‘ฝน ปริตา’ รับสุดเขิน ‘ยูโร’ แซวถี่ในกอง ‘ไฟน้ำค้าง’ อ้อนแฟนอย่าเพิ่งเกลียด

https://www.naewna.com/entertain/840501

‘ฝน ปริตา’ รับสุดเขิน ‘ยูโร’ แซวถี่ในกอง ‘ไฟน้ำค้าง’  อ้อนแฟนอย่าเพิ่งเกลียด

‘ฝน ปริตา’ รับสุดเขิน ‘ยูโร’ แซวถี่ในกอง ‘ไฟน้ำค้าง’ อ้อนแฟนอย่าเพิ่งเกลียด

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยิ่งดูยิ่งสนุก สำหรับละครโรแมนติกดราม่าเรื่อง “ไฟน้ำค้าง” ทาง ช่อง 7HD ผลงานจากค่าย มีเดีย สตูดิโอ นำแสดงโดย ยูโร- ยศวรรธน์ และ มุกดา นรินทร์รักษ์ โดย ฝน-ปริตา ไชยรักษ์ ซึ่งรับบท อุษา หญิงสาวที่หวังจะได้หัวใจของ ภีม (ยูโร-ยศวรรธน์)มาครอบครอง เผยเบื้องหลังการรับบท คุณหนูผู้เอาแต่ใจว่า ท้าทายความสามารถสุดๆ

“สำหรับ ไฟน้ำค้าง ส่วนตัวฝนถือว่าฟีดแบ๊กที่กลับมาดีมากเลยค่ะ กับบท อุษา หรือว่าคุณหนูอุษา จะเป็นคนที่บ้านมีฐานะรวย พ่อมีอำนาจเป็นนักการเมือง เราถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจ ความยากของตัวละครนี้ ฝนถือเป็นความท้าทายสุดๆ เหมือนกันค่ะ เพราะตั้งแต่เห็นบทนี้ครั้งแรกคือบทตัวละครนี้เป็นตัวละครที่เด็กมากเด็กกว่าตัวฝนเยอะ แล้วเราต้องพาตัวเองย้อนกลับไปในวัยนั้นว่าเขาคิดยังไงเจอเรื่องนี้แล้วจัดการยังไงในวัยนั้น พยายามนึกย้อนไปที่ตรงนั้นเพื่อมาปรับใช้ในการแสดง ซึ่งตัวอุษาจะสนิทกับครอบครัวพี่ภีม คือพระเอกมานานมากแล้ว และด้วยความที่ครอบครัวของเราก็สนับสนุนด้วย อยากให้เรากับพี่ภีมลงเอยกัน เพราะนอกจากความที่เรากับพี่ภีมสนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ยังมีเรื่องของผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจอีก ทำให้เราคิดแค่ว่าเราจะต้องแต่งงานและฝากชีวิตไว้กับคนนี้ จนวันหนึ่งมี พลับพลา (มุกดา) เข้ามามันก็เลยทำให้สิ่งที่เราฝันไว้เปลี่ยนไป ทำให้เราตกใจ และไม่รู้จะรับมือยังไง ก็มีการปรึกษาคุณพ่อคุณพ่อก็จะใช้อำนาจช่วยลูกสาว เรื่องทุกอย่างมันก็เลยถาโถมไปที่คู่พระเอก-นางเอกที่ต้องแก้ปัญหาที่เราสร้างขึ้น คือเรื่องนี้เราเหมือนเป็นตัวปัญหาให้พวกเขาส่วนการร่วมงานกับพี่มุกดา และยูโร ฝนกับพี่มุกดาเคยร่วมงานกันมาแล้วในเภตรานฤมิต ส่วนยูโรเป็นการเจอกันเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกค่ะ แล้วเราจะเข้ากับยูโรเยอะมากๆ เขาเป็นคนขี้แซวแล้วฝนก็จะเขินคือเวลาเขาแซวเยอะๆ เราก็จะประหม่านิดหนึ่งแบบแซวเยอะจังเลยไม่รู้จะตอบยังไง เวลาอยู่ในกองก็จะโดนแกล้งคือบางทีเรารับมุขไม่ทันด้วย ไม่รู้อันไหนเล่นอันไหนจริง แต่ยูโรเขาเป็นนักแสดงที่เก่ง คือเวลานอกฉากเขาแกล้งเราแต่พอถึงเวลาเข้าฉากเขาจะเปลี่ยนเป็น คุณภีม ที่แสดงออกชัดเจนเลยว่าเขาไม่ได้รักเราได้ทันที ฝากติดตามละครและให้กำลังใจฝนด้วยนะคะ กับคาแร็กเตอร์อุษา เพราะเป็นคาแร็กเตอร์ที่ค่อนข้างท้าทายฝนเหมือนกัน แต่ถ้าอุษาในละครทำอะไรไปก็อย่าเกลียดกันมากนะคะ ที่ทำไปเพราะว่าอุษารักพี่ภีมจริง ๆ ค่ะ” ลุ้นและให้กำลังใจทุกๆ ตัวละครใน “ไฟน้ำค้าง” ปักหมุดรับชมสดทางช่อง 7HD กด 35 ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 20.30 น. และรับชมย้อนหลัง เวลา 22.30 น. บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น!

‘LIPTA’ พา ‘No One Else’ กระชากฟีลปล่อย ‘ปฏิเสธไม่ไหว’ เรียกน้ำตา

https://www.naewna.com/entertain/840505

‘LIPTA’ พา ‘No One Else’  กระชากฟีลปล่อย ‘ปฏิเสธไม่ไหว’ เรียกน้ำตา

‘LIPTA’ พา ‘No One Else’ กระชากฟีลปล่อย ‘ปฏิเสธไม่ไหว’ เรียกน้ำตา

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศิลปินคู่หูอารมณ์ดี LIPTA) คัตโตะ-อารมณ์ โพธิ์หาญรัตนกุล และ แทน-ธารณ ลิปตพัลลภ สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ถือเป็นอีกตัวพ่อที่บอกเล่าความรักแทบครบทุกรูปแบบ โดยล่าสุดพวกเขากลับมาเล่าเรื่องรักข้างเดียวอีกครั้งผ่าน “ปฏิเสธไม่ไหว (Crush on you)” เพลงเศร้าที่ทั้งบาดใจ ชวนหูเคลือบทองโดยได้ แอ้ม-อัจฉริยา มาแต่งคำร้องและทำนองให้ ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญ “No One Else” ที่พลิกภาพจำแบบทำถึงสุดๆ

“ปฏิเสธไม่ไหว” เพลงที่ LIPTA ตั้งใจบอกเล่าความรู้สึกของคนที่อยากบอกความในใจออกไป แต่อีกใจก็เต็มไปด้วยความกลัวว่าอีกฝั่งจะคิดไม่เหมือนกัน ซึ่งนอกจากเนื้อร้องที่เหมือนแกะออกมาจากชีวิตจริงคนรักข้างเดียวแล้ว มู้ดกับโทนของเพลงที่เริ่มด้วยไลน์เปียโนเบาๆ ก่อนเพิ่มความเข้มข้นของซาวนด์จากต้นไปจนจบที่บาดใจคนฟัง

แม้ว่าจะเป็นเพลงรักข้างเดียวที่บีบหัวใจสุดๆ แต่คราวนี้ LIPTA กลับเลือกเซอร์ไพรส์ทุกคนด้วยการคว้าเจ้าพ่อเพลงงานวิวาห์แห่งยุคอย่าง No One Elseมาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกคนรักข้างเดียวที่ไม่กล้าเผยความในใจ แต่ก็กลัวว่าจะไม่มีวันได้สื่อสารความในใจอีกเช่นกัน ซึ่ง No One Else ได้ถ่ายทอดเสียงร้องและซาวนด์ดนตรีป๊อปสุดแน่นแบบสุดฝีมือ จนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่เพลง “ปฏิเสธไม่ไหว” ขาดไม่ได้

ขึ้นชื่อว่ามิวสิกวีดีโอของ LIPTA นางเอกก็ไม่ธรรมดาเช่นเคย “ปฏิเสธไม่ไหว” เพลงนี้จึงได้ “หลิงหลิง คอง” นางเอกสุดฮอตในชั่วโมงนี้มาเล่นให้อีกด้วย ชมความน่ารักของ “หลิงหลิง คอง” ใน MVได้แล้วทาง YouTube LIPTAofficialรวมถึงทุกช่องทางมิวสิกสตรีมมิ่ง ซึ่งใครที่อยู่ในโหมดไม่กล้าเผยความในใจ สามารถใช้เพลง “ปฏิเสธไม่ไหว” เป็นสื่อกลางความในใจได้แล้วตั้งแต่นี้เป็นต้นไป และเตรียมพบกับประกาศคอนเสิร์ตใหญ่ของ LIPTA อย่างเป็นทางการ เร็วๆ นี้

‘กลัฟ คณาวุฒิ’ ทำถึง! ชวนพี่ลูกบอลเอ็นจอย สนุก สุดมัน กับงานแฟนมีต

https://www.naewna.com/entertain/840503

‘กลัฟ คณาวุฒิ’ ทำถึง! ชวนพี่ลูกบอลเอ็นจอย สนุก สุดมัน กับงานแฟนมีต

‘กลัฟ คณาวุฒิ’ ทำถึง! ชวนพี่ลูกบอลเอ็นจอย สนุก สุดมัน กับงานแฟนมีต

วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ต้องบอกว่าเล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ แบบบิ๊กเซอร์ไพรส์ต้องยกให้กับนักแสดงหนุ่มดีกรีศิลปินเดี่ยวสุดฮอต อย่าง “กลัฟ” คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ซึ่งบอกเลยว่าเป็นเหมือนงานประจำปีของหนุ่มกลัฟที่จะเคลียร์ทุกงานทุกอีเว้นท์เพื่อมอบความสุขคืนให้กับเหล่าด้อมพี่ลูกบอล (ชื่อด้อม) กับงานแฟนมีตติ้งของหนุ่มกลัฟที่จะจัดในช่วงไทม์ไลน์วันเกิดเจ้าตัว (4 ธ.ค.) ทำให้เหล่าแฟนคลับต้องโน้ตใส่ปฏิทินไว้ เป็นวันมีตติ้งประจำปีของหนุ่มกลัฟ

โดยปีนี้ หนุ่มกลัฟ เผยเซอร์ไพรส์แรกออกมาให้เป็นออร์เดิร์ฟกับธีมปาร์ตี้ เอาใจสายเต้น สายฮิปฮอป ที่อยากให้พี่ๆ แฟนคลับทุกๆ คน มาปล่อยใจจอย สนุกสนาน และตื่นตาไปกับรูปแบบคอนเสิร์ตที่ต่างออกไปจากปีที่ผ่านๆ มา ครั้งนี้จะทำให้ทุกคนเป็นกันเอง สบายๆ มีความชิลมากขึ้น งานมีตติ้งดังกล่าวนี้จะจัดตรงกับวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม ณ MCC Hall เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ สาขาบางกะปิ ภายใต้งานที่มีชื่อว่า LOST IN Gulf’s SPACE ที่ความปังต่อเนื่องที่เพียงชั่วกะพริบตา ที่พอได้เปิดจำหน่ายบัตรแฟนมีต วันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา จำนวนร่วมกว่าสองพันใบ เหล่าพี่ลูกบอลของคุณบิ๊กกลัฟ รวมถึงเหล่าแฟนคลับของหนุ่มกลัฟตั้งตาตั้งใจรอ พร้อมรัวแป้นชิงบัตร พร้อมดัน #LostinGULFSSpace #TICKET AVAILABLE GLUF CONCERT ขึ้นเทรนด์ X (ทวิตเตอร์) อันดับต้นๆ ของเทรนด์ไทยไปแบบใจฟู สมศักดิ์ศรีพ่อหนุ่มเจ้าโปรเจกท์มาตลอด

‘รัฐบาล’ชวนปชช.ร่วมงาน’เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ’ชมภาพยนตร์หาชมยากกว่า100เรื่อง จาก 35 ประเทศ

https://www.naewna.com/local/840513

'รัฐบาล'ชวนปชช.ร่วมงาน'เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ'ชมภาพยนตร์หาชมยากกว่า100เรื่อง จาก 35 ประเทศ

‘รัฐบาล’ชวนปชช.ร่วมงาน’เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ’ชมภาพยนตร์หาชมยากกว่า100เรื่อง จาก 35 ประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.37 น.

‘รัฐบาล’เชิญชวนประชาชนร่วมงาน’เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 16’ ระหว่างวันที่ 7- 17 พ.ย.นี้ ชมภาพยนตร์หาชมยากกว่า 100 เรื่อง จาก 35 ประเทศทั่วโลก ร่วมผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ด้านภาพยนตร์

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2567 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล เชิญชวนประชาชนร่วมงาน “เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 16 หรือ World Film Festival of Bangkok 2024” ระหว่างวันที่ 7 – 17 พ.ย.2567 ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร จัดโดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และพันธมิตรภาคเอกชน 

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า เทศกาลดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย “Soft Power” ด้านภาพยนตร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ และผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย รวมถึงเพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดภาพยนตร์นานาชาติ อีกทั้งยังเป็นสะพานเชื่อมโยงศิลปวัฒนธรรม แนวคิด รวมถึงเรียนรู้ความหลากหลายของชีวิตผ่านเนื้อหาภาพยนตร์จากทั่วโลก ซึ่งปีนี้กลับมาในคอนเซ็ปต์ “New Horizons” สื่อถึงการแสวงหาขอบฟ้าใหม่ๆ บ่งบอกถึงการก้าวเดินสู่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในอนาคต 

“สำหรับเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 16 ได้คัดสรรหนังเด็ด คุณภาพหาชมยาก นับ 100 เรื่อง จาก 35 ประเทศทั่วโลก ให้คนไทยได้รับชมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลฯ ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสนับสนุนผลักดันด้านภาพยนตร์ไทยให้เป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ โดยนำความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม เทคโนโลยี มาประยุกต์กับต้นทุนทางวัฒนธรรมของไทย เพื่อขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ด้านภาพยนตร์ไทยสู่เวทีนานาชาติ” น.ส.ศศิกานต์ กล่าว  

จากประตูระบายน้ำ ‘คลองลัดโพธิ์’ สู่สะพาน ‘ภูมิพล 1 และ 2’ อันเนื่องมาจากพระราชดำริแก้ปัญหาน้ำท่วมรถติดอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/840355

จากประตูระบายน้ำ 'คลองลัดโพธิ์' สู่สะพาน 'ภูมิพล 1 และ 2' อันเนื่องมาจากพระราชดำริแก้ปัญหาน้ำท่วมรถติดอย่างยั่งยืน

จากประตูระบายน้ำ ‘คลองลัดโพธิ์’ สู่สะพาน ‘ภูมิพล 1 และ 2’ อันเนื่องมาจากพระราชดำริแก้ปัญหาน้ำท่วมรถติดอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 13.59 น.

จากประตูระบายน้ำ “คลองลัดโพธิ์” สู่สะพาน “ภูมิพล 1 และ 2” อันเนื่องมาจากพระราชดำริแก้ปัญหาน้ำท่วมรถติดอย่างยั่งยืน

นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน เปิดเผยระหว่างการต้อนรับ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)  และคณะ ซึ่งเดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำตอนบนของแม่น้ำเจ้าพระยากำลังเข้าสู่ภาวะคลี่คลาย โดยเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีอัตราน้ำไหลผ่าน 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่างในจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร 

“ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ สามารถระบายน้ำไม่เกินวันละ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขึ้นอยู่กับจังหวะน้ำทะเลขึ้นลง หากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงมามากกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตร ก็จะยกบานประตูระบายน้ำขึ้นในช่วงที่น้ำทะเลลงเพื่อระบายน้ำลงทะเล หากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำน้อยกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตร ก็จะปิดบานประตูระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำทะเลหนุนขึ้นมา” นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์  กล่าว

จากการลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และคณะในครั้งนี้พบว่า โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ฯ มีการติดตั้งระบบโทรมาตร ซึ่งเป็นระบบสื่อสารและประมวลผลข้อมูล พร้อมควบคุมระยะไกล ทำให้สามารถทราบถึงคุณภาพน้ำและการระบายน้ำที่เป็นปัจจุบัน ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ สามารถบรรเทาปัญหาอุทกภัยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงมาถึงจังหวัดสมุทรปราการ 
ด้านนายวัชระ เติมวรรธนภัทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทรงคะนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เผยว่า ในอดีตน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาต้องไหลอ้อมคุ้งบางกะเจ้า คลองลัดโพธิ์เป็นคลองขนาดเล็กและตื้นเขิน มีชุมชนอยู่ตลอดสองฝั่งลำคลอง ส่งผลให้การระบายน้ำลงสู่ทะเลล่าช้า ต้องใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำเหนือหลากและน้ำทะเลหนุน จึงทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  

“พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้แก้ไขปัญหานี้  โดยการปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ให้มีความกว้าง 65 เมตร ด้านเหนือน้ำก่อนถึงประตู และกว้าง 66 เมตร หลังจากแนวประตูระบายน้ำจนถึงด้านท้ายน้ำ ความลึกของท้องคลองอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 7 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และมีความยาวจากปากคลองถึงปลายคลอง 600 เมตร เพื่อใช้เป็นทางลัดของน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลลงทะเลได้เร็วขึ้นจากเดิม 6 ชั่วโมงเหลือเพียง 10 นาที นอกจากจะเพิ่มความเร็วในการผันน้ำแล้ว ยังทรงเล็งเห็นถึงปัญหาการเดินทางของประชาชนจากฝั่งสมุทรปราการไปกรุงเทพมหานคร ที่ต้องใช้แพขนานยนต์ซึ่งมีข้อจำกัดของการบรรทุกและใช้เวลานาน จึงมีพระราชดำริให้สร้างถนนเชื่อมสะพานภูมิพล 1 และภูมิพล 2 เข้าด้วยกัน  โดยสะพานภูมิพล 1 เชื่อมกับถนนพระราม 3 และสะพานภูมิพล 2 เชื่อมกับถนนปู่เจ้าสมิงพราย ทำให้การจราจรเกิดความคล่องตัว ปัจจุบันการจราจรไม่ติดขัด ทุกคนมีความสุขมาก น้ำไม่ท่วมรถไม่ติด และมีอาชีพจากความสมบูรณ์ของคุ้งบางกะเจ้า เพราะเมื่อน้ำไม่ท่วมน้ำทะเลไม่เข้า การเพาะปลูกก็สมบูรณ์ เกิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงวัฒนธรรมใน 6 ตำบลของอำเภอพระประแดง ทุกคนไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และจะตอบแทนพระองค์ด้วยการทำความดี รักและสามัคคี สร้างประโยชน์ต่อส่วนรวมให้เกิดขึ้นอย่างยาวนานสืบไป” นายวัชระ เติมวรรธนภัทร์ กล่าว

สำหรับสะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ในแนวถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สร้างขึ้นเพื่อคลี่คลายปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงย่านอุตสาหกรรมของพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ เขตยานนาวา ของกรุงเทพมหานคร กับอำเภอสำโรงใต้ จังหวัดสมุทรปราการ ผ่านระบบโครงข่ายทางด่วนและถนนสายสำคัญต่าง ๆ สู่ภูมิภาคของประเทศ

ตะลอนเที่ยว : พระจักรีอวตารทรงปราบมารให้มลาย

https://www.naewna.com/lady/840415

ตะลอนเที่ยว : พระจักรีอวตารทรงปราบมารให้มลาย

ตะลอนเที่ยว : พระจักรีอวตารทรงปราบมารให้มลาย

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.15 น.

พระจักราวตาร คือโขนรามเกียรติ์ ตอนล่าสุดที่กำลังแสดง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยในขณะนี้โดยเปิดการแสดงรอบประชาชนมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน และจะแสดงไปจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2567 แต่ขอย้ำว่าไม่ได้เปิดการแสดงทุกวัน เนื่องจากต้องให้นักแสดง นักดนตรี นักร้องได้หยุดพักผ่อนบ้าง เนื่องจากแสดงทุกวันไม่ไหวอย่างแน่นอนเพราะต้องใช้พลกำลังอย่างมากมายมหาศาลในการแสดงแต่ละรอบ และที่มากกว่านั้นคือจำเป็นต้องหยุดเพื่อซ่อมแซมฉาก และเครื่องประกอบการแสดงที่มีมากมายสุดจะพรรณนาให้หมดให้สิ้นได้ในเวลาอันสั้นๆ

ดังนั้น หากคุณต้องการไปชมโขนรามเกียรติ์ตอนพระจักราวตาร จึงจำเป็นต้องตรวจสอบรอบที่จะไปชมการแสดงให้ดี ว่ามีวันไหนบ้าง มีรอบใดบ้าง และรอบใดที่บัตรจำหน่ายหมดสิ้นไปแล้ว (สามารถดูรายละเอียดของบัตรแต่ละรอบได้จากเว็บไซต์ของ thaiticketmajor.com)

ขออนุญาตเรียนย้ำว่าบัตรชมการแสดงของหลายรอบหมดไปแล้ว ยังเหลือเพียงบางรอบเท่านั้น และก็ต้องย้ำว่าที่นั่งชมการแสดงที่อยู่ในตำแหน่งดีๆ มองเห็น
การแสดงแบบตรงๆ ไม่ได้นั่งเอียงหรือเบี่ยงไปทางซีกใดซีกหนึ่งของหอประชุมก็เกือบหมดแล้วเช่นกัน เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่ยังชะล่าใจ และยังนอนใจ ไม่ยอมรีบจองบัตร ก็จะต้องประสบกับความผิดหวังอย่างแน่นอน และขอย้ำว่าการแสดงจะเปิดไปจนถึง 8 ธันวาคม 2567 เท่านั้น ไม่สามารถขยายหรือเพิ่มรอบการแสดงได้

วันนี้ Mr.Flower ขออนุญาตไม่เล่าเรื่องย่อของพระจักราวตาร เพราะเคยเล่าให้ฟังไปแล้วในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ แต่ขอนำภาพการที่สวยสดงดงามสุดแสนอลังการมาฝาก ซึ่งก็ต้องบอกว่าเลือกมาเฉพาะบางฉากบางตอนเท่านั้น แต่ในการแสดงจริงนั้นยังมีอีกสารพัดฉากที่สุดแสนมโหฬารอลังการ อีกทั้งยังไม่รวมถึงกระบวนท่าฟ้อนรำที่แสนจะงดงามอ่อนช้อย รวมถึงฉากยิ่งใหญ่ คือฉากยกรบของพลพรรควานรกับทัพของยักษา ที่ในฉากนี้ใช้นักแสดงมากนับร้อยคน 

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดการแสดงมาแล้วร่วม2 ทศวรรษ แต่ละตอนของการแสดงมาจากการคัดเลือกบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ โดยผ่านการกำกับของครูโขนที่มีฝีมือระดับเยี่ยมยอดของประเทศไทย แต่ละฉากเน้นความงดงามของท่าร่ายรำ กระบวนรบ และทุกฉากมีแสงสีเสียงประกอบอย่างแสนวิเศษ 

งานศิลป์ชั้นสูงอันเป็นมรดกไทยชิ้นนี้ยังคงดำรงอยู่ได้ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และด้วยพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้นี้จึงทำให้การแสดงโขนยังคงโลดแล่นอยู่ได้อย่างงดงามอลังการ และสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยผู้รักมรดกไทยมาจวบจนทุกวันนี้  

ขอย้ำอีกครั้งว่า กรุณารีบจองบัตรชมโขนพระจักราวตารโดยด่วน จองบัตรได้ที่thaiticketmajor.com

คุยกัน7วันหน : รู้จัก ‘มหานครฉงชิ่ง’ เจ้าของฉายา ‘แดนมังกรย่อส่วน’

https://www.naewna.com/lady/840389

คุยกัน7วันหน : รู้จัก ‘มหานครฉงชิ่ง’ เจ้าของฉายา ‘แดนมังกรย่อส่วน’

คุยกัน7วันหน : รู้จัก ‘มหานครฉงชิ่ง’ เจ้าของฉายา ‘แดนมังกรย่อส่วน’

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.45 น.

สัปดาห์นี้ ไปทำความรู้จัก “ฉงชิ่ง” มหานครสุดมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ ผสานทุกมิติครบจบในเมืองเดียว จนได้ฉายาว่า “เมืองจีนย่อส่วน” บินตรงจากไทยไปแค่ 3 ชม. ดูซีรี่ส์แป๊บเดียวก็ถึง ใครแพลนเที่ยวฉงชิ่งบอกเลยต้องอ่าน “รู้เขารู้เรา” เที่ยวร้อยครั้งฟินร้อยครั้ง!!

เมืองภูเขาที่จริงใจ

– หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ฉงชิ่งได้รับฉายาว่าเมือง 8 มิติ เพราะเป็นเมืองในภูเขาที่แท้ทรู อาคารบ้านเรือนต่างๆ จึงต้องออกแบบให้สอดรับกับสภาพทางภูมิศาสตร์ เช่น “หงหยาต้ง” หรืออาคารไม้ที่สร้างขึ้นริมหน้าผา,ลานจอดรถที่ลึกถึง 68 เมตร (เทียบเท่าตึก 20 ชั้น) สะพานรถยนต์ที่สูงละลิ่วประดุจรถไฟเหาะในสวนสนุก

– ที่นี่มีทั้งภูเขาและเนินเขาสูงต่ำหลายระดับ โดยสัดส่วนของภูเขาสูงกินพื้นที่ถึง 75.33% เนินเขา 15.60% พื้นที่ยกสูง 5.33% เป็นที่ราบรวมแล้วแค่ 3.74% เท่านั้น โอเค…พอเข้าใจแล้วว่าทำไมสถานีรถไฟใต้ดินถึงมีบันได 800 ขั้นและทำไมรถไฟถึงต้องวิ่งทะลุตึก

ลูกรักแยงซีเกียง

– นอกจากภูเขาแล้วธรรมชาติยังประทานแม่น้ำแยงซี หรือ แยงซีเกียง มาตุธารของจีนให้กับฉงชิ่ง โดยไหลผ่านพื้นที่ 18 เขตในฉงชิ่งเป็นระยะทางถึง 691 กม. คิดเป็นราวร้อยละ 11 ของความยาวรวมของแยงซี

– แม่น้ำแยงซียังแตกแขนงรากแก้วออกไปเป็นแม่น้ำสายย่อยหลักๆ อีกหลายสาย เช่น แม่น้ำอูเจียง แม่น้ำเจียหลิง ยังไม่รวมแม่น้ำสาขาเล็กๆ ที่มีลักษณะคล้ายรากฝอย เรียกได้ว่ามีครบทั้งภูเขาและแม่น้ำ

– โตรกสามผาแห่งแยงซีอันเลื่องชื่อของจีน ประกอบด้วยช่องแคบสามแห่ง หนึ่งในนั้นคือ “ช่องแคบชวีถัง” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของฉงชิ่ง บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่สวยตราตรึงใจสุดๆ

เมฆหมอกเป็นใจ

– มหานครฉงชิ่งตั้งอยู่ช่วงตอนกลางของแยงซี มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ มีฝนตกชุก มีความชื้นสูง และมีภูเขาน้อยใหญ่ล้อมรอบจึงมีลมพัดเข้ามาได้น้อย ทำให้ที่นี่กลายเป็นเมืองแห่งหมอก

– โดยเฉลี่ยในหนึ่งปีจะมีวันที่หมอกลง 30-50 วัน (คิดคร่าวๆ ปีหนึ่งมี 1-2 เดือนที่เจอหมอก) ภาพรถไฟขบวนน้อยวิ่งผ่านทะเลหมอกบนสะพานแขวนจึงไม่ใช่แค่ฉากในนิยายแฟนตาซีสำหรับคนฉงชิ่ง

บรรพชนของคนเมืองภูเขา

– หลายคนอาจได้ยินมาว่าหนุ่มสาวฉงชิ่งหน้าตาดี ผิวพรรณผุดผ่องแถมหุ่นยังเป๊ะปัง (บ้านเกิดเซียวจ้านนะรู้ยัง) เนื่องจากมีอากาศชุ่มชื้น แถมยังต้องเดินขึ้นเขากันทุกวี่วันจนเอว S(หรือเอวเคล็ดในบางคน) แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงบรรพบุรุษชาวฉงชิ่งกัน

– ก่อนอื่น ฉงชิ่งมีประชากร 30 กว่าล้านคน กระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองหลักราว 66% ด้วยความที่สังคมสงบและเจริญ ที่นี่จึงมีประชากรหนาแน่นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง และประกอบด้วยผู้คนจากหลากหลายชาติพันธุ์

– ช่วงต้นยุคจ้านกั๋ว (475-221 ก่อนคริสต์ศักราช) ชาวปาซึ่งมีถิ่นฐานในลุ่มน้ำฮั่นปะทะกับรัฐฉู่ จึงหอบผ้าผ่อนร่อนเร่ย้ายถิ่นหนีมายังพื้นที่สามโตรกของแม่น้ำแยงซี และมาตั้งเมืองหลวงขึ้นในแถบนี้ กลายเป็น “ผู้อพยพ” กลุ่มแรกสุดของฉงชิ่ง ก่อนที่จะหลอมรวมและกลืนกลายเข้ากับวัฒนธรรมของหลายชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ “ปาและสู่” หรือ “เสฉวน-ฉงชิ่ง” ในปัจจุบัน

– ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีน พื้นที่ตอนเหนือของจีนมักรบราฆ่าฟันกันไม่หยุด ต่อมาจึงมีชาวจีนเหนือลี้ภัยข้ามเทือกเขาไท่ปามายังพื้นที่แอ่งเสฉวนมากขึ้น เพราะสังคมที่นี่มีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรือง

– คนเหล่านี้นำเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาด้วย รวมไปถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ จนเป็นที่มาของผลงานแกะสลักหน้าผาหินต้าจู๋ยาว 500 เมตรในสมัยราชวงศ์ซ่ง ที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของผู้คนสมัยโบราณ รวมถึงความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ในพุทธศาสนา

– ฉงชิ่งยังเป็นเทศบาลนครแห่งเดียวของจีนที่มีการจัดตั้งอำเภอปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์ และมีมากถึง 4 อำเภอ

ตัวมารดาเรื่องหม้อไฟ

– มหานครที่ร้านอาหาร 8 ใน 10 บนถนนแทบจะเป็นร้านหม้อไฟ ทั้งเมืองอบอวลด้วยรสชาติและกลิ่นอายของพริกหม่าล่าและน้ำซุปร้อนๆ จากเตา จนได้ฉายา “นครแห่งหม้อไฟ”มาเก็บเข้าคลังเพิ่มอีกหนึ่ง

– ความแปลกของฉงชิ่งคือ ร้านหม้อไฟที่ตกแต่งอย่างดูดีมีระดับมักจะไม่ค่อยมีลูกค้าเนืองแน่น แต่ร้านที่สร้างด้วยอิฐธรรมดาๆ โต๊ะและเตาเก่าๆ มักจะมีคนต่อคิวยาว นั่นเพราะคนฉงชิ่งมองว่าหม้อไฟจะอร่อยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับบรรยากาศ หลายคนจึงชอบจับกลุ่มกินหม้อไฟร่วมกันแบบจอยๆ ชิลๆ สบายๆ

– ความพิเศษของหม้อไฟหม่าล่าของที่นี่อยู่ที่น้ำมันพริกที่สืบทอดกันมายาวนานเรียกกันว่า “เหล่าโหยว” และ “ผีเสี้ยนโต้วป่าน” หรือเต้าเจี้ยวหมักจากถั่วปากอ้า ของขึ้นชื่ออำเภอผีของฉงชิ่ง

– คงพอเดาได้แล้วว่าคนที่นี่บริโภคน้ำมันกันฉ่ำมาก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาฉงชิ่งจึงมีโครงการ “เปลี่ยนน้ำมันเหลือทิ้งให้เป็นพลังงาน” โดยนำมาพัฒนาเป็นน้ำมันเครื่องบิน ล่าสุดมีการนำไปใช้กับเครื่องบินโดยสารรุ่น C919 และ ARJ21 ที่พัฒนาโดยบริษัทโคแม็กของจีน

ตัวตึงเรื่องทอดสะพาน

– ฉงชิ่งมีอีกฉายาคือ “พิพิธภัณฑ์สะพานโลก” เพราะมีสะพานมากกว่า 20,000 แห่ง (รวมสะพานลอยและสะพานยกระดับ) แถมในจำนวนนี้ยังเป็นสะพานที่สร้างสถิติโลกมากถึง 17 แห่ง

– ฉงชิ่งวางแผนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ 57 แห่ง ในเขตเมืองหลัก เป็นสะพานข้ามแยงซี 28 แห่ง และสะพานข้ามแม่น้ำเจียหลิง 29 แห่ง ปัจจุบันสร้างเสร็จไปแล้ว 37 แห่ง และกำลังก่อสร้างอยู่ 7 แห่งในปัจจุบัน

ความ (ไม่) ลับ ของรถรางทะลุตึก

– หนึ่งในแลนด์มาร์คฉงชิ่งคงหนีไม่พ้น “สถานีหลีจื่อป้า”(Liziba Station) ของรถไฟสาย 2 ของฉงชิ่ง ที่รถไฟจะวิ่งตัดทะลุตึก เพราะมีป้ายสถานีอยู่ข้างในตึก

– คำถามคือคุณคิดว่าตึกกับรถไฟอะไรสร้างก่อนกัน?คำตอบคือสร้างขึ้นพร้อมกันเมื่อปี 2000 ว่ากันว่าในตอนนั้นผู้พัฒนามอบข้อเสนอสุดทรงพลังให้กับผู้ที่ซื้อห้องชุดในตึกนี้ นั่นก็คือสิทธิ์ในการนั่งรถไฟฟ้าเมืองฉงชิ่งฟรีตลอดชีพ

– แม้จะถูกเรียกว่ารถไฟรางเบา แต่จริงๆ รถไฟฟ้าที่วิ่งบนฟ้าของฉงชิ่งเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบคร่อมราง (Straddle Monorail) เพราะมีความสามารถในการไต่พื้นที่สูงชันได้มากถึง 60% ที่เหลือนอกจากนั้นก็จะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน

ชัยภูมิยุทธศาสตร์ชาติ

– ฉงชิ่ง มี GDP เป็นอันดับ 4 ของประเทศจีน ใน 2024 จากอุตสาหกรรมหลักได้แก่ ยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวัสดุขั้นสูง โดยครึ่งปีแรกของปี 2024ฉงชิ่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 3.91 แสนคัน ครองอันดับหนึ่งของประเทศ เพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

– ฉงชิ่งเป็นพื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์หลายด้าน อาทิ เมืองศูนย์กลางในการพัฒนาภูมิภาคตะวันตกของประเทศ การพัฒนาเขตวงกลมเศรษฐกิจเมืองแฝดเฉิงตู-ฉงชิ่ง, ระเบียงการค้าทางบก-ทะเลระหว่างประเทศสายใหม่ (ILSTC) ทั้งยังเป็นเมืองศูนย์กลางการขนส่งระดับชาติที่ไม่ติดทะเลเพียงแห่งเดียว ที่มีความสามารถครบทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ ท่าเรือบก ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ภาคการผลิต และการพาณิชย์

– ฉงชิ่งมีบริการขนส่งทางรางเชื่อมต่อทางหลวงจีน-เมียนมา และรถไฟข้ามพรมแดนจีน-เวียดนาม โดยมีการนำเข้า ทุเรียน วัตถุดิบอาหาร และมันสำปะหลังจากประเทศในอาเซียน และส่งออกรถยนต์แบรนด์จีนสู่อาเซียน และในปี 2024 นี้ ฉงชิ่งก็เพิ่งเปิดบริการรถไฟขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างจีน ลาว ไทย และ มาเลเซีย

ความสัมพันธ์กับไทย

– ปี 2019 ฉงชิ่งถูกจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 2 ของภาคตะวันตกของจีน ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทยมากที่สุด

ฉงชิ่งยังเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ของไทย

– ปัจจุบันสายการบินที่ให้บริการบินตรงกรุงเทพฯ-ฉงชิ่งมีสองเจ้า ได้แก่ ไชน่าเอ็กซ์เพรสแอร์ไลน์ และแอร์เอเชียจวบจนปี 2019 กลุ่มเครือโภคภัณฑ์ไทย
ได้จัดตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตโลตัส 10 แห่งในนครฉงชิ่ง

– ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยศึกษาอยู่ที่สถาบันการศึกษาต่างๆ ของฉงชิ่งกว่า 600 คน เช่น มหาวิทยาลัยซีหนานวิทยาลัยอาชีวศึกษาและเทคนิควิศวกรรมฉงชิ่ง

โดย ดาโน โทนาลี

คุณแหน : 10 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/840369

คุณแหน : 10 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 10 พฤศจิกายน 2567

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ในโอกาส 290 ปี พระราชสมภพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและวัดอินทารามวรวิหาร เททองพระพุทธรูปฉลองพระองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขอเชิญสั่งจอง พระพุทธรูปฉลองพระองค์ฯ และวัตถุมงคล ชื่อบัญชี โครงการบูรณะพระพุทธรูปและศูนย์ การเรียนรู้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (มูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) เลขบัญชี 056-258242-5 สาขาซอยอารีย์สัมพันธ์..สอบถาม พลเรือเอกประพฤติพร อักษรมัตรองประธานมูลนิธิฯ และประธานฝ่ายหารายได้081-8355907..

●● สภาสังคมสงเคราะห์ฯเชิญร่วมงาน “วันคนพิการ” ครั้งที่ 55 พระบารมีปกเกล้า เหล่าคนพิการ โดย พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธี16 พ.ย. 07.00-16.00 น. ห้องจัดเลี้ยงอาคาร 9 ชั้น 1 บ.โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัดสนง.แจ้งวัฒนะ โดยมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุชประธานสภาฯ และคณะกก.ต้อนรับ..

●●พรสิทธิ์-สุริยน ศรีอรทัยกุล จัดงาน Beauty Gems 60th Anniversary High Jewelry วันจันทร์ 11 พ.ย. 18.00 น. ที่ห้องนภาลัยแกรนด์บอลรูม รร.ดุสิตธานี เปิดใหม่หมาดๆ..

●● ขอแสดงความยินดีกับ ลาลีวรรณกาญจนจารี รองประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯที่ได้รับแต่งตั้ง เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ..

●● คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล และน้องๆ จัดงานวันคล้ายวันเกิดย้อนหลังคุณแม่ จรรย์สมรวัธนเวคิน พร้อมขอบคุณกัลยาณมิตร 16 พ.ย.16.00 น. ห้องแกรนด์บอลรูม รร.แกรนด์ไฮแอทเอราวัณ โปรดแต่งกายวิ้งๆๆ แว้บๆ..

●● ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กจก. บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง แจ้งข่าวดีว่าบริษัทได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ5 ดาว หรือ “ดีเลิศ” ประจำปี 2567 ต่อเนื่องปีที่ 2 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้รับการสนับสนุนจาก ตลท. และ ก.ล.ต. สะท้อนมาตรฐานความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียการจัดการที่มีประสิทธิภาพ และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ..

●● กระทรวง อว. โดย สถานีวิจัยลำตะคอง วว. จัดค่ายวิทยาศาสตร์นอกสถานที่ Science Camp Delivery ภายใต้แนวคิด “เสิร์ฟความรู้ ความสนุก ความสุขถึงโรงเรียน” นำร่องการจัดกิจกรรมให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ ประกอบด้วยกิจกรรมสันทนาการ และ 3 ฐานเสริมทักษะการเรียนรู้ ได้แก่ การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ การทำคราฟท์โซดาพืชสมุนไพรพื้นบ้าน และ สวนสวยในแก้วใส เพื่อร่วมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน ให้เกิดสุขภาวะ (Well-being) ในด้านสุขภาพทางกาย จิตใจ ความฉลาดรู้ทางสังคมและอารมณ์ โทร. 081-4674214 ศักดิ์มงคล…●●

น้อง

Science Update : ดาวเทียมขนาดเล็ก พัฒนาโดยนักศึกษาดวงแรกสู่ห้วงอวกาศ

https://www.naewna.com/lady/840386

Science Update : ดาวเทียมขนาดเล็ก พัฒนาโดยนักศึกษาดวงแรกสู่ห้วงอวกาศ

Science Update : ดาวเทียมขนาดเล็ก พัฒนาโดยนักศึกษาดวงแรกสู่ห้วงอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คิวบ์แซต (CubeSat) ดาวเทียมขนาดเล็กดวงแรกที่มหาวิทยาลัยของจีนและรัสเซียร่วมกันพัฒนา ถูกนำส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศจากเมืองบลาโกเวชเชนสค์ของรัสเซียโดยสำเร็จลุล่วง เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร (5 พ.ย.)

สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (HIT) ที่มีฐานอยู่ในมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ระบุว่าคิวบ์แซตเป็นดาวเทียมขนาดเล็กหนักราว 15.7 กิโลกรัม จะนำมาใช้เพื่อการตรวจสอบเทคโนโลยีดาวเทียมขนาดไมโคร-นาโน การทดลองเทคโนโลยีวิทยุเบื้องต้น และการศึกษาวิทยาศาสตร์อวกาศ

โครงการดาวเทียมขนาดเล็กดังกล่าวมุ่งบูรณาการทรัพยากรจากสถาบันอุดมศึกษา และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างคนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศ โดยมหาวิทยาลัยของจีนและรัสเซียที่มีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าว ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน มหาวิทยาลัยการบินและอวกาศหนานจิง มหาวิทยาลัยรัฐอามูร์ และมหาวิทยาลัยเทคนิคบาวแมนแห่งมอสโก

รองผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือนานาชาติ สังกัดสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน กล่าวว่า นักศึกษาจากทั้งสองประเทศเป็นผู้พัฒนาดาวเทียมดังกล่าว โดยทีมงานจากชมรมนักศึกษาของสถาบันฯ เป็นผู้นำดำเนินโครงการนี้ และมีนักศึกษาเข้าร่วมราว 50 คน ในช่วงแรกของการพัฒนา โดยเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีมากกว่าร้อยละ 60 ขณะที่นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากคณะวิทยาศาสตร์อวกาศของสถาบันฯ หนึ่งในสมาชิกทีมทดลอง กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทดลอง และเงินทุนเพื่อการพัฒนา ตลอดจนให้อิสระในการบริหารจัดการโครงการและการจัดการด้านเทคนิค

แหวกฟ้าหาฝัน : รัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก

https://www.naewna.com/lady/840367

แหวกฟ้าหาฝัน : รัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก

แหวกฟ้าหาฝัน : รัฐสภาที่สวยที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เป็นที่ทราบกันดีมานานแล้วว่า ไม่มีรัฐสภาแห่งใดในโลกจะสวยเท่ารัฐสภาของฮังการีในกรุงบูดาเปสต์ นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนเมืองนี้ก็เพื่อมาชื่นชมทั้งนั้น รัฐสภาแห่งนี้เองที่ทำให้โค้งน้ำดานูบเป็นที่กล่าวขวัญและฝันถึงไปทั่วโลก รัฐสภาที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของบูดาเปสต์นี้ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Kossuth ในฝั่งเปสต์ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำดานูบ

หลังจาก Buda, Obuda และ Pest รวมตัวกันเข้าเป็นเมืองเดียวภายใต้ชื่อ บูดาเปสต์ในปี 1873 อีก 7 ปีต่อมารัฐบาลก็ได้มีดำริที่จะตั้งรัฐสภาใหม่เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของชาติโดยเลือกให้รัฐสภาแห่งใหม่หันหน้าเข้าหาแม่น้ำดานูบ รัฐบาลจึงจัดการแข่งขันประกวดแบบโดยผู้ชนะคือ Imre Steindl สถาปนิกชาวฮังการีจาก Hungarian Academy of Science อันเป็นผลมาจากแบบของเขาใกล้เคียงกับ Palace of Westminter ในลอนดอนและ Vienna City Hall ผู้ตัดสินต้องการให้รัฐสภาของฮังการีแสดงสัญลักษณ์ของความเป็นชาติยุโรปตะวันตกที่ทันสมัยใกล้เคียงกับอังกฤษ เพราะผู้แทนในสภาฮังการีมีผู้แทนสภาของอังกฤษเป็นแม่แบบ

การก่อสร้างเริ่มต้นในปี 1885 โดยคาดว่าจะเสร็จในปี 1896 เพื่อฉลองประเทศอายุ 1,000 ปี แต่กว่าที่อาคารจะเสร็จก็ปาเข้าไปปี 1902 แล้วและกว่าจะตกแต่งจนเรียบร้อยก็เข้าปี 1904 โดยที่ Imre Steindl สถาปนิกผู้ออกแบบไม่มีโอกาสได้เห็นเพราะเขาตาบอดและเสียชีวิตไปก่อน การก่อสร้างอาคารที่แสนจะยิ่งใหญ่และเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งชาตินี้ใช้คนมากถึงหนึ่งแสนคน ใช้อิฐมากกว่า40 ล้านชิ้น ใช้หินมีค่ามากกว่าล้านชิ้น และใช้ทองมากถึง 40 กิโลกรัมในการตกแต่ง อาคารรัฐสภาถูกออกแบบตามแนวทางสถาปัตยกรรมแบบ Gothic Revival หรือแนวทางศิลปะแบบโกธิคของคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่มีอังกฤษเป็นผู้นำโดยเป็นอาคารที่มีความสมมาตรทั้งสองข้างและมีโดมตรงกลาง นอกจากความสมมาตรภายนอกแล้ว ภายในยังสมมาตรกันและเหมือนกันทุกประการด้วยโดยปัจจุบันยังเปิดใช้อยู่ฝั่งหนึ่งเป็นที่ประชุมสภา อีกฝั่งหนึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและจัดประชุม

อาคารที่มีขนาด 268×123 เมตรนี้ มี 10 สนาม มีลิฟต์ 13 ตัว 27 ประตู 29 บันได และ 691 ห้องโดยที่ด้านหน้าหันเข้าหาแม่น้ำดานูบ แต่ประตูทางเข้าอยู่ทางทิศตะวันออกของอาคารส่วนที่มีชื่อเสียงมากสุดของอาคารก็คือส่วนหอประชุมกลางที่เป็นรูป 16 เหลี่ยมขนาดใหญ่เชื่อมสภาบนและสภาล่าง ภายในตกแต่งด้วยงานประติมากรรม 242 ชิ้น ประกอบด้วยรูปของผู้นำฮังการี และ Transylvanian ส่วนหน้าต่างก็เป็นตราสัญลักษณ์ของกษัตริย์ฮังการี นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือนไม่เพียงจะต้องเผื่อเวลาสำหรับสนุกสนานกับการถ่ายรูปด้านนอกที่มีหลากหลายมุมเท่านั้น ผู้ที่ซื้อบัตรเพื่อเข้าชมจะสามารถเข้าไปด้านในซึ่งจะผ่านบันไดที่ตกแต่งอย่างอลังการ ได้ชื่นชมกับภาพปูนเปียกบนเพดาน และงานประติมากรรมรูป Imre Steindl สถาปนิกผู้ออกแบบ รวมทั้งงานประติมากรรมรูปพระเจ้า Stephen I รวมทั้งได้ชื่นชมกับกระจกสีของ Miksa Roth อีกต่างหากด้วย

night time

night time

from boat ride

from boat ride