เดือดกลางอิสตันบูล! มือปืนบุกยิงใกล้กงสุลอิสราเอล ก่อนปะทะเดือดกับจนท. ดับ 1 เจ็บหลายราย

เดือดกลางอิสตันบูล! มือปืนบุกยิงใกล้กงสุลอิสราเอล ก่อนปะทะเดือดกับจนท. ดับ 1 เจ็บหลายราย

7 เม.ย. 2569 20:03 น.

เดือดกลางอิสตันบูล! มือปืนบุกยิงใกล้กงสุลอิสราเอล ก่อนปะทะเดือดกับจนท. ดับ 1 เจ็บหลายราย

เกิดเหตุยิงปะทะอย่างรุนแรงใกล้สถานกงสุลอิสราเอลในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ส่งผลให้มือปืนอย่างน้อย 1 รายเสียชีวิต และอีก 2 รายถูกเจ้าหน้าที่ยิงสกัด ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

ผู้ว่าการนครอิสตันบูลเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ก่อเหตุและเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยใช้เวลายิงต่อสู้นานหลายนาทีบริเวณใกล้จุดรักษาความปลอดภัยของอาคาร 

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของตุรกีระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับองค์กรที่แสวงหาผลประโยชน์จากศาสนา และมีการระบุตัวตนผู้ต้องสงสัยแล้ว โดยในจำนวนนี้มีผู้ก่อเหตุ 2 คนเป็นพี่น้องกัน 

ในที่เกิดเหตุมีการระดมกำลังตำรวจจำนวนมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบติดอาวุธ และทีมกู้ชีพเข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะที่พื้นที่โดยรอบถูกปิดล้อมเพื่อความปลอดภัย

กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ภายในสถานกงสุล เนื่องจากไม่ได้ใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว 

เหตุยิงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลด้านความมั่นคงในหลายประเทศ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตุรกีกำลังเร่งสอบสวนแรงจูงใจและเครือข่ายของผู้ก่อเหตุเพิ่มเติม.

ที่มา : BBC

ทรัมป์กร้าว อารยธรรมอิหร่านจะดับสูญ หากไม่มีข้อตกลงก่อนพ้นเส้นตาย

ทรัมป์กร้าว อารยธรรมอิหร่านจะดับสูญ หากไม่มีข้อตกลงก่อนพ้นเส้นตาย

7 เม.ย. 2569 20:02 น.

ทรัมป์กร้าว อารยธรรมอิหร่านจะดับสูญ หากไม่มีข้อตกลงก่อนพ้นเส้นตาย

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความขู่อิหร่านรอบใหม่โดยระบุว่า อารยธรรมของอิหร่านจะดับสูญ หากไม่มีการทำข้อตกลงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซก่อนที่เส้นตายในคืนวันอังคารนี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) จะผ่านพ้นไป

เมื่อ 7 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ส่งคำขู่รุนแรงไปยังอิหร่าน โดยระบุว่า “อารยธรรมทั้งอารยธรรมจะดับสูญในคืนนี้” ในขณะที่เส้นตายที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซกำลังใกล้เข้ามา

“อารยธรรมทั้งอารยธรรมกำลังจะดับสูญไปในคืนนี้ และจะไม่มีวันฟื้นคืนกลับมาได้อีก ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่มันก็น่าจะเป็นไปเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ในเมื่อขณะนี้เรามีการ ‘เปลี่ยนระบอบการปกครองอย่างเบ็ดเสร็จและสมบูรณ์’ โดยที่มีกลุ่มคนใหม่ที่ฉลาดกว่า และมีความคิดที่สุดโต่งน้อยกว่าก้าวขึ้นมามีอำนาจ บางทีสิ่งมหัศจรรย์ที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์อาจจะเกิดขึ้นก็ได้ ใครจะไปรู้?”

“เราจะได้รู้กันในคืนนี้ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์อันยาวนานและซับซ้อนของโลก 47 ปีแห่งการขู่กรรโชก การคอรัปชัน และความตาย จะสิ้นสุดลงเสียที ขอพระเจ้าอวยพรประชาชนชาวอิหร่านผู้ยิ่งใหญ่ด้วยเถิด!”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่ว่าจะทำลายโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานภาคพลเรือนอื่นๆ ของอิหร่าน โดยกล่าวว่าประเทศนี้จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่เลวร้ายหากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในเวลา 20.00 น. วันอังคารที่ 7 เม.ย.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET) หรือราว 7.00 น.วันพุธตามเวลาไทย

สมาชิกสภาพรรคเดโมแครตหลายคนประณามคำขู่ของนายทรัมป์ โดยระบุว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพลเรือนของอิหร่าน อาจเข้าข่ายเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม แต่โดนัลด์ ทรัมป์ กับทำเนียบขาวปฏิเสธความกังวลดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

สหรัฐฯ โจมตี “เกาะคาร์ก” ของอิหร่านรอบ 2 อ้างถล่มเป้าหมายทางทหาร

สหรัฐฯ โจมตี “เกาะคาร์ก” ของอิหร่านรอบ 2 อ้างถล่มเป้าหมายทางทหาร

7 เม.ย. 2569 19:46 น.

สหรัฐฯ โจมตี “เกาะคาร์ก” ของอิหร่านรอบ 2 อ้างถล่มเป้าหมายทางทหาร

ทำเนียบขาวยืนยัน กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเกาะคาร์กของอิหร่านเป็นครั้งที่ 2 โดยอ้างว่าเป็นการโจมตีเป้าหมายทางทหาร ไม่ใช่สิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 7 เม.ย. 2569 ว่า ทำเนียบขาวและเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมายทางทหารบน “เกาะคาร์ก” (Kharg Island) ของอิหร่าน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยยืนยันว่า การโจมตีในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายไปที่สิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันของอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยโจมตีเกาะคาร์กมาแล้วเมื่อวันที่ 13 มีนาคม โดยในขณะนั้นกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) แถลงว่ามีเป้าหมายที่ถูกโจมตีรวม 90 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วย “คลังเก็บทุ่นระเบิดทางเรือ บังเกอร์เก็บขีปนาวุธ และสถานที่ทางทหารอื่น ๆ อีกหลายแห่ง”

อนึ่ง เกาะคาร์กเป็นเกาะขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 24 กิโลเมตร แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดของอิหร่าน

ข้อมูลระบุว่า อิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่มโอเปกส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 9 ใน 10 บาร์เรลผ่านเกาะแห่งนี้ โดยปริมาณการส่งออกอยู่ที่ราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และปลายทางสำคัญคือจีน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เกาะคาร์ก ยุทธศาสตร์สำคัญอิหร่าน อเมริกา เปิดฉากถล่ม กระทบแหล่งน้ำมันโลก

เกาะคาร์ก ยุทธศาสตร์สำคัญอิหร่าน อเมริกา เปิดฉากถล่ม กระทบแหล่งน้ำมันโลก

7 เม.ย. 2569 19:38 น.

เกาะคาร์ก ยุทธศาสตร์สำคัญอิหร่าน อเมริกา เปิดฉากถล่ม กระทบแหล่งน้ำมันโลก

เกาะคาร์ก (Kharg Island) เปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” และหัวใจทางเศรษฐกิจของอิหร่าน ในสถานการณ์ปัจจุบัน เกาะนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ตึงเครียดที่สุดในความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ

ทำไมเกาะคาร์กถึงสำคัญอย่างยิ่งต่ออิหร่าน?

เกาะขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซียแห่งนี้ พื้นที่ประมาณ 20 ตร.กม. คือฐานที่ตั้งของเทอร์มินัลส่งออกน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ:

  • ทางผ่านน้ำมัน 90-95%: น้ำมันดิบเกือบทั้งหมดที่อิหร่านผลิตได้และส่งออกไปยังตลาดโลก โดยเฉพาะจีน จะต้องถูกลำเลียงผ่านท่อใต้ทะเลมาที่เกาะนี้เพื่อขึ้นเรือบรรทุกน้ำมัน
  • แหล่งรายได้หลัก: รายได้จากการขายน้ำมันที่ผ่านเกาะคาร์กคือ เงินงบประมาณหลักที่รัฐบาลอิหร่านใช้ขับเคลื่อนประเทศ จ่ายเงินเดือนกองทัพ (IRGC) และสนับสนุนกลุ่มตัวแทน (Proxies) ต่างๆ ในภูมิภาค
  • คลังจัดเก็บน้ำมัน: มีถังเก็บน้ำมันขนาดมหึมา และโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน ซึ่งอิหร่านใช้เวลาหลายสิบปีในการสร้างและเสริมความแข็งแกร่ง

ทำไมอเมริกาถึงเน้นทำลายหรือควบคุมเกาะนี้?

สำหรับสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2026 เกาะคาร์กคือ “จุดรวมศูนย์ของอำนาจต่อรอง”

  • ตัดวงจรการเงิน: หากทำลายหรือปิดล้อมเกาะนี้ได้ เศรษฐกิจอิหร่านจะเข้าสู่สภาวะ “อัมพาต” ทันที เพราะไม่มีรายได้เข้าประเทศ
  • มาตรการกดดันขั้นสูงสุด: สหรัฐฯ มองว่าการทำลายเป้าหมายทางทหารบนเกาะ และการขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานน้ำมัน เป็นการบีบให้เตหะรานต้องยอมเจรจาหรือหยุดการเคลื่อนไหวในช่องแคบฮอร์มุซ
  • การตัดช่องทางเสบียง: หากปราศจากเงินจากการขายน้ำมัน ความสามารถของอิหร่านในการทำสงครามยืดเยื้อจะลดลงอย่างมหาศาล

ประเมินว่า “ถ้าถล่มได้จะชนะสงครามหรือไม่?”

นักวิเคราะห์มองว่าการถล่มหรือยึดเกาะคาร์ก “เป็นดาบสองคม” และอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการชนะสงครามอย่างเบ็ดเสร็จ:

  • ในเชิงเศรษฐกิจ อเมริกาชนะ : อิหร่านจะล้มละลายในทางเทคนิค และสูญเสียขีดความสามารถในการส่งออกน้ำมันไปหลายปี
  • ในเชิงยุทธศาสตร์ มีความเสี่ยงสูง : อิหร่านขู่เสมอว่าหากเกาะคาร์กถูกทำลาย พวกเขาจะ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง (Historic Spike) กระทบต่อเศรษฐกิจโลกและสหรัฐฯ เอง
  • การตอบโต้อย่างรุนแรง: อิหร่านอาจเปลี่ยนจากการรบแบบปกติไปเป็นการโจมตีแบบไม่สมมาตร (Asymmetric Warfare) เต็มรูปแบบ โดยใช้โดรนและมิสไซล์ถล่มแหล่งน้ำมันของพันธมิตรสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย หรือ ยูเออี เพื่อให้พังพินาศไปด้วยกัน
  • ผลกระทบหลังสงคราม: การทำลายเทอร์มินัลน้ำมันจะทำให้อิหร่านในอนาคต (แม้เปลี่ยนรัฐบาล) ฟื้นตัวได้ยากมาก ซึ่งอาจสร้างความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคในระยะยาว

บีบโรงกลั่นคายกำไรส่วนต่าง ลดราคาน้ำมัน คาดปล่อยดีเซลลิตรละ 60 บ. จีดีพีติดลบหนัก

บีบโรงกลั่นคายกำไรส่วนต่าง ลดราคาน้ำมัน คาดปล่อยดีเซลลิตรละ 60 บ. จีดีพีติดลบหนัก

7 เม.ย. 2569 18:12 น.

บีบโรงกลั่นคายกำไรส่วนต่าง ลดราคาน้ำมัน คาดปล่อยดีเซลลิตรละ 60 บ. จีดีพีติดลบหนัก

บีบโรงกลั่นคายกำไรส่วนต่าง ลดราคาน้ำมัน คาดปล่อยดีเซลราคาพุ่ง 60 บาท/ลิตร จีดีพีไทยติดลบหนัก นับถอยหลังเงินเฟ้อ เลิกจ้างสูง เศรษฐกิจพังทั้งระบบ

วิกฤตพลังงานสงครามอิหร่าน ส่งผลกระทบให้น้ำมันในไทยพุ่งขึ้นสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ที่ตอนนี้พุ่งไปเกินลิตรละ 20 บาท ซึ่งรัฐบาลอนุทิน เริ่มมีมาตรการที่จะลดค่าการกลั่น ที่ตอนนี้กระทรวงพลังงานประกาศว่าวันที่ 7 เม.ย. 69 ค่าการกลั่นอยู่ที่ 17.50 บาท/ลิตร สูงกว่าค่าการกลั่นเดิมในปีที่แล้วเกือบเท่าตัว สวนทางกับกองทุนน้ำมันที่ติดลบกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท และรัฐบาลอาจพิจารณากู้เงินเพื่อมาชดเชยในกองทุนอีกระลอก

มติกบง ขณะที่วันนี้ (7 เม.ย.69) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน แถลงถึงมาตรการมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะมีการลดราคาหน้าโรงกลั่น โดยพิจารณา เดือน มี.ค.69 ลดราคาหน้าโรงกลั่นลงได้ 2 บาท/ลิตร ซึ่งต้องมาดูอีกทีว่า เมื่อลดราคาหน้าโรงกลั่นแล้ว 2 บาท/ลิตร จะทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงตามมาได้หรือไม่

ค่าการกลั่น เป็นอีกตัวแปรสำคัญที่รัฐบาลพยายามบีบโรงกลั่นให้ลดราคาลง แม้โรงกลั่นจะอ้างว่าด้วยต้นทุนการขนส่งและราคาการซื้อน้ำมันดิบที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัว จากเดิมเดือน ม.ค.69 ค่าการกลั่นอยู่ที่2.14 บาท/ลิตร เพิ่มสูงขึ้นในเดือน มี.ค. 69 อยู่ที่ 7.23 บาท/ลิตร จนล่าสุดค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นถึง 17.50บาท/ลิตร

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน วิเคราะห์ ถึงค่าการกลั่นน้ำมันว่า การที่รัฐบาลมีมาตรการการให้ลดค่าการกลั่นน้ำมัน จะมีผลทำให้ราคาน้ำมันลดลง แต่การลดควรเป็นแนวทางที่ช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากตอนนี้ค่าการกลั่นถูกโยงกับราคาหน้าโรงกลั่น โดยตอนนี้ ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นถึง 17.50 บาท/ลิตร ถือว่ามีราคาที่สูงมาก จากเดิมที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2 บาท/ลิตร

ดีเซล ตอนนี้ราคาขึ้นมาถึง 68.8 % แต่ราคาหน้าโรงกลั่นขึ้นไปเกือบ 200% ซึ่งถ้ามีกระบวนการที่กดราคาค่าการกลั่น ให้มีประโยชน์จะช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนได้

ตอนนี้กองทุนน้ำมัน กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่มาจากประชาชน และช่วยพยุงราคาน้ำมันเหมือนกับประชาชนกำลังช่วยตัวเองอยู่ เพราะเงินกองทุนน้ำมันก็มาจากประชาชน ขณะที่รัฐบาลก็ไม่ได้ช่วยลดภาษีน้ำมัน ส่วนต้นทุนอีกส่วนจากบริษัทน้ำมันก็ไม่ได้มาช่วย ดังนั้น รัฐบาล นอกจากลดราคาค่าการกลั่นแล้ว ต้องมาดูกระบวนการในการลดภาษีน้ำมันช่วยประชาชนด้วย

ด้านโรงกลั่นก็อ้างว่า ด้วยภาวะสงครามทำให้ต้นทุนการซื้อน้ำมันดิบและการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น แต่อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้บริษัทน้ำมันก็ไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ซึ่งคุณเก็บเกี่ยวกำไรมามากแล้ว

ค่าการกลั่นน้ำมันของไทย ตอนนี้ไม่ควรเกิน 5 บาท/ลิตร แต่ตอนนี้พุ่งไปถึง 17.50 บาท/ลิตร ถือว่าไปไกลมากแล้ว ต่างจากเวียดนาม ที่จะกำหนดราคาน้ำมันโดยรัฐบาล ไม่ได้ให้เอกชนเป็นผู้คิดราคาน้ำมัน เช่นเดียวกับอินโดนีเซีย ที่โรงกลั่นน้ำมันเป็นของรัฐบาล

ส่วนข้อเสนอในการเปิดให้มีการแข่งขันแบบเสรีในเรื่องของโรงกลั่นน้ำมันในไทย ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยได้ในอนาคต แต่ถ้ามองในมุมกลับกัน ตอนนี้ก็เป็นตลาดเสรีในการที่ต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนโรงกลั่นน้ำมันในไทยได้ แต่ความต่างอยู่ที่เอกชนเป็นคนคิดราคาน้ำมัน ทำให้ราคาหน้าปั๊มดีดตัวสูงขึ้นมาก ดังนั้น การแก้ปัญหาที่ดี ไทยควรเปิดให้เป็นการค้าเสรี แต่ต้องมีการควบคุมราคาแบบเวียดนาม ที่เปิดให้เข้ามาลงทุน แต่สูตรในการคิดราคาน้ำมัน รัฐบาลเป็นผู้กำหนดราคา

ค่าการกลั่นถือเป็นกำไรข้างต้น แต่ไม่ใช่กำไรสุทธิที่จะได้ ซึ่งเดิมค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 2 บาทกว่า ถ้าบวกค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น อีก 3 บาท จะตกลิตรละไม่เกิน 5 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาค่าการกลั่นที่เหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนี้ และคิดว่าควรตั้งกรอบเพดานค่าการกลั่นให้เป็นการคิดแบบถาวร

สูตรคำนวณราคาน้ำมันตอนนี้ต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่ ตั้งแต่การกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น และค่าการกลั่นใหม่ทั้งหมด เพราะวิธีคิดราคาน้ำมันไทยต่างจากเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แม้ประเทศเหล่านี้จะอ้างอิงราคาขายของสิงคโปร์ แต่เวลาคิดจริงไม่ได้นำมาทั้งหมด แต่จะเป็นเพียงค่าราคากลาง แล้วมากำหนดตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ โดยคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก

ราคาน้ำมันแพง ภาษีน้ำมันไม่ลดราคา ภาระตกที่ประชาชน

ภาษีน้ำมัน เป็นอีกปัจจัยที่เกิดคำถามในภาวะวิกฤตพลังงานว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการลดส่วนนี้ รศ.ดร.อัทธ์ ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่เจอปัญหาราคาน้ำมันแพง ประชาชนเหมือนช่วยตัวเองมาตลอด ขณะที่ภาษีน้ำมัน รัฐบาลก็ไม่ยอมลดให้ ต่างจากเวียดนามตอนนี้ ลดภาษีน้ำมันเหลือ 0 บาท/ลิตร ไปจนถึงเดือน มิ.ย.นี้

“1 เดือนที่ผ่านมา ประชาชนเหมือนช่วยตัวเองอยู่ในการแก้ปัญหาน้ำมันแพง รัฐบาลเหมือนยังไม่ได้ช่วยอะไรเลย ตอนนี้การแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงถือว่าช้ามาก โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีต้นทุนในการทำการเกษตรที่สูงมากขึ้น เช่นกลุ่มผู้ปลูกข้าว อ้อย และกาแฟ”

ขณะที่มาตรการในการกู้เงินเพื่อมาช่วยเหลือกองทุนน้ำมัน ยังมองว่าจำเป็น เพราะตอนนี้กองทุนน้ำมัน ติดลบกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลต้องคิดถึงความคุ้มค่าว่า ถ้ากู้มาช่วยกองทุนน้ำมัน กับการที่รัฐช่วยลดภาษีน้ำมัน อันไหนจะคุ้มค่ากว่ากัน แต่ถ้ากู้มา ก็เหมือนประชาชนเจอสองเด้ง ทั้งราคาค่าภาษีน้ำมัน และเงินกู้ที่ต้องจ่ายในอนาคตหลังจากที่เรากู้เงินมา

เศรษฐกิจไทย เมื่อของแพง กำลังซื้อลดลง

รศ.ดร.อัทธ์ มองว่า หากคำนวณราคาของน้ำมันดีเซลที่มีส่วนสำคัญในภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง ซึ่งดีเซลขึ้นราคามา 50.54 บาท/ลิตร ทำให้จีดีพีของไทยเหลือ 1 % ต่อปี แต่ถ้าดีเซล ขึ้นมา 60 บาท/ลิตร จีดีพีของไทยจะเหลือ 0.5 % และบางไตรมาสจะเริ่มติดลบ ซึ่งเดิมสภาพัฒน์ระบุว่าจีดีพีไทยจะโตขึ้น 2 % ภายในปีนี้ แต่พอราคาพลังงานเพิ่มก็จะทำให้จีดีพีลดลง จาก การวิเคราะห์พบว่า ถ้าดีเซล ขึ้นมา 60บาท/ลิตร จีดีพีของไทยจะติดลบ และเตรียมนับถอยหลังวิกฤตเศรษฐกิจในภาพใหญ่ได้เลย

เศรษฐกิจไทย จะอยู่ในภาวะเงินเฟ้อสูงมาก ถึง 5 – 6 เปอร์เซ็นต์ ประชาชนก็จะไม่มีเงินไปใช้จ่าย และจะเริ่มมีการเลิกจ้างจำนวนมาก เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน ดังนั้น ประชาชนควรเตรียมรับมือกับภาวะที่จะเกิดขึ้น

ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลก แม้สงครามจะสงบ แต่ก็ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี กว่าราคาพลังงานจะกลับมาเป็นปกติ เนื่องจากมีการทำลายแหล่งน้ำมันและโรงก๊าซขนาดใหญ่ของภูมิภาค ที่ต้องใช้เวลานานในการซ่อมแซม

อิหร่านเรียกร้องประชาชนตั้ง “โล่มนุษย์” ปกป้องโรงไฟฟ้า หลังทรัมป์ขู่ถล่ม

อิหร่านเรียกร้องประชาชนตั้ง "โล่มนุษย์" ปกป้องโรงไฟฟ้า หลังทรัมป์ขู่ถล่ม

7 เม.ย. 2569 15:43 น.

อิหร่านเรียกร้องประชาชนตั้ง “โล่มนุษย์” ปกป้องโรงไฟฟ้า หลังทรัมป์ขู่ถล่ม

รัฐบาลอิหร่านปลุกระดมเยาวชนและประชาชนทำ “โล่มนุษย์” ล้อมโรงไฟฟ้าหวังกันการโจมตี หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศกร้าวเตรียมถล่มโครงสร้างพื้นฐาน-สะพานทุกแห่งให้พินาศ หากอิหร่านไม่ยอมเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกในช่องแคบฮอร์มุซตามกำหนด

รัฐบาลอิหร่านประกาศเรียกร้องให้พลเรือน รวมถึงกลุ่มเยาวชน นักกีฬา และศิลปิน ออกมารวมตัวกันสร้าง “โล่มนุษย์”  รอบโรงไฟฟ้าทั่วประเทศในเวลา 14.00 น. ของวันอังคาร (7 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อประณามการขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

นายอาลีเรซา ราฮิมี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬาของอิหร่าน แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์รัฐบาลว่า “เราจะยืนหยัดประสานมือกันเพื่อบอกว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะคืออาชญากรรมสงคราม” โดยเรียกกิจกรรมนี้ว่า “โล่มนุษย์เยาวชนอิหร่านเพื่ออนาคตที่สดใส” อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่านี่คือความพยายามของรัฐบาลอิหร่านในการใช้ประชาชนของตนเองเป็น “โล่มนุษย์” เพื่อสกัดกั้นการโจมตีทางอากาศ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความด้วยถ้อยคำรุนแรง ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดมาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม จนส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกอย่างรุนแรง

ทรัมป์ระบุว่า “วันอังคารจะเป็นวันแห่งโรงไฟฟ้าและวันแห่งสะพานในอิหร่าน… ทุกอย่างจะพินาศ” พร้อมสำทับในการแถลงข่าวว่าสหรัฐฯ มีแผนการที่จะทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่านให้ระเบิดและลุกเป็นไฟจนใช้งานไม่ได้อีกต่อไป โดยจะใช้เวลาปฏิบัติการเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเส้นตายในวันที่ 8 เมษายนนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายพลังงานจากมหาวิทยาลัยบาร์อิลันในอิสราเอล วิเคราะห์ว่า แม้การถล่มโรงไฟฟ้าจะสร้างความเสียหายมหาศาลต่อภาคประชาชน แต่อาจไม่สามารถหยุดยั้งปฏิบัติการทางทหารของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวมีแหล่งจ่ายไฟสำรองและโรงไฟฟ้าขนาดเล็กแยกต่างหากสำหรับฐานยิงขีปนาวุธ

นอกจากนี้ อิหร่านยังพึ่งพาการกลั่นน้ำจืดจากทะเลเพียง 10% ซึ่งต่างจากประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอ่าวอาหรับ ดังนั้นวิกฤตไฟฟ้าดับจึงอาจไม่ส่งผลกระทบต่อการขาดแคลนน้ำในทันทีจนเกิดการจลาจลอย่างที่สหรัฐฯ คาดหวัง

มีรายงานว่าในช่วงเช้ามืดวันอังคาร ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะรานและเมืองคาราจที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ด้านอิหร่านก็ได้ตอบโต้ด้วยการส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายรอบภูมิภาคเช่นกัน

ขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า เมื่อถึงเส้นตายที่ทรัมป์กำหนดไว้ในช่วงดึกของวันอังคาร ตามเวลาสหรัฐฯ สถานการณ์จะลุกลามกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบหรือไม่ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์จากเหตุการณ์ปิดช่องแคบในครั้งนี้.

ที่มา news.com.au

‘สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์’ปลดล็อกวิกฤตอาหารสัตว์ เร่งผลักดัน’หมู่บ้านอาหารสัตว์ยั่งยืน’ลดต้นทุน-สร้างความยั่งยืน

'สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์'ปลดล็อกวิกฤตอาหารสัตว์ เร่งผลักดัน'หมู่บ้านอาหารสัตว์ยั่งยืน'ลดต้นทุน-สร้างความยั่งยืน

‘สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์’ปลดล็อกวิกฤตอาหารสัตว์ เร่งผลักดัน’หมู่บ้านอาหารสัตว์ยั่งยืน’ลดต้นทุน-สร้างความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.28 น.

เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศยังเผชิญวิกฤตต้นทุนอาหารสัตว์พุ่งสูง โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่หญ้าสดขาดแคลน ส่งผลให้สัตว์ขาดสารอาหาร สุขภาพไม่สมบูรณ์ และให้ผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ เร่งเดินหน้าศึกษา วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมตั้งแต่การปลูกพืชอาหารสัตว์ การจัดการแปลง การผลิต การเก็บสำรอง ไปจนถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาต้นแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ สู่การสาธิตและขยายผลให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ของตนเอง

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ได้ขับเคลื่อนโครงการ “หมู่บ้านอาหารสัตว์ยั่งยืน” ในพื้นที่ 32 จังหวัดทั่วประเทศ เน้นส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มจัดทำแปลงพืชอาหารสัตว์ในชุมชน เพื่อผลิตอาหารสัตว์คุณภาพใช้เอง ลดการพึ่งพาจากภายนอก และสร้างแหล่งสำรองในช่วงวิกฤต ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ แต่ยังส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างคุ้มค่า เกิดการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน และสร้างความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ในระยะยาว

นอกจากนี้ การยกระดับภาคปศุสัตว์ให้มีคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยในอนาคต

รับชมเพิ่มเติมได้ที่ ลิงก์วิดีโอ : https://youtu.be/Y8apZeKqfRM

จับตา! โควตานม’69 เมื่อผลประชาพิจารณ์-หลักเกณฑ์ใหม่ยังคลุมเครือ

จับตา! โควตานม’69 เมื่อผลประชาพิจารณ์-หลักเกณฑ์ใหม่ยังคลุมเครือ

จับตา! โควตานม’69 เมื่อผลประชาพิจารณ์-หลักเกณฑ์ใหม่ยังคลุมเครือ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.03 น.

ประเด็นร้อน “โครงการนมโรงเรียน ปีการศึกษา 2569” กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในสังคม หลังพบข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการกำหนดหลักเกณฑ์ และความชัดเจนของระบบจัดสรรโควตา

จุดที่ถูกวิพากษ์มากที่สุด คือ การไม่เปิดเผยผลการประชาพิจารณ์ ทั้งในส่วนของความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และข้อสรุปที่ถูกนำไปใช้จริง ทั้งที่กระบวนการดังกล่าวควรเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนเสียงของเกษตรกรและผู้ประกอบการในระบบ

ขณะเดียวกัน แม้จะมีการประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ออกมา แต่กลับพบว่า ยังไม่มีการระบุ “สัดส่วนโควตา” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปัญหาที่ถกเถียงกันมายาวนาน โดยเฉพาะประเด็นสัดส่วน 70:30 ที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงในอุตสาหกรรมโคนม

การไม่มีตัวเลขกำกับชัดเจน ทำให้เกิดข้อกังวลว่า อาจเปิดช่องให้เกิดการตีความและการจัดสรรที่ไม่เป็นธรรมในทางปฏิบัติ และอาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการและเกษตรกร

นอกจากนี้ แม้หลักเกณฑ์ใหม่จะเพิ่มมาตรการควบคุมคุณภาพน้ำนมและบทลงโทษที่เข้มงวดขึ้น แต่กลับถูกตั้งคำถามว่า สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด และการเข้าถึงตลาดของเกษตรกรรายย่อย

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เหตุใดผลประชาพิจารณ์จึงไม่ถูกเปิดเผยหลักเกณฑ์ใหม่สะท้อนเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจริงหรือไม่ และโครงสร้างการจัดสรรที่ยังไม่ชัดเจน จะนำไปสู่ความเป็นธรรมได้อย่างไร

ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น โครงการนมโรงเรียนซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเด็กนักเรียนทั่วประเทศ อาจกำลังเผชิญ “วิกฤตความเชื่อมั่น” หากไม่สามารถสร้างความชัดเจนและความโปร่งใสได้ในระยะอันใกล้

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โชว์ศักยภาพด้านศัลยกรรมระบบประสาท ผ่าตัดเนื้องอกสมองผ่าน’คิ้ว’

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โชว์ศักยภาพด้านศัลยกรรมระบบประสาท ผ่าตัดเนื้องอกสมองผ่าน'คิ้ว'

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โชว์ศักยภาพด้านศัลยกรรมระบบประสาท ผ่าตัดเนื้องอกสมองผ่าน’คิ้ว’

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.18 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประกาศความสำเร็จอีกขั้นทางการแพทย์ หลังทีมศัลยแพทย์ระบบประสาทประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเนื้องอกในสมองด้วยเทคนิค “แผลเล็กผ่านคิ้ว” (Eyebrow Keyhole Approach) ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องรับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะขนาดใหญ่ ลดภาวะแทรกซ้อน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว

นพ.จอนาตัน อรัญ ตั้งศรีวิมล ศัลยแพทย์ระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นผู้ดำเนินการผ่าตัดเนื้องอกบริเวณฐานกะโหลกส่วนหน้า โดยใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบแผลขนาดเล็กที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคทางสมองในประเทศไทย

นวัตกรรมการผ่าตัดแผลเล็ก เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

ความโดดเด่นของการผ่าตัดครั้งนี้ คือการเข้าถึงตำแหน่งของเนื้องอกผ่านช่องเปิดขนาดเล็กบริเวณคิ้ว ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) โดยใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูง ประกอบด้วย:

• กล้อง Microscope และ Endoscope: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อและหลอดเลือดได้อย่างชัดเจน

• เครื่องนำวิถี (Neuronavigation): ช่วยกำหนดตำแหน่งของเนื้องอกได้อย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อเนื้อสมองส่วนดีและโครงสร้างสำคัญข้างเคียง

• การส่องกล้องตรวจภายในร่วมกับเครื่องนำวิถี  ช่วยให้สามารถผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อสมองและโครงสร้างสำคัญ ลดระยะเวลาการพักฟื้นในโรงพยาบาล

จากผลการรักษาพบว่า การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น แพทย์สามารถนำเนื้องอกออกได้สำเร็จทั้งหมด โดยผู้ป่วยมีระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลง และฟื้นตัวได้เป็นอย่างดีเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดกะโหลกศีรษะแบบเดิม

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจาก โรงพยาบาลนิวยอร์กเพรสไบทีเรียน (New York Presbyterian) มหาวิทยาลัยคอร์แนล (Cornell University) ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศูนย์ศัลยกรรมระบบประสาทขั้นสูงชั้นนำของโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดสมองแผลเล็ก ผ่านทางคิ้ว (Eye brow approach) ส่องกล้องผ่านทางช่องตา (Endoscopic Transorbital Approach) และส่องกล้องผ่านทางจมูก (Endoscopic Endonasal Approach) ร่วมกับการดูแลรักษาโรคที่มีความซับซ้อนในระดับมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมอบการดูแลรักษาโรคที่มีความซับซ้อนในระดับมาตรฐานสากล ให้ประชาชนไทยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

‘Dr Clear Aligners’ปักธงไทย เขย่าวงการจัดฟันใส ชูเทคโนโลยี 3D สเปกเยอรมนี

'Dr Clear Aligners'ปักธงไทย เขย่าวงการจัดฟันใส ชูเทคโนโลยี 3D สเปกเยอรมนี

‘Dr Clear Aligners’ปักธงไทย เขย่าวงการจัดฟันใส ชูเทคโนโลยี 3D สเปกเยอรมนี

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.15 น.

ดีซีเอ อินเตอร์เนชั่นแนล (DCA International) รุกหนักตลาดทันตกรรมเพื่อความงาม (Cosmetic Dentistry) ในไทย เปิดตัว Dr Clear Aligners แบรนด์จัดฟันใสระดับพรีเมียมสัญชาติสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ มุ่งยกระดับมาตรฐานรอยยิ้มด้วยนวัตกรรมที่แม่นยำและคุ้มค่า

จับเทรนด์เมกะเทรนด์โลก ตลาดจัดฟันใสไทยโตกระโดดในยุคที่บุคลิกภาพคือใบเบิกทาง “การจัดฟันใส” ได้กลายเป็นทางเลือกหลักของผู้บริโภคยุคใหม่ ข้อมูลจาก Fortune Business Insights ระบุว่าตลาดทันตกรรมเพื่อความงามทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 4.2–4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเติบโตต่อเนื่องด้วยอัตราเฉลี่ย (CAGR) 13–14% ไปจนถึงปี 2034

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจาก Grand View Horizon ชี้ให้เห็นถึงโอกาสมหาศาล โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจัดฟันใสจะพุ่งจาก 1.6 พันล้านบาท ไปแตะที่ 1.1 หมื่นล้านบาทภายในปี 2033 แม้จะมีความท้าทายเรื่องการเข้าถึงบริการในพื้นที่ห่างไกล (ซึ่งคิดเป็น 40% ของประชากรไทย) แต่ Dr Clear Aligners มองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการขยายบริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

3 จุดแข็งที่แตกต่าง นวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ไร้ขีดจำกัดDr Clear Aligners ไม่ได้มองว่าการจัดฟันคือเรื่องของความงามเพียงอย่างเดียว แต่คือ “การสร้างความเชื่อมั่น” ผ่านเทคโนโลยีจากเยอรมนีที่ผสานกับ Intraoral Scanner โดยมีจุดเด่น 3 ด้านหลัก:

1. Premium Material: วัสดุมีความใส ยืดหยุ่นสูง และแนบสนิทไปกับผิวฟัน ทำให้ใส่สบายและไม่ระคายเคือง
2. 3D Digital Planning: วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลด้วยระบบดิจิทัล 3 มิติ ช่วยให้ทันตแพทย์คำนวณการเคลื่อนฟันได้อย่างแม่นยำ และคนไข้สามารถเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าได้ทันที
3. Easy Hygiene: ตอบโจทย์ชีวิตที่คล่องตัวด้วยคุณสมบัติถอดง่าย ทำความสะอาดสะดวก ลดความเสี่ยงในการเกิดฟันผุมากกว่าการจัดฟันแบบเดิม

กลยุทธ์ “ความมั่นใจที่สัมผัสได้” ผ่านพรีเซนเตอร์คู่ฮอตสร้างการจดจำแบรนด์ในวงกว้าง Dr Clear Aligners ได้จัดงาน “Your Reason to Smile” (เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569) เปิดตัวสองนักแสดงดาวรุ่ง “เก่ง หฤษฎ์ บัวย้อย” และ “น้ำปิง Napatsakorn Pingmuang” ในฐานะ Brand Ambassador & Presenter

การเลือก “เก่ง-น้ำปิง” มาเป็นตัวแทนแบรนด์ คือกลยุทธ์สื่อสารผ่านผู้ใช้จริงที่สะท้อนภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจคุณภาพและความคุ้มค่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคกล้าที่จะส่งยิ้มอย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยภายในงานยังมีกิจกรรม Lucky Fan และการร่วมแชร์ประสบการณ์การดูแลรอยยิ้มเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจในทุกช่วงเวลาของชีวิต

“รอยยิ้มไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือหัวใจสำคัญของความมั่นใจ” ผู้บริหารดีซีเอ อินเตอร์เนชั่นแนล ย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการมอบโซลูชันการจัดฟันที่ทันสมัยและโปร่งใสให้กับคนไทยทุกคน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.drclearaligners.co.th/ 
Facebook : Dr Clear Aligners Thailand
Instagram: drclearalignersthailand 
LINE Official: @drclearaligner