีสูบน้ำสนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา เพื่อติดตามความพร้อมการเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ (ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และอำเภอสิงหนคร) พร้อมทั้งเปิดสวิตซ์เครื่องสูบน้ำประจำสถานีฯ จำนวน 4 เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำเค็มจากคลองส่งน้ำออกสู่ทะเลและควบคุมคุณภาพน้ำเหมาะต่อการอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตรอีกด้วย

“สำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลา กระทรวงเกษตรฯ โดย กรมชลประทาน ได้ดำเนินการวางแผนแนวทางการบริหารจัดการน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด อีกทั้งได้เน้นย้ำทุกภาคส่วนให้ศึกษาแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนครอบคลุมทุกมิติ อาทิ การควบคุมคุณภาพน้ำเค็ม-น้ำกร่อยให้เหมาะสมต่อการใช้งานของประชาชน การส่งเสริมอาชีพ การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นต่อไป” รมว.นฤมล กล่าว

นางนฤมล และคณะ ยังได้เดินทางต่อไปยังหอประชุมรัตนโกสินทร์ (ศาลาประชาคมอำเภอสทิงพระ) ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร พร้อมทั้งมอบปัจจัยการผลิตจำนวน 8 รายการ อาทิ โฉนดเพื่อการเกษตร พันธุ์สัตว์น้ำ ต้นกล้า เมล็ดพันธุ์พืช สารชีวพันธุ์ ผลิตภัณฑ์จากยางพารา (รองเท้าบูท) เป็นต้น

ด้านนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้มารับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องน้ำ ปริมาณสัตว์น้ำ และประเด็นอื่น ๆ ด้านการเกษตรที่เกี่ยวข้อง ในนามกระทรวงเกษตรฯ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าสานต่อภารกิจภาคการเกษตรต่อไป เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่พี่น้องให้เป็นไปตามเป้าหมายสูงสุดที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

ส่วนนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเสริมว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานท้องถิ่นทุกภาคส่วนที่ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ อย่างเต็มที่ และขอให้เดินหน้าปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

คุยกัน7วันหน : ครม.ทรัมป์ 2.0 ปูนบำเหน็จ-เรียกแขก

https://www.naewna.com/lady/841838

คุยกัน7วันหน : ครม.ทรัมป์ 2.0  ปูนบำเหน็จ-เรียกแขก

คุยกัน7วันหน : ครม.ทรัมป์ 2.0 ปูนบำเหน็จ-เรียกแขก

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.45 น.

เห็นหน้าตาของว่าที่คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ทรัมป์ชุดใหม่ ที่หลายคนเรียกว่า ครม.ทรัมป์ 2.0 กันแล้ว รู้สึกอย่างไรกันบ้าง? หลายคนที่ติดตามข่าวสารต่างประเทศอาจจะรู้สึกแปลกๆ กับบางรายชื่อที่ออกมา แต่สำหรับแวดวงการเมืองอเมริกันและบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเทศแล้ว บอกได้เลยว่า ครม. ทรัมป์ 2.0ชุดนี้ เรียกได้ว่า เป็น ครม.ชุด“เรียกแขก” ชัดๆ

ลองไล่เลียงกันทีละคน

เริ่มจาก ซูซี่ ไวลส์ ผู้จัดการทีมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์เอง ที่เขาแต่งตั้งให้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาวซึ่งถือเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ของสหรัฐฯ การประกาศแต่งตั้งทีมงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกของทรัมป์ ก่อนหน้าที่จะเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคมปีหน้า

ตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่ง เนื่องจากจะเป็นผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการและกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ทำงานอยู่ในทำเนียบขาว ทำหน้าที่ดูแลตารางเวลาและกำหนดการต่างๆ ของประธานาธิบดี ตลอดจนการทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ และสมาชิกสภาทั้งหมด

ส่วนเจ้ากระทรวงหลัก 6 กระทรวง ทรัมป์เลือก มาร์โก รูบิโอเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ, พีท เฮกเซธเป็นรัฐมนตรีกลาโหม, คริสตี โนม รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, แมท เกตซ์ รัฐมนตรียุติธรรม,ดั๊ก เบอร์กุม เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย และ โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ หรืออาร์เอฟเค จูเนียร์ เป็นเจ้ากระทรวงสาธารณสุข ส่วนที่ยังรอทรัมป์ตั้งเจ้ากระทรวง คือรัฐมนตรีคลัง, พาณิชย์, เกษตร, แรงงาน, เคหะและการพัฒนาเมือง, คมนาคม, พลังงาน, ศึกษา และกระทรวงกิจการทหารผ่านศึก โดยสหรัฐฯ มีกระทรวงทั้งหมด 15 กระทรวง

ทรัมป์ได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ ที่ยังไม่ได้ยืนยันว่า เป็นกระทรวงใหม่หรือไม่ แต่เรียกกันทั่วไปว่า “กระทรวงเพิ่มประสิทธิภาพรัฐบาล” มี อีลอน มัสก์ อภิมหาเศรษฐีเบอร์ 1
ของโลก เป็นผู้นำ ร่วมกับ วิเวก รามาสวามี นักลงทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพเชื้อสายอินเดีย ที่เคยลงชิงชัยเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันแข่งกับทรัมป์ แต่ภายหลังถอนตัวไป

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้เลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆในรัฐบาลใหม่ คือ ทอม โฮแมน เป็นผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร หรือไอซีอี, เอลิสสเตฟานิค เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ, จอห์น แรตคลิฟผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือซีไอเอ, ทัลซี แกบเบิร์ด ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ, ไมค์ วอลท์ซ เป็นที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, สตีฟ วิทคอฟ เป็นทูตพิเศษด้านตะวันออกกลาง และ ไมค์ ฮัคคาบี รั้งตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล

หลายรายชื่อที่ทรัมป์เสนอแต่งตั้งให้เข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญ บางส่วนเห็นว่าเหมาะสมดีและไม่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากนักแต่กับบางรายชื่อ ทันทีที่มีการประกาศออกมา ก็ทำเอาหลายต่อหลายคนทั้งนักวิเคราะห์วิจารณ์ ผู้สันทัดกรณีทางการเมือง และแม้แต่สมาชิกระดับสูงในพรรครีพับลิกันของทรัมป์เองที่ตอนนี้ได้คุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาอย่างเด็ดขาดแน่นอนแล้ว ถึงกับทำหน้าตาเหลอหลาบ้างก็ถอนหายใจดังเฮือก (ไม่ได้มโนเองสื่ออเมริกันหลายสำนักบอกมาอย่างนี้จริงๆ)

เริ่มจาก Department of Government Efficiency หรือ DOGE หน่วยงานใหม่ (ไม่ใช่กระทรวง) ที่ทรัมป์เสนอให้ ทรัมป์ นั่งคุมร่วมกับ วิเวก รามาสวามี เพื่อให้คำปรึกษาแก่ทำเนียบขาว ในการลดขนาดระบบราชการและปรับโครงสร้างหน่วยงานรัฐบาล ด้วยเป้าหมายลดขนาดรัฐ ขจัดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ตัดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง และปรับโครงสร้างหน่วยงานรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ

ทรัมป์ ระบุว่าโครงการ DOGEไม่ใช่หน่วยงานของรัฐอย่างเป็นทางการ ที่จะต้องผ่านกฎหมายของสภาคองเกรส แต่ DOGE จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่ปรึกษาภายนอกให้ทำเนียบขาวสามารถใช้แนวทางของโครงการนี้เพื่อตรวจสอบและลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ที่คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 6.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ของรัฐบาลกลาง

ทรัมป์มีเป้าหมายชัดเจนที่จะปรับโครงสร้างระบบราชการเพื่อให้รัฐบาลมีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการลดการใช้งบประมาณและกำจัดการทำงานที่ซ้ำซ้อน

การแต่งตั้งมัสก์และรามาสวามีในฐานะหัวหน้า DOGE อาจเป็นกลยุทธ์ของทรัมป์ที่มุ่งสร้างภาพลักษณ์เน้นการลดขนาดรัฐบาลและปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ทำให้มัสก์จะมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในการกำกับดูแลและลดการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งอาจช่วยให้ Teslaและ SpaceX ของเขา ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลนักวิเคราะห์เห็นว่าการแต่งตั้งนี้เอื้อประโยชน์ให้มัสก์ ในการเข้าถึงทรัพยากรทางการเงินและข้อมูลเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมการเติบโตของบริษัทของเขา ทั้งที่เสี่ยงต่อการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

หลายฝ่ายมองด้วยว่า การตั้งหน่วยงานใหม่ถอดด้ามนี้ขึ้น เป็นการปูนบำเหน็จตอบแทนมัสก์ผู้สนับสนุนงบประมาณรายใหญ่ของทรัมป์ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง อีกทั้งการดำเนินการนี้อาจเผชิญการต่อต้านจากข้าราชการและสภาคองเกรส เนื่องจากการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการยุบหน่วยงานในวงกว้าง จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลอย่างแน่นอน

ส่วนอีกหลายชื่อที่สร้างความฮือฮา คือชื่อของ แมท เกตซ์ รัฐมนตรียุติธรรม สส.ฟลอริดาปากกล้า องครักษ์ตัวเอ้ของทรัมป์ในสภา ที่ได้คุมกระทรวงยุติธรรม หลายฝ่ายเชื่อว่า เกตซ์จะมีภารกิจสำคัญในงานด้านกฎหมาย ทั้งเรื่องการผลักดันผู้อพยพผิดกฎหมายออกนอกประเทศตามนโยบายของนายทรัมป์ล้างผิดให้กับผู้ก่อเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภาหลังการเลือกตั้งปี 2020 และเอาคืนคนกลุ่มต่างๆ ที่เคยเล่นงานทางกฎหมายเพื่อเอาผิดทรัมป์ในหลายคดีตลอดช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา

ปิดท้ายที่ อาร์เอฟเค จูเนียร์ ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นกระทรวงที่มีงบประมาณสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 105 ล้านล้านบาท)คิดเป็นร้อยละ 22.8 ของงบประมาณปี 2567 ทั้งหมด อีกทั้งยังกำกับดูแลหน่วยงานสำคัญ เช่น สำนักงานอาหารและยา หรือ เอฟดีเอ (FDA) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อหรือซีดีซี (CDC) ก็สร้างความฮือฮาไม่แพ้กัน

การเสนอชื่อดังกล่าวทำให้ผู้คนในแวดวงสาธารณสุข และแม้แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันแสดงการต่อต้านและตกตะลึง เพราะอาร์เอฟเค จูเนียร์มีจุดยืนที่ผิดหลักการทางการแพทย์มากมาย และมีความเชื่อแปลกๆ เช่นเชื่อว่าสารฟลูออไรด์ที่อยู่ในน้ำประปาทำให้กระดูกเปราะและก่อมะเร็ง ทั้งที่สมาคมการแพทย์ชี้ว่า ฟลูออไรด์ในน้ำประปาช่วยลดปัญหาฟันผุได้ดีมากนอกจากนี้เขายังเป็นผู้ต่อต้านวัคซีน โดยอ้างผิดๆ ว่าเป็นสาเหตุทำให้เด็กป่วยออทิสติก เขาได้เผยแพร่ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ทำให้มีคนเชื่อและไม่ยอมฉีดวัคซีนมากมาย

แวดวงการแพทย์หลายแห่งระบุว่า อาร์เอฟเค จูเนียร์ เป็นอันตรายต่อระบบสาธารณสุข และสามารถก่ออันตรายถึงขั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตได้ ดังที่เขาได้แพร่ข่าวปลอมเรื่องวัคซีนโรคหัดในประเทศซามัว จนทำให้ผู้คนไม่ยอมไปรับวัคซีน ต่อมาเกิดการระบาดจนมีผู้ติดเชื้อกว่า 50,000 คนและเสียชีวิตไปเกือบร้อยศพ

เป็นไงครับ ครม. ทรัมป์ 2.0 แบบนี้เรียก “ยี้” ได้ไหม?

โดย ดาโน โทนาลี

แหวกฟ้าหาฝัน : ป้อมชาวประมงที่สวยที่สุดในโลก

https://www.naewna.com/lady/841802

แหวกฟ้าหาฝัน : ป้อมชาวประมงที่สวยที่สุดในโลก

แหวกฟ้าหาฝัน : ป้อมชาวประมงที่สวยที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Fisherman Bastion

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนบูดาเปสต์ และอยู่มากกว่า 1 วัน นอกจากจะเดินเล่นริมน้ำดานูบ เข้าโบสถ์ St. Stephen และเยือนรัฐสภาแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ต้องเข้าให้ได้ก็คือ Fisherman’s Bastion ซึ่งอยู่ฝั่งบูดา

ป้อมชาวประมงนี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวประมงใกล้กับโบสถ์ Matthias มาตั้งแต่ยุคกลางเพื่อให้ชาวประมงได้ทำมาค้าขายและใช้ที่นี่เป็นที่ป้องกันเมือง ส่วนปราสาทบนเขานี้ก็เป็นที่อยู่ของกษัตริย์ราชวงศ์Arpad โดยเริ่มต้นในสมัยพระเจ้า Bela IV แห่งฮังการี แต่เริ่มมีความโดดเด่นในสมัยพระเจ้า Matthias Corvinus เพราะพระองค์ใช้ป้อมนี้ป้องกันภัยจากการรุกรานของตุรกี อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาผ่านไปบริเวณปราสาทบูดาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ยิ่งเมื่อตุรกีได้ทำลายปราสาทลงใน Mohacs Disaster และชาวออสเตรียได้เข้ามาครอบครองฮังการี ที่นี่จึงตกอยู่ภายใต้การดูแลของเวียนนา

อาคารที่ถูกสร้างขึ้นจากฐานของกำแพงที่เคยเป็น Tower of the Hiradas และบันได Jesuit นี้เกิดขึ้นหลังจากความพ่ายแพ้ในสงครามประกาศอิสรภาพของRakoczi ภายใต้คำบัญชาของออสเตรียตามหลักการทางทหารสมัยใหม่ในขณะนั้น หอคอยด้านเหนือถูกสร้างขึ้นบนที่ตั้งของหอคอยทรงกลม หลังจากสร้างได้สักพัก หอคอยก็เริ่มเสื่อมโทรมแม้จะได้รับการปรับปรุงหลายรอบ อันเป็นผลมาจากการที่ฝนตกและมีน้ำกัดเซาะ รวมทั้งผ่านสงครามอีกหลายรอบยิ่งในช่วงที่ออสเตรียปกครองฮังการี กองทัพออสเตรียปฏิเสธที่จะใช้เงินจำนวนมากมาปรับปรุงใหญ่เพื่อให้ป้อมอยู่ในสภาพดี สภาพของป้อมจึงไม่สวยงามและเป็นเสมือนหนึ่งป้อมปราการทั่วไป

ยิ่งเมื่อออสเตรียประกาศทำลายปราสาท Buda ในปี 1874 ด้วยเหตุผลที่ปราสาทในฐานะป้อมไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอในยุคนั้น พวกเขาได้วางแผนใหม่เพื่อปรับปรุงป้อมไปพร้อมกับการปรับปรุงโบสถ์ Matthias โดยมอบหมายให้ Frigyes Schulek สถาปนิกชาวฮังการีจาก Jozsef Technical University มาดำเนินการตามแนวทางศิลปะแบบ Neo-Romanesque เขาได้พยายามปกป้องโบสถ์ให้เหมือนเดิมมากที่สุดโดยตระหนักดีว่าเงินทุนในการปรับปรุงมีน้อยจนไม่สามารถที่จะคงความสูงของหอคอยเดิมไว้ได้ หลังรัฐบาลหมดเงินไปมากมายกับการปรับปรุงโบสถ์ พวกเขาก็คิดขึ้นได้ว่าน่าจะปรับปรุงป้อมไปด้วยเพื่อให้ทันฉลองครบรอบการเป็นประเทศฮังการี แต่การก่อสร้างจะต้องเสร็จสิ้นในปี 1899 ให้ได้ซึ่งในความเป็นจริง กว่าการปรับปรุงบันไดทางทิศเหนือและใต้จะแล้วเสร็จก็ปาเข้าไปปี 1902 ส่วนตัวป้อมชาวประมงก็แล้วเสร็จในปี 1905

หลังหมดเงินและความพยายามมากมาย ป้อมกลับถูกทำลายลงอย่างมากช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การที่ป้อมเป็นสถานที่สำคัญของเมือง หลังสงครามรัฐบาลจึงรีบดำเนินการปรับปรุงดดยมอบหมายให้ Laszlo Bors สถาปนิกประจำชาติมาเป็นผู้ออกแบบ แต่การปรับปรุงทำได้ยากลำบากเพราะป้อมถูกไฟไหม้จึงต้องตรงตราทุกกระเบียดนิ้ว แค่การตรวจตราก็ปาเข้าไปเป็นปีแล้ว การปรับปรุงจึงเสร็จสิ้นในปี 1953โดยป้อมได้ถูกแยกออกจากปราสาท Buda ออกอย่างเด็ดขาดในการปรับปรุงครั้งนี้

นักท่องเที่ยวที่มีเวลาและอยากดื่มด่ำกับวิวรัฐสภาให้หนำใจไม่เพียงสนุกสนานกับการถ่ายภาพภายนอกป้อมชาวประมงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกตั้งแต่ปี 1987 และอยู่ไม่ไกลจากปราสาทบูดามากนักนี้ได้ฟรี ยังสามารถเสียเงินขึ้นไปบนระเบียง และจิบกาแฟที่ร้านกาแฟได้อีกต่างหากด้วย