Thai rice exports rise 33%, closer to 7.5-million-tonne target for 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/thailand/economy/40022747

Thai rice exports rise 33%, closer to 7.5-million-tonne target for 2022

Thai rice exports rise 33%, closer to 7.5-million-tonne target for 2022

SUNDAY, DECEMBER 04, 2022

Thailand’s rice exports in the first 10 months of the year rose by 33%, a recent report from the Thai Rice Exporters Association (TREA) shows.

According to TREA, Thailand exported 6.20 million tonnes of rice during the period, up 33% from 4.66 million tonnes in the same period last year.

Rice exports generated US$3.17 billion (110.21 billion baht) during the period, up 32% compared to $2.63 billion (91.33 billion baht) in the same period last year.

“TREA expects Thailand’s rice exports to reach this year’s target of 7.50 million tonnes thanks to rising demand during Christmas, New Year and Chinese New Year,” deputy government spokesperson Traisuree Traisaranakul said on Sunday.

She added that the demand for rice in Iraq, South Africa, the US, China, Benin, Japan, Senegal, Angola, Yemen, the Philippines, Mozambique, Hong Kong and Canada continues rising.

Thai rice exports rise 33%, closer to 7.5-million-tonne target for 2022

“The prime minister is pleased that the trend of rice exports is positive,” she said, adding that the price of Thai rice is rising thanks to the government’s price-guarantee scheme.

She added that the Department of Internal Trade recently approved price-difference compensation for rice harvested between November 26 and December 2. “Farmers will be paid by December 8 [Thursday],” she said.

Related stories:

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2569046

"อิทธิพล คุณปลื้ม" เปิดงาน "เทิดไท้พระภูมิบาล โลซานน์สถิต"

4 ธ.ค. 2565 05:01 น.

  • ธนูเทพ

“อิทธิพล คุณปลื้ม” เปิดงาน “เทิดไท้พระภูมิบาล โลซานน์สถิต”

เทิดพระเกียรติ  –  อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดงาน “เทิดไท้พระภูมิบาล โลซานน์สถิต” จัดถึง 8 ธ.ค. โดยมี โชติกา อัครกิจโสภากุล, กอบลาภ โปษะกฤษณะมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์วัชระ ประยูรคำ และ ก่อเกียรติ ทองผุด มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.

ร่องรอยความเคลื่อนไหวทำให้เห็นเป้าหมาย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2565

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…เนื่องใน วันที่ 5 ธ.ค. เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็น วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ…รัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ โดย ธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาระบุว่า ทาง รัฐบาล จะจัดกิจกรรมสำคัญๆ อาทิ จัดพิธีทางศาสนา ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 189 รูป ถวายพระราชกุศล ในวันที่ 5 ธ.ค. เวลา 07.30 น. ส่วนกลางจัดพิธีที่ท้องสนามหลวง มี นายกฯประยุทธ์ เป็นประธานพิธี พร้อมภริยา และเวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ และพิธีถวายบังคม…นอกจากนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. จะมีกิจกรรมจิตอาสาบริการประชาชนที่ท้องสนามหลวง โดยมี หน่วยงานภาครัฐ และ ภาคเอกชน ร่วมดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาบริการและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนในด้านการประกอบอาชีพ และด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชน…สำหรับ ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด จัดพิธีที่ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย พิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควร …รวมทั้งจะมีการนำเสนอ สารคดีโทรทัศน์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในนาม คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อเผยแพร่ในช่วงวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ…จึงขอเชิญชวน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ โดยจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาท สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเครื่องราชสักการะตามอาคารสถานที่ ตลอดเดือน ธ.ค.นี้…โปรดรับทราบโดยทั่วกัน
"อิทธิพล คุณปลื้ม" เปิดงาน "เทิดไท้พระภูมิบาล โลซานน์สถิต"
สู่สุคติ  –  อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายก เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ จินดา นาคประเสริฐ ภรรยา ไกรสีห์ นาคประเสริฐ โดยมี ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ, สมชาย กรุสวนสมบัติ, ชูพงศ์ มณีน้อย, สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ และ สราลัญ วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดพระศรีมหาธาตุ วันก่อน.
  • อืม…แม้มาถึงวันนี้ นายกฯประยุทธ์ ยังไม่ยอมปริปากถึงความชัดเจนในการย้ายไปเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในบัญชี พรรครวมไทยสร้างชาติ…แต่จากความเคลื่อนไหวและคำพูดหลายอย่างบ่งชี้ว่า เป็นเช่นนั้นแน่ เพียงแต่รอเวลาให้พร้อมค่อยประกาศชัดๆ อย่างล่าสุด นายกฯประยุทธ์ ก็ออกมาอธิบายความเรื่องที่บอกว่า ทำการเมือง แต่ ไม่เล่นการเมือง ว่าหมายถึงทำการเมืองให้ถูกต้อง สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม ให้เป็นผล เป็นรูปธรรม ไม่ใช่มาทำเล่นๆ เล่นเขาใช้ไปทำอย่างอื่น เขาเรียกว่า ทำงานคือ ทำการเมือง มันเป็นหลักการที่ต้องทำให้ได้อย่างนี้ แต่ไม่ทำกันเอง…งานนี้ฟังแล้วก็เหมือนสะท้อนนัยได้ว่า ถึงแม้จะไปอยู่กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ไม่ใช่เรื่องการโดดลงมาเล่นการเมือง แต่จะเข้ามาทำงานการเมืองต่อ ใช่มั้ยจ๊ะ
"อิทธิพล คุณปลื้ม" เปิดงาน "เทิดไท้พระภูมิบาล โลซานน์สถิต"
เคาต์ดาวน์  –  อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2023” ปรากฏการณ์ฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ โดยมี สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล, นิธี สีแพร และ วิเชียร จึงวิโรจน์ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • ผ่างๆ…ในห้วงเดือนกว่าที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ลุยทำ คดีกลุ่มทุนจีนผิดกฎหมาย ตามบัญชาของ นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งการจับกุม “ตู้ห่าว” หนึ่งใน ขบวนการทุนจีนสีเทา และมีการตรวจค้น ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด อาทิ บ้าน รถ เครื่องบิน และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่า หลายพันล้านบาท…ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกมาเน้นย้ำว่า ทำงานในคดีนี้ต้องยึดหลักกฎหมาย สาวถึงใครก็ว่าไปตามนั้น ถ้าไม่ถึงก็ต้องให้ความเป็นธรรม ปัจจุบันการสืบสวนคืบหน้าไปประมาณ 90% แล้ว แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ…แน่นอน ทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับ ทรัพย์สินจำนวนมาก ย่อมต้องมี ผู้มีอิทธิพล เข้าไปเกี่ยวข้องพัวพัน หากการดำเนินการสืบสวนสอบสวนหละหลวม ไม่รอบคอบรัดกุม สุดท้ายแล้ว หากพยานหลักฐานไม่หนักแน่นเพียงพอ ก็อาจ หน้าแตก และ อาจโดนฟ้องร้องกลับเอาง่ายๆ เหมือนที่เคยมีบทเรียนมาแล้วใน คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ จริงมั้ยเอ่ย
"อิทธิพล คุณปลื้ม" เปิดงาน "เทิดไท้พระภูมิบาล โลซานน์สถิต"
ขับระวัง  –  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์, จิรุตม์ วิศาลจิตร และ พงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข แถลงข่าวความร่วมมือการใช้ระบบบันทึกคะแนนความประพฤติการขับรถพร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน KHUB DEE ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันก่อน.
  • ข่าวดีสำหรับบรรดาผู้สูงอายุ นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา เปิดขยายบริการ “คลินิกสูงอายุคุณภาพ” ในวันหยุดราชการสนองนโยบาย กระทรวงสาธารณสุข และ นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ ในการดูแลผู้สูงอายุที่เป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ โดยมี พญ.สุภาวดี เจียรกุล ออกตรวจสุขภาพทุกวันเสาร์ที่สองของทุกเดือน สอบถามเพิ่มเติม 0-2306-9899
"อิทธิพล คุณปลื้ม" เปิดงาน "เทิดไท้พระภูมิบาล โลซานน์สถิต"
แสวงบุญ  –  ยุวดี จิราธิวัฒน์, นิตย์สินี จิราธิวัฒน์ และ สิริเกศ จิรกิติ พาลูกค้า VVIP ของห้างเซ็นทรัลและเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ไปร่วมทริป “The Grand Pilgrimage at Bodh Gaya” แสวงบุญตามรอยพระพุทธเจ้า โดยมี ยุวนิตย์ ปิสัญธนะกูล เดินทางไปด้วย ที่สาธารณรัฐอินเดีย วันก่อน.
  • โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ร่วมฉลองวันพ่อแห่งชาติ จัดเมนูอาหารจีนราคาพิเศษ ที่ห้องอาหารจีนหยก และบุฟเฟต์นานาชาติรวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียม “คุณพ่อรับกุ้งมังกรฟรี 1 ตัว เมื่อมาพร้อมครอบครัว 4 คนขึ้นไป” พร้อมถ่ายภาพที่ระลึกในครอบครัว ที่ซุ้มวันพ่อ หน้า ห้องดิ เอมเมอรัลด์ คอฟฟีช็อป 5 ธ.ค. ตั้งแต่ 11.30 น. สอบถามเพิ่มเติม 0-2276-4567
"อิทธิพล คุณปลื้ม" เปิดงาน "เทิดไท้พระภูมิบาล โลซานน์สถิต"
ที่สมุย  –  สรัล ตันติจำนรรจ์ และ เคนเน็ท ตึ้ง เคนมิง มาร่วมแสดงความยินดีแก่ ฮัมซา อาเมียร์ ในโอกาสเปิดร้าน H&M สาขาใหม่ล่าสุด โดยมี มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์, ณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ, พิมพ์นภา สิทธิทรัพย์ และ พลอยพัชชา ธานีรัตน์กิติกร มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล สมุย วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…พิธีอุปสมบท พีระพงษ์ ไชยเมืองชื่น ลูกชาย ไพบูลย์–ศิริพงษ์ ไชยเมืองชื่น รองประธานสายธุรกิจอาหารสัตว์-ไซโล และวิชาการอาหารสัตว์ บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ที่วัดท่ามะนาว ต.ท่ามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี 4 ธ.ค. 07.00 น.
"อิทธิพล คุณปลื้ม" เปิดงาน "เทิดไท้พระภูมิบาล โลซานน์สถิต"
ดีมาก  –  วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ และ อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์ เปิดงาน “The Mall for UNHCR” ช่วยเหลือสังคมโลกด้านมนุษยธรรมเพื่อผู้ลี้ภัย จัดถึง 7 ธ.ค. โดยมี สุชาดา ภูกิตติกุล, ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ และ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก มาร่วมงานด้วย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ วันก่อน.
  • ชัชวาลล์ คงอุดม เป็นประธานฉลองสมรส ศิรินทิพย์ ปานเจริญ กับ สิทธิโชค ธรรมรักษา ที่ห้องแกรนด์ เอบี โรงแรมมิราเคิลฯ 4 ธ.ค. 18.00 น.
  • วิชาญ–สุรีย์ ตันติประภาส และ ดร.นุชนาถ โกษานันตชัย จัดงานฉลองสมรส ชญานิศ ตันติประภาส กับ กฤศ โกษานันตชัย ที่โรงแรมดิ แอทธินีฯ 4 ธ.ค. 18.00 น.
  • พิธีทำบุญอัฐิครบรอบ 50 วัน ชัยธวัช บุนนาค ที่วัดลาดปลาเค้า รามอินทรา 4 ธ.ค. 08.00 น.
  • ศพ คุณพ่อเจน สุขสวัสดิ์ ตั้งสวดศาลา 13 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 18.00 น. 4 ธ.ค.คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 6 ธ.ค. 17.00 น.
  • ศพ คุณแม่ชูเจ็ง แซ่ตั้ง มารดา ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ตั้งสวดศาลา 150 ปี วัดมกุฏกษัตริยาราม 18.30 น. ถึง 6 ธ.ค. (5 ธ.ค.งดสวด) พระราชทานเพลิง 8 ธ.ค. 14.00 น.(งดพวงหรีด)

“ธนูเทพ”

เอลซัลวาดอร์ ระดมทหาร-ตำรวจ 10,000 นาย ปิดเมืองกวาดล้างแก๊งอาชญากรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2569640

เอลซัลวาดอร์ ระดมทหาร-ตำรวจ 10,000 นาย ปิดเมืองกวาดล้างแก๊งอาชญากรรม

4 ธ.ค. 2565 10:02 น.

เอลซัลวาดอร์ ระดมทหาร-ตำรวจ 10,000 นาย ปิดเมืองกวาดล้างแก๊งอาชญากรรม

ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล ของเอลซัลวาดอร์ ประกาศว่ากองกำลังทหารและตำรวจประมาณ 10,000 นาย ปิดล้อมเมืองโซยาปันโกในเอลซัลวาดอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามกลุ่มอันธพาลครั้งใหญ่ 

โดยมีการปิดถนนทุกสายที่มุ่งสู่เมือง ขณะที่กองกำลังพิเศษได้บุกค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกแก๊งอาชญากรรม เจ้าหน้าที่ยังได้หยุดและตรวจค้นประชาชนทุกคนที่เดินทางออกจากเมืองและตรวจสอบเอกสารระบุตัวตนอย่างละเอียด

ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามกลุ่มอันธพาลครั้งใหญ่หลังจากเกิดความรุนแรงขึ้นเมื่อต้นปีนี้

เมืองโซยาปันโก เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเอลซัลวาดอร์ และมีประชากรมากกว่า 290,000 คน เมืองนี้ซึ่งอยู่ห่างจากกรุง ซาน ซัลวาดอร์ ไปทางตะวันตกเพียง 13 กม. เป็นที่รู้จักมานานแล้วว่าเป็นศูนย์กลางของแก๊งอาชญากรรม และก่อนหน้านี้ถือว่าไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้

ประธานาธิบดีบูเคเล ระบุในทวิตเตอร์ว่า ในขณะนี้เขตเทศบาลเมืองโซยาปันโกถูกปิดล้อมโดยสิ้นเชิง ทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้รับมอบหมายให้แยกสมาชิกแก๊งทั้งหมดที่ยังอยู่ที่นั่นออกเป็นรายบุคคล

เขากล่าวเสริมว่า ประชาชนทั่วไป “ไม่มีอะไรต้องกลัว” และกล่าวว่า การปราบปรามเป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากร ไม่ใช่ต่อพลเมืองผู้บริสุทธิ์”

ภาพที่เผยแพร่โดยรัฐบาลแสดงให้เห็นกองกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยอาวุธหนัก หมวกนิรภัย และเสื้อเกราะกันกระสุน เดินทางด้วยยานพาหนะสงคราม

โดยนับตั้งแต่นายบูเคเลประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อปลายเดือน มี.ค. ทางการสั่งจำคุกผู้ต้องสงสัยแล้วกว่า 58,000 คน จากจำนวนประชากร 6.5 ล้านคน

กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าววิพากษ์วิจารณ์การปราบปรามในลักษณะนี้อย่างหนัก โดยกล่าวว่า มาตรการที่อนุญาตให้ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยโดยไม่ต้องมีหมายจับ นำไปสู่การคุมขังตามอำเภอใจ แต่พันธมิตรของนายบูเคเลกล่าวว่า การปราบปรามเป็นสิ่งจำเป็น หลังจากพบว่าคลื่นการก่อเหตุอาชญากรรม โดยกลุ่มคนร้ายถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรม 62 ศพภายในวันเดียว เมื่อวันที่ 26 มีนาคม

ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดย มหาวิทยาลัยอเมริกากลาง (UCA) พบว่า 75.9 เปอร์เซ็นต์ของชาวเอลซัลวาดอร์เห็นด้วยกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน.

“ปักกิ่ง-เซินเจิ้น” ผ่อนคลายคุมโควิด หลังจีนปรับนโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2569605

"ปักกิ่ง-เซินเจิ้น" ผ่อนคลายคุมโควิด หลังจีนปรับนโยบาย

4 ธ.ค. 2565 08:51 น.

“ปักกิ่ง-เซินเจิ้น” ผ่อนคลายคุมโควิด หลังจีนปรับนโยบาย

จีนผ่อนคลายนโยบายคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากขึ้น แม้ว่าจะไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการก็ตามที 

ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ได้มีการรื้อถอนบูธสำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ออกไป หลังจากที่มีการยกเลิกเงื่อนไขในการแสดงผลตรวจเป็นลบก่อนเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต และเตรียมยกเลิกการแสดงผลตรวจสำหรับการใช้บริการรถไฟใต้ดินในวันจันทร์นี้ ส่วนในสถานที่ต่างๆ ที่รวมถึงสำนักงาน ยังคงต้องแสดงผลตรวจ

ขณะที่ เมืองเซินเจิ้น ประกาศว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องแสดงผลตรวจโควิดเป็นลบเพื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือเข้าไปใช้สวนสาธารณะ หลังจากมีการประกาศในลักษณะเดียวกันนี้ที่เมืองเฉิงตูและนครเทียนจิน

การผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มดังกล่าวมีขึ้นขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของจีนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในวันที่ 2 ธันวาคม มีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ 32,827 คน ลดลงจาก 34,772 คนในหนึ่งวันก่อนหน้า และจนถึงวันที่ 2 ธ.ค. จีนมีผู้เสียชีวิตจากโควิดรวมทั้งสิ้น 5,233 ศพ และผู้ป่วยที่แสดงอาการ 331,952 ราย

ทั้งนี้ จีนเตรียมประกาศการผ่อนคลายนโยบายการตรวจหาเชื้อทั่วประเทศเพิ่มเติม เช่นเดียวกับการอนุญาตให้ผู้มีผลตรวจเป็นบวกและผู้สัมผัสใกล้ชิดสามารถกักตัวที่บ้านได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดต่างๆ ที่เข้มงวดน้อยลง

ด้านเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปเผยว่า ในระหว่างการหารือกับเจ้าหน้าที่อียูเมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวตำหนิการจัดการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านนโยบายโควิดของรัฐบาลจีน แต่กล่าวว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์โอมิครอนได้ช่วยปูทางไปสู่ข้อกำหนดที่เข้มงวดน้อยลง

นักวิเคราะห์หลายคนคาดว่า จีนจะยังคงไม่กลับมาเปิดประเทศอีกครั้งอย่างมีนัยสำคัญจนกว่าจะถึงหลังเดือนมีนาคมเป็นอย่างน้อย เนื่องจากจีนต้องบรรลุผลสำเร็จในการขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนที่เพิ่งเปิดตัวที่มีเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุเสียก่อน

คาดการณ์ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตหากจีนกลับมาเปิดประเทศเต็มรูปแบบ จะอยู่ระหว่าง 1.3 ล้านคนถึงมากกว่า 2 ล้านคน แม้ว่านักวิจัยบางคนกล่าวว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจลดลงอย่างรวดเร็วหากมีการมุ่งเน้นที่การฉีดวัคซีน

สามปีหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 จีนยังเป็นเพียงประเทศเดียวที่ยังคงยึดมั่นในนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ซึ่งมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นวงกว้างและการตรวจหาเชื้อในพื้นที่เสี่ยงบ่อยครั้ง ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและยังสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชน ซึ่งจีนระบุว่ามาตรการต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นต่อการช่วยรักษาชีวิตผู้คน หลีกเลี่ยงไม่ให้ระบบสาธารณสุขมีคนไข้เป็นจำนวนมาก.

“ไทยสร้างไทย” หนุน ยกเลิก “เกณฑ์ทหาร” ชี้เด็กสมัคร รด. ไม่ได้หวังความรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537943

04 ธ.ค. 2565

"ไทยสร้างไทย" หนุน ยกเลิก "เกณฑ์ทหาร" ชี้เด็กสมัคร รด. ไม่ได้หวังความรู้

“ทสท.” หนุน ยกเลิก “เกณฑ์ทหาร” ชี้เด็กสมัครเรียน รด. เพื่อหวังไม่ต้องเข้ากรม แนะใช้วิธีสมัครใจ หลังพบจำนวนมากขึ้น ปรับลดทหารกองประจำการ

กรณีที่ต้องหามส่งนักศึกษาวิชาทหาร หรือ นักเรียนรักษาดินแดน หรือ รด. ปี 1 เข้าโรงพยาบาลจำนวน 17 คน เนื่องจากมีอาการขาดน้ำรุนแรง ไตวายเฉียบพลัน มีภาวะกล้ามเนื้อสลาย ซึ่งแพทย์ระบุว่ามีสาเหตุมาจากการฝึก 

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า ถึงเวลาที่ต้องปฏิรูประบบกองทัพ เสนอให้ยกเลิกการ “เกณฑ์ทหาร” โดยกรณีข้างต้นมองว่าการเรียน รด. ไม่ได้เรียนเพื่อเอาความรู้วิชาทหาร แต่เรียนเพื่อไม่ให้ต้องไปเกณฑ์ทหาร ถือเป็นช่องว่างให้กองทัพสามารถเก็บค่าเล่าเรียน ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าฝึก และค่าใช้จ่ายต่างๆ จาก รด. อีกเป็นจำนวนมาก โดยยังไม่นับการใช้เส้นสายต่างๆ ในการฝากเข้าเรียน รด. อีก

สำหรับตัวเลขเรียกเกณฑ์ทหารในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2565 มีจำนวนทั้งหมด 58,330 นาย แบ่งเป็น
– กลุ่มที่สมัครผ่านโครงการทหารออนไลน์ 6,101 นาย 
– กลุ่มเข้ารับการตรวจเลือก 51,692 นาย 
โดยมีผู้ร้องขอเข้ารับราชการในวันตรวจเลือก 21,046 นาย คงเหลือจับฉลากแดง 30,646 นาย 

นางสาวธิดารัตน์ กล่าวว่า แสดงให้เห็นมีจำนวนลดลงจากปี พ.ศ. 2564 ถึง 18,749 นาย ประกอบกับมีการปรับลดยอดทหารกองประจำการลงร้อยละ 10 ของจำนวนที่บรรจุจริง หรือประมาณจำนวน 12,000 นาย ทำให้ยอดเรียกเกณฑ์ลดลงอีกด้วย ดังนั้นหากความต้องการทหารกองประจำการมีจำนวนลดลง ตัวเลขผู้สมัครใจเข้าเป็นทหารเพิ่มขึ้น การบังคับเกณฑ์ทหารอาจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ควรยกเลิกการบังคับเกณฑ์ แต่ปรับเปลี่ยนมาเป็นการสมัครใจ พร้อมพัฒนาสวัสดิการที่เหมาะสมทุกระดับชั้นเพื่อให้การพัฒนากองทัพเป็นไปได้อย่างสมดุลและยั่งยืนในที่สุด 

สาเหตุที่ผู้สนใจอยากเป็นทหาร ส่วนใหญ่พบว่า เป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือกลุ่มที่อยู่ในการดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งสะท้อนประเด็นทางสังคมอื่นๆ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสวัสดิการทางด้านสาธารณสุขและการศึกษาที่ไม่เสมอภาค ทำให้การสมัครเป็นทหารกลายเป็นหนึ่งในหนทางที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของตนและครอบครัว จึงควรมีการพัฒนาสวัสดิการและคุณภาพชีวิตให้กับทหารอาสาสมัครเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนมีโอกาสในการเลื่อนชั้นทางสังคมเพิ่มเติมอีกด้วย

นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทยนางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย

“เพื่อไทย” ออกโรงชี้แจง ปม “ตู้ห่าว” บริจาคเงิน กว้านซื้อบ้านเครือชินวัตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537940

04 ธ.ค. 2565

"เพื่อไทย" ออกโรงชี้แจง ปม "ตู้ห่าว" บริจาคเงิน กว้านซื้อบ้านเครือชินวัตร

“เพื่อไทย” ชี้แจง กรณีกล่าวหาพัวพัน “ตู้ห่าว” บริจาคเงินให้พรรค รวมถึงกว้านซื้อบ้านในเครือชินวัตร ยืนยันไม่เกี่ยวข้องทุกกรณี จี้รัฐบาลตรวจสอบเอง เพราะทำผิดช่วงยุคนี้บริหารประเทศ

วันนี้ 4 ธ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงประเด็นกล่าวหามี ส.ส.ในพรรค อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง “นายตู้ห่าว” นักธุรกิจชาวจีน รวมถึงประเด็นกว้านซื้อบ้านในเครือชินวัตร 

นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า พยายามโยงเรื่องนี้มาบิดเบือนใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยและแกนนำพรรคเพื่อไทยให้เสียหาย พรรคขอใช้สิทธิชี้แจงดังต่อไปนี้
 

1. เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสืบสวนสอบสวนคดีต่างๆอยู่ในขณะนี้ พรรคเพื่อไทยเห็นว่า สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่มีอยู่ตามกฎหมายได้อยู่แล้ว เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับพรรค พรรคไม่ขัดขวางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

2.พรรคเพื่อไทยไม่มีความเกี่ยวข้องและนายตู้ห่าวไม่เคยบริจาคเงินให้ ข้อกล่าวหาที่มีต่อผู้ต้องหาก็เกี่ยวเนื่องกับการทำธุรกิจในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 8 ปีแล้ว ดังนั้นรัฐบาลสามารถไปตรวจสอบว่ามีการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายทำนองเดียวกันนี้มากน้อยเพียงใด ย้ำไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ขออย่าเบี่ยงเบนประเด็น

3.ส่วนกรณีชาวต่างชาติกว้านซื้อบ้านในโครงการของบริษัทเอสซี แอสเสท และพาดพิงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ผู้ถือหุ้นในบริษัทในบางสื่อนั้น ตนเห็นว่าการพาดพิงและกระจายข่าวต่างๆ มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองอย่างชัดเจน ยืนยันนางสาวแพทองธาร ไม่ได้รู้จักกับนายตู้ห่าว และเป็นเพียงผู้ถือหุ้น ไม่ได้เป็นกรรมการบริษัท ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายบ้านให้บุคคลใดๆ

นอกจากนั้น บริษัทเอสซี แอสเสท ได้แถลงไปแล้วว่า บริษัทประกอบธุรกิจด้วยความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลโดยยึดหลักไม่กระทำผิดกฎหมาย บ้านทุกหลังขายให้คนไทยและนิติบุคคลไทยเท่านั้น และในการชำระค่าบ้านผู้ซื้อต้องชำระเงินผ่านธนาคาร นายนพดลจึงขอตั้งข้อสังเกตว่า ทรัพย์สินที่ถูกอายัดของบุคคลกลุ่มนี้ มีบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินที่ซื้อจากหลายโครงการ หลายบริษัท กระจายไป ไม่ใช่ซื้อจากบริษัทเอสซี แอสเสท อย่างเดียว 

4.ขณะนี้ประเทศกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ขอเชิญชวนให้ช่วยกันนำเสนอนโยบายและหาทางออกให้ประเทศ และโปรดยุติการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไอโอที่เป็นการบิดเบือนใส่ร้ายฝ่ายอื่นด้วยความเท็จ เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร 

6 เดือน ผลงาน “ชัชชาติ” ชาวกทม. ค่อนข้างพอใจ ขยัน เปลี่ยนแปลงดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537934

04 ธ.ค. 2565

6 เดือน ผลงาน "ชัชชาติ" ชาวกทม. ค่อนข้างพอใจ ขยัน เปลี่ยนแปลงดีขึ้น

“นิด้าโพล” เผย ผลสำรวจประชาชน “6 เดือนผู้ว่าฯ ชัชชาติ” พบว่าส่วนใหญ่ ค่อนข้างพอใจ เพราะ ขยัน เปลี่ยนแปลงดีขึ้น ขณะที่คะแนนการพัฒนา กทม. สูงสุด เรื่อง แก้ไขปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข ร้อยละ 42.67

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “6 เดือนผู้ว่าฯชัชชาติ” สำรวจระหว่างวันที่ 25-30 พฤศจิกายน 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต กว่า 1,500 ราย 

ชาวกรุงเทพมหานครคิดเห็นต่อการทำงานในรอบ 6 เดือนแรกของ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

1. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ  ร้อยละ 39.07  ดีมาก / ร้อยละ 36.40 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 13.33 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 9.13 ไม่ดีเลย และร้อยละ 2.07 ไม่มีข้อมูล
2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวใน กทม. ร้อยละ 40.54 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 38.13 ดีมาก / ร้อยละ 11.33 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 7.53 ไม่ดีเลย และร้อยละ 2.47 ไม่มีข้อมูล
3. การสนับสนุนการกีฬา ร้อยละ 38.40 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 34.87 ดีมาก / ร้อยละ 14.60 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 9.00 ไม่ดีเลย และร้อยละ 3.13 ไม่มีข้อมูล
4. การแก้ไขปัญหาความสะอาด ขยะ ฝุ่นละออง น้ำเสีย ร้อยละ 39.73 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 33.13 ดีมาก / ร้อยละ 16.40 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 9.87 ไม่ดีเลย และร้อยละ 0.87  ไม่มีข้อมูล
5. การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ร้อยละ 34.87 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 31.80 ดีมาก / ร้อยละ 18.93 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 13.40 ไม่ดีเลย และร้อยละ 1.00  ไม่มีข้อมูล
6. การปรับปรุงการให้บริการในหน่วยงานของ กทม. ร้อยละ 40.40 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 29.53 ดีมาก / ร้อยละ 16.00 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 9.67 ไม่ดีเลย และร้อยละ 4.40  ไม่มีข้อมูล
7. การปรับปรุงและจัดระเบียบทางเท้า เช่น หาบเร่แผงลอย การจอดยานพาหนะหรือตั้งร้านบนทางเท้า ร้อยละ 41.13 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 29.27 ดีมาก / ร้อยละ 16.07 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 10.53 ไม่ดีเลย และร้อยละ 3.00 ไม่มีข้อมูล
8. การปรับปรุงทัศนียภาพ ถนน ตรอก ซอย ร้อยละ 41.33 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 29.20 ดีมาก / ร้อยละ 18.07 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 10.27 ไม่ดีเลย และร้อยละ 1.13 ไม่มีข้อมูล

9. การแก้ไขปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข ร้อยละ 42.67 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 25.33 ดีมาก / ร้อยละ 17.93 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 10.54 ไม่ดีเลย และร้อยละ 3.53 ไม่มีข้อมูล
10. การจัดระเบียบการชุมนุม ร้อยละ 37.80 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 24.53 ดีมาก / ร้อยละ 17.33 ไม่ดีเลย / ร้อยละ 16.54 ไม่ค่อยดี และร้อยละ 3.80 ไม่มีข้อมูล
11. การป้องกันอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การติดไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัย ร้อยละ 39.13 ระบุว่า ค่อนข้างดี / ร้อยละ 24.40 ดีมาก / ร้อยละ 21.54 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 12.33 ไม่ดีเลย และร้อยละ 2.60 ไม่มีข้อมูล
12. การแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน ในหน่วยงานของ กทม. ร้อยละ 30.60 ระบุว่า ค่อนข้างดี / ร้อยละ 23.87 ดีมาก / ร้อยละ 21.60 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 16.06 ไม่ดีเลย และร้อยละ 7.87 ไม่มีข้อมูล
13. การพัฒนาการศึกษา แก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ร้อยละ 38.47 ระบุว่า ค่อนข้างดี / ร้อยละ 22.13 ดีมาก / ร้อยละ 20.20 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 12.13 ไม่ดีเลย และร้อยละ 7.07 ไม่มีข้อมูล
14.การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า เรือ ร้อยละ 42.13 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 21.87 ดีมาก / ร้อยละ 18.07 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 10.60 ไม่ดีเลย และร้อยละ 7.33 ไม่มีข้อมูล
15. การแก้ไขปัญหาจราจรและรถติด ร้อยละ 44.60 ระบุว่า ค่อนข้างดี / ร้อยละ 21.00 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 18.40 ดีมาก / ร้อยละ 14.13  ไม่ดีเลย และร้อยละ 1.87  ไม่มีข้อมูล
16. การจัดระเบียบ คนเร่ร่อน คนจรจัด ขอทาน ร้อยละ 39.13 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 25.60 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 16.87 ดีมาก / ร้อยละ 14.07 ไม่ดีเลย และร้อยละ 4.33 ไม่มีข้อมูล
17. การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ/ปากท้อง ร้อยละ 32.26 ไม่ค่อยดี / ร้อยละ 31.40 ค่อนข้างดี / ร้อยละ 20.40 ไม่ดีเลย / ร้อยละ 10.07  ดีมาก และร้อยละ 5.87  ไม่มีข้อมูล

ประเด็น ความพึงพอใจต่อการทำงานในรอบ 6 เดือนแรก ของดร.ชัชชาติ
อันดับ 1  ร้อยละ 42.60 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ เพราะ อันดับ 1 ค่อนข้างพอใจ เป็นคนขยัน ตั้งใจในการทำงาน เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของ กทม.และการแก้ปัญหาได้ตรงจุด
อันดับ 2 ร้อยละ 38.93 ระบุว่า พอใจมาก เพราะ มีผลงานชัดเจน มีความทุ่มเทให้กับการทำงาน และลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน 
อันดับ 3 ร้อยละ 10.54 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ เพราะ ผลงานไม่ชัดเจน แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น 
อันดับ 4 ร้อยละ 7.93 ระบุว่า ไม่พอใจเลย เพราะ ไม่สามารถทำตามนโยบายที่พูดไว้ได้ และยังไม่สามารถแก้ปัญหาเดิม ๆได้ เช่น ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการจราจร

ผลสำรวจนิด้าโพล "6 เดือนผู้ว่าฯ ชัชชาติ"ผลสำรวจนิด้าโพล “6 เดือนผู้ว่าฯ ชัชชาติ”

“เพื่อไทย” ส่งแม่ทัพ “พลภูมิ” สู้ศึกชิง ส.ส.กทม.ฝั่งตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537932

04 ธ.ค. 2565

"เพื่อไทย" ส่งแม่ทัพ "พลภูมิ" สู้ศึกชิง ส.ส.กทม.ฝั่งตะวันออก

“เพื่อไทย” ส่งแม่ทัพ “พลภูมิ” สู้ศึกเลือกตั้ง ส.ส. กทม.ฝั่งตะวันออก มั่นใจแลนสไลด์ หลังครั้งก่อนลูกทัพกวาดที่นั่ง ส.ส. เขต อย่างต่ำ 4 เขต

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ใกล้สู่การเลือกตั้ง ปี 2566 ถือจะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดทั่วประเทศ พรรคการเมืองต่างขนทัพประกาศเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่าง “กรุงเทพมหาคร” ที่เคยมีการสำรวจจาก “นิด้าโพล” (เมื่อวันที่ 30 ต.ค.) พบว่า ชาว กทม. ส่วนใหญ่เลือกพรรคฝ่ายค้ายอย่างเพื่อไทยและก้าวไกล(อ่านต่อ)
 

ล่าสุด “พรรคเพื่อไทย” เจาะพื้นที่ฝั่งกรุงเทพตะวันออก เตรียมส่งนาย “พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ” หรือ เสี่ยเอก ส.ส.กทม.เขตบึงกุ่ม-คันนายาว ลงศึกในครั้งนี้

สำหรับนายพลภูมิ หรือ เสี่ยเอก เป็นลูกของ “ยุพดี วิภัติภูมิประเทศ” (อดีต ส.ก.หลายสมัยของพรรคพลังธรรม) รวมถึงมีคุณลุง พล.ร.ท.โรช วิภัติภูมิประเทศ มีดีกรีเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และช่วงศึกเลือกตั้ง ส.ก. 

ที่ผ่านมาทีมงานของนายพลภูมิ กวาดที่นั่ง ส.ก. หลายเขต ทั้ง เขตบึงกุ่ม เขตคันนายาว เขตสะพานสูง เขตบางกะปิ จนผู้บริหารพรรคเพื่อไทยมีมติเสนอให้นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ภรรยา หรือ “มาดามก้อย” เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 ทันที

นายพลภูมิ กล่าวว่า เลือกตั้ง ส.ส. ที่จะเกิดขึ้นกลางปีหน้า เตรียมคัดตัวผู้สมัคร ส.ส. คุณภาพดี และส่งลงในนามพรรคเพื่อไทยหลายเขต เช่น เขตบางกะปิ เขตสะพานสูง และ เขตบางคอแหลม คาดว่าชนะแบบแลนด์สไลด์แน่นอน
ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ฝั่งกรุงเทพตะวันออก พรรคเพื่อไทยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ฝั่งกรุงเทพตะวันออก พรรคเพื่อไทยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ฝั่งกรุงเทพตะวันออก พรรคเพื่อไทยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ฝั่งกรุงเทพตะวันออก พรรคเพื่อไทย

รีเอกซเรย์ทั่วประเทศ!ลุยตรวจแหล่งผลิต เช็ค‘ร้านหมูกระทะ’หวั่นมีฟอร์มาลิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696104

รีเอกซเรย์ทั่วประเทศ!ลุยตรวจแหล่งผลิต เช็ค‘ร้านหมูกระทะ’หวั่นมีฟอร์มาลิน

รีเอกซเรย์ทั่วประเทศ!ลุยตรวจแหล่งผลิต เช็ค‘ร้านหมูกระทะ’หวั่นมีฟอร์มาลิน

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.42 น.

รีเอกซเรย์ทั่วประเทศ!ลุยตรวจแหล่งผลิต เช็ค‘ร้านหมูกระทะ’หวั่นมีฟอร์มาลิน

4 ธันวาคม 2565 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีตรวจพบสารฟอร์มาลิน โซดาไฟ และไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ ที่เป็นแหล่งผลิตแปรรูปวัตถุดิบร้านหมูกระทะ อ.บ่อวิน จังหวัดชลบุรี ที่ผสมในเนื้อหมู เนื้อวัว เครื่องในกว่า25,000 กิโลกรัม (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตะลึง!อายัดเครื่องใน-เนื้อสัตว์ 25 ตัน แช่ถังฟอร์มาลิน ส่งร้านหมูกระทะ-อาหารอีสาน) ล่าสุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมปศุสัตว์ขยายผลจากการจับกุมแหล่งผลิตแปรรูปขนาดใหญ่ มีทั้งเนื้อสัตว์สุกร เนื้อวัว เครื่องในสัตว์ ผสมสารอันตรายต่อผู้บริโภคในพื้นที่ จ.ชลบุรี

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า นอกจากนั้น รมว.เกษตรฯ ยังได้สั่งการปศุสัตว์ทุกจังหวัดทั่วประเทศไปตรวจสอบสถานประกอบการมีลักษณะแบบนี้มีอีกหรือไม่ โดยให้เร่งดำเนินการจับกุมลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร , พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ , พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าหรือจำหน่ายเนื้อสัตว์ หากพบกระผิดให้ปิดสถานประกอบการทันที เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตและแหล่งที่มาของวัตถุดิบเนื้อสัตว์ว่ามาจากโรงเชือดที่ถูกกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งส่งเนื้อสัตว์เข้าห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารตกค้างด้วย

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ มีความห่วงใยประชาชนที่จะจัดงานฉลองกันช่วงเทศกาลปีใหม่ มักจะทำอาหารบริโภค หากเนื้อสัตว์มีแหล่งผลิตที่มไม่มีความปลอดภัย จะเกิดอันตรายทั้งจากสารปนเปื้อนและโรคระบาดได้ จึงสั่งการให้เร่งตรวจสอบทุกแหล่งประกอบการทั่วประเทศ และเนื้อสัตว์ทุกประเภทด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ร่วมตรวจสอบด้านอาหาร ตรวจสอบแหล่งที่มา มีความปลอดภัยตามมาตรฐานฟู๊ดเซฟตี้

“นอกจากนี้ได้ประสานให้กระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจสอบร้านหมูกระทะ ร้านอาหารอีสาน 66 แห่งที่รับเนื้อสัตว์แปรรูไปจำหน่าย เพื่อควบคุมในเรื่องสารปนเปื้อน และสารตกค้าง ในอาหารที่นำไปจำหน่าย เพราะสารฟอร์มาลิน คือ สารใช้ดองศพ จะทำให้เนื้อสัตว์ไม่เน่าและมีสีขาว สารโซดาไฟทำให้เนื้อนุ่มไม่เหนียว และสารไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ เป็นกลุ่มฟอกขาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ยึดอายัดของไว้ไม่ให้ไปจำหน่าย ต้องไปหาแหล่งที่มาให้ได้ นำเนื้อไปตรวจหาในเรื่องโรคระบาด เป็นมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยผู้บริโภค” นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าว

นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวด้วยว่า รมว.เกษตรฯ สั่งการให้ขยายผลทั่วประเทศ โดยให้ตรวจสอบความปลอดภัยอาหาร รวมถึงต้องมีเอกสารการนำเนื้อสัตว์มาจากไหน ตรวจสอบป้องกันไม่ให้นำเข้าเนื้อ ชิ้นส่วนซากสัตว์ผิดกฎหมาย โดยขอเตือนผู้บริโภคว่าเมื่อจะซื้อเนื้อสัตว์ต้องดูอันดับแรก คือ แหล่งผลิต ร้านจำหน่ายหรือเขียงในตลาดต่างๆไปซื้อจากโรงเชือดถูกกฎหมาย หรือให้ดูตราปศุสัตว์โอเค (OK) เพราะเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค สามารถเลือกซื้อเนื้อสัตว์โดยทราบแหล่งที่มาได้

ตะลึง!อายัดเครื่องใน-เนื้อสัตว์ 25 ตัน แช่ถังฟอร์มาลิน ส่งร้านหมูกระทะ-อาหารอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696091

ตะลึง!อายัดเครื่องใน-เนื้อสัตว์ 25 ตัน แช่ถังฟอร์มาลิน ส่งร้านหมูกระทะ-อาหารอีสาน

ตะลึง!อายัดเครื่องใน-เนื้อสัตว์ 25 ตัน แช่ถังฟอร์มาลิน ส่งร้านหมูกระทะ-อาหารอีสาน

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.36 น.

‘กรมปศุสัตว์’ ส่งเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี บุกตรวจสอบแหล่งลักลอบผลิตวัตถุดิบชิ้นส่วนเนื้อสัตว์แช่ในถังน้ำผสม ‘ฟอร์มาลิน’ รายใหญ่ ส่งขายร้านหมูกระทะและร้านอาหารอีสาน กว่า 66 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง ปริมาณน้ำหนักรวม 25,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เสี่ยงแพร่เชื้อโรคระบาดสัตว์ร้ายแรง

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่าได้รับรายงานจาก นายสัตวแพทย์ชุติพนธ์ ศิริมงคลรัตน์ ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2565 นายสัตวแพทย์จิรภัทร อินทร์สุข หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบกิจการผลิตแปรรูปวัตถุดิบเนื้อและเครื่องในสัตว์รายใหญ่ แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบผลิตเนื้อสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตหวั่นแพร่โรคระบาดสัตว์ร้ายแรง

ผลการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าสถานประกอบการดังกล่าว ไม่มีการขออนุญาตผลิตอาหาร ไม่มีเอกสารใบอนุญาตค้าซากสัตว์(ร.10) ไม่มีเอกสารเคลื่อนย้ายซากสัตว์(ร.3) และไม่มีเอกสารรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์(รน.) ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาด พ.ศ.2558 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 อีกทั้งยังพบการผลิตวัตถุดิบชิ้นส่วนเครื่องในโค ชิ้นส่วนเครื่องในสุกร มีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต ประกอบด้วย ฟอร์มาลิน โซดาไฟ และไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์

พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยึดอายัดของกลางชิ้นส่วนเนื้อและเครื่องในสุกรและโคที่อยู่ในสถานประกอบการและในตู้แช่เย็นคอนเทนเนอร์ จำนวนกว่า 25,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ได้ยึดอายัดของกลางสารเคมีและแกนลอนบรรจุสารฟอร์มาลิน ขนาด 25 ลิตร จำนวนกว่า 50 แกนลอน รวมถึงได้ยึดใบเสร็จกว่า 2,300ใบ ที่มีหลักฐานการขายให้กับลูกค้าร้านหมูกระทะ และร้านอาหารอีสาน จำนวนกว่า 66 ราย และในส่วนของชิ้นส่วนสไบนาง ที่ผลิตแปรรูปนั้นแช่อยู่ในถังน้ำผสมสารฟอร์มาลิน พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้สั่งยึดอายัดไว้ และเก็บตัวอย่างเนื้อและเครื่องในสัตว์ นำส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ สำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ เพื่อตรวจหาเชื้อโรคปนเปื้อนที่เป็นอันตรายและตรวจหาสารเคมีตกค้าง (ฟอร์มาลิน)

ทั้งนี้ ได้ให้เจ้าของกิจการห้ามโยกย้ายถ่ายเทของกลางที่อายัดไว้ และให้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงภายใน 15 วันหากไม่สามารถนำมาแสดงได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการทำลายด้วยการฝังหรือเผา และดำเนินคดีถึงที่สุด ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศ ขยายผลในการตรวจสอบสถานประกอบการในลักษณะเดียวกันนี้ และหากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไปด้วย หากประชาชนต้องการแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง