ดับพุ่ง 4,300 ศพ สงครามตะวันออกกลาง ความรุนแรงลามไปทั่ว

ดับพุ่ง 4,300 ศพ สงครามตะวันออกกลาง ความรุนแรงลามไปทั่ว

22 มี.ค. 2569 00:58 น.

ดับพุ่ง 4,300 ศพ สงครามตะวันออกกลาง ความรุนแรงลามไปทั่ว

จำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มต้นจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ กับอิสราเอล เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 4,300 ศพแล้ว และยังไม่มีท่าทีว่าความรุนแรงจะยุติลง

นับเป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์แล้วตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ก่อให้เกิดสงครามที่ขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค และคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากกว่า 4,300 ศพ ตามการรวบรวมตัวเลขในภูมิภาคของสำนักข่าว CNN

รายงานในวันที่ 21 มี.ค. 2569 จากหน่วยงานนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน (HRANA) ที่มีสำนักงานในสหรัฐฯ และกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอน ระบุว่ามีเด็กหลายร้อยคนรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตในประเทศต่างๆ รวมถึงอิหร่านและเลบานอนด้วย

ที่อิหร่าน ทางการอิหร่านไม่ได้เปิดเผยข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตโดยรวมมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่เมื่อวันจันทร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่ามี “พลเรือนอิหร่านหลายร้อยคน” รวมถึงเด็กมากกว่า 200 คนเสียชีวิตนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง

ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA ระบุเมื่อวานนี้ว่า มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 1,398 ศพ (รวมเด็ก 210 คน) และบุคลากรทางทหารอีก 1,165 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 657 ศพ ที่ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นพลเรือนหรือทหาร

ส่วนที่เลบานอน กระทรวงสาธารณสุขระบุเมื่อวานนี้ว่า การโจมตีของอิสราเอลที่เริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ 2 มี.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,021 ศพแล้ว โดยในจำนวนนี้มีเด็ก 118 คน

ที่อิรัก กองกำลังระดมพลภาคประชาชน (PMF) แถลงว่าสมาชิกอย่างน้อย 61 รายเสียชีวิตแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานจากรัฐบาลท้องถิ่นของแคว้นเคอร์ดิสถานระบุว่า มีสมาชิกกลุ่มชาวเคิร์ดอิหร่าน 5 ราย, เจ้าหน้าที่ความมั่นคงชาวเคิร์ดอิรัก 1 ราย และทหารฝรั่งเศส 1 นาย เสียชีวิตจากการโจมตีในแคว้นเคอร์ดิสถานของอิรัก

ในอิสราเอล การโจมตีของอิหร่านตลอดช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพแล้ว รวมถึง 9 รายที่เสียชีวิตในเหตุขีปนาวุธโดนอาคารที่พักอาศัยในช่วงสุดสัปดาห์แรกของสงคราม นอกจากนี้กองทัพอิสราเอลระบุว่ามีทหารอิสราเอล 2 นายเสียชีวิตในเลบานอนเมื่อวันที่ 8 มีนาคมด้วย

ขณะที่สหรัฐอเมริกา มีบุคลากรทางทหารเสียชีวิตแล้ว 13 นาย นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง รวมถึง 6 นายที่เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรักเมื่อวันที่ 12 มีนาคม อีก 6 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวในคูเวตเมื่อวันที่ 1 มีนาคม และมีทหารอีกนายเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บ หลังถูกโจมตีในซาอุดีอาระเบีย

ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกแถลงการณ์ในวันเสาร์ว่า มีสมาชิกกองทัพ 2 นายเสียชีวิตจาก “การโจมตี” ของอิหร่าน และมีบุคคลสัญชาติปากีสถาน เนปาล บังกลาเทศ และปาเลสไตน์ เสียชีวิตอีก 6 ศพ

ที่คูเวตมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ จากการโจมตีของอิหร่านในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงเด็กหญิงวัย 11 ปีที่เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บเนื่องจากสะเก็ดระเบิดตกใส่ย่านที่พักอาศัยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม

ทางการปาเลสไตน์ระบุว่า มีหญิงชาวปาเลสไตน์ 4 ราย ซึ่งรวมถึงหญิงวัย 32 ปีที่ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน เสียชีวิตหลังจากเศษซากจรวดตกใส่ร้านทำผมในเขตเวสต์แบงก์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (18 มี.ค.) โดยกองทัพอิสราเอลกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของขีปนาวุธของอิหร่านที่บรรจุระเบิดคลัสเตอร์

ที่โอมานมีชาวต่างชาติเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย โดย 2 รายเสียชีวิตจากเหตุโดรน “ตก” ในเขตโซฮาร์ ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมโอมานเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ขณะที่บาห์เรนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย รวมถึงหญิงชาวบาห์เรนวัย 29 ปี จากการโจมตีในกรุงมานามา

และที่ซาอุดีอาระเบีย หน่วยงานป้องกันพลเรือนระบุว่า ชาวอินเดีย 1 รายและชาวบังกลาเทศ 1 ราย เสียชีวิตหลังจากวัตถุระเบิดตกใส่อาคารที่พักอาศัยในเมืองอัล-คาร์จ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

UAE-ออสเตรเลีย ประกาศสนับสนุน คุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ

UAE-ออสเตรเลีย ประกาศสนับสนุน คุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ

21 มี.ค. 2569 23:26 น.

UAE-ออสเตรเลีย ประกาศสนับสนุน คุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับออสเตรเลียกลายเป็น 2 ประเทศล่าสุด ที่ประกาศสนับสนุนความพยายามในการรับประกันความปลอดภัยของช่องแคบฮอร์มุซ แม้ยังไม่แน่ชัดว่ารักษาความปลอดภัยดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นอย่างไร

เมื่อ 21 มี.ค. 2569 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และออสเตรเลีย กลายเป็นประเทศล่าสุดที่แสดงความจำนงที่จะ สนับสนุนความพยายามเพื่อรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในแถลงการณ์ร่วมซึ่งตอนนี้มีประเทศเข้าร่วมแล้ว 22 ประเทศ

ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 มี.ค) สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่าน พร้อมเสริมว่าพวกเขาพร้อมที่จะสนับสนุน “ความพยายามที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าการเดินทางผ่านช่องแคบจะเป็นไปอย่างปลอดภัย”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนในขณะนี้ว่า รูปแบบของความพยายามในการรักษาความปลอดภัยเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ กระทรวงการต่างประเทศของ เกาหลีใต้ ยืนยันว่าประเทศของพวกเขายินดีที่จะเข้าร่วมเช่นกัน ขณะที่ บาห์เรน กลายเป็นประเทศในอ่าวอาหรับประเทศแรกที่เข้าร่วมลงนามในแถลงการณ์นี้เมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.) อย่างไรก็ตาม ทั้งสหรัฐฯ และจีน ยังไม่ได้ให้การสนับสนุนแถลงการณ์ฉบับนี้แต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เคยเรียกร้องให้บรรดาพันธมิตรส่งเรือรบและเรือกวาดทุ่นระเบิดมาช่วยรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดน้ำมันโลก แต่ยังไม่มีประเทศใดให้คำมั่นสัญญาอย่างเป็นทางการ

ในเวลาต่อมาเขาได้ตำหนิพันธมิตร NATO อย่างรุนแรงที่ไม่ยอมช่วยเหลือสหรัฐฯ และเรียกชาติสมาชิก NATO ว่าเป็น “พวกขี้ขลาด” ที่ไม่ช่วยรักษาความปลอดภัยในช่องแคบแห่งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตี โรงงานนิวเคลียร์รอบใหม่

อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตี โรงงานนิวเคลียร์รอบใหม่

21 มี.ค. 2569 22:14 น.

อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตี โรงงานนิวเคลียร์รอบใหม่

ทางการอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ กับอิสราเอลว่า โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ “นาตานซ์” อีกครั้ง ชี้เป็นการละเมิดสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อ 21 มี.ค. 2569 องค์การพลังงานปรมาณูแห่งอิหร่าน (AEOI) เปิดเผยว่า โรงงานนิวเคลียร์ “นาตานซ์” (Natanz) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของอิหร่านตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลอีกครั้ง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ของอิหร่าน AEOI ระบุว่าได้ดำเนินการประเมินเรื่องการปนเปื้อนของกัมมันตรังสี ทั้งในทางเทคนิคและประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว ไม่พบการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีภายในโรงงานแห่งนี้ และไม่มีอันตรายใดๆ ต่อผู้อยู่อาศัยในพื้นที่โดยรอบ

AEOI ยังประณามการโจมตีดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการ “ละเมิดสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) รวมถึงกฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความมั่นคงทางนิวเคลียร์”

ก่อนหน้านี้ AEOI ระบุว่า โรงงานนาตานซ์เคยถูกโจมตีมาแล้วเมื่อ 1 มี.ค. และไม่พบการแพร่กระจายของกัมมันภาพรังสีเช่นกัน

ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า กองทัพไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับการโจมตีโรงงานดังกล่าวแต่อย่างใด

ขณะที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) แถลงเมื่อวันเสาร์ว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบรายงานฉบับนี้ พร้อมเสริมว่า “ไม่พบการเพิ่มขึ้นของระดับรังสีในพื้นที่นอกโรงงาน”

ส่วนนายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ของหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์แห่งสหประชาชาติ ออกมาย้ำข้อเรียกร้องที่ให้ทุกฝ่าย “ใช้ความยับยั้งชั่งใจ” เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์

อนึ่ง นาตานซ์เป็น 1 ใน 3 โรงงานนิวเคลียร์ที่ถูกสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโจมตีระหว่างสงคราม 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ร่วมกับโรงงานฟอร์โด (Fordo) และอิสฟาฮาน (Isfahan) โดยในตอนนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวอ้างว่า การโจมตีได้ทำลายล้างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจนสิ้นซากแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านยิงมิสไซล์ 2 ลูก ใส่ฐานทัพบนเกาะดิเอโกการ์เซีย แต่ถูกสกัดได้

อิหร่านยิงมิสไซล์ 2 ลูก ใส่ฐานทัพบนเกาะดิเอโกการ์เซีย แต่ถูกสกัดได้

21 มี.ค. 2569 21:32 น.

อิหร่านยิงมิสไซล์ 2 ลูก ใส่ฐานทัพบนเกาะดิเอโกการ์เซีย แต่ถูกสกัดได้

สื่อหลายสำนักอ้างว่า อิหร่านยิงมิสไซล์ 2 ลูกไปยังฐานทัพอังกฤษ-สหรัฐฯ บนเกาะดิเอโกการ์เซีย ซึ่งห่างออกไปกว่า 3,800 กม. แต่ลูกหนึ่งถูกสกัดได้ ส่วนอีกลูกตกระหว่างทาง

สำนักข่าวต่างประเทศหลายเจ้ารวมถึง วอลล์สตรีทเจอร์นัล และ บีบีซี รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวหลายคนว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธจำนวน 2 ลูก เข้าใส่ฐานทัพร่วมระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรบนเกาะดิเอโกการ์เซีย (Diego Garcia) ในมหาสมุทรอินเดีย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ฐานทัพดังกล่าวเป็นสนามบินสำคัญสำหรับฝูงบินทิ้งระเบิดหนักของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดีย โดยอยู่ห่างจากชายฝั่งของอิหร่านประมาณ 3,814 กม. (2,370 ไมล์)

เป็นที่เข้าใจกันว่าการโจมตีนี้เกิดขึ้นก่อนที่สหราชอาณาจักรจะตัดสินใจเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 มี.ค.) ในการอนุญาตให้กองกำลังสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของอังกฤษเพื่อปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่มีน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลกสัญจรผ่าน

แต่หนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หลายคนว่า ขีปนาวุธลูกหนึ่งที่ยิงมายังเกาะดิเอโกการ์เซียถูกเรือรบสหรัฐฯ ยิงสกัดไว้ได้ ส่วนอีกลูกหนึ่งเกิดความขัดข้องระหว่างการบิน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอังกฤษได้จำกัดให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเพื่อโจมตีเฉพาะฐานยิงขีปนาวุธที่พุ่งเป้ามายังผลประโยชน์ของอังกฤษในภูมิภาคเท่านั้น ก่อนที่ทำเนียบรัฐบาลอังกฤษจะตกลงขยายขอบเขตการอนุญาตในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร (MoD) ยังไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธข่าวเรื่องการยิงขีปนาวุธของอิหร่านทั้งสองลูกนี้ โดยในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ (21 มี.ค.) ระบุว่า

“การโจมตีอย่างไม่ยั้งคิดของอิหร่าน การตอบโต้อย่างรุนแรงไปทั่วภูมิภาค และการยึดช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกัน ถือเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์และพันธมิตรของอังกฤษ”

“เครื่องบินเจ็ตของกองทัพอากาศ (RAF) และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ของสหราชอาณาจักรยังคงทำหน้าที่ปกป้องประชาชนและบุคลากรของเราในภูมิภาคนี้ต่อไป โดยรัฐบาลชุดนี้ได้อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของอังกฤษสำหรับปฏิบัติการป้องกันตัวแบบเฉพาะเจาะจงและจำกัดขอบเขตแล้ว”

ทั้งนี้ รายงานเรื่องอิหร่านยิงมิสไซล์เข้าใส่เกาะดิเอโกการ์เซียสร้างความตกตะลึงไปทั่ว เนื่องจากที่ผ่านมา เชื่อกันว่าอิหร่านมีขีปนาวุธยิงได้ไกลที่สุดเพียง 2,000 กม. (1,243 ไมล์) เท่านั้น ขณะที่ ศูนย์ศึกษาและวิจัย “อัลมา” (Alma) ประเมินว่ามิสไซล์ “คอร์รัมชาห์ร” (Khorramshahr) ของอิหร่านอาจยิงได้ไกลสุดถึง 3,000 กม.

อย่างไรก็ดี โจนาทาน เบล นักข่าวสายกลาโหมของ บีบีซี ระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ว่ามีการยิงขีปนาวุธไม่ระบุประเภทจากอิหร่านจำนวน 2 ลูก ไปยังฐานทัพในมหาสมุทรอินเดียนั้น ไม่ได้หมายความว่าขีปนาวุธดังกล่าวจะสามารถไปถึงเป้าหมายได้เสมอไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Health News : ถักนิตติ้งเป็นยิ่งกว่างานอดิเรก

Health News : ถักนิตติ้งเป็นยิ่งกว่างานอดิเรก

Health News : ถักนิตติ้งเป็นยิ่งกว่างานอดิเรก

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การถักนิตติ้ง (Knitting) ไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรกที่ช่วยให้คุณได้ผ้าพันคอผืนใหม่ แต่ยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเลิกพฤติกรรมหรือนิสัยที่เป็นอันตรายได้อย่างเหลือเชื่อ

นิสัยแย่ๆ เช่น การกินของว่างไม่หยุดหรือการไถหน้าจอมือถือ มักจะกระตุ้นการหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) ในสมองอย่างรวดเร็ว การถักนิตติ้งช่วยกระตุ้นระบบการให้รางวัลของสมองเช่นกัน แต่เป็นการให้โดปามีนอบบค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอมากกว่า ซึ่งช่วยลดความอยากจากการ “ลงแดง” หรือความโหยหาสารเคมีจากนิสัยเดิมๆ

การถักนิตติ้งเป็นกิจกรรมต้องใช้มือทั้งสองข้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีช่องว่างให้กลับไปทำนิสัยเดิมแย่ๆ หลายอย่าง ที่เกิดจากความเคยชินที่ต้องขยับมือ เช่น การกัดเล็บ การดึงผม หรือการหยิบบุหรี่ ผลการศึกษาในโครงการ Knit to Quit พบว่า ผู้ที่ร่วมกิจกรรมนี้สามารถลดการสูบบุหรี่ลงได้จริง เพราะมือยุ่งอยู่กับการสร้างสรรค์งานแทน นอกจากนี้ จังหวะการขยับเข็มที่ซ้ำไปซ้ำมามีลักษณะคล้ายกับการทำสมาธิ ยังช่วยส่งสัญญาณให้ระบบประสาทผ่อนคลาย

นักวิจัยบอกว่า ความรู้สึกไร้ค่ามักเป็นสาเหตุเบื้องหลังของพฤติกรรมเสพติด แต่การถักนิตติ้งจนเสร็จเป็นชิ้นงานเป็นความสำเร็จที่จับต้องได้ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ซึ่งเป็นพลังบวกในการต่อสู้กับนิสัยที่ไม่ต้องการ ยิ่งได้เข้าร่วมกลุ่มถักนิตติ้งจะยิ่งช่วยลดความโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่การเสพติดหรือพฤติกรรมทางลบ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตและลดความเครียดสะสมได้ดีกว่าการนั่งพยายามเลิกนิสัยเดิมๆ เพียงลำพัง

Science Update : ดาวเคราะห์น้อยไม่ชนดวงจันทร์แน่

Science Update : ดาวเคราะห์น้อยไม่ชนดวงจันทร์แน่

Science Update : ดาวเคราะห์น้อยไม่ชนดวงจันทร์แน่

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ยืนยันอย่างเป็นทางการในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 จะไม่พุ่งชนดวงจันทร์ในปี 2032 อย่างแน่นอน โอกาสเกิดการพุ่งชนตอนนี้ลดลงเหลือ 0% อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากการสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ (JWST) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์คำนวณวงโคจรได้แม่นยำขึ้นมาก จนสามารถตัดความเป็นไปได้ทั้งหมดออกไปได้ คาดการณ์ว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะบินผ่านดวงจันทร์ในระยะห่างประมาณ 21,200 กิโลเมตร ในวันที่ 22 ธันวาคม 2032

สำหรับดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60 เมตร หรือเทียบเท่าตึกสูง 15 ชั้น เดิมที มันเคยถูกประเมินว่ามีโอกาสชนดวงจันทร์สูงถึง 4.3% และก่อนหน้านั้นในช่วงต้นปี 2025 เคยถูกจับตาว่าอาจมีความเสี่ยงชนโลกด้วย แต่ความเสี่ยงต่อโลกถูกตัดออกไปก่อนแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

แม้จะไม่มีการชนเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ ในภารกิจป้องกันดาวเคราะห์น้อย เพื่อติดตามวัตถุขนาดเล็กที่จางมากได้อย่างแม่นยำ แต่หากหากดาวเคราะห์น้อยดวงนี้พุ่งชนดวงจันทร์จริง นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเกิดการระเบิดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากโลก และอาจส่งเศษซากมาทำให้เกิดฝนดาวตกบนโลกได้

Photo of the week : 22 มีนาคม 2569

Photo of the week : 22 มีนาคม 2569

Photo of the week : 22 มีนาคม 2569

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แอบส่องภาพวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเหนือในพื้นที่พรมแดนที่ติดกับประเทศจีน หลังจากการบริการรถไฟโดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งเชื่อมระหว่างเมืองตานตง มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน กับกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา เส้นทางรถไฟดังกล่าว ซึ่งเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในปี 1954 ได้ถูกระงับการเดินรถลงเมื่อเดือนมกราคม 2020 ในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

สกู๊ปพิเศษ : ความหวังใหม่ผู้ป่วย SMA ไทย ตั้งสมาคม SMA หนุนเข้าถึงการรักษาต่อเนื่อง

สกู๊ปพิเศษ : ความหวังใหม่ผู้ป่วย SMA ไทย ตั้งสมาคม SMA หนุนเข้าถึงการรักษาต่อเนื่อง

สกู๊ปพิเศษ : ความหวังใหม่ผู้ป่วย SMA ไทย ตั้งสมาคม SMA หนุนเข้าถึงการรักษาต่อเนื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเด็นการเข้าถึงการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหายากยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย หนึ่งในนั้นคือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอสเอ็มเอ (Spinal Muscular Atrophy: SMA) โรคร้ายแรงทางพันธุกรรมจากการกลายพันธุ์ของยีน SMN1 ซึ่งพบในเด็กแรกเกิดทั่วโลกประมาณ 1 ต่อ 6,000–10,000 ราย

โดยข้อมูลจาก Orphanet และ The Lancet Neurology ระบุอุบัติการณ์ของโรคในระดับใกล้เคียงกันในหลายภูมิภาค ขณะที่ข้อมูลการศึกษาทางพันธุศาสตร์ในประชากรเอเชีย รวมถึงประเทศไทย พบอัตราพาหะเฉลี่ยประมาณ 1 ใน 40–60 คน และในคนไทยราว 1 ใน 36–56 คน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยด้านเวชพันธุศาสตร์ในประเทศ หากพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ บุตรมีโอกาสป่วยร้อยละ 25

SMA ไม่ใช่เพียง “โรคหายาก” แต่คือโรคร้ายแรงทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีน SMN1 ส่งผลให้เซลล์ประสาทควบคุมกล้ามเนื้อเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว การกลืน และการหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในทารกหากรักษาไม่ทันท่วงที โดยความรุนแรงแบ่งตามช่วงอายุที่เริ่มแสดงอาการ ตั้งแต่ระยะทารกแรกเกิดไปจนถึงวัยทำงาน

ปัจจุบันการดูแลผู้ป่วย SMA ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษา แต่รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมทั้งอุปกรณ์และโภชนาการ งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงเสนอให้รัฐเร่งสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน โดย น.ส.นงลักษณ์ ยอดมงคล ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช เปิดเผยว่า สปสช. กำลังพิจารณาการอนุมัติการรักษาโรค SMA ให้บรรจุอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ (บัตรทอง) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มการเข้าถึงยานวัตกรรมใหม่ สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มีความพยายามสร้างสมดุลเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบองค์รวมอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ แนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหายากของ สปสช. เน้นการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยโรค SMA เข้าถึงบริการอย่างต่อเนื่องและครบวงจร ลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวทั้งในรูปตัวเงินและต้นทุนทางสังคม พร้อมสนับสนุนคุณภาพชีวิตและศักยภาพการพัฒนาของผู้ป่วยในระยะยาว

ในมาเลเซีย งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Orphanet Journal of Rare Diseases ปี 2022 ระบุว่า แม้ SMA จะเป็นหนึ่งในโรคพันธุกรรมทางระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุด แต่ระดับการรับรู้เรื่อง SMA ในหมู่ประชาชนทั่วไปและแม้แต่ผู้ให้บริการสุขภาพยังอยู่ในระดับต่ำมาก ส่งผลต่อการวินิจฉัยที่ล่าช้า ในอินโดนีเซีย งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน European Journal of Medical Research ปี 2023 พบว่า อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่ถูกสงสัยว่าเป็น SMA คือ 24 เดือน แต่การวินิจฉัยยืนยันด้วยการตรวจยีนเกิดขึ้นเมื่ออายุ 36 เดือน ซึ่งช้ามาก และล่าช้ากว่าช่วงเวลาทองไปนานแล้ว

พญ.พิมพ์ชนก กุลศิริชวโรจน์ อาจารย์แพทย์สาขาวิชาโรคระบบประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า SMA เป็นโรคที่ต้องแข่งกับเวลา ยิ่งวินิจฉัยและรักษาเร็วเท่าไหร่ ผลลัพธ์ยิ่งดีมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาทอง 6 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์ประสาทยังไม่ถูกทำลายมากนัก การรักษาในช่วงนี้จะช่วยรักษาการทำงานของกล้ามเนื้อ ลดภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ และทำให้ผู้ป่วยมีสมรรถภาพในการเคลื่อนไหวที่ดีกว่าในระยะยาว เป้าหมายของการรักษาในปัจจุบันไม่ใช่แค่การมีชีวิตอยู่ แต่คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพและบทบาทสำคัญของครอบครัว

ท่ามกลางความยากลำบากที่ครอบครัวผู้ป่วย SMA ในไทยเผชิญอยู่ ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญ 2 ประการที่ให้ความหวัง คือ 1.การริเริ่มก่อตั้งสมาคมผู้ป่วยโรคเอสเอ็มเอ (SMA) แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นพื้นที่สำคัญในการสนับสนุนระหว่างผู้ป่วยและครอบครัว การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง การแบ่งปันทรัพยากรที่จำเป็น และการรวมพลังเพื่อขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่องค์การอนามัยโลกได้ให้การรับรองไว้ในปฏิญญาทางการเมืองขององค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับ UHC (Universal Health Coverage) ปี 2019 ที่ข้อความสุดท้ายรวมเอาโรคหายากไว้ด้วย และให้คำมั่นว่า ทุกรัฐบาลจะเสริมสร้างความพยายามในการจัดการโรคหายากในแผนการบรรลุ UHC และ 2.สปสช. กำลังพิจารณาการอนุมัติการรักษาโรค SMA ให้บรรจุอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ (บัตรทอง) ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วย SMA ทั่วประเทศ โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่มีกำลังทรัพย์ สามารถเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว

การยกระดับการดูแลผู้ป่วย SMA ของประเทศไทย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งด้านนโยบาย แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย ครอบครัว และภาคเอกชน ควบคู่กับการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคอย่างต่อเนื่องและการรณรงค์เพื่อส่งเสริมการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อสร้างระบบการดูแลผู้ป่วย SMA ที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ตะลอนเที่ยว : Wrocław วรอดสวัฟ เมืองโรแมนติกแห่งโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : Wrocław วรอดสวัฟ เมืองโรแมนติกแห่งโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : Wrocław วรอดสวัฟ เมืองโรแมนติกแห่งโปแลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สาธารณรัฐโปแลนด์มีเมืองที่ขึ้นชื่อว่าน่ารัก เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ชวนให้เข้าไปท่องเที่ยวอยู่หลายเมือง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Wrocław วรอดสวัฟ เมืองใหญ่อันดับสี่ของโปแลนด์ ขอยืนยันว่าถ้าหากอ่านออกเสียงแบบภาษาอังกฤษจะไม่มีวันออกเสียงตามชาวโปแลนด์ได้เป็นอันขาด

เมืองนี้อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยอยู่ไม่ไกลจากพรมแดนด้านทิศตะวันออกของสาธารณรัฐเชก ใครก็คามที่ได้ไปเยือนวรอตสวัฟแล้วต้องยอมรับโดยพลันว่าเป็นเมืองเจ้าเสน่ห์ เพราะเต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมและอารยธรรม เรียกได้ว่ามีประวัติศาสตร์ในทุกพื้นที่ของเมือง แต่เมืองนี้จะคล้าย ๆ กรุงเทพฯ ในแง่ที่ว่ามีแม่น้ำลำคลองอยู่ทั่วเมือง เพราะฉะนั้น จึงทำให้เมืองนี้มีสะพานข้ามน้ำเป็นร้อยแห่ง จึงได้รับสมญานามว่าเมืองแห่งสะพาน (The city of bridges) และอีกสมญานามหนึ่งคือ Venice of Poland 

เขตใจกลางเมืองวรอตสวัฟ คือเขตเมืองเก่า มีอายุตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 ดังนั้นจึงมีโบสถ์วิหาร และ ศาสนสถานโบราณอยู่หลายแห่ง ศิลปและสถาปัตยกรรมก็จะเป็นรูปแบบบาโรก และกอธิค ที่งดงามและแสนคลาสสิก ดูกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย 

นอกจากอาคารต่าง ๆ ในเมืองวรอตสวัฟจะมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของบาโรกแล้ว ยังมีจุดเด่นที่ทุกคนที่ไปเยือนต้องกล่าวถึงคือ รูปหล่อคนแคระ (Wrocław Dwarfs) ซึ่งมีทั้งหมดกว่า 600 ตัว โดยมีเรื่องเล่าขานว่าคนแคระทั้งหมดที่ถูกหล่อขึ้นนี้คือตัวแทนของการต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์สตาลินแห่งสหภาพโซเวียตรัสเซีย  

สำหรับรูปภาพในคอลัมน์ประจำสัปดาห์นี้คือ St. Elizabeth’s Church ที่สร้างตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 หอคอยแห่งเดิมของโบสถ์นี้สูงถึง 130 เมตร แต่หลังจากถูกไฟไหม้จึงลดความสูงเหลือเพียง 91.5 เมตรในปัจจุบัน

ที่บริเวณลานด้านหน้าโบสถ์มีรูปหล่อคนแคระในอิริยาบทต่าง ๆ วางไว้ด้วย ซึ่งแต่ตัวก็จะแสดงบทบาทแตกต่างกันไป 

สำหรับผู้เข้าไปกราบนมัสการรูปเคารพและอธิษฐานในโบสถ์อลิซาเบธไม่ต้องเสียค่าเข้า แต่หากจะขึ้นไปชมวิวของเมืองบนหอคอยต้องซื้อบัตรเข้าชม แต่แนะนำว่าผู้ที่ต้องการจะขึ้นบนหอคอยต้องสามารถเดินขึ้นบันไดที่ค่อนข้างชันและแคบได้ เพราะไม่มีลิฟต์ให้บริการ

หากคุณ ๆ สนในจะไปเที่ยวชมศิลปะ สถาปัตยกรรม รวมถึงประวัติศาสตร์ของเมืองวรอตสวัฟ โปแลนด์ แบบกลุ่มเล็ก ๆ จำนวนสมาชิกไม่เกิน 12 คน กรุณาติดต่อ Mr. Flower ที่หมายเลข 0917233615

‘เจ้าชายน้อย’ฉบับภาษาบาลี จากวรรณกรรมโลกสู่ภาษาพระ

‘เจ้าชายน้อย’ฉบับภาษาบาลี จากวรรณกรรมโลกสู่ภาษาพระ

‘เจ้าชายน้อย’ฉบับภาษาบาลี จากวรรณกรรมโลกสู่ภาษาพระ

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เราจะมองเห็นแจ่มชัดด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญนั้นไม่อาจเห็นได้ด้วยดวงตา”ประโยคที่จำขึ้นใจของเหล่าคนรักวรรณกรรมแปลเรื่อง “เจ้าชายน้อย” (The Little Prince) หรือในภาษาฝรั่งเศส คือ Le Petit Prince เป็นวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลกผลงานของ อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี (Antoine de Saint-Exupéry) นักบินและนักเขียนชาวฝรั่งเศส ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1943 และได้รับการแปลมากกว่า 500 ภาษาทั่วโลกรวมถึงล่าสุด มีฉบับแปลเป็น “ภาษาบาลี” อักษรไทย  ซึ่งจะเปิดตัวใน งาน เจ้าชายน้อย @วัดโพธิ์” ในวันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 – 18.00 น. ณ โรงเรียนสุขุมาลย์ธัมมุทิส  วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์ ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร)

ภายในงานพบกับ

• กิจกรรมการอ่านเจ้าชายน้อยเป็นภาษาฝรั่งเศส – ไทย – บาลี

• เสวนา เรื่อง “เจ้าชายน้อย ในแสงแห่งพุทธธรรม”

• พิเศษ ! ท่านสามารถเป็นเจ้าของ หนังสือเจ้าชายน้อย ฉบับภาษาบาลี” ก่อนใคร เฉพาะในงานนี้เท่านั้น

“พี่พจน์” คุณสุพจน์ โล่คุณสมบัติ คนรักวรรณกรรมเรื่อง “เจ้าชายน้อย” และเป็นนักสะสมหนังสือเจ้าชายน้อยจากทั่วโลก มีโอกาสได้พบกับ “ฌอง-มาร์ก พร็อพสต์” เจ้าของมูลนิธิ ฌอง-มาร์ก พร็อพสต์ ซึ่งมอบทุนให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก จัดพิมพ์หนังสือ “เจ้าชายน้อย” เป็นภาษาท้องถิ่น  โดยพี่พจน์ได้ดำเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาต่างๆ ในประเทศไทย จัดพิมพ์เจ้าชายน้อยมาแล้ว 5 ภาษา คือ ภาษาล้านนา (อักษรธรรมล้านนา)  ภาษาปาเกอะญอ (อักษรไทย) ภาษาเขมรสุรินทร์  ภาษามลายู (อักษรยาวี) และภาษามอร์แกน จนล่าสุด คือ ฉบับภาษาบาลี ที่กำลังจะมีการเปิดตัวครั้งนี้ ในชื่อหนังสือ “จุลฺลราชปุตฺตวัตฺถุ”

พี่พจน์ ในฐานะ ผู้ก่อตั้งโครงการเจ้าชายน้อยภาษาถิ่น แปลเล่าว่า  ฉบับภาษาบาลีนี้ แปลโดย พระมหาสฐิรวิช สมฺภโว วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหารเล่มนี้พิมพ์ออกมาแล้วจะแจกจ่ายไปตามวัด เพื่อให้ผู้ศึกษาเปรียญธรรมได้มีทางเลือกในการฝึกภาษาบาลีผ่านวรรณกรรมดีๆ และเนื้อหาของเจ้าชายน้อยเองก็เทียบได้กับหลักธรรมหลายข้อฉบับนี้ทำร่วมกับ สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทยฯ และวัดโพธิ์ เป็นฉบับทูลเกล้าฯ ถวาย เนื่องในปีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยโดยฉบับนี้ จะจัดพิมพ์ออกมาเป็น  2 ปก ปกแรก ออกแบบโดย อาจารย์ยักษ์ – สมศักดิ์ ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ อาจารย์เป็นคนออกแบบพระบรมโกศในหลวง ร.9 กับ พระพันปี อีกปก มีชื่อว่า โสกันต์ ออกแบบโดย อาจารย์หทัย บุนนาค จิตรกรรุ่นใหญ่ผู้เชี่ยวชาญงานไทยและพุทธศิลป์ ผู้ได้รับการประกาศยกย่องให้เป็น ครูศิลป์ของแผ่นดินพี่พจน์บอกว่า ถ้าใครอยากได้ มาซื้อได้ที่งานเปิดตัววันอังคารที่ 24 มี.ค.69 เวลา 13.00 – 18.00 น. ณ โรงเรียนสุขุมาลธมฺมุทิส ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ หลังจากนี้ยังไม่มีแผนจะวางขาย

ประวัติของ อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี

นักบินผู้รักการเขียน: อ็องตวนเกิดที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1900 เขาหลงรักการบินตั้งแต่อายุ 12 ปี และต่อมาได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศฝรั่งเศส

ประสบการณ์เฉียดตาย: ในปี ค.ศ. 1935 เขาและช่างเครื่องประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกกลาง ทะเลทรายซาฮารา พวกเขาต้องเดินเท้าอย่างสิ้นหวังท่ามกลางความร้อนและภาพหลอนอยู่นานถึง 3 วัน ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากชาวเบดูอิน ประสบการณ์นี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของฉากเริ่มต้นในเรื่องเจ้าชายน้อย

เที่ยวบินสุดท้าย: ในปี ค.ศ. 1944 ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในสงครามโลกครั้งที่ 2 อ็องตวนหายสาบสูญไปพร้อมกับเครื่องบินเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของหนังสือเล่มนี้ในฝรั่งเศส

 เบื้องหลังการเขียน “เจ้าชายน้อย”

เขียนขณะลี้ภัย: อ็องตวนเขียนเรื่องนี้ในช่วงปี ค.ศ. 1942 ขณะพำนักอยู่ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อลี้ภัยจากสงคราม เขาเขียนขึ้นตามคำแนะนำของสำนักพิมพ์ที่อยากให้เขาลองเขียนวรรณกรรมสำหรับเด็ก         
แรงบันดาลใจจากตัวละคร

เจ้าชายน้อย: สันนิษฐานว่าสร้างมาจากตัวเขาเองในวัยเด็ก หรือเป็น “ร่างจำลอง” (Alter-ego) ที่สะท้อนความไร้เดียงสา

ดอกกุหลาบ: ได้แรงบันดาลใจจาก กอนซวยโล (Consuelo) ภรรยาของเขาที่มีความสัมพันธ์ทั้งรักและขัดแย้งกันบ่อยครั้ง

สุนัขจิ้งจอก: เชื่อว่าได้รับอิทธิพลจากสุนัขจิ้งจอกพันธุ์เฟนเนกที่เขาเคยพยายามฝึกให้เชื่องตอนอยู่ที่แอฟริกาเหนือ

การวาดภาพประกอบ: อ็องตวนเป็นผู้วาดภาพประกอบสีน้ำด้วยตัวเองทั้งหมด เขาให้ความสำคัญกับภาพวาดมากถึงขั้นแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้สื่อความหมายได้ตรงใจที่สุด

หนังสือถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1943 และกลายเป็นหนังสือที่ได้รับการแปลมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เพื่อย้ำเตือนให้ผู้ใหญ่ทุกคนอย่าลืม “ความเป็นเด็ก” ในหัวใจตนเอง       
สรุปเนื้อหาสำคัญ

จุดเริ่มต้น: เรื่องราวเล่าผ่านมุมมองของนักบินที่เครื่องบินเสียอยู่กลางทะเลทรายซาฮารา และได้พบกับ “เจ้าชายน้อย” เด็กชายผู้เดินทางมาจากดาวเคราะห์ดวงเล็กชื่อว่า B-612

การผจญภัย: เจ้าชายน้อยออกเดินทางไปยังดาวต่าง ๆ และได้พบกับผู้คนที่มีนิสัยแปลกประหลาด (ซึ่งสะท้อนถึงกิเลสและมุมมองของผู้ใหญ่) เช่น พระราชาผู้บ้าอำนาจ, ชายผู้หลงตัวเอง, นักธุรกิจผู้บ้าตัวเลข ฯลฯ

มิตรภาพบนโลก: เมื่อมาถึงโลก เขาได้พบกับ สุนัขจิ้งจอก ที่สอนให้เขารู้จักความหมายของ “การสร้างความผูกพัน” (Taming) และทำให้เขาตระหนักถึงความรักที่มีต่อ ดอกกุหลาบ บนดาวของเขา        
ข้อคิดที่ตราตรึงใจ

1. หัวใจสำคัญมองไม่เห็นด้วยตา: “สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ” (What is essential is invisible to the eye)

2. ความรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์: เมื่อเราสร้างความผูกพันกับใครแล้ว เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งนั้นตลอดไป

3. มุมมองของผู้ใหญ่ vs เด็ก: หนังสือวิพากษ์วิจารณ์ผู้ใหญ่ที่มักจะสนใจแต่เรื่องตัวเลข ชื่อเสียง และอำนาจ จนหลงลืมจินตนาการและความสุขที่เรียบง่าย
ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังสือ “เจ้าชายน้อย” ไม่ควรพลาดการสะสมหรือครอบครอง “ฉบับภาษาบาลี” นี้ โดยเด็ดขาด.
 

คุณสุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ กับ ฌอง-มาร์ก พร็อพสต์

คุณสุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ กับ ฌอง-มาร์ก พร็อพสต์