วุฒิสภาสหรัฐฯ รับรอง พีท เฮกเซธ เป็น รมว.กลาโหม คะแนนฉิวเฉียด

วุฒิสภาสหรัฐฯ รับรอง พีท เฮกเซธ เป็น รมว.กลาโหม คะแนนฉิวเฉียด

25 ม.ค. 2568 23:01 น.

วุฒิสภาสหรัฐฯ รับรอง พีท เฮกเซธ เป็น รมว.กลาโหม คะแนนฉิวเฉียด

วุฒิสภาสหรัฐฯ รับรอง พีท เฮกเซธ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐฯ แล้ว โดยผลโหวตเสมอจนต้องให้รองประธานาธิบดีชี้ขาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายพีท เฮกเซธ อดีตผู้สื่อข่าวของฟ็อกซ์ นิวส์ ได้รับการรับรองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ของสหรัฐฯ แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการต่อต้านอย่างหนักจากฝ่ายเดโมแครต หรือแม้แต่ฝ่ายรีพับลิกันบางคน

การลงมติรับรองนายเฮกเซธ นับเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เท่านั้น ที่ต้องให้รองประธานาธิบดีเป็นผู้โหวตตัดสินชี้ขาด หลังจากเหล่า สว.ลงมติได้คะแนนเสียงเท่ากันที่ 50-50 เนื่องจากมี สว.ฝ่ายรีพับลิกัน 3 คนแตกแถวไปร่วมโหวต “ไม่รับรอง” กับฝ่ายเดโมแครตและวุฒิสมาชิกอิสระ

ทั้งนี้ นายเฮกเซธ ผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน ให้คำมั่นว่าเขาจะนำความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่กระทรวงกลาโหม แต่ความเป็นผู้นำของเขาถูกตั้งคำถามอย่างหนักในการไต่สวนยืนยันตำแหน่งของวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายกังขาในคุณสมบัติ, นิสัย และมุมมองของเขาที่มีต่อผู้หญิง

นายเฮกเซธยังเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีกลาโหมที่ทำให้ความคิดแตกเป็น 2 ฝ่ายมากที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้รับตำแหน่งนี้มักเป็นผู้มีประสบการณ์สูง และเคยนำองค์กรขนาดใหญ่ และได้รับการสนับสนุนเป็นวงกว้างจากทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน

สว.รีพับลิกัน 3 คนที่แตกแถวไม่รับรองตำแหน่งให้นายเฮกเซธคือ ลิซา มูร์คอว์สกี, ซูซาน คอลลินส์ และ มิตช์ แมกคอนเนลล์ ผู้เป็นผู้นำวุฒิสมาชิกฝ่ายรีพับลิกันจนถึงเมื่อไม่นานมานี้

นายแมกคอนเนลล์ระบุว่า นายเฮกเซธล้มเหลวในการแสดงให้เห็นว่า เขามีความสามารถที่จะบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่และซับซ้อนอย่างกระทรวงกลาโหมได้อย่างมีประสิทธิภาพ “แค่ความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กร ไม่เพียงพอจะเติมเต็มสิ่งที่ตำแหน่งนี้ต้องการ”

การเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะทำให้นายเฮกเซธต้องเป็นผู้นำทหารถึง 1.3 ล้านนายที่ยังประจำการอยู่ และเจ้าหน้าที่พลเรือนของกองทัพอีกเกือบ 1 ล้านคน กับงบประมาณรายปีเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เขาบอกกับเหล่า สว.ว่า องค์กรใหญ่สุดที่เขาเคยบริหารมีสมาชิกเพียง 100 คน และงบประมาณมากสุดที่ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่ผ่านมา นายเฮกเซธเผชิญข้อกล่าวหามากมาย รวมถึงข้อกล่าวหาจากอดีตน้องสะใภ้ของเขา ที่อ้างว่า นายเฮกเซธข่มเหงภรรยาคนที่ 2 ของตัวเองถึงขั้นที่เธอต้องเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้า และต้องคิดรหัสลับขึ้นมาเพื่อใช้บอกเพื่อนในกรณีที่เธอต้องการความช่วยเหลือ แต่นายเฮกเซธปฏิเสธข้อกล่าวหา ส่วนฝ่ายหญิงเคยบอกก่อนหน้านี้ว่า ไม่เคยมีการทำร้ายร่างกายใดๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฮามาสปล่อยตัวประกันอีก 4 คน แต่ไม่ปล่อยพลเรือนหญิง อ้างเกิดปัญหา

ฮามาสปล่อยตัวประกันอีก 4 คน แต่ไม่ปล่อยพลเรือนหญิง อ้างเกิดปัญหา

25 ม.ค. 2568 22:12 น.

ฮามาสปล่อยตัวประกันอีก 4 คน แต่ไม่ปล่อยพลเรือนหญิง อ้างเกิดปัญหา

ฮามาสปล่อยตัวทหารหญิง 4 คนเป็นอิสราเอล แต่ไม่ปล่อยพลเรือนหญิง อ้างเกิดปัญหาทางเทคนิค พร้อมยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮามาสปล่อยตัวทหารหญิงชาวอิสราเอล 4 คนที่ถูกพวกเขาจับเป็นตัวประกันแล้ว ในวันเสาร์ที่ 25 ม.ค. 2568 ในขณะที่อิสราเอลปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวน 200 คน เป็นการแลกเปลี่ยน ตามข้อตกลงหยุดยิง ที่มีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งดำเนินมานานร่วม 15 เดือน

ทหารหญิงทั้ง 4 คนถูกพาตัวขึ้นเวทีในเมืองกาซา ซิตี้ ท่ามกลางผู้ชมชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก และรายล้อมด้วยนักรบติดอาวุธของกลุ่มฮามาสจำนวนหลายสิบคน โดยพวกเธอยิ้มแย้มโบกมือ ก่อนจะถูกพาลงจากเวทีไปขึ้นรถของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) และส่งตัวไปให้กองทัพอิสราเอล

หญิงที่ได้รับการปล่อยตัวทั้ง 4 คนได้แก่ คารินา อาริเยฟ, ดานิเอลลา กิลโบอา, นยามา เลวี และ ลิรี อัลแบก โดยในวันเกิดเหตุเมื่อ 7 ต.ค. 2566 พวกเธอประจำการอยู่ที่จุดตรวจการบริเวณชายขอบฉนวนกาซา ก่อนจะถูกนักรบกลุ่มฮามาสที่บุกมาโจมตี จับตัวไป

ภาพการส่งมอบตัวหญิงทั้ง 4 รายที่ฐานทัพของอิสราเอลบริเวณชายแดนติดกับฉนวนกาซา ได้รับการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ซึ่งพ่อแม่ของพวกเขาต่างปรบมือและร้องไห้ด้วยความดีใจ

ขณะที่ในกรุงเทลอาวีฟ ชาวอิสราเอลหลายรายมารวมตัวกันที่จัตุรัส ที่พวกเขาออกมารวมตัวกันทุกครั้งจนถูกเรียกว่า “จัตุรัสตัวประกัน” ร่วมชมการถ่ายทอดสด ซึ่งหลายคนส่งเสียงเชียร์ สวมกอดกันหรือร้องไห้ด้วยความยินดี

ตามการเปิดเผยของกองทัพอิสราเอล หญิงทั้ง 4 คนได้กลับไปพบหน้าพ่อแม่หลังจากถูกส่งตัวไม่นาน และพวกเธอจะถูกพาตัวไปโรงพยาบาลในภาคกลางของอิสราเอล เพื่อตรวจร่างกาย

อิสราเอลปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ 200 คน แลกกับ 4 ตัวประกันหญิง

อีกด้านหนึ่ง รถบัสหลายคันนำตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับการปล่อยตัว เดินทางออกจากทัณฑสถานโอเฟอร์ ในเขตเวสต์แบงก์ โดยกรมราชทัณฑ์ของอิสราเอลยืนยันว่า มีนักโทษได้รับการปล่อยตัวทั้งสิ้น 200 คน รวมถึงสมาชิกกลุ่มติดอาวุธที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ข้อหาฆาตกรรมเหยื่อหลายสิบราย

ด้านเจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ระบุว่า นักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวจะถูกส่งไปอียิปต์จำนวนประมาณ 70 คน ขณะที่อีก 16 คน จะถูกส่งไปฉนวนกาซา ส่วนที่เหลือ จะถูกส่งไปยังสถานที่ต่างๆ ในเขตเวสต์แบงก์

ทั้งนี้ การปล่อยตัวประกันในวันเสาร์ที่ 25 ม.ค. นับเป็นครั้งที่ 2 ของกลุ่มฮามาส หลังจากการหยุดยิงเริ่มขึ้นเมื่อ 19 ม.ค. และกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันหญิง 3 คนแรกเป็นอิสราเอล แลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ 90 คน

อย่างไรก็ตาม ชาวอิสราเอลต่างผิดหวังที่ น.ส.อาร์เบล เยฮุด วัย 29 ปี พลเรือนหญิงชาวอิสราเอลที่คาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ด้วย กลับไม่ได้รับการปล่อยตัว

โฆษกกองทัพอิสราเอลออกมาประณามกลุ่มฮามาสว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่ฮามาสระบุว่า เกิดปัญหาทางเทคนิคขึ้น โดยเจ้าหน้าที่กับฮามาสยืนยันกับประเทศตัวกลางว่า น.ส.เยฮุดยังมีชีวิตอยู่ และจะได้รับการปล่อยตัวในวันเสาร์หน้า (1 ก.พ.)

ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ออกมาระบุว่า ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในภาคเหนือของกาซา จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับไป จนกว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทำไมต้องเผาอ้อย? นักวิชาการไขข้อข้องใจ ชี้แก้ได้ต้องเอาจริงทั้งรัฐ-สังคม

ทำไมต้องเผาอ้อย? นักวิชาการไขข้อข้องใจ ชี้แก้ได้ต้องเอาจริงทั้งรัฐ-สังคม

ทำไมต้องเผาอ้อย? นักวิชาการไขข้อข้องใจ ชี้แก้ได้ต้องเอาจริงทั้งรัฐ-สังคม

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.48 น.

27ม.ค. 2568 รศ.ดร.ขวัญตรี แสงประชาธนารักษ์ อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เขียนบทความว่าด้วยวิถีชีวิตของชาวไร่อ้อยและเหตุผลที่ยังคงต้องเผาอ้อย เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก “Khwan Saeng” เนื้อหาดังนี้

ในฐานะที่เติบโตมาในโรงงานผลิตเครื่องจักรกลเกษตรในจังหวัดที่มีไร่อ้อยเยอะมากๆ จนต่อมาได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปเรียนต่อ แล้วเลือกไปที่ okinawa เพราะอยากจะทำรถตัดอ้อยขนาดเล็กช่วยชาวไร่จะได้ไม่ต้องเผา จนกลับมาเป็นอาจารย์ที่สาขาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่เริ่มทำงานจนปัจจุบันก็ยังทำวิจัยเกี่ยวกับเครื่องจักรกลเกษตรในไร่อ้อยมาตลอด 14 ปี

วันนี้ขอมาตอบคำถามที่หลายคนที่ไม่คุ้นเคยกับอ้อยสงสัยว่า “ทำไมต้องเผาอ้อย” เท่าที่ตัวเองมีความรู้ที่จะตอบได้นะคะ

—————————————-

ทำไมต้องเผาอ้อยก่อนตัดอ้อย?

ใช้เครื่องจักรแทนได้ไหม ?

ใช้เครื่องจักรเล็กๆได้มั้ย ? คนไทยเก่งทำขึ้นมาหน่อย

ทำไมต้องรีบ รอคิวรถตัด คนงานหาไม่ได้ก็ค่อยๆ ทำไปเท่าที่ได้ อย่าเพิ่งเก็บเกี่ยว อย่าเพิ่งเผา ?

แล้วเราต้องอยู่กับการเผาตลอดไปงั้นหรือ ?

—————————————–

ทำไมต้องเผาอ้อยก่อนตัดอ้อย ?

1. ไม่เผาแล้วคนงานไม่ตัด หญ้ารก มีหมามุ่ย ใบอ้อยบาดตัว ขนใบอ้อยเข้าตา ต้องสางใบอ้อย ใช้เวลานานขึ้น 3-4 เท่า บางทีมีเงินจ้างก็หาแรงงานมาตัดไม่ได้

2. ค่าจ้างแรงงานตัดอ้อยกอง 100 ลำ ค่าตัดอ้อยสด 15-18 บาทต่อกอง แต่ถ้าตัดอ้อยเผา 5 บาทต่อกอง ต้นทุนต่างกันถึง 3 เท่า ส่วนต่างคิดเป็น 10-15% ของราคาอ้อย

3. เจ้าของแปลงเล็กๆ ไม่มีแรงงาน ไม่มีรถตัดอ้อย ต้องขายเหมาแปลง หรือให้โควต้ารายใหญ่มาตัดให้ ไม่มีอำนาจต่อรอง บางทีไม่ยินยอมก็โดนลักลอบจุดไฟเผา ซึ่งถ้าอ้อยถูกเผาแล้วต้องรีบตัดไม่งั้นจะเน่า ต้องส่งโรงงานภายใน 24 ชม. เลยเหมือนถูกบังคับขายไปด้วย

4. พ่อค้าอ้อยซื้อเหมาอ้อย บางคนมีความคิดว่าต้องลดต้นทุนให้มากที่สุด ไม่งั้นก็ให้ราคาซื้ออ้อยสูงสู้คนอื่นไม่ได้ เจ้าของแปลงก็ไปขายคนอื่นที่ให้ราคาดีกว่า

5. คนตัดไม่ใช่เจ้าของแปลง เจ้าของแปลงไม่มีกำลังพอจะตัดเอง กลายเป็น การตัดเลยอยู่บนแนวคิดที่ “ทำให้ต้นทุนต่ำที่สุด” ไม่สนใจเรื่องอินทรีย์วัตถุในดินในระยะยาว ไม่ได้สนใจเรื่องระบบนิเวศน์แมลงในแปลงถูกทำลาย (แปลงที่เผาจะมีปัญหาแมลงศัตรูพืชมากกว่าแปลงที่ไม่เผา เพราะไม่มีแมลงอื่นเหลือรอดมาช่วยจำกัดประชากร) เจ้าของแปลงต้องยอมอย่างเดียว

—————————————-

งั้นใช้เครื่องจักรแทนสิ ?

6. อ้อยเป็นพืชที่โตเป็นกอ จะตัดโคน+แยกใบออกจากลำได้ ต้องสับ และต้องเป่าแยกใบหลายรอบ เจออ้อยล้มก็ต้องจัดให้มันตั้งขึ้นมาได้ด้วย จะทำงานได้งานดี ทันเวลา กำลังต้องพอ เครื่องจักรต้องใหญ่

7. รถตัดอ้อยใหญ่ที่ทำได้ครบกระบวนการ ราคา 12 ล้าน ส่วนรุ่นกลางๆ หรือมือสอง ราคาประมาณ 5-6 ล้าน มาพร้อมข้อจำกัดและการตัดที่ช้าลง

8. รถตัดใหญ่จะเข้าได้ แปลงต้องไม่มีคันนา (ที่เช่าที่เป็นที่นาเดิมหมดสิทธิ์) ระยะระหว่างแถวต้องกว้าง ต้องมีถนนเข้าถึงได้

9. เปิดแปลงใหม่ทีหมดไปครึ่งวัน (การทำแปลงให้รถสิบล้อเข้าไปขนอ้อยได้) ต้องตัดๆ ถอยๆ เพื่อทยอยเอาอ้อยมาใส่รถบรรทุกที่จอดนอกแปลง ต้องตัดแบบ super slow ไปแบบนี้ 4 แถว รถบรรทุกถึงจะเข้าไปวิ่งขนาบรถตัดรับอ้อยในแปลงได้

….เพราะแบบนี้ แปลงเล็กๆไม่ต้องเรียก รถตัดใหญ่ไม่ไปจ้า เสียเวลาเปิดแปลง ทำยอดไม่ได้ เงินไม่พอไปผ่อนรถอีก (ผ่อนรถตัดปีละ 2 ล้าน ควรจะตัดให้ได้ปีละ 20,000 ตัน หรือวันละ 200 ตัน)

—————————————–

งั้นใช้เครื่องจักรเล็กๆ ได้มั้ย ? คนไทยเก่งทำขึ้นมาหน่อย

10. รถตัดเล็ก-มี

เครื่องสางใบ-มี

เครื่องตัดโคนติดรถไถ-มี

เครื่องตัดวางกองติดรถไถ-มี

รถคีบขึ้นรถบรรทุก-มี

เครื่องมือมีเยอะนะคะ นักวิจัย และ หลายๆบริษัททำกันเยอะมาก ทาง สอน. (สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม) มีโครงการให้ยืมเครื่องสางใบด้วยค่ะ

แต่….เพ-ลานี้ต้องกราบใจคนขับรถไถติดเครื่องสางใบ ต้องขับรถไถเปิดประทุน แทรกตัวไปในป่าอ้อยแล้วให้เส้นในลอนตีใบจนขาดกระจายลอยฟุ้งแบบมองอะไรไม่เห็น ทั้งฝุ่นทั้งร้อน ขนใบอ้อย เศษใบอ้อย เข้าหน้าเข้าตาเข้าคอ ชาวไร่หลายๆ คนยอมทำ ต้องขอบคุณมากๆ

….ขับลุยมาครึ่งทาง อนิจจาเจออ้อยล้มกลางแปลง ไปต่อไม่ได้ จบกันที่ทนมา หาจ้างคนมาตัดเหมือนเดิม จ้างตอนนี้จ่าย 300 บาท ไม่มาแล้วด้วย ถ้าไม่เพิ่มเงิน กลางคืนก็ต้องมีเหล้าขาวล่ะ

….ถ้าโชคดีสางใบเสร็จ ก็มาใช้เครื่องตัดวางราย หรือเครื่องตัดรวมกองต่อ แล้วก็ต้องใช้รถคีบมาคีบลงรถบรรทุก พร้อมคนเรียงอ้อยอีก 2 คนบนรถ สรุปว่าใช้คนเยอะเกือบจะพอๆกับใช้คนตัดทั้งหมด แต่ดีหน่อยที่ไม่ต้องใช้แรงเยอะเท่า เครื่องทุนแรงได้บ้าง

….ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนในการตัดอ้อยสด ต้นทุนก็ไม่มีทางต่ำกว่า “ไฟแช็ค ราคา 6 บาท” ไปได้ ถ้ามองในแง่ต้นทุนอย่างเดียว ตัดอ้อยสดแพ้กระจุย!!

**แต่แน่นอนว่า ต้นทุนการตัดอ้อยไฟไหม้ที่ราคาถูกกว่า แต่มันก็แลกมาด้วย ต้องเสียอินทรีย์วัตถุในดิน เสียค่าปุ๋ยมากขึ้น ผลผลิตอ้อยตอปีต่อมาแย่ลง ไว้ตอได้น้อยลง ปัญหาแมลงและวัชพืชมากขึ้น และที่สำคัญคือการสร้างมลพิษ PM 2.5 จากการเผาในที่โล่ง

..แต่ก็วนกลับไปข้างบน หลายๆ ครั้ง คนตัด (เผา) ไม่ใช่เจ้าของแปลงไง**

—————————————

งั้นรอก่อนได้มั้ย ทำไมต้องรีบ รอคิวรถตัด คนงานหาไม่ได้ก็ค่อยๆทำไปเท่าที่ได้ อย่าเพิ่งเก็บเกี่ยว อย่าเพิ่งเผา ?

11. โรงงานน้ำตาลเป็นโรงงานที่ใช้ระบบเครื่องจักรขนาดใหญ่ ใช้วงจรไอน้ำในการทำงาน เดินเครื่องทีแล้วต้องรันยาวๆไม่หยุดไม่พัก ต้องให้มีอ้อยป้อนเข้าต่อเนื่อง เต็ม capacity ไม่งั้นขาดทุน เลยมีวันเปิดหีบ และวันปิดหีบ ชาวไร่ต้องขายอ้อยช่วงนี้เท่านั้น

12. อ้อยเป็นพืชไร่อายุยาว ตัดขายปีละครั้ง เหมือนเราทำงานบริษัทหนึ่งทุ่มเททำงานทั้งปี งานนี้จ่ายเงินเรารวบยอดปีละครั้งเดียวเท่านั้น ถ้ามีคนมาบอกว่า ส่งงานนี้ให้ทันวันนี้ๆ นะ ถ้าส่งไม่ทัน เงินเดือนทั้งปีที่ผ่านมาจะสูญทั้งหมด แล้วมีอีกคนยื่นมือมาบอกว่าทำแบบนี้สิ ส่งงานทันแน่นอน ได้เงินแน่ ถึงจะรู้อยู่ว่าวิธีนั้นมันมีผลเสียยังไง ส่งผลต่อส่วนรวมยังไง ก็คงไม่แปลกถ้าจะมีคนหวั่นไหวบ้าง ในเมื่อหันไปก็เจอลูกเมียและเจ้าหนี้!

**ไม่ใช่ว่าอยากให้เห็นใจคนที่เผานะคะ การจงใจลักลอบเผาอ้อยนั้นผิดอย่างแน่นอน และมีชาวไร่อีกเยอะมากๆ เป็นส่วนใหญ่เลยที่เขาก็ใส่ใจและพยายามที่จะไม่เผามาตั้งนานแล้ว**

….อ้อยไฟไหม้ตอนนี้ ก็มีทั้งคนที่จงใจ คนที่จำใจ และคนที่น่าเห็นใจที่โดนลูกหลงไฟลามมา….

—————————————–

 แล้วเราต้องอยู่กับการเผาตลอดไป?

คนในวงการอ้อยเขาก็ไม่ได้อยากอยู่กับการเผาตลอดไปหรอกค่ะ ชาวไร่ด้วยกันหลายคนก็เดือดร้อนมากจากไฟที่ลามมา ปัญหานี้มันจะต้องถูกแก้ เช่นมาตรการที่มีแล้วตอนนี้

จำกัดการรับซื้ออ้อยไฟไหม้ ไม่เกิน 25% และลดลงเรื่อยๆ

ให้อ้อยสดได้คิวเทอ้อยก่อน อ้อยไฟไหม้รอๆๆๆ

ให้เงินเพิ่ม/รางวัล อ้อยสดสะอาด ให้มีส่วนต่าง cover ต้นทุน ตรงนี้หลายๆ โรงงานให้เงินเพิ่มเอง

เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับรถตัดอ้อย/โครงการให้ยืมเครื่องสางใบ

การรับซื้อใบอ้อยมาผลิตพลังงาน

การรวมกลุ่มเกษตรกรแปลงเล็กที่ติดกันเป็นแปลงใหญ่ ร่วมกันวางแผนปลูกอ้อยและวางแนวแถวไปทางเดียวกัน เพื่อให้ตัดอ้อยด้วยรถตัดอ้อยได้

**ในส่วนของงานวิจัยจาก วิศวะ ม.ขอนแก่นเองที่พยายามช่วยลดการเผาทั้งในทางช่วยเพิ่มรายได้ให้ชาวไร่ และเครื่องมือให้รัฐในทางป้องปราม เช่น**

แนวทางการส่งเสริมชุดเครื่องจักรเก็บเกี่ยวลดการเผา

โดรนประเมินผลผลิตและความหวานของอ้อยในแปลง เพื่อให้สามารถใช้รถตัดอ้อยแบบรวมแปลงเล็กหลายๆแปลงเป็นแปลงใหญ่

เครื่องสับกลบใบอ้อยในอ้อยตอ

เครื่องอัดใบอ้อย เป็นก้อนเต๋า 1 นิ้ว ให้ง่ายต่อการขนย้ายและใช้เป็นเชื้อเพลิง

ผลิตภัณฑ์ต่างๆจากใบอ้อยเพื่อเพิ่มมูลค่า Bio-plastic, Bio-char, ปุ๋ย, น้ำมันเชื้อเพลิง

การวางแผน Logistic ใบอ้อยให้สามารถขยายพื้นที่รับซื้อใบอ้อย

โดรนอัตโนมัติ บินเก็บหลักฐานร่องรอยการเผา จากจุดความร้อนที่ได้จากภาพถ่ายดาวเทียม

AI ประมวลผลภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ช่วยจำแนกอ้อยสดและอ้อยเผาที่โรงงาน

ทั้งมาตรการต่างๆ และผลจากงานวิจัย ได้เอามาใช้และขยายพื้นที่ตัดอ้อยสดมากขึ้นมาก ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

ที่ยังขาดอยู่และทำได้ยากมาก คือ การบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง กับการติดตาม จับกุม ปรับ ขัง คนที่จุดไฟวางเพลิง แล้วกรณีที่เจ้าของแปลงไม่ได้จุด แล้วจะไปตามจับคนที่จุดจริงๆได้ยังไง ท่ามกลางความมืด และกลางป่าอ้อย ?? ในหลายพื้นที่มีการให้รางวัลนำจับ แต่ก็ช่วยได้บ้าง ไม่ได้บ้าง มีเรื่องของผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นมาเกี่ยวข้องก็มี

สรุปแล้ว..การที่โรงงานรับซื้ออ้อยสดราคาสูงและไม่รับซื้ออ้อยเผา ช่วยลดการเผาก่อนตัดได้ แต่การเผาใบเคลียร์แปลงหลังตัด ยังคงจะเป็นปัญหาไปอีกสักพัก เพราะการรับซื้อใบอ้อยยังไม่ทั่วถึง และยังไม่คุ้มค่าในพื้นที่ที่ต้องขนส่งไกล

ใบอ้อยย่อยสลายยาก และเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่พร้อมจะติดไฟ ชาวไร่หลายรายเลือกจะสับกลบฝังลงดิน ถึงจะต้องแลกมาด้วยค่าแรง ค่าเครื่องมือและค่าน้ำมันไม่น้อย หลายๆคนก็ยอมแลกเพื่อจะได้ไม่ต้องเผาอ้อย ไม่สร้างมลพิษ

และยังมีชาวไร่อีกเยอะมากเลือกที่จะทิ้งใบไว้คลุมดินรักษาความชื้น และคุมวัชพืช แต่ก็ต้องมาแบกรับความเสี่ยงว่าไฟจะลามมาไหม้อ้อยตอนที่อ้อยงอกขึ้นมาแล้วหรือเปล่า เพราะนั่นหมายถึงเงินลงทุนที่ผ่านมาทั้งหมดจะสูญเปล่า ไม่เหลืออ้อยให้ขาย ยืนต้นตายเพราะไฟ

มีชาวไร่ต้นแบบอีกหลายท่านที่พยายามย่อยสลายใบอ้อย ด้วยการใช้น้ำหมักยูเรียฉีดพ่นช่วยเร่งการย่อยสลายใบอ้อยลงดิน ใช้แรงงานครัวเรือนทำกันเอง ใครอยู่ใกล้แหล่งน้ำก็ทำได้ง่ายหน่อย ใครอยู่ไกลแหล่งน้ำก็ยิ่งมีต้นทุนที่สูงขึ้น

การที่จะควบคุมต้นทุนผลผลิตเกษตรให้ต่ำ ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในเวลาที่ค่าน้ำมันพุ่ง ค่าปุ๋ยแพงแบบปัจจุบัน แค่เรื่องใบอ้อยก็เป็นมหากาพย์ขนาดนี้

การจะแก้ปัญหานี้ได้ เรายังคงต้องช่วยกันหาทางสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้ใบอ้อย หาทางลดค่าขนส่งใบอ้อย ซึ่งทั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นและนักวิจัยจากหลายภาคส่วนมากๆ กำลังทำงานวิจัยด้านนี้อยู่ บางอย่างก็สำเร็จแล้วรอนำไปขยายสเกล บางส่วนก็เริ่มทดลองจริงในบางพื้นที่

สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือ

– แผนงานที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เป็นแผนที่แปลว่า Action Plan ที่บอกว่าหน่วยงานไหนต้องทำอะไร อย่างไร แค่ไหนในแต่ละปี แผนที่ไม่ใช่แค่ยอดตัวเลขเป้าหมายแต่ไม่บอกว่าต้องทำยังไงให้ถึงเป้า (ตัวอย่างเช่นที่บราซิล รัฐ โรงงานและชาวไร่ 19,000 รายลงนามกันปี 2008 เพื่อจะแบนทุกกิจกรรมการเผาให้หมดสิ้นภายในปี 2017)

– กลไกการบังคับใช้กฏหมายที่จริงจังจากภาครัฐที่จริงใจ

– กลไกทางสังคม ชุมชนที่เข้มแข็งที่ทุกคนต้องมีจุดยืนร่วมกันว่า “ไม่เอาคนจุดไฟเผาใบอ้อย” ผ่านการจูงใจรูปแบบต่างๆ

Cr.ภาพจากช่องของเพื่อนๆ + ถ่ายเอง+ infographic จากงานวิจัยค่ะ

#ทำไมต้องเผาอ้อย #PM25 #เผาอ้อย #ฝุ่นพิษ #วิศวกรรมเกษตร

ขอบคุณเรื่องจาก

Shakira เปิดแผน 2025 พร้อมช่วยพัฒนาสังคม ต่อยอด Soft Power

Shakira เปิดแผน 2025 พร้อมช่วยพัฒนาสังคม ต่อยอด Soft Power

Shakira เปิดแผน 2025 พร้อมช่วยพัฒนาสังคม ต่อยอด Soft Power

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท REGEN Smart City (Thailand) Co.,Ltd และแบรนด์เครื่องสำอาง Shakira Skincare โดย ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ประธานกรรมการบริษัท และเจ้าของผลิตภัณฑ์ จัดงาน “Shakira Party 2025 : Open House” พร้อมแถลงข่าวรายละเอียดและความเชื่อมโยงของธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ “Shakira”มุ่งเน้นการพัฒนาสังคม ส่งเสริมการท่องเที่ยว ต่อยอดวัฒนธรรมประเพณีและการช่วยเหลือสังคมแบบทุกมิติ โดย “Shakira” แบรนด์ที่รวมธุรกิจไว้ถึง 4 แบบ 4 สไตล์ แต่ละธุรกิจมีความแตกต่างไปตามบริบท จุดประสงค์และผลของการดำเนินงาน แต่สามารถร่วมกันพัฒนาสังคมได้อย่างเบ็ดเสร็จเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ประกอบด้วย Regen Smart City, Miss & Mrs.Tourism Thailand, Shakira Skincare และ Shakira Club โดยมี สุมณี คุณะเกษม เป็นประธานในงาน ร่วมด้วยนางงาม, เซเลบริตี้และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานมากมาย ณ The White room โรงแรม Crowne Plaza Bangkok Lumpini park

Regen Smart City เป็นโปรเจกท์การพัฒนา “เมืองอัจฉริยะ” ที่เปิดดำเนินการมากว่า 11 ปี โดยมุ่งเน้นในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี LOT และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่นำสมัย อาทิ ระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะ (Smart Lighting),เสาอัจฉริยะ (Smart Pole) และแพลตฟอร์มเมืองอัจฉริยะ (Smart City Platform) โดยปัจจุบันได้ร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาจังหวัดระยองให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติและลดการใช้พลังงาน โดยสามารถวางแผนและบริหารจัดการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย ดร.อังคนางค์ ได้ริเริ่ม คิดค้นและพัฒนาโปรเจกท์ Smart City นี้จนประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจนได้รับฉายาว่า “มาดามพลังงาน”

Miss & Mrs.Tourism Thailand กองประกวดสาวงามที่มุ่งเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ โดยมีคอนเซ็ปต์ที่ว่าสาวงามในเวทีนี้จะต้องสวย เก่ง และฉลาด แบบ “เมืองอัจฉริยะ” มีความครบเครื่องทันสมัย สามารถเป็นทูตด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2025 นี้กองประกวดเน้นการนำเสนอ “ผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัด” Soft Power ที่รัฐบาลกำลังให้การสนับสนุน ผลักดัน และขับเคลื่อน โดย “Shakira” ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และส่งเสริมเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รู้จักและหันมานิยมผ้าของประเทศไทย

Shakira Skincare สกินแคร์หัวใจไทยแท้ๆ ที่มีวัตถุดิบหลักในการผลิตจากสมุนไพรไทยผ่านการคิดค้นและพัฒนา จนได้สกินแคร์ที่มีคุณภาพระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ ทำให้ได้รับการยอมรับจากทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เป็นอีกหนึ่ง Soft Power ของไทย โดยมีสาวงามจากเวที Miss & Mrs.Tourism Thailand เป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยภาพลักษณ์ที่สวย เก่ง ฉลาด และภูมิใจในความเป็นไทย Shakira Club คลับที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมบุคคลที่หลากหลายมาร่วมแชร์ประสบการณ์ เรื่องราว ความคิดมุมมอง ทัศนคติ ทัศนวิสัยในการใช้ชีวิต มุ่งเน้นการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และปฏิบัติ เพื่อพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงให้เกิดมุมมองใหม่ที่ดีกว่าในการใช้ชีวิต ตลอดจนการช่วยเหลือสังคมส่งมอบโอกาสโดยมุ่งเน้นการต่อยอดแบบยั่งยืน

ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ กล่าวว่า “ดำเนินธุรกิจ Regen Smart City มายาวนานกว่า 11 ปี ระหว่างทางได้เกิดความคิด แนวคิดเกี่ยวกับธุรกิจใหม่ๆ เพื่อมาต่อยอดธุรกิจเดิมและพัฒนาสร้างสรรค์สังคม จึงได้เกิด Shakira Club ขึ้นมาเพื่อพัฒนาบุคลากรก่อน เพราะคนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น Mind set เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาตนเองทั้งด้านความคิดและบุคลิกภาพ ความงามภายนอก ดิฉันมองว่าทุกสิ่งมันเกี่ยวโยงถึงกันหมดจึงได้ส่งเสริมการพัฒนาตนเองแบบครบวงจร ทั้งเป็นผู้หญิงที่สวย ฉลาด ช่วยเหลือสังคมอย่าง MTT ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มผู้หญิงที่ดิฉันคาดหวังให้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี และช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการพัฒนาสกินแคร์จากสมุนไพรไทยก็เป็นอีกหนึ่งที่อยากเป็นกระบอกเสียงให้สังคมหันมาสนใจ สมุนไพรไทย อีกหนึ่ง Soft Power ที่คนไทยต้องช่วยกันส่งเสริมและสนับสนุนให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล”

แหวกฟ้าหาฝัน : มรดกโลกใน Ueno Royal Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : มรดกโลกใน Ueno Royal Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : มรดกโลกใน Ueno Royal Museum

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

mainvisual

หลังจากที่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลป์มาเยือน Ueno และเข้าชม Tokyo Art Museum แล้ว แต่ยังอยากเข้ามิวเซียมศิลป์อีก สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าเยือนก็คือ Ueno Royal Museum มิวเซียมเอกชนที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายน 1972 นี้อยู่ภายใต้การบริหารของสมาคมศิลปะญี่ปุ่น (Japan Art Association) มูลนิธิด้านศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น สมาคมศิลปะญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1896 หรือสมัยเมจิ ที่ 12 นี้ มีประธานคนแรกเป็น Prince Arisugawa Taruhito จึงเป็นสมาคมที่มีความเข้มแข็งมั่นคงมาก ปัจจุบันสมาคมแห่งนี้ก็ยังมี Prince Hitachi Masahito เป็นประธานอยู่

นับจากเปิดมิวเซียมมานั้น ของจัดแสดงส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยไม่มีของจัดแสดงแบบถาวรเลย ในแต่ละปีจะมีของจัดแสดงเป็นงานแนว Contemporary Art อยู่เนืองๆถึงกระนั้นก็ตามสมาคมพยายามที่จะจัดแสดงผลงานของศิลปินญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมอย่างสม่ำเสมอ ในแต่ละปีจะมีนิทรรศการ VOCA เพื่อส่งเสริมศิลปินญี่ปุ่นรุ่นใหม่, The UenoRoyal Museum Grand Prize และ Paintingsof Japanese Nature Exhibition ในปี 2006 สมาคมได้ขยายกิจการโดยตั้ง Ueno Royal Museum Art School ขึ้นที่ชั้นสามของอาคารเพื่อส่งเสริมความสำคัญของกิจการสมาคม

ตัวอย่างนิทรรศการที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยเฉพาะ อาทิ งาน Washi Paper งานศิลปะที่ทำจาก Washi กระดาษโบราณที่ทำจากเยื่อต้นไม้ของญี่ปุ่น Washiแปลว่า กระดาษญี่ปุ่นทำจากเยื่อชั้นในของต้น Gampi ที่มีความแข็งแรงสูง ไม้พุ่มMitsumata และต้น Mulberry กระดาษชนิดนี้จะมีความทนทาน ไม่ขาดง่าย โปร่งแสง เนื้อดีประวัติของกระดาษนี้ย้อนไปถึงปี 610ที่พระจากจีนได้นำกระดาษมาเผยแพร่ในญี่ปุ่น ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 9 ญี่ปุ่นได้กลายเป็นประเทศผู้นำทางด้านการทำกระดาษ และปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1800 ชาวญี่ปุ่นกว่า 100,000 ครอบครัวก็ได้หันมาทำกระดาษด้วยมืออันเป็นที่มาของกระดาษ washi

กระดาษญี่ปุ่นที่ทำจากเทคนิคโบราณนี้มักใช้ในงานศิลปะญี่ปุ่นโดยเฉพาะ อาทิ งานกระดาษพับ (Origami) ใช้สร้างหรือเขียนตัวอักษรญี่ปุ่น (calligraphy) และงานพิมพ์แกะไม้ (woodblock print) นอกจากนี้กระดาษ washi จะใช้ในงานศิลป์ ยังถูกนำมาใช้ในการทำของใช้ในบ้านและของเล่นอีกต่างหากด้วย เนื่องจากความพิเศษของกระดาษ Washi ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่นทำให้กระดาษนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นงานมรดกโลกในปี 2014 นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสได้ชมผลงานกระดาษ washi จากนิทรรศการใน Ueno Royal Museum จะได้สัมผัสถึงอัจฉริยภาพของศิลปินที่มีจินตนาการในการสร้างผลงานได้อย่างหลากหลาย และสร้างสรรค์จนแทบไม่น่าเชื่อว่างานศิลปะเหล่านี้ทำจากกระดาษเลยทีเดียว

คุณแหน : 26 มกราคม 2568

คุณแหน : 26 มกราคม 2568

คุณแหน : 26 มกราคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ท่านกล่าว“ครูแปดคนในชีวิต ครูคนแรกคือแม่ สองคือพ่อ สามคือครูในโรงเรียน สี่คือเพื่อน ห้าคือคู่ครอง หกคือลูก เจ็ดคือศัตรูและครูคนสุดท้ายที่สอนให้เราเรียนรู้ชีวิต คือตัวเราเอง”และจงเคารพ ให้เกียรติผู้อื่นและตนเอง..

ll รัชกาลที่ ๕ ทรงมองการณ์ไกล ให้เลิกบ่อน เบี้ย ทั่วประเทศ เพราะทรงเห็นผลเสียจากการพนันชัดเจน ถัดมา ๑ เมษายน ๒๔๖๐ รัชกาลที่ ๖ทรงมีพระราชบัญญัติห้ามมีบ่อนการพนันทั่วประเทศ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ และวันนี้รัฐบาลเพื่อไทยจะฟื้นบ่อนการพนัน กาสิโน กลับมาอีกหรือ??..

ll ฝุ่น PM2.5 ได้ปกคลุมไทยโดยเฉพาะ กทม. โดยนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร บอกว่า“การมีฝุ่น ไม่มีใครชอบหรอก ดิฉันลูกเล็ก เข้าใจดี ลูกออกไปเล่นข้างนอกไม่ได้เลยเพราะฝุ่น ไปโรงเรียนก็ไม่ได้เพราะเด็กเกินไป ไม่สามารถดูแลตัวเองโดยการปิดแมสก์ เคร่งครัด เราก็ให้อยู่บ้านทำสุดความสามารถ”..

ll ส่วนผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าว“ไม่ใช่เอาอารมณ์มาเป็นเครื่องชี้วัด”แล้วแผนปฏิบัติที่ท่านเคยหาเสียงไว้ ๑๖ ข้อ ในปี ๒๕๖๕ อาจจะเป็นลมปาก ที่ไม่ได้ลงมือปฏิบัติ รวมถึงเรื่อง PM2.5 นี้ด้วย..

ll ส่วน อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าว“ผู้ว่าฯ จะต้องใช้มาตรการอย่างเข้มข้น ไม่ใช่เพียงแต่แปะป้ายเตือนไม่ให้เผา แต่ต้องมีมาตรการปรับ หรือบังคับใช้กฎหมาย ฯลฯ”..

ll ร่วมอาลัยและเสียใจกับครอบครัวชนะภัย ที่สูญเสียทันตแพทย์ชำนาญ ชนะภัยมีสวดพระอภิธรรมศพตั้งแต่ ๒๔-๓๐ มกราคม ๒๕๖๘ ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ป่านนี้ดวงวิญญาณของคุณหมอคงสู่สุคติแล้ว..

ll ประภาส คงเอียด อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงระดับสิบ และเคยเป็นกรรมการบริษัทเอกชนหลายแห่ง ได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช. แทน พล.ท.บุณยวัจน์ เครือหงส์ พ้นจากตำแหน่งเพราะอายุครบ ๗๐ ปี..ll


น้องนิ่ง….นิ่ง…

คุยกัน7วันหน : ทรัมป์เซ็นคำสั่งเผยเอกสารคดี ลอบสังหาร ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’

คุยกัน7วันหน : ทรัมป์เซ็นคำสั่งเผยเอกสารคดี  ลอบสังหาร ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’

คุยกัน7วันหน : ทรัมป์เซ็นคำสั่งเผยเอกสารคดี ลอบสังหาร ‘จอห์น เอฟ. เคนเนดี’

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารมากกว่า 10 คำสั่ง ที่ล้วนแล้วแต่สั่นสะเทือนแวดวงการเมืองทั้งในประเทศและต่างแดน

แต่หนึ่งในคำสั่งฝ่ายบริหารที่หลายคนให้ความสนใจ เห็นจะเป็นการลงนามคำสั่งถอดสถานะชั้นความลับของเอกสารรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี หรือ JFK, วุฒิสมาชิกโรเบิร์ตเคนเนดี และ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และยังคงเป็นประเด็นที่มีการตั้งคำถามและข้อสงสัยจากสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง

คำสั่งของทรัมป์กำหนดให้เจ้าหน้าที่จัดทำแผนการปลดล็อกข้อมูลภายใน 15 วัน ที่อาจกลายเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คำถามมากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน หลังจากทรัมป์ได้สัญญาในระหว่างการหาเสียงว่าเขาจะเปิดเผยเอกสารข่าวกรองต่างๆ ที่เป็นความลับเกี่ยวกับการลอบสังหาร JFK ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐฯ ในปี 1963 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนอเมริกันให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างความโปร่งใส หลังจากพยายามเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวระหว่างเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก แต่ถูกแรงกดดันจากสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA และสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI เกี่ยวกับเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ จึงยอมล้มเลิกไป

การลอบสังหาร JFK ยังคงเป็นเรื่องที่น่าสนใจในสหรัฐอเมริกาและผู้คนทั่วโลก และมีทฤษฎีสมคบคิดมากมายเกี่ยวกับเหตุสะเทือนโลกครั้งนั้นทำให้ทั่วโลกจับตามองความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของผู้นำสหรัฐฯ อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเด็นที่มีการอ้างว่า เขาถูกยิงโดยมือปืนเพียงคนเดียว และหน่วยงานรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมสหรัฐยังคงยืนยันว่าสมมุติฐานนี้เป็นเรื่องจริงแต่ผลสำรวจระบุว่า ชาวอเมริกันหลายคนยังคงเชื่อว่าการตายของเขามีความเกี่ยวข้องกับการสมคบคิดที่กว้างขวาง

ย้อนรอยการลอบสังหาร จอห์น เอฟ. เคนเนดี

22 พฤศจิกายน 1963

ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี หรือ JFK ถูกยิงเสียชีวิตขณะเดินทางในขบวนรถเปิดหลังคาในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส โดยระหว่างที่ขบวนรถเดินทางผ่านถนน Elm Street ขณะที่JFK นั่งอยู่ในรถกับ แจ็กเกอลีน ภรรยา,จอห์น คอนนอลลี ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส และภรรยา ได้เกิดเสียงปืนดังขึ้น 3 ครั้งโดยเคนเนดีถูกยิง 2 นัดที่บริเวณคอและศีรษะ

สิ่งที่ทำให้การลอบสังหาร JFKยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วโลกคือการที่มันถูกบันทึกไว้ในภาพยนตร์สั้นที่รู้จักกันในชื่อ ฟิล์ม Zapruder ความยาว 26 วินาที ถ่ายโดย อับราฮัมซาปรูเดอร์ ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าในดัลลัส ซึ่งบังเอิญยืนอยู่ในจุดเกิดเหตุ คลิปแสดงให้เห็นช่วงเวลาที่กระสุนถูกยิงใส่JFK ขณะเขาและแจ็กเกอลีน สตรีหมายเลข 1 กำลังนั่งรถลีมูซีน ภาพของแจ็กกี้ในชุดสูทสีชมพูที่พยายามปีนขึ้นไปบนท้ายรถเพื่อช่วยเหลือสามี กลายเป็นภาพที่ชัดเจนในจิตใจของทุกคนที่ได้เห็นนี่จึงไม่ใช่เพียงการลอบสังหารที่เกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชน แต่ยังเป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นนี้ถูกบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจน

ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ (Lee Harvey Oswald) เป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดีนี้ เขาถูกจับกุมหลังจากเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมง และถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าเคนเนดี รายงานของคณะกรรมการวอร์เรน ในปี 1964 ระบุว่า ลี ฮาร์วีย์ออสวอลด์ เป็นมือปืนเพียงคนเดียวที่ยิงJFK จากชั้น 6 ของอาคาร Texas School Book Depository โดยยิงทั้งหมด 3 นัดในเวลาอันสั้น แต่ทฤษฎีนี้ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งในเรื่องของจำนวนกระสุน ทิศทางการยิง และความเป็นไปได้ที่ออสวอลด์จะสามารถลงมือได้เพียงคนเดียว

สิ่งที่ทำให้ผู้คนยังสงสัยมากขึ้นคือ การที่ออสวอลด์ถูก แจ็ค รูบี ยิงเสียชีวิตหลังจากถูกจับกุมเพียง 2 วัน ทำให้ไม่มีใครได้ยินคำให้การจากเขาโดยตรง ทฤษฎีสมคบคิดที่ตามมาจึงหลากหลาย ตั้งแต่การเกี่ยวข้องของ CIA รัฐบาลคิวบา ม็อบมาเฟีย ไปจนถึงองค์กรลับหรือกลุ่มต่างๆ ที่ไม่พอใจกับนโยบายของ JFK และต้องการกำจัด JFK

ในปี 2023 พอล แลนดิส อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับผู้ดูแล แจ็กกี้ เคนเนดี ในวันเกิดเหตุ ได้เปิดเผยข้อมูลใหม่ว่า เขาเคยเก็บกระสุนจากรถลีมูซีนของประธานาธิบดี และนำไปวางไว้บนเปลของ JFK ที่โรงพยาบาล นี่เป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกับรายงานเดิมที่ระบุว่า กระสุนนั้นถูกพบบนเปลของ จอห์น คอนนอลลี ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ซึ่งนั่งในรถคันเดียวกับ JFK ข้อมูลของแลนดิสสร้างความสั่นสะเทือนอย่างยิ่ง เพราะหากกระสุนดังกล่าวไม่ได้มาจากเปลของคอนนอลลี ก็อาจหมายความว่ามีมือปืนมากกว่าหนึ่งคน หรือการยิงไม่ได้เกิดขึ้นตามที่รายงานวอร์เรนระบุ

ขณะที่ โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดีจูเนียร์ ลูกชายของ โรเบิร์ต เคนเนดี และหลานชายของ JFK เชื่อว่า CIA มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของ JFK ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่หน่วยงานดังกล่าวได้ปฏิเสธว่าเป็นข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริง ทั้งนี้โรเบิร์ต เคนเนดี จูเนียร์ ยังกล่าวว่าเขาเชื่อว่า โรเบิร์ต เคนเนดี พ่อของเขาถูกฆ่าด้วยมือปืนหลายคน ซึ่งเป็นการกล่าวที่ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างอย่างเป็นทางการด้วยเช่นกัน

การลอบสังหาร JFK ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจในงานศิลปะ วรรณกรรม และภาพยนตร์จำนวนมาก หนังสือกว่า 40,000 เล่มเกี่ยวกับ JFK ถูกเขียนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานวิชาการที่วิเคราะห์เหตุการณ์ ไปจนถึงนิยายที่จินตนาการถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ เช่น 11/22/63 ของ สตีเฟน คิง ที่เล่าเรื่องนักเดินทางข้ามเวลาที่พยายามหยุดการลอบสังหาร หรือภาพยนตร์ JFK ของ โอลิเวอร์ สโตน ที่เสนอทฤษฎีว่า CIA อาจเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร

การลอบสังหาร JFK จึงไม่ใช่แค่เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของปริศนาที่ไม่มีวันจบสิ่งนี้ทำให้ผู้คนทั่วโลกยังคงสนใจ และตั้งคำถามถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ต่อไป

โดย ดาโน โทนาลี

Health News : ยิ่งอายุยืนยิ่งอาจเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’

Health News : ยิ่งอายุยืนยิ่งอาจเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’

Health News : ยิ่งอายุยืนยิ่งอาจเสี่ยง ‘สมองเสื่อม’

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การประมาณการนี้อิงการศึกษาใหม่ที่พบว่า ความเสี่ยงมีภาวะสมองเสื่อมในช่วงชีวิตหนึ่งนั้นสูงกว่าที่เคยคาดไว้ โดยผู้คนมีโอกาสป่วยภาวะสมองเสื่อมมากถึง 4 ใน 10 หากเริ่มเข้าสู่ช่วงอายุ 55 ปี หากพวกเขามีอายุยืนยาวเพียงพอ อย่างไรก็ดี มีหลายขั้นตอนที่อาจช่วยลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้ อาทิ การควบคุมความดันโลหิตสูงและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่ไม่ดีต่อสมอง และยังคงไม่สายเกินไปที่จะลองพยายามลดทอนความเสี่ยงนี้แม้เข้าสู่วัยกลางคน

โจเซฟ โคเรช จาก แลงโกน เฮลธ์ (Langone Health) แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งเป็นผู้ร่วมเขียนการศึกษาดังกล่าวที่เผยแพร่ในวารสาร เนเจอร์ เมดิซีน (Nature Medicine)ระบุว่า การวิจัยทั้งหมดของพวกเขาชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ผู้คนทำในวัยกลางคนนั้นมีความสำคัญอย่างแท้จริง

โรคอัลไซเมอร์เป็นรูปแบบหนึ่งของภาวะสมองเสื่อมที่พบได้มากที่สุด และการเปลี่ยนแปลงทางสมองที่เงียบงันซึ่งนำไปสู่โรคนี้ในที่สุดอาจเริ่มเกิดขึ้นในช่วง 20 ปีก่อนมีอาการ ส่วนภาวะสมองเสื่อมรูปแบบอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง เกิดขึ้นเมื่อโรคหัวใจหรืออาการโรคหลอดเลือดสมองขนาดเล็กส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แก๊ง ‘เจ้าก้อนขาวดำ’ ออกโชว์ตัว มอบความสุขรับตรุษจีนในเสฉวน

ชวนชมความน่ารักน่าเอ็นดูของเหล่าลูกแพนด้ายักษ์ตัวอ้วนกลม 25 ตัว ขณะรวมตัวกันที่ฐานแพนด้ายักษ์เสินซู่ผิง ของศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์แห่งประเทศจีน เขตอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งชาติว่อหลง และฐานวิจัยการเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เพื่อออกโชว์ตัวส่งความน่ารักและส่งคำอวยพรเนื่องในงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนให้กับผู้ชมทั่วโลก

ลูกแพนด้ายักษ์ทั้งหมดนี้เกิดเมื่อปี 2024 ที่ศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์แห่งประเทศจีน 13 ตัว และที่ฐานวิจัยการเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู 12 ตัว

ตะลอนเที่ยว : Good Bye อาจารย์ใหญ่

ตะลอนเที่ยว : Good Bye อาจารย์ใหญ่

ตะลอนเที่ยว : Good Bye อาจารย์ใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผู้จบการศึกษาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ทุกคนล้วนมีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับอาจารย์ใหญ่ที่เป็นสัตว์ทดลองด้วยกันทั้งสิ้น เพราะว่ามีร่างหรือซากของอาจารย์ใหญ่ให้ศึกษาจึงทำให้นิสิตนักศึกษาสัตวแพทย์ฯ สำเร็จการศึกษาอย่างสมบูรณ์

เมื่อนิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์จากอาจารย์ใหญ่แล้ว ก็จึงร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้มีพระคุณด้วยการจัดงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้อาจารย์ใหญ่ทางสัตวแพทย์เป็นประจำทุกปี

สำหรับการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้อาจารย์ใหญ่ทางสัตวแพทย์ประจำปี 2568 ของคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปีนี้จัดงานเพื่อตอบแทนบุญคุณของอาจารย์ใหญ่อย่างสมเกียรติ โดยจัดงานทำบุญอุทิศกุศลให้ ณ คณะสัตวแพทยศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 มกราคม แล้วจึงนำซากของอาจารย์ใหญ่ไปฌาปนกิจที่เมรุสำหรับเผาสัตว์ ณ วัดธาตุทอง แล้ววันรุ่งขึ้นจึงนำอัฐิไปลอยอังคารณ ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ

ขออนุญาตเล่าให้ฟังคร่าวๆ ถึงเรื่องการนำซากสัตว์เลี้ยงไปบริจาคเพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่สัตวแพทย์ของนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเจ้าของนำสัตว์เลี้ยงที่ตายแล้วไปบริจาคได้ที่ศูนย์กายสัตว์อุทิศ โดยซากสัตว์ที่จะนำไปบริจาคต้องผ่านการตรวจสอบแล้ว เช่น ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี และต้องมีประวัติการรักษาที่ชัดเจนเพื่อประกอบการพิจารณารับซากไว้เป็นอาจารย์ใหญ่

ขอย้ำว่าซากของสัตว์เลี้ยงมีความสำคัญมากในการศึกษาของนิสิตคณะสัตวแพทย์ฯเพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการเรียนและฝึกการผ่าตัด อันจะนำไปช่วยเหลือและรักษาสัตว์ที่ยังมีชีวิตได้อย่างดีที่สุด

การนำซากสัตว์เลี้ยงไปบริจาคมีวิธีการอย่างไร อันดับแรกคือต้องนำซากไปบริจาคเมื่อสัตว์ตายภายใน 24 ชั่วโมง ย้ำว่าต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมง หากเกินเวลา 24 ชั่วโมงไปแล้ว อาจส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในของสัตว์เลี้ยง และทำให้ยากต่อการใช้ศึกษา

เพราะฉะนั้น ย้ำว่าหากคุณต้องการนำซากสัตว์เลี้ยงไปบริจาคเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ต้องนำไปภายใน 24 ชั่วโมง หลังสัตว์เลี้ยงตาย

คราวนี้เรามาดูบรรยากาศของงานทำบุญอุทิศกุศลให้อาจารย์ใหญ่กันบ้าง ขอบอกตรงๆ ว่าสภาพของงานโดยรวมนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเพราะความคิดถึงอาลัยรักต่อสัตว์เลี้ยง หลายคนนั้นตาแดงเพราะร้องไห้ตลอดเวลา แม้ว่าสัตว์เลี้ยงที่นำไปบริจาคนั้นจะตายไปแล้วนานกว่า 1 ปีก็ตาม แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไร ก็ไม่ได้ทำให้ความรักความคิดถึงที่เจ้าของมีต่อสัตว์เลี้ยงหมดสิ้นไป แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในบรรยากาศพิธีทำบุญ ก็ยิ่งทำให้คิดถึงสัตว์เลี้ยงที่เคยอยู่ด้วยกันมายาวนานมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น จึงห้ามไม่ให้ร้องไห้ด้วยความคิดถึงได้ยากมาก

สำหรับพิธีการทำบุญอุทิศกุศลนั้น ก็กระทำเหมือนกับการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับมนุษย์ที่วายชนม์ คือมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์ แล้วต่อด้วยพิธีมาติกาบังสุกุล และมีพระเทศนา แล้วจึงถวายเครื่องไทยธรรมจนกระทั่งถึงพิธีฌาปนกิจ แล้วจบสิ้นกระบวนการด้วยการนำอัฐิไปลอยอังคาร

ทางคณะสัตวแพทย์ฯ ฝากแจ้งว่ายังต้องการซากของสัตว์เลี้ยงเพื่อนำไปเป็นอาจารย์ใหญ่ เพราะฉะนั้น หากคุณๆ ที่มีสัตว์เลี้ยงซึ่งตายแล้ว และอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถนำไปเป็นอาจารย์ใหญ่ได้ ก็ขอได้นำซากของสัตว์เลี้ยงไปบริจาคที่ศูนย์กายสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อันที่จริงคุณสามารถนำซากสัตว์เลี้ยงไปบริจาคให้กับคณะสัตวแพทย์ฯ ของมหาวิทยาลัยทุกแห่ง) เพราะซากของสัตว์เลี้ยงคือสิ่งสำคัญมีช่วยให้นิสิตนักศึกษาสัตวแพทย์จบการศึกษาเป็นสัตวแพทย์อย่างสมบูรณ์แบบ และมีความรู้ความเข้าใจในกายและอวัยวะของสัตว์เป็นอย่างดี อันจะเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดต่อการรักษาสัตว์เลี้ยงที่ยังมีชีวิตอยู่ให้มีสุขภาพอนามัยดีและแข็งแรง

ขอทิ้งท้ายว่า หากคุณได้อ่านข้อความสุดท้ายที่บรรดาเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่กลายเป็นอาจารย์ใหญ่เขียนถึงสัตว์เลี้ยงแสนรักแล้ว คุณจะต้องน้ำตาไหลอย่างแน่นอน และขอย้ำว่าทุกถ้อยคำที่เขียนออกมานั้นล้วนบรรยายถึงความรักความผูกพันที่คนมีต่อสัตว์อย่างลึกซึ้ง

บรรดานิสิตและคณาจารย์ของคณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ฝากคำขอบคุณอาจารย์ใหญ่สัตวแพทย์ และเจ้าของซากสัตว์เลี้ยง โดยย้ำหนักแน่นว่า เพราะมีอาจารย์ใหญ่ให้ได้ศึกษาหาความรู้ จึงทำให้นิสิตสัตวแพทย์ทุกคนได้สำเร็จการศึกษาแล้วกลายเป็นสัตวแพทย์ที่สมบูรณ์แบบเช่นทุกวันนี้ พระคุณนี้ไม่มีวันลบเลือนไปจากใจของนิสิตและสัตวแพทย์ทุกคน