ผอ.ข่าวกรองชี้ สหรัฐฯ-อิสราเอลเป้าหมายต่างกัน ในการทำสงครามอิหร่าน

ผอ.ข่าวกรองชี้ สหรัฐฯ-อิสราเอลเป้าหมายต่างกัน ในการทำสงครามอิหร่าน

19 มี.ค. 2569 21:38 น.

ผอ.ข่าวกรองชี้ สหรัฐฯ-อิสราเอลเป้าหมายต่างกัน ในการทำสงครามอิหร่าน

ผอ.ข่าวกรองของสหรัฐฯ เผยว่า อเมริกากับอิสราเอลมีเป้าหมายในการทำสงครามกับอิหร่าน “แตกต่างกัน” และไม่รู้ว่าอิสราเอลจะสนับสนุนเรื่องการทำข้อตกลงกับอิหร่านหรือไม่

เมื่อ 18 มี.ค. 2569 นางทัลซี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ (DNI) กล่าวว่า สหรัฐฯ กับอิสราเอล มีเป้าหมายในการทำสงครามกับอิหร่าน “ต่างกัน” พร้อมเสริมว่าเธอไม่แน่ใจว่าอิสราเอลจะสนับสนุนการทำข้อตกลงกับอิหร่านหรือไม่

“เราสามารถเห็นได้จากการปฏิบัติการต่างๆ ว่า รัฐบาลอิสราเอลมุ่งเน้นไปที่การทำลายขีดความสามารถของผู้นำอิหร่านและกำจัดสมาชิกหลายราย โดยเริ่มจาก อยาตอลเลาะห์ (อาลี คาเมเนอี) ผู้นำสูงสุด และพวกเขายังคงมุ่งเน้นในความพยายามนั้นต่อไป” แกบบาร์ดกล่าวในการแถลงต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎร

แกบบาร์ดกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเป้าหมายของเขาคือการทำลายขีดความสามารถในการยิงขีปนาวุธของอิหร่าน ศักยภาพในการผลิตขีปนาวุธ รวมถึงกองทัพเรือ โดยเฉพาะกองทัพเรือ IRGC และขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด

ผอ. DNI ระบุว่า เธอ “ไม่ทราบจุดยืนของอิสราเอล” เกี่ยวกับการทำข้อตกลงกับอิหร่าน และไม่ขอแสดงความคิดเห็นว่าเธอเห็นด้วยหรือไม่ที่ว่า อิสราเอลตัดสินใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน โดยไม่สนใจจุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์

“ดิฉันไม่ได้รับรู้ถึงการหารือภายในหรือการคำนวณปัจจัยต่างๆ ของพวกเขาในการเปิดฉากโจมตีครั้งนี้หรือครั้งอื่นๆ” แกบบาร์ดกล่าว “เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคการปฏิบัติการ แต่เรามีการจัดทำรายงานประเมินด้านข่าวกรองเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เครือข่ายผู้เลี้ยงโคนม ยื่นค้านเกณฑ์นมโรงเรียน 69 จี้รัฐทบทวน หวั่นตลาดพัง

เครือข่ายผู้เลี้ยงโคนม ยื่นค้านเกณฑ์นมโรงเรียน 69 จี้รัฐทบทวน หวั่นตลาดพัง

เครือข่ายผู้เลี้ยงโคนม ยื่นค้านเกณฑ์นมโรงเรียน 69 จี้รัฐทบทวน หวั่นตลาดพัง

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

สมาคมโคนมก้าวหน้า นำทีมผู้ผลิต-ผู้ประกอบการภาคเอกชน บุกกระทรวงเกษตรฯ ,องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย), สำนักงาน ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ส่งหนังสือ คัดค้านร่างหลักเกณฑ์นมโรงเรียนปีการศึกษา 2569 คาใจให้โควต้าใหม่เอกชนแค่ 30% ชี้ไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างอุตสาหกรรม หวั่นส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งผู้ประกอบการ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ พังทั้งระบบ

นายนที โดดสูงเนิน นายกสมาคมโคนมก้าวหน้า ในฐานะตัวแทนภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย นำตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ, ตัวแทนสมาคมกลุ่มเกษตรกรผู้รวบรวมน้ำนมดิบ, สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ และสมาคม SME ผู้รวบรวมน้ำนมดิบและแปรรูป กว่า 1,000 คน เข้ายื่นหนังสือต่อ นายนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คัดค้าน (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการดำเนินการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569

นายนที โดดสูงเนิน กล่าวว่า ตาม (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการดำเนินการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 โดยเฉพาะการปรับเกณฑ์จัดสรรสิทธิจำหน่ายในส่วนของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมภาคอื่นๆ (ภาคเอกชน) ไม่เกิน 30% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมนมไทย ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ และโรงงานแปรรูปนม

นายนที กล่าวต่อไปว่า กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการเอกชน มีมติร่วมกันคัดค้านร่างหลักเกณฑ์จัดสรรสิทธิ “นมโรงเรียน” ดังกล่าว ที่สร้างความไม่เป็นธรรม และทำลายอาชีพเกษตรกร รวมถึงทำลายตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมนมไทย พร้อมระบุว่า ร่างหลักเกณฑ์ใหม่ มีการกำหนดสัดส่วนที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มอภิสิทธิชนบางกลุ่มอย่างน่าสงสัย ในขณะที่ฝั่งเอกชนและเกษตรกรรายย่อย ถูกบีบคั้นด้วยเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม การจัดสรรโควตาเช่นนี้ เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำ จงใจทำลายกลไกการค้าเสรี และสร้างระบบผูกขาดขึ้นในอุตสาหกรรมนมไทยหรือไม่

“การบริหารจัดการที่ผิดพลาด และจงใจกีดกันผู้ประกอบการบางกลุ่ม คือต้นเหตุที่แท้จริงของสาเหตุที่น้ำนมดิบส่วนเกินกว่า 769 ตันต่อวัน ไม่มีที่ไป รัฐกำลังเอาอาชีพของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งประเทศ มาเป็นตัวประกัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กลุ่มอภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่กลุ่มใช่หรือไม่ แล้วเคยคิดถึงผลกระทบบ้างหรือไม่ เรื่องนี้จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งผู้ประกอบการ โรงงานรับซื้อ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ มาจนถึงเกษตรกร หากรัฐยังฝืนใช้กติกาที่ให้สิทธิอย่างเป็นธรรม”

สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อทางออกที่ยั่งยืน ภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการฯ ปรับปรุงหลักเกณฑ์โดยยึดหลัก “นมทุกลิตรต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน” นมทุกลิตรที่มาจากแม่โคนมของเกษตรกรไทย ต้องสามารถเข้าถึงโครงการนมโรงเรียนได้ โดยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น หรือใช้ระบบโควต้าแบบพวกพ้อง แต่ให้พิจารณาว่าผู้ประกอบการรายใด ซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทยมาก ก็สามารถได้รับการจัดสรรสิทธิมาก เพื่อให้เกษตรกรทุกภาคส่วนสามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ ตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการอย่างแท้จริง จากนั้นตัวแทนเกษตรกรและผู้ประกอบ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือทวงความเป็นธรรมต่อองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.)

ทั้งนี้หากข้อเรียกร้องตามแถลงการณ์นี้ ไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรม ภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย พร้อมด้วยพี่น้องผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ มีความจำเป็นต้องยกระดับความเคลื่อนไหว และดำเนินมาตรการกดดันขั้นสูงสุดในทุกมิติต่อไป จนกว่าความยุติธรรม และการจัดสรรสิทธิที่เป็นธรรมจะเกิดขึ้นจริงต่อเกษตรกรโคนมไทยทุกคน

คุณแหน : 20 มีนาคม 2569

คุณแหน : 20 มีนาคม 2569

คุณแหน : 20 มีนาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

  • ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานกรรมการมูลนิธิ รพ.สมเด็จพระยุพราช เป็นประธานการประชุมและบรรยายพิเศษเรื่อง การขับเคลื่อน รพ.คุณธรรมสู่การปฏิบัติ ณ รพ.สมเด็จพระยุพราชเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี..
  • พิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพเพื่อพัฒนาสตรีใน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมมอบรางวัลสตรีดีเด่นและสตรีต้นแบบประจำ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี และ โสภา กาญจนะ นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ร่วมด้วย..
  • มิตรสหายยินดีกับ รศ.ดร.ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านกฎหมายเทคโนโลยีดิจิทัล) ในคณะกรรมการ สนง.พัฒนารัฐบาลดิจิทัล..
  • ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร แม้มีภารกิจมากแต่ก็จักสรรเวลามาบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO#9..
  • ชาว ปธพ.2 ร่วมยินดีกับ อัฐ ทองแตง ที่ได้รับรางวัลคนดีศรีสวน ประจำปี 2569 เนื่องในวันสถาปนา รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย..
  • รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ ประชุมคณะอนุกรรมการโครงการอาหารไทย หัวใจดี โดยมี รศ.ดร.พัชราณี ภวัตกุล, ดร.ประภา ศรีนวลนัด, ภญ.วีรวรรณ เรืองนิวัติศัย, รศ.ดร.พร้อมลักษณ์ สรรพ่อค้า, ผศ.ดวงใจ มาลัย, ผศ.ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล, ดร.เพ็ญศรี ทรรศนะวิเทศ, นัยนา สุรีชัยนิรันดร์, สมศรี เตชะวรกุล ร่วมด้วย..
  • เพื่อนๆยินดีกับ จงกลนี แก้วสด ที่ได้รางวัลสตรีดีเด่นด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประเภทเจ้าหน้าที่ของรัฐ ระดับประเทศ เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569 จัดโดย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ..
  • นพ.นคร รัตนรักษ์ นำทีมบุคลากร รพ.วัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ ออกไปมอบห้องน้ำผู้พิการ, บ้านผู้ยากไร้ที่โดนพายุ ตามโครงการ รพ.สร้างสุขสู่ชุมชน ด้วยเงินพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และมอบเงินช่วยเหลือค่าเดินทางให้กับผู้ป่วยโรคไตและกิจกรรมป้องกันและชลอไตเสื่อมในพื้นที่ สร้างห้องฟอกไตทางช่องท้องที่ถูกสุขลักษณะ ด้วยเงินที่ได้รับสนับสนุนจากมูลนิธิโรคไต..
  • มีกิจกรรมดีๆต้องสนับสนุนสมาชิก ดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร ร่วมกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล” ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ ปีที่ 4 พร้อมชื่นชม ชวิศ ยงเห็นเจริญ บิ๊กบอส ชลิต อินดัสทรี เจ้าของแบรนด์อะไหล่รถยนต์ “POP” ที่แท็กทีมประมง จ.สมุทรสาคร จัดกิจกรรมร่วมฟื้นฟูทรัพยากรและสร้างสมดุลระบบนิเวศชายฝั่ง ณ ศูนย์เรียนรู้และปฏิบัติการอนุรักษ์ชายฝั่งและสิ่งแวดล้อมฝั่งตะวันตกมหาชัย จ.สมุทรสาคร..
  • ประภาพรรณ  พิชัยคำ ชวนเพื่อนๆมาสังสรรค์อัพเดทชีวิต งานนี้ ศรีวรรณ เศรษฐีวรรณ, ณรงค์ แผ้วพลสง, ดร.วิโรจน์ ศิริรัตนรักษ์, อธิตานันท์ อภิธนทวีพัฒน์, อรอุมา มั่นศิลป์, สินชัย ลือสุขประเสริฐ, วิศิษฏ์ เตชาวัฒนากูล, อดิศร ใจชอบชื่น, ณภัทร รัตนกุล ไม่พลาด..
  • อนุโมทนาบุญกับ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ที่ร่วมบริจาคช่วยเด็กพิเศษของ รร. เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ โดยมี วนัช กันพรม รับมอบ สามารถร่วมบริจาคได้ที่ บัญชี ธ.กรุงไทยเลขที่ 591-6-00135-5 ชื่อบช. รร.เด็กพิเศษคุณพ่อเรย์หรือบริจาคผ่านระบบ e-Donation สอบถามโทร. 092-739-0990 ใบเสร็จสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้

น้องใหม่

‘นารา เครปกะเทย’ ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อกชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

'นารา เครปกะเทย' ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อกชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

‘นารา เครปกะเทย’ ลั่นคนด่าคือรายได้! เผยประโยคช็อกชาติหน้าไม่อยากเกิดเป็นลูกแม่

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.35 น.

เปิดหมดเปลือกผ่านรายการ Woody Talk ย้อนเล่าเหตุการณ์ทั้งน้ำตาถึงเส้นทางชีวิตที่พุ่งสุดแล้วร่วงแรงของ นารา เครปกะเทย ในวันที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำกลับทำให้เห็นคุณค่าของอิสรภาพ ความรู้สึกผิดที่สะสมมาตลอด เผยคำพูดในอดีตที่เคยทำร้ายจิตใจแม่จนวันนี้กลายเป็นบาดแผลที่อยากขอโทษ ยอมรับตรง ๆ ว่ายิ่งโดนด่ายิ่งได้เงิน ใช้ดราม่าเป็นเครื่องมือสร้างกระแส และโอกาสที่ไม่คิดว่าจะได้กลับมาอีกครั้งในชีวิต

ในวันที่ความเกลียดของคนดูคือเครื่องผลิตเงินของคุณ รู้สึกยังไงกับประโยคนี้ ?

นารา : หนูรู้สึกว่าถูกต้องนะ เพราะว่ายิ่งคนด่าเราเยอะ เขาจะยิ่งเกิดความสนใจ แต่ในที่นี้ด่าเราในขั้นไหนบ้าง ด่าเพราะเราทำผิดหรือว่าด่าจากผลงานของเรา วันนี้คนที่ด่าเยอะๆ คือด่าจากการอินผลงานของเรา มันทำให้คนเปิดการมองเห็น ทำให้คนรู้สึกว่าอยากจะดูว่าเขาด่าเราในเรื่องอะไร เลยทำให้ดึงดูดคนมาดูเยอะ พอด่าแล้วมีความสนุกเข้าไปในตัวเนื้อเรื่องนั้นด้วย ไม่ใช่ด่าแบบว่าจะเอาให้ตายเลย แบบให้มันจมดินเหมือนคนที่ทำผิดดราม่า แต่รายการเราเป็นรายการที่แบบคนด่าแล้วคนชอบ ด่าในสิ่งที่เขาไม่รู้ หมายความว่า เช่น เรามีเบื้องหลังมีอีกแบบหนึ่ง เราอาจจะเตรียมไว้บ้าง เราอาจจะผลิตไว้แบบนี้ แต่เขาก็ด่าแบบจริงจัง เรารู้สึกดีใจ เขาอินในสิ่งที่เราทำ แน่ใจว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว ที่บอกว่าคนด่าเป็นเครื่องผลิตหาเงินจริงไหม หนูว่าจริงนะ อย่างโพสต์นั้นเราได้แล้วนะ 30,000 บาท เยอะนะ คนด่าอยู่ได้นั่นแหละว่ารายการออนไม่ตรงบ้าง อะไรไม่ตรงบ้าง งั้นเราก็ทำเป็นแถลงการณ์เลย เวลาเราทำผิดมันจะต้องมีการมาแถลงการณ์ขอโทษ เพราะคนเขาอยากรู้อยู่แล้ว เราก็ไล่เรียงไปเลย สุดท้ายเข้าขายของคลินิกไป แล้วคนเขาก็บอก “นาราแกหลอกฉันอีกแล้ว ฉันโดนหลอกอีกแล้ว” คนแชร์เยอะก็เปิดการมองเห็น

บาลานซ์ยังไงว่าควรที่จะต้องเบรกแล้ว เพราะคนจับทางได้ ?

นารา : คือหนูดูจากคอมเมนต์ค่ะ ซึ่งเวลาหนูทำคลิป คือถ้าคนไม่รู้ควรจะแชร์เยอะ แต่ถ้าสมมติคนรู้ คนจะเริ่มแชร์ไม่ถึง 100 แล้ว ถ้าแชร์ไม่ถึง 100 คนรู้แล้วว่าเราไปทางไหน ก็ต้องเบรกแล้ว และก็กลับมานั่งคิดทบทวนกับตัวเองว่าจะไปแผนไหนต่อดี หรือไม่ว่าต้องรอดูสถานการณ์ว่าสถานการณ์ไหนที่มันเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา เราเอามาเล่นก็ค่อยใส่ไปตอนนั้น เพราะว่าหนูรู้สึกว่า คือโลกสมัยนี้มันไม่ได้เหมือนสมัยก่อนที่ต้องมีคนชมตลอด สมัยนี้ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือว่าเหตุการณ์ใด ๆ ต่าง ๆ มันจะมีคนเห็นต่างอยู่แล้ว จะมีคนเห็นดีกับเราแล้วก็เห็นต่างกับเรา ซึ่งหนูรู้สึกว่าเวลาคนที่ด่าบางครั้งด่าไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยนะ เหมือนแค่อยากด่า อยากระบายอารมณ์ของตัวเองอย่างที่พี่วู้ดดี้พูด หนูก็เลยเอาจุดตรงนี้มาทำให้คนได้รู้ว่า เวลาคุณจะด่าใครสักคนหนึ่ง ลองอ่านให้มันจบก่อน ถ้าคุณอ่านไม่จบแล้วคุณไม่รู้เรื่องของเขาจริงๆ แล้วคุณด่า น่าอายนะ ก็เลยเอาจุดตรงนี้ขึ้นมาทำผลงานด้วย

เหตุการณ์ไหนคือบทเรียนล้ำค่าที่ทำให้เราโตขึ้น ?

นารา : อย่างการติดคุกนี่แหละ หนูไม่เคยพูดในรายการไหนนะว่าการติดคุกมันเป็นบทเรียนล้ำค่าสำหรับหนู การติดคุกของมันเป็นสิ่งที่หนูเป็นคนที่อยากทำอะไรหลายอย่างในชีวิตมาก แต่พอเราอยู่ในคุก มันทำไม่ได้ เราอยากกลับไปกอดแม่ก็ออกไม่ได้ อยากออกไปทำหลายอย่างในชีวิตบ้าง ทำไม่ได้เลย ทำให้คิดทบทวนกับตัวเองว่าการติดคุกเป็นประสบการณ์ที่ฉันหาซื้อไม่ได้เลย แล้วจะไม่กลับมาซื้ออีก เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ได้ทบทวนกับตัวเองว่าฉันทำอะไรผิดพลาดมากเหรอถึงต้องไปอยู่ในนี้มาอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด แล้วออกไปต้องเจอกับอะไรบ้าง ต้องทำยังไงบ้างให้คนมองเราไปว่าไม่ใช่อีคนขี้คุก แต่มันก็ทำไม่ได้อยู่ดี ก็เลยมองกับตัวเองว่า งั้นถ้าเราทำไม่ได้ ต้องเริ่มต้นใหม่ให้มันดี มีเสียน้ำตาแรก ๆ ตอนที่ติดคุกสงสารครอบครัว สงสารแม่ที่เขาไม่รู้อะไรเลย และเขาจะต้องมารับความเจ็บปวด ยังจำได้แบบวันที่นักข่าวเขารุมสัมภาษณ์แม่ แม่มายืนรอหนูที่หน้ากองปราบ ไม่รู้ว่าลูกจะได้กลับมาหรือเปล่า เพราะหนูบอก “แม่เดี๋ยวหนูกลับมานะ บอกน้องด้วยว่าเดี๋ยวหนูกลับมา” แม่เขาคงมีความหวัง เขาก็ยืนรอหนูยัน 20:00 น. ซึ่งตอนที่หนูออกมาแล้วได้ดูภาพที่นักข่าวบันทึกไว้ สุดท้ายแล้วแม่ก็รอเก้อ ไม่ได้ออกมา ก็รู้สึกว่าเราทำให้เขาเจ็บปวด

เชื่อว่าตอนออกมาก็คงทำทุกทางให้แม่ไม่เจ็บปวด ?

นารา : ใช่ คือช่วงนี้ไม่ค่อยได้รับสายโทรศัพท์แม่ เพราะเขาจะถามมาตลอดว่าไหวไหม เขาจะมาเล่นโซเชียลเยอะขึ้นและจะเห็นทุกคำด่า เวลาหนูโดนด่า เขาจะไปคอมเมนต์ตอบกลับให้ตลอด เขาก็บอกกับเรา บอกว่าไม่ต้องตอบกลับเดี๋ยวแม่ตอบให้เอง เวลาแม่โทรมาหนูก็จะตัดสายเพราะรู้สึกโกรธ โกรธตัวเองว่าทำไมจะต้องทำให้แม่เดือดร้อน พอเวลาแม่เขาไปด่ากับคนอื่นใช่ไหม ก็จะต้องมีคนด่ากับเขาเหมือนแม่มารับแรงกระแทกแทนเรา ทั้งที่แม่บอกว่าไม่เป็นไร แต่ความรู้สึกของเขาต้องเป็นอยู่แล้วเพราะคนเป็นแม่ เรารู้สึกโกรธ อยากจะขอพรให้ข้อหนึ่งแบบเกิดมาไม่ต้องเป็นลูกแม่อีกเลย เพราะรู้สึกทุกครั้งที่หนูเป็นลูกแม่ แม่จะพูดกับหนูตลอดเลยว่า “แม่ยอมเหนื่อย ยอมอดทน ยอมสู้เพื่อลูก” เราก็รู้สึกว่าแม่เขายอมทนเพื่อเรา แต่ถ้าวันหนึ่งเขาไม่ได้เกิดมาเป็นแม่ของเรา แล้วถ้าเขาเกิดไปเป็นแม่ที่ดีของคนอื่น โดยที่ไม่ต้องมาเหนื่อย ไม่ต้องมาทนเพราะเรา ไปเกิดในครอบครัวดีๆ ก็อยากให้แม่เราไปอยู่ในจุดนั้นด้วยซ้ำ จะไม่ต้องมาเหนื่อยแทนเรา

ทุกวันนี้ยังตัดสายแม่อยู่ไหม ?

นารา : ก็ตัดสายอยู่ค่ะ เพราะว่าเวลาทุกครั้งที่คุยกับแม่หนูจะบ่นเหนื่อยตลอด จะแบบ “แม่หนูเหนื่อยมาก เหนื่อยมาก” เขาก็จะแบบพยายามหาทุกวิถีทาง “เดี๋ยวขับรถไปหาไหม” อะไรอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เขาอยู่อยุธยาแล้วหนูอยู่กรุงเทพฯ เขาก็จะแบบหาทุกทางที่ทำให้หนูจะหายเหนื่อย ก็รู้สึกแบบไม่ได้อยากคุยกับเขามาก ๆ จนกว่าหนูพร้อมแล้วก็จะกลับไปบ้านแล้วก็จะคุยกับเขาเต็มที่เลย

แต่ขอแนะนำให้ครั้งหน้าที่แม่โทรมาก็แค่ฟัง เขาแค่อยากได้ยินเสียงเรา

นารา : เขาจะมีหลายอย่างมากที่เขาอยากทำแต่ไม่กล้าทำเพราะกลัวเราว่าด้วย ซึ่งหนูเคยว่าแม่ครั้งหนึ่งจำได้ไม่อยากให้แม่มายุ่ง อยากอยู่กับเพื่อนไม่ได้อยากอยู่กับแม่ หนูพูดว่า “อยากอยู่กับเพื่อนมากกว่าที่อยู่กับแม่” วันนั้นจะไปเที่ยวกันแล้วแม่ก็อยากไปด้วย แม่เลยบอก “แม่ไม่ไปแล้ว” เราก็เลยเสียใจถึงทุกวันนี้ทำไมถึงพูดแบบนี้ออกไป เพราะว่า ณ ตอนนั้นเรายังไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่มีแม่อยู่แล้วเราอยู่ไม่ได้ จะเจอเหตุการณ์ที่ต้องมีเพื่อนอยู่ตลอด ให้ตัวเองมีความสุขไปวัน ๆ แต่พอเจอเหตุการณ์ที่ติดคุก ทำให้รู้เลยว่าเพื่อนไม่อยู่เลยมีแต่แม่ อยู่แค่เพื่อนบางคน แต่แม่อยู่กับเราทุกวัน

อยากบอกอะไรกับแม่ ?

คือหนูอยากขอโทษแม่มาก เพราะว่ามีหลายอย่างที่ทำผิดกับแม่มาก หนูเคยพูดกับแม่หลายคำพูดมากที่ทำให้แม่รู้สึกไม่ดี บางครั้งที่พูดไปหนูจะไม่คิดแต่คนที่คิดคือแม่ เคยบอกกับแม่ครั้งหนึ่งว่า “แม่บ้านหลังนี้หนูจะซื้อ แต่แม่ไม่ต้องมาอยู่นะ หนูอยากอยู่กับเพื่อนมากกว่าอยู่กับแม่” ทุกครั้งที่อยากจะซื้อบ้านหลังนี้ เวลาแม่ผ่านจะไม่หันมามองเลยเพราะเขาเสียใจว่าลูกเคยพูดแบบนี้กับเขา อยากจะบอกแม่ว่าขอโทษแม่ทุกอย่างที่เคยพูดจาไม่ดีกับแม่ แล้วก็วันนี้หนูอาจจะไม่ได้กลับไปมีบ้านเหมือนคนอื่นเขา แต่ไม่รู้ว่าอนาคตจะมีโอกาสสร้างบ้านให้แม่อยู่ไหม หนูจะทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด ให้แม่ได้มีความสุขที่สุด อะไรที่มันเคยทำให้แม่ทุกข์หนูก็จะไม่กลับไปทำอีก

มีประโยคหนึ่งที่นาราเคยพูดตอนที่มีคนโอนเงินมาให้ตอนที่คุณลำบาก รู้สึกเหมือนกับเขาทำบุญให้กับคนตาย ?

นารา : ใช่ คือเอาตรง ๆ ตอนวันที่ติดคุก หนูรู้สึกว่าคนเราชีวิตจะตกต่ำ มีไม่กี่อย่างหรอกที่คนจะลืม คือ 1. ติดคุก 2. ตาย หนูยังโชคดีที่ว่าตัวเองตอนที่อยู่ในคุก จะคิดกับตัวเองเสมอว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่เรายังไม่ตาย เพราะการที่มีชีวิตอยู่ ได้เรียนรู้กับเพื่อนมนุษย์รอบข้างเลยว่า ทุกครั้งที่เราจริงใจกับเพื่อนไปจะได้อะไรกลับมาบ้าง อย่าบอกว่าการที่คุณคบเพื่อนคุณไม่หวังอะไร ทุกคนหวังอยู่แล้ว ไม่มีใครที่จะไม่หวัง ทีนี้ตอนที่อยู่ในเรือนจำหนูมีเพื่อนรอบข้างเยอะมาก ไม่ว่ารูปแบบไหน เพื่อนธรรมดา เพื่อนอินฟลูฯ เพื่อนนักธุรกิจ มีหมด มีไม่กี่คนเองที่ซื้อข้าวมาให้หนู ข้าวมื้อหนึ่งในนั้นมันมีค่าสำหรับเรามาก แกงเขียวหวานถุงหนึ่งก็มีค่าสำหรับเรา มันทำให้รู้สึกว่าเขาไม่ได้ลืมเรานะ เพราะอยู่ในนั้นมันหากินไม่ได้จะต้องกินในแบบที่เขามีให้เรากิน ซึ่งมันไม่ถูกปากเราอยู่แล้ว เราได้รู้ว่าเขายังไม่ลืมเรานะ การถูกลืมเป็นสิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากที่สุด ถ้าฉันตาย แกคงแค่มาหาฉันแค่ 7 วัน ใช่ไหม 7 วันในที่จัดงานศพ แล้วถ้าหลังจากนั้นก็คงไม่มีแล้ว สุดท้ายตายไปคนก็ลืม หนูจะบอกเสมอว่าตายไปยังไงคนก็ลืมแน่นอน บางคนมีคู่เป็นแฟนรักกัน พอวันหนึ่งตายจากกันก็ลืมกัน อีกคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ก็ไปมีชีวิตใหม่ เพราะทุกคนรักตัวเอง

จุดไหนที่คิดว่าจะไม่เอาแล้ว ?

นารา : ตอนที่ได้กลับมาเจอเพื่อน แก๊งหิ้วหวี ค่ะ เพราะ ณ ตอนนั้นวันที่เกิดเรื่องเกิดราวทั้งหมดในชีวิต หนูโดนเฟดออกมาจากแก๊งพี่ ๆ เพราะทุกครั้งที่อยู่ในแก๊งพี่ ๆ เรามีความสุขตลอด จะมีความสุขทุกครั้งที่แบบว่าได้อยู่กับพวกเขา รู้สึกว่าเราเป็นคนที่โตขึ้นแล้ว และวันหนึ่งที่เราออกมา พี่นิสามณีไม่คุยกับเรา หลาย ๆ คนก็เปลี่ยนไปก็รู้แล้วนี่แหละคือเหตุผลจากตัวนาราเอง และอย่างคดีถ้าใครไปย้อนดูใน Google ประวัติจะมีเยอะมาก หนูยังมองกับตัวเองว่าเราจะผ่านไปยังไง แล้ววันนั้นออกมาจากเรือนจำแล้วได้เข้าไปเจอกับแก๊งหิ้วหวีอีกรอบหนึ่ง พี่นิสาได้คุยกับเรา พี่มิกซ์ได้กลับมาคุยกับเรา ทุก ๆ คนได้กลับมาคุยกับเรา นั่นคือจุดที่ทำให้รู้สึกว่าฉันจะไม่กลับไปทำผิดพลาดอีก เพราะไม่อยากเสียสิ่งดี ๆ ออกจากชีวิตไป ณ วันนั้นทำให้ได้ฉุกคิดว่า โอกาสกลับมาอีกรอบหนึ่งแล้ว มี FC เข้ามาอีกแล้ว มีคนรักเราอีกแล้ว มีเจ้าของแบรนด์เอ็นดูใจดีกับเรา เรารู้สึกว่าฉันจะไม่ยอมเสียโอกาสตรงนี้ไปอีกแล้ว มันเลยเป็นจุดคิดที่ทำให้เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง จะไม่ใช่นาราคนเดิม แต่จะเป็นนาราคนใหม่

พอเราล้มแล้วใครหายไป ?

นารา : เยอะมาก ไม่ใช่แค่คนที่ติดคุกอย่างหนูนะ มันมีหลายคนบนโลกนี้มากที่มีคนรอบข้างเยอะแยะมาก แต่พอตัวเองเกิดปัญหาจริงๆ แล้วมันจะได้รู้เลยว่าใครที่อยู่กับเราบ้าง ใครที่เขาอยากจะเดินออกจากชีวิตเราไป จะได้ยินคำตลอดว่า “ไม่มีเงินก็เหมือนหมาตัวหนึ่ง” หนูไม่เคยเชื่อเลย เพราะตัวเรายังไม่เกิดกับตัวเอง พอเกิดกับตัวเอง เข้าใจแล้วจริง ๆ ว่า “หมาตัวหนึ่ง” เป็นยังไง เพราะวันที่เราไม่เหลืออะไรแล้ว คือนิสัยคนเราก็ได้เห็นว่าเขาเป็นยังไงกับเรา ร้องไห้กับตัวเองตลอด เพราะว่าบางครั้งหนูจะอธิบายกับใครไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะตัวเองเป็นคนพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง จะโดนด่าตลอด (เสียงสั่นจะร้องไห้)

อะไรที่อยากเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้เราไปต่อ ?

นารา : รู้สึกว่าถ้าเรายอมแพ้ ณ ตอนนั้น ร้องไห้กับคอมเมนต์ในโซเชียล เขารอเหยียบเราอยู่ หนูไม่อยากให้ใครมาทำร้ายหนูได้ พยายามนะ อยากเป็นคนพูดให้รู้เรื่อง อยากจะเป็นคนไล่เรียงคำพูด อยากประดิษฐ์คำพูดเป็นคนให้เก่งๆ แต่ทำกี่ครั้งก็ทำไม่ได้ พยายามอยากเรียนกับใครหลาย ๆ คน อยากอ่านหนังสือเยอะ ๆ นะ ก็ทำไม่ได้

มีปมอะไรในชีวิตที่รู้สึกว่าทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้ นิสัยอะไรบางอย่าง ?

นารา : ขี้วีน เป็นคนที่จะพูดจาไม่รักษาน้ำใจคน เวลาทำงานปากหนูจะไม่ค่อยดี เพราะตัวหนูเองอยากให้งานมันประสบความสำเร็จที่ดีที่สุด เพราะรู้สึกว่างานเวลามันสื่อออกไปแล้วมันต้องดี มันต้องเพอร์เฟกต์ จะด่าคนว่า “โง่” คือสิ่งที่เมื่อก่อนนะ แล้วก็ชอบด่าคนต่อหน้าคนอื่น มันเลยทำให้คนเขาอาย กลายเป็นว่าเราทำงานเป็นคนที่ดูเด็กด้วยซ้ำไป ไม่มีวุฒิภาวะ นั่นคือข้อเสียของหนูอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่โต แต่หนูก็ค่อย ๆ ปรับตัวเองมาตลอด

ยังรู้สึกอยู่ไหมกับคำคอมเมนต์ต่าง  ?

นารา : มันจะมีค่ะ คือหนูก็เป็นคนที่พยายามจะไม่ตอบคอมเมนต์อะไรนะ แต่รู้สึกว่าบางอันหนูก็บล็อก บางอันก็ทำไม่ได้ ก็จะมีการตอบโต้เพื่อให้เขารู้บ้างว่าสิ่งที่คุณมอบให้เรามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง คือในคอมเมนต์ “อีขี้โกง” หนูไม่เคยซีเรียสเลย เรื่อง “อีขี้คุก” ชินชาไปกับมันแล้ว แต่คำที่หนูรู้สึกว่าหนูไม่โอเคที่สุดคือการที่แบบว่า “นาราอยู่ในจุดที่เตือนแล้วไม่ฟัง” หนูก็เลยตั้งคำถาม  การเตือนมีหลายรูปแบบมากเลยนะ “น้องนาราพี่ว่าเป็นแบบนี้ดีไหม” อันนี้เตือนในฐานะที่เป็นแฟนคลับแล้วกัน เรารู้สึกก็โอเคขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวเราจะปรับปรุงให้ จะไม่บอกตัวเองว่าหนูเปลี่ยนเป็นนาราคนใหม่ 100% แต่สำหรับตัวหนู 60% ถึง 70% ที่เปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้แล้ว เพราะบางอย่างที่ผ่านมาในอดีตมันเยอะมากที่เราทำตัวแย่ ทุกครั้งที่เจออะไรแบบนี้ หนูจะเอาเรื่องดราม่าให้มันเป็นเรื่องตลกตลอด เพื่อให้ตัวเองไม่ไปคิดเยอะกับพวกคอมเมนต์ต่าง ๆ เราจะได้ไม่ต้องคิดอะไรพวกนั้น แล้วคนเขาจะไม่พูดถึงเราแบบนั้นอีก

ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครสนใจคุณแล้วจะกลับไปขายเครปเหมือนเดิมไหม ?

นารา : เอาตรงๆ กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ แต่จะไม่ขายเครป จะไม่ทำอะไรที่มันเคยทำมาแล้ว เพราะหนูเชื่อในตัวเองตลอดว่าถ้าวันหนึ่งไม่ได้เป็นนาราเครปกะเทยแล้ว หนูจะทำอะไรใหม่ ๆ ได้เสมอ เพราะหนูก็เริ่มต้นจากการที่ไม่มีอะไรเลย แล้วมันเป็นนารา เครปกะเทยได้ วันหนึ่งถ้ามันพังไปหนูสามารถเป็นอย่างอื่นได้ แต่หนูต้องทำทุกอย่างให้มีความสุข วันที่ขายเครปวันนั้นคงไม่ได้มีความทุกข์เยอะขนาดนี้ ในตอนนั้นความสุขก็คือได้เจอคน ได้เจอเด็ก ๆ “พี่นารา หนูอยากกินเครปพี่นารา” ทั้ง ๆ ที่เครปไม่ค่อยได้กำไรหรอกนะ แต่ได้ชื่อเสียง ได้คนแชร์ ได้เจอเด็ก ๆ มานั่งต่อแถวรอกินของที่เราทำ รู้สึกดีใจมากที่เขาแบบมาหาเรา เพราะอยากมากินฝีมือเรา

อยากจะบอกคนที่มองว่าชีวิตมันยากลำบากมากในวันนี้ว่าอะไร ?

นารา : ที่หนูไม่กลัวอะไรเลยเพราะหนูกลัวจะกลับไปเจ็บปวดเหมือนเดิม ความเจ็บปวดมันจะสอนทำให้หนูก้าวข้ามผ่านสิ่งนั้น ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเราได้ ทุกคนจะเจอเรื่องราวในชีวิตเยอะแยะมากมายต่างกันไป คุณก็ต้องแก้ไขต่างกันไปเหมือนกัน คนจะถามหนูเสมอว่า “ทำไมนารา เครปกะเทยไม่กลัวอะไรเลย ถึงเป็นแบบนี้เพราะอะไร?” ก็เพราะหนูกลัวความเจ็บปวด หนูติดคุกก็เพราะว่าหนูทำผิดพลาด ทุกวันนี้หนูเริ่มต้นใหม่หนูระวังตัวเอง เพราะหนูกลัวจะกลับไปติดคุก เพราะตอนติดคุกหนูมีแต่ความเจ็บปวดมาตลอด หนูถึงบอกกับทุกคนว่าในวันนี้ใครที่ล้มเหลวในชีวิตหรืออะไรก็ตามให้จำไว้เสมอว่า ถึงแม้จะไม่มีใครรักเรา คนที่รักเราที่สุดก็คือตัวเราเอง ไม่ต้องไปอยากได้อยากมีแบบคนอื่นเขา เพราะคนอื่นที่เขามีหรือที่เราได้เห็นเขามีความสุขจริง ๆ หรือเปล่า ถามกับตัวเองว่าคุณต้องการอะไร ก็ทำอย่างงั้น และนึกเสมอว่าผลของการที่เราอยากได้มันน่ะมันจะดีกับตัวเราหรือเปล่า ทุกคนมีสมอง ทุกคนคิดได้ ทุกคนทำได้

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.51 น.

“แม่แก้ว” อวดการ์ดแต่งงาน “ณเดชน์-ญาญ่า” เผยฤกษ์ดี 17 เม.ย. นี้ จัดเรียบง่ายตามประเพณีอีสาน ณ บ้านสวนยิ่งเย็น ขอนแก่น

นับถอยหลังสู่งานวิวาห์แห่งปี! ล่าสุด “แม่แก้ว” คุณแม่ของซุปตาร์หนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ได้ออกมาสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดคลิปแกะซองการ์ดแต่งงานของลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ “ญาญ่า อุรัสยา” ให้แฟนๆ ได้ชมเป็นขวัญตา พร้อมระบุข้อความเชิญชวนผ่านอินสตาแกรมว่า “ร่วมเปิดการ์ดงานแต่งณเดชน์ญาญ่านำกันกับแม่เด้อ…จ้า”

โดยงานแต่งงานครั้งนี้จะเริ่มต้นจุดสตาร์ทความหวานกันที่ จ.ขอนแก่น ณ “บ้านสวนยิ่งเย็น” ซึ่งเป็นบ้านสวนส่วนตัวของฝ่ายชาย บรรยากาศโอบล้อมด้วยทุ่งนาเขียวขจีและแมกไม้ร่มรื่น โดย “ณเดชน์” ได้ลงพื้นที่คุมงานและตรวจเช็กความพร้อมด้วยตัวเอง

สำหรับรายละเอียดพิธีการสำคัญมีดังนี้

ฤกษ์ดี วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 08.09 น. จะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามประเพณีอีสาน มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อไม้ข้อมือ โดยเน้นเชิญเพียงผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาร่วมงาน

ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีที่บ้านเกิดฝ่ายชาย ทั้งคู่มีแพลนจะบินลัดฟ้าไปจัดงานแต่งงานต่อที่ ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสาวญาญ่าทันที ก่อนจะกลับมาจัดงานฉลองวิวาห์สุดอลังการที่ กรุงเทพฯ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 

โนรี(Noree) เมื่อตำนานไทยขยับปีกทะยานสู่ FILMART 2026ความสมบูรณ์แบบที่โลกต้องจับตา

โนรี(Noree) เมื่อตำนานไทยขยับปีกทะยานสู่ FILMART 2026ความสมบูรณ์แบบที่โลกต้องจับตา

โนรี(Noree) เมื่อตำนานไทยขยับปีกทะยานสู่ FILMART 2026ความสมบูรณ์แบบที่โลกต้องจับตา

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

 ในขณะที่โลกของคอนเทนต์กำลังโหยหา “ความแปลกใหม่” ที่มีรากเหง้าอันทรงพลัง ชื่อของ “อาจารย์ยอด” กำลังจะกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ครั้งใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์บันเทิงไทย เมื่อประกาศความพร้อมนำผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง “โนรี” บินลัดฟ้าสู่เกาะฮ่องกง เพื่อร่วมประกาศศักดาในงาน FILMART 2026

นิยามใหม่ของคำว่า “International Standards”

การไปครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนำเรื่องเล่าไปโชว์ แต่คือการนำ “งานศิลปะที่มีชีวิต” ไปแสดงให้โลกเห็นว่า คอนเทนต์ไทยยุคใหม่ภายใต้การนำของอาจารย์ยอดนั้น “ไปไกลกว่า” ที่ใครจะคาดคิด “โนรี” ถูกเจียระไนด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากล (Global Production Value) ตั้งแต่การตีความบทใหม่ที่เข้าถึงใจคนทุกวัฒนธรรม ไปจนถึงงานวิชวลเอฟเฟกต์ที่ประณีตจนโลกต้องตะลึง นี่คือการประกาศว่าเราไม่ได้แค่ก้าวตามเทรนด์โลก แต่เรากำลังจะเข้าไป “กำหนดเทรนด์” ใหม่ด้วยซ้ำ

ความก้าวหน้าที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้

ในขณะที่หลายคนยังคงย่ำอยู่กับสูตรสำเร็จเดิมๆ แต่อาจารย์ยอดกลับเลือกที่จะทุ่มเท พลิกแพลง และสร้างสรรค์จน “โนรี” ก้าวข้ามขีดจำกัดของงานดราม่าพีเรียดแบบเดิมๆ ไปสู่การเป็น High-End Content ที่พร้อมจะลงจอดในทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก ความล้ำหน้าทางความคิดและการนำเสนอในครั้งนี้ คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า “เพดานบินของเรา สูงกว่าที่คนทั่วไปมองเห็น”

หยาดเหงื่อและความพยายาม : เมื่อความทุ่มเทกลายเป็น “ความสมบูรณ์แบบ”

กว่าจะมาเป็น “โนรี” เวอร์ชันที่พร้อมสู่สายตาชาวโลก อาจารย์ยอดและทีมงานได้เททั้งชีวิตและความเป็นมืออาชีพลงไปในทุกเฟรมภาพ:ความละเอียดระดับไมครอน: ทุกรายละเอียดของคอสตูมและฉาก คือผลลัพธ์ของความพยายามที่ไม่มีคำว่า “พอแล้ว”นวัตกรรมการเล่าเรื่อง: การผสมผสานเสน่ห์แบบไทยดั้งเดิมเข้ากับจังหวะจะโคนระดับสากล จนกลายเป็นผลงานที่มี “เสน่ห์ลุ่มลึก” และ “ทรงพลัง” จนยากจะหาใครมาเลียนแบบได้”มันไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จ แต่มันคือการพิสูจน์ว่า เมื่อความทุ่มเทมาเจอกับวิสัยทัศน์ที่เหนือชั้น… สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลงานที่โลกต้องยอมสยบ”‼เตรียมตัวพบกับแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่จากเมืองไทยที่ฮ่องกง เพราะเมื่อ “โนรี” ปรากฏตัวใน FILMART 2026 มันจะไม่ใช่แค่การนำเสนอผลงาน แต่เป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้คนในอุตสาหกรรมเดียวกันต้องหันกลับมามองตัวเองว่า… “เราจะตามความสำเร็จระดับนี้ทันได้อย่างไร?”

#FILMART2026   #เรื่องเล่าอาจารย์ยอด #JatingjaComplex #โนรี #NOREE

อบอุ่นจนน้ำตาซึม‘พิ้งกี้ สาวิกา’โพสต์คลิปคู่คุณพ่อพร้อมความในใจสุดซึ้ง

อบอุ่นจนน้ำตาซึม‘พิ้งกี้ สาวิกา’โพสต์คลิปคู่คุณพ่อพร้อมความในใจสุดซึ้ง

อบอุ่นจนน้ำตาซึม‘พิ้งกี้ สาวิกา’โพสต์คลิปคู่คุณพ่อพร้อมความในใจสุดซึ้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.22 น.

เป็นคลิปเรียบง่ายแต่ความหมายลึกซึ้ง พิ้งกี้ สาวิกา  ไชยเดชโพสต์คลิปกับคุณพ่อสมาน ไชยเดช พร้อมแคปชั่นสุดกินใจ สะท้อนความรัก ความอบอุ่น ที่ไม่ต้องพูดเยอะก็รู้สึกได้

งานนี้ทำเอาแฟนคลับแห่คอมเมนต์กันรัว ๆ เมื่อ พิ้งกี้ สาวิกา ออกมาโพสต์คลิปโมเมนต์สุดอบอุ่นกับคุณพ่อ ผ่านโซเชียลส่วนตัว โดยในคลิปทั้งคู่นั่งชิลอยู่ด้วยกัน บรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันไฮไลต์อยู่ที่แคปชันและข้อความในคลิปที่ว่า “กลัวว่าวันนึงจะคิดถึง… แต่พ่อไม่อยู่ให้เจอแล้ว” ยิ่งทำให้หลายคนอินหนัก เพราะสะท้อนความรู้สึกของการมีคนที่เรารักอยู่ข้าง ๆ ในวันนี้แฟน ๆ ต่างเข้ามาชื่นชมในความน่ารักและความอบอุ่นของพ่อลูกคู่นี้ พร้อมบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นโมเมนต์ที่ดูแล้วทั้งยิ้มและแอบน้ำตาซึมในเวลาเดียวกัน ถือเป็นอีกหนึ่งมุมละมุนของพิ้งกี้ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ๆ แต่สัมผัสได้ถึงความรักแบบเต็มหัวใจ

‘เลขา กกต.’มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน

'เลขา กกต.'มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน

‘เลขา กกต.’มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

‘เลขา กกต.’ มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน ยันทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ ย้ำฟ้อง 6 บุคคลเหตุต้องปกป้องการทำหน้าที่

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า เป็นคดีที่อยู่ในกระบวนการ เราต้องรอดูหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญว่าจะให้ชี้แจงในประเด็นอะไร และเวลาใดบ้าง แต่ยืนยันว่าเราทำตามหน้าที่ ที่กำหนดให้ กกต.ต้องทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรม และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งเรามีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อมีข้อสงสัยของประชาชนได้นำไปร้อง ก็เป็นกระบวนการที่เราต้องไปชี้แจงว่าเราทำเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ เพราะที่ไปศาลรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาเรื่องความชอบของรัฐธรรมนูญ และอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของศาลซึ่งตอนนี้ เรายังไม่ได้รับเอกสารจากทางศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าศาลฯอาจให้จำลองเหตุการณ์ในการเลือกตั้งโดยการใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดในการสแกน กกต.เห็นว่าจะต้องจำลองเพื่อให้พิสูจน์เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ว่ามันไม่สามารถนำสู่ต้นขั้วได้จริงๆ  นายแสวง กล่าวว่า  อย่างที่บอกเราทำหน้าที่ตามกฎหมาย และในข้อเท็จจริง ณ วันนี้การเลือกตั้งก็ยังคงลับ เราได้ทำตามหน้าที่ของเราแล้ว ส่วนการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมาดูประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจงว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าในคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง หาพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งทางพยานหลักฐานด้วย ทางภาคประชาชนและอดีต กกต.บอกว่าจะเอาข้อมูลที่ทำการจำลองการเลือกตั้งที่สภาไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าเป็นหลักฐานที่นำมาต่อสู้ได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า  ตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องของการต่อสู้คดี แต่สิ่งที่มันดีคือการไปถึงศาลรัฐธรรมนูญมันจะเกิดความชัดเจนคงต้องรอวันนั้น

เมื่อถามว่าหากเลือกตั้งเป็นโมฆะจะส่งผลอย่างไรต่อ กกต. หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า  มันยังไม่ถึงตรงนั้น และในทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ และมันจะลับต่อไปอยู่แบบนั้น ยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ที่ศาล เรามีหน้าที่ในส่วนของเรา

ส่วนที่มีการเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายแสวง กล่าวว่า ในช่วงที่มีการเลือกตั้งน่าจะถูกฟ้องอยู่หลายคดี แต่ทางสำนักงานเรายืนยันว่าเราทำกฏหมายและทำตามหน้าที่ เพราะเรามีหน้าที่ปกป้องให้การเลือกตั้งสุจริตและทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ

เมื่อถามว่ามั่นใจว่ากระบวนการเป็นความลับแต่ทำไมบัตรเลือกตั้งครั้งใหม่ถึงไม่มีรหัสที่ขั้วบัตร ออกมา นายแสวง ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว แต่ระบุว่า จริงๆ บัตรเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. เพียงแต่เราต้องปกป้องการเลือกตั้ง และต้องทำให้สำเร็จคือการเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งในอดีตหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรก็ต้องส่งไปกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อพิสูจน์ลายนิ้วมือ แต่เมื่อเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น ก็สามารถใช้วิธีการเพื่อป้องกันความสุจริตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพิสูจน์ลายนิ้วมือ ซึ่งอันที่จริงแล้วผู้ที่ไปพิสูจน์ว่าสามารถสแกนได้หรือไม่ก็ไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่ในการพิสูจน์

ส่วนถ้ามีการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป หรือการเลือก ผู้ว่า กทม. จะมีบาร์โค้ดหรือ คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า จริงๆตอน ปี2566 ก็มีมาอยู่แล้ว แต่ณ.ตรงนี้ยังตอบไม่ได้อยู่ที่กกต.

เมื่อถามต่อว่า เมื่อกกต.บอกว่าการเลือกตั้งอย่างเป็นความลับอยู่เหตุใดจึงแจ้งดำเนินคดีกับ6บุคคลในข้อหาที่รุนแรง นายแสวง กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ และมีหน้าที่ในการทำการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับ  ถ้ามันจะไม่ลับไม่ต้องมีการพิสูจน์ อย่างกรณีหันคูหาออก แต่ที่ทำกันตอนนี้คือพยายามจะรู้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตอยู่แล้ว และถ้าดูตามข้อเท็จจริงมันต้องใช่คน 5-6 คนที่จะต้องไปเอามาประติดประต่อกันแต่ก็ยังไม่สามารถรู้ได้อยู่ดี ซึ่งตามกฎหมายคำว่าลับคือณ.ขณะที่ลงและขณะที่เอาไปเก็บ ซึ่งอบตก็มีมาตรการในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ

เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าคนทั้ง 6 คน ที่ กกต.ฟ้องร้อง มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องโยงกันในวันที่เกิดเหตุ นายแสวง กล่าวว่า เป็นเรื่องของคดีตนไม่ขอให้ความเห็น

ส่วนข้อกล่าวหาอั้งยี่มีความรุนแรงเกินไปหรือไม่สำหรับประชาชน นายแสวง กล่าวว่า มันเกิดจาก เรื่องของการขัดขวางการเลือกตั้ง กฎหมายเขียนไว้ว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จ ซึ่ง กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ จะบอกว่าแรงหรือไม่แรงไม่ได้ เพราะคือปกป้องการทำหน้าที่ตัวเอง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับและการเลือกตั้งต้องสำเร็จ

กองทัพไทยประกาศจุดยืน! ย้ำ สร้างสมดุล ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมป้องกันตนเองตามหลักสากล

กองทัพไทยประกาศจุดยืน! ย้ำ สร้างสมดุล ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมป้องกันตนเองตามหลักสากล

กองทัพไทยประกาศจุดยืน! ย้ำ สร้างสมดุล ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมป้องกันตนเองตามหลักสากล

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.36 น.

กองทัพไทยประกาศจุดยืนชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำ “สร้างสมดุล” เดินหน้าสันติวิธี ควบคู่สิทธิป้องกันตนเอง หนุนกลไกอาเซียน-สื่อสารโปร่งใส ลดตึงเครียด

20 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.ต.วิทัย  ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงจุดยืนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเน้นนโยบาย “สร้างสมดุล” ระหว่างการป้องกันประเทศและการรักษาความมั่นคง ยึดหลักข้อเท็จจริงและความโปร่งใส เพื่อลดความตึงเครียดและสร้างความเข้าใจร่วมกัน

สาระสำคัญของแนวทางดำเนินการ มี 4 ประการคือ 

1. ยึดมั่นข้อเท็จจริง เดินหน้าสันติวิธี โดย กองทัพไทยเชื่อว่า ความมั่นคงที่ยั่งยืนต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยลดความขัดแย้ง ยืนยันไทยไม่ใช่ฝ่ายเริ่มต้น และไม่มีเจตนายกระดับสถานการณ์ พร้อมยึดแนวทางสันติวิธีและความอดทนอดกลั้น

2. ใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักสากล ถึงแม้จะมีการเจรจา แต่ไทยยังคงมีสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ หากอธิปไตยหรือความปลอดภัยของประชาชนถูกคุกคาม กองทัพพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง

3. สนับสนุนกลไกอาเซียนและความร่วมมือทวิภาคี โดยไทยพร้อมสนับสนุนบทบาทอาเซียนในการสร้างความไว้วางใจ และพร้อมหารือกับฝ่ายกัมพูชาในทุกระดับ ผ่านกลไกที่มีอยู่ ได้แก่ JBC, GBC และ RBC เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

4. สื่อสารโปร่งใส ควบคู่ภารกิจมนุษยธรรม โดยกองทัพไทยขอความร่วมมือทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการกระทำที่เพิ่มความตึงเครียด พร้อมผลักดันภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ลดความสูญเสีย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ กองทัพไทยยืนยันจะรักษาอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลัง ควบคู่การใช้การทูตอย่างโปร่งใส โดยเชื่อมั่นว่า “ความจริงใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง” คือกุญแจสำคัญสู่เสถียรภาพและสันติภาพที่ยั่งยืนของภูมิภาค

แสวง ยันตั้งอนุฯ ชุด 36 ตามกฎหมาย ยังไร้มติชงปล่อยผี 229 คน เข้ากกต.

แสวง ยันตั้งอนุฯ ชุด 36 ตามกฎหมาย ยังไร้มติชงปล่อยผี 229 คน เข้ากกต.

แสวง ยันตั้งอนุฯ ชุด 36 ตามกฎหมาย ยังไร้มติชงปล่อยผี 229 คน เข้ากกต.

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.34 น.

แสวง ยันกกต.ทำคดีฮั้วสว. ตั้งอนุฯ ชุด 36 ตามกฎหมาย ยังไร้มติชงปล่อยผี 229 คน เข้ากกต.ใหญ่ ด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาฯ ตีมึน จำไม่ได้เคยให้ความเห็นอะไรไปบ้าง

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึง ความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ฮั้ว สว.) ว่าขอยืนยันว่าสำนักงานกกต.ทำตามกฎหมาย ขั้นตอน ชอบด้วยกฎหมายระเบียบทุกขั้นตอน ถึงตรงนี้อนุกรรมการใช้เวลา 90 วัน น่าจะมีความเห็นไปแล้ว อยู่ระหว่างส่งมาให้สำนักงาน กกต.แล้วสำนักงานฯจะทำเอก สารเสนอคณะกรรมการกกต.พิจารณา 

ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวไม่ว่าจะชั้นกรรมการสอบสวน หรือชั้นอนุกรรมการไม่มีใครทราบ คือ คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นไม่ทราบ ยืนยันว่า กกต.รวม ถึงตนเองไม่มีใครทราบ เพียงแต่สอบถาม ว่าอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว เพราะมีคนมาสอบถามเร่งรัด

เมื่อถามว่าหาก กกต.ชุดใหม่ มีการยกคำร้องตามมติของชั้นอนุกรรมการ จะส่งผลทางการเงินอย่างไรบ้าง รวมถึงกรณีกกต.บางส่วน ถูกมองว่ามาจากการแต่งตั้งของสว.สีน้ำเงิน นายแสวง กล่าวว่า ผลทางการเมืองคงตอบไม่ได้ แต่การทำงานทั้งในส่วนของสำนักงานฯ และกกต. ทำงานบนสิ่งที่มีการแข่งขัน ทุกคนอยากได้ผลที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าผลไปซ้ายหรือขวา ยกหรือลง มีคนได้ประโยชน์ทั้งนั้น กกต.ก็รับแรงกระแทกทุกฝ่าย จึงอยู่ที่ว่าเราตัดสินถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถูกต้องตามข้อเท็จจริงที่ได้มาถูกต้องตามพยานหลักฐาน ซึ่งต้องรอดูและแต่ละชั้นนั้นมีความอิสระในการให้ความเห็น เราทำตามหน้าที่เป็นไปตามกฎหมายเป็นไปตามหน้าที่ซึ่งก็ต้องเป็นไปตามนั้นไม่มีใครไปบิดเบือนได้

เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้ว กกต.จะยังมีความเป็นอิสระในการตรวจสอบหรือไม่เพราะมีการตั้งข้อสังเกต วิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสีน้ำเงิน นายแสวง กล่าวว่า นั่นเป็นความเห็น ยิ่งสังคมมองอยู่ จริงๆ เราทำตัวตามปกติ แต่ก็ต้องระวัดระวังตัวมากขึ้นให้คนเห็นว่าเราทำตรงไปตรงมา ส่วนความเห็นของสังคม มีความเห็นได้ทุกทาง แต่ก็เป็นเพียงความเห็นส่วนข้อเท็จจริงก็ต้องมาดูว่าเป็นอย่างที่สังคมเขาวิจารณ์หรือไม่

เมื่อถามถึงคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 ออกมาเป็นคนละทิศทางกับที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.เคยให้ทิศทางไว้ ทำให้ กกต.ถูกสังคมมองว่าเป็นเครื่องมือการฟอกขาว ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 มีความเห็นอย่างไรนั้นตนเองยังไม่ทราบ ส่วนผลวินิจ ฉัยชุดที่ 26 ความเห็นของตนเองก็จำไม่ได้แล้วว่า ให้ความเห็นอะไรไว้บ้าง

นายแสวง กล่าวเสริมว่า เรื่องการทำงานเป็นความลับ คณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ชุดที่ 26 พูดไม่ได้เพราะเป็นความลับ ส่วนคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่  36 จะมีความเห็นอย่างไรก็ไม่มีใครทราบ มีเพียงที่เป็นข่าว แต่ไม่มีใครออกมายืนยัน ไม่มีใครตอบได้เพราะอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ไม่มีใครเปิดเผยได้อยู่แล้ว ต้องรอว่าไปถึงชั้นสุดท้ายในการพิจารณาของ กกต.จะมีทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ความเห็น และมติ ส่วนสัปดาห์หน้าจะได้เห็นความชัดเจนหรือไม่นั้นเรามีเอกสารจำนวนมาก เชื่อว่าต้องใช้เวลาก่อนพิจารณาและเสนอเข้าวาระ

เมื่อถามว่าคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรม การสืบสวนฯ ชุดที่ 36 และคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26  แตกต่างกัน ซึ่ง สว.สำรองมีการตั้งคำถามว่าการแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 เกินกรอบของกฎหมายหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในที่นี้ไม่มีใครทราบมีเพียงคณะกรรมการสืบสวน  จึงบอกไม่ได้ว่าความเห็นคืออะไร ส่วนเรื่องการแต่งตั้งอนุฯ ชุด 36 ชอบด้วยระเบียบหรือไม่ ขอชี้แจงว่า ก่อน กกต.จะตั้ง ทางสำนักงานฯ ก็ได้ดูเรื่องระเบียบกฎหมายทุกขั้นตอนให้อยู่แล้ว และเราก็ยืนยันว่า เรื่องนี้กกต.ทำตามระเบียบทุกขั้นตอน