Health News : ฝรั่งเศสพบไข้หวัดนกระบาด

Health News : ฝรั่งเศสพบไข้หวัดนกระบาด

Health News : ฝรั่งเศสพบไข้หวัดนกระบาด

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หน่วยงานด้านสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) รายงานในสัปดาห์นี้ว่า พบการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในฟาร์มสัตว์ปีก 2 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ โดยพบเชื้อในฝูงไก่และเป็ดที่ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว มีสัตว์ปีกตายรวม 270 ตัว จากจำนวนสัตว์ทั้งหมด 5,062 ตัวในฟาร์มดังกล่าว สัตว์ปีกที่เหลือทั้งหมดในฟาร์มถูกกำจัดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อตามมาตรการป้องกันล่วงหน้า

การระบาดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสเพิ่งประกาศปรับลดระดับความเสี่ยงและผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคลง เนื่องจากสถานการณ์ในฟาร์มและนกป่าดูเหมือนจะดีขึ้น ฝรั่งเศสเริ่มโครงการฉีดวัคซีนให้เป็ดตั้งแต่ปี 2023 แม้วัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างสมบูรณ์

ไข้หวัดนกมักระบาดตามฤดูกาล โดยเริ่มพบในช่วงฤดูใบไม้ร่วงพร้อมกับการอพยพของนกป่า และมักจะลดน้อยลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ การระบาดอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนสินค้าปศุสัตว์ ราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น และความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อสู่คน

ตะลอนเที่ยว : งานวันนริศฯ ณ ตำหนักปลายเนิน

ตะลอนเที่ยว : งานวันนริศฯ ณ ตำหนักปลายเนิน

ตะลอนเที่ยว : งานวันนริศฯ ณ ตำหนักปลายเนิน

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วันที่ 28 เมษายนของทุกปี คือวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พระนามเดิมคือพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

สมเด็จพระพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเป็นต้นราชสกุลจิตรพงศ์ ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เคยทรงดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรี นักปราชญ์ราชบัญฑิต นักการทหาร และพหูสูต พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ทรงมีพระปรีชาสามารถในงานช่างสารพัดแขนง ทั้งด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ศิลปกรรม และด้านคีตศิลป์ 

ในปี พ.ศ. 2506 เนื่องในโอกาส ฉลองวันประสูติครบ 100 ปีของพระองค์ท่าน องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศยกย่องให้พระองค์ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ซึ่งนับเป็นคนไทยรายที่ 2 ที่ได้รับการยกย่อง โดยคนไทยคนแรกที่ทรงได้รับการยกย่องคือ สมเด็จพระพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในฐานะพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย 

งานวันนริศฯ ประจำปี 2569 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 และ 29 เมษายน ณ ตำหนักปลายเนิน หรือวังคลองเตย เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศนุวงศ์ ในวันงานได้มีการจัดระบำรำฟ้อน และละครดึกดำบรรพ์ การบรรเลงดนตรีไทย รวมทั้งการแสดงนิทรรศการศิลปะ จากผู้ได้รับรางวัลนริศรานุวัดติวงศ์

ในงานนี้ เปิดให้เข้าชมตำหนักของพระองค์ท่าน โดยจะได้ชมศิลปะวัตถุที่ทรงคุณค่าซึ่งเป็นผลงานฝีพระหัตถ์ของพระองค์ และยังได้ชมรวมถึงสัมผัสบรรยากาศที่สุดแสนร่มรื่นด้วยพรรณพฤกษานานาชนิดในสวนของตำหนัก 

ตำหนักปลายเนินเป็นที่ประทับสุดท้ายของพระองค์ท่าน โดยทรงให้ซื้อเรือนไทยโบราณ แล้วสร้างเป็นตำหนัก ก่อสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2457 ส่วนวังท่าพระ ซึ่งอยู่ข้างพระบรมมหาราชวัง เป็นวังที่ประทับทางการ แต่จะเสด็จไปประทับเฉพาะช่วงฤดูหนาว หรือในช่วงมีงานพระราชพิธีเท่านั้น

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประทับ ณ วังคลองเตย จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2490

ตำหนักปลายเนินในปัจจุบัน เป็นที่ประทับและที่อยู่อาศัยของทายาทในราชสกุลจิตรพงศ์ ภายในเขตตำหนักมีอาคารต่างๆ ดังนี้ ตำหนัดตึก เคยเป็นที่ประทับของพระองค์ท่าน 

ตำหนักประเสบัน เป็นเรือนไม้ยกพื้นสูงสองยุโรป ต่อมารื้อลงเป็นเรือนสองชั้น สองหลัง 

เรือนไม้ริมบ่อและศาลาริมน้ำ สร้างสมัยยังมีคลองอยู่หน้าวัง แต่ปัจจุบันรื้อย้ายไปปลูกเป็นศาลาทรงไทยอยู่กลางสวน

ตำหนักหม่อมเจ้าเพลารถ จิตรพงศ์ และยังมีเรือนอื่นๆภายในเขตตำหนักด้วย ซึ่งเป็นของเหล่าทายาทราชสกุลจิตรพงศ์ 

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

Photo of the week : ดินเนอร์ที่แสนโกลาหล

Photo of the week : ดินเนอร์ที่แสนโกลาหล

Photo of the week : ดินเนอร์ที่แสนโกลาหล

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประมวลภาพถ่ายความโกลาหลชุลมุนวุ่นวาย ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ในห้องจัดเลี้ยงภายในโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว (25 เม.ย.) หลังจากมือปืนบุกเข้าไปในงานหวังที่จะสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลที่เข้าร่วมงานเลี้ยง ทำให้เจ้าหน้าที่อารักขาต้องเร่งคุ้มกันและอพยพเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และสตรีหมายเลขหนึ่ง รวมถึงรัฐมนตรีในรัฐบาล ออกจากงานอย่างทุลักทุเล แต่ทุกคนปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับอันตราย ส่วนมือปืนไม่รอดถุกเจ้าหน้าที่สกัดและรวบตัวได้

สกู๊ปพิเศษ : จากลุ่มน้ำโขงสู่ใจกลางกรุง ‘พช.-นครพนม’ ปักหมุด DNA เมืองพักผ่อน ที่สามย่านมิตรทาวน์

สกู๊ปพิเศษ : จากลุ่มน้ำโขงสู่ใจกลางกรุง ‘พช.-นครพนม’ ปักหมุด DNA เมืองพักผ่อน ที่สามย่านมิตรทาวน์

สกู๊ปพิเศษ : จากลุ่มน้ำโขงสู่ใจกลางกรุง ‘พช.-นครพนม’ ปักหมุด DNA เมืองพักผ่อน ที่สามย่านมิตรทาวน์

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ร่วมกับ จังหวัดนครพนม สร้างแรงสั่นสะเทือนให้เศรษฐกิจฐานราก ด้วยการเปิดตัว “DNA นครพนม” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าผ้าและเครื่องแต่งกายที่ผ่านการดีไซน์ใหม่ให้มีความทันสมัยจนมียอดจำหน่ายสูงถึง 1.2 ล้านบาท ความสำเร็จนี้เปรียบเสมือน “พิมพ์เขียว” สำคัญที่ พช. จะนำมาขยายผลสู่คนเมืองและนักท่องเที่ยว ณ สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อตอกย้ำว่าสินค้าชุมชนไทยมีดีไซน์ที่ร่วมสมัยและทรงคุณค่าไม่แพ้แบรนด์ระดับโลก

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า จากความสำเร็จในการเปิดตัว “DNA นครพนม” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม กรมการพัฒนาชุมชน (พช.)และจังหวัดนครพนม เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงครั้งสำคัญอีกครั้งภายใต้    “โครงการสร้างอัตลักษณ์เมือง (DNA) และ Marketing ภายใต้ 5 Must” ในระหว่างวันที่ 6 – 10 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ บริเวณเวทีกลาง ลาน PO1 และ PO3 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยชูจุดขายเมืองแห่งการพักผ่อนที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมย้ำภาพลักษณ์ “Restination” เมืองแห่งการพักผ่อน ที่ไม่ได้มีดีแค่ ‘ไหว้พระธาตุ’

“DNA นครพนม” มากกว่าความสวยงาม แต่คือจิตวิญญาณ สัมผัสประสบการณ์ 5 Must ครบจบในงานเดียว 

นายสยาม กล่าวย้ำด้วยว่า หัวใจสำคัญของงานนี้คือการนำเสนอ “Identity System” หรือระบบอัตลักษณ์ที่ผ่านการถอดรหัสทางวัฒนธรรมจากทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดนครพนม โดยเน้นลวดลายเครื่องประดับจากองค์พระธาตุพนมและสายน้ำโขง มาลดทอนรูปทรงเป็น “ดอกบัว 6 ดอก” สื่อถึงทิศทั้ง 6  และความศรัทธาที่บริสุทธิ์ ผสมผสานกับ Graphic Elements ที่ดูสากลแต่ยังคงกลิ่นอายท้องถิ่น ซึ่งลวดลายเหล่านี้ถูกนำไปปรับใช้ในบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ OTOP จนเกิดเป็นสินค้าพรีเมียมที่หาจากที่อื่นไม่ได้

ภายในงาน ณ สามย่านมิตรทาวน์ จะถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อน (Restination) ตามกลยุทธ์ 5 Must เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเสน่ห์นครพนมอย่างรอบด้าน ได้แก่ Visit : เที่ยวชมความงามของนิทรรศการอัตลักษณ์เมืองและการแสดงที่วิจิตรตระการตา , Eat : ชิมอาหารถิ่นรสชาติดั้งเดิมที่หาทานยากในกรุงเทพฯ , Shop : ช้อปงานคราฟต์ดีไซน์ใหม่ สินค้า OTOP ระดับ 1-5 ดาวที่ถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษ , Mu : สัมผัสพลังแห่งศรัทธาและความเป็นสิริมงคลตามวิถีชาวลุ่มน้ำโขง และ Rest : สัมผัสบรรยากาศความผ่อนคลายในสไตล์ “Nakhon Phanom Restination”

“กรมการพัฒนาชุมชน เชื่อมั่นว่า การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับคนเมืองหลวง ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นการประกาศศักดาความพร้อมของ “นครพนม” ในการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักกาย พักใจ และพักความวุ่นวายอย่างแท้จริง” อธิบดี พช. กล่าว 

สำหรับ “โครงการสร้างอัตลักษณ์เมือง (DNA) และ Marketing ภายใต้ 5 Must” พิธีเปิดจะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. ภายในงานจะมีการแสดงชุดพิเศษ “อัตลักษณ์นครพนม เปิดประตูสู่ 5 Must” ซึ่งเป็นการแสดงที่ผสานศิลปวัฒนธรรมอีสานเข้ากับรูปแบบร่วมสมัย พร้อมร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่จะมาร่วมเผยเคล็ดลับการปั้นแบรนด์ชุมชนให้ปังในระดับสากล

เพราะนครพนมไม่ใช่เพียงเมืองรอง แต่คือที่หนึ่งในใจของทุกคน

แหวกฟ้าหาฝัน : Carl Olof Larsson in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Carl Olof Larsson in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Carl Olof Larsson in National Museum Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ใน National Museum Stockholm ห้องภาพประจำสวีเดนย่อมมีผลงานของศิลปินสวีเดนอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผลงานของศิลปินสวีเดนที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของประเทศไม่มีใครเกินก็คือ Carl Olof Larsson เขาเกิดวันที่ 28 พฤษภาคม 1853 ที่ Gamla Stan ใกล้กับกรุงสต็อคโฮม เมืองหลวงของสวีเดน ครอบครัวของเขายากจนมาก บิดาของเขาเป็นคนจุดไฟในเรือกลไฟที่ล่องในสแกนดิเนเวีย ก่อนจะสูญเสียทุกอย่างแล้วกลายเป็นกรรมกรแบกหาม มารดาของเขาถูกไล่ออกจากบ้านพร้อมกับตัวเขาและต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน ก่อนจะได้เข้าไปอยู่ในชุมชนแออัดที่บ้านหนึ่งหลังต้องอยู่กันถึง 3 ครอบครัว แม่ของเขาต้องทำงานซักรีดหลายกะเพื่อให้มีเงินมาเลี้ยงครอบครัว ความแออัดและสกปรกส่งผลให้คนในครอบครัวของเขาเป็นอหิวาห์บ่อย ๆ โชคดีที่ครูสอนศิลปะของเขาได้สนับสนุนให้เขาสมัครเข้าเรียนที่ Royal Swedish Academy of Arts ตั้งแต่อายุได้ 13 ปี และเขาก็สอบเข้าได้

ระหว่างปีแรกในโรงเรียน เขารู้สึกต่ำต้อย และสับสนจึงมักแยกตัว แต่เมื่ออายุได้ 16 ปี เขาได้รับการส่งเสริมให้เป็นศิษย์ดีเด่นซึ่งทำให้เขาเกิดความมั่นใจมากขึ้นและกลายเป็นตัวอย่างนักเรียน เขาได้มีโอกาสวาดภาพการ์ตูนล้อเลียนให้กับหนังสือ Kasper และกลายเป็นศิลปินวาดภาพประจำหนังสือพิมพ์ Ny Illustrerad Tidning จนมีเงินมากพอที่จะสนับสนุนการเรียนของตัวเองและมีส่วนในการช่วยเหลือพ่อแม่ หลังจากทำงานการพิมพ์หลายปี เขาก็ย้ายไปอยู่ปารีสในปี 1877 แม้เขาจะทำงานหนัก แต่การที่เขาไม่คบค้ากับกลุ่ม Impressionist ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ ซ้ำยังถูกตัดขาดออกจากกลุ่มศิลปินสวีเดนด้วย

หลังวาดภาพกลางแจ้งอยู่ในปารีส 2 ปี ในปี 1882 เขาก็ได้เข้ากลุ่มกับศิลปินสแกนดิเนเวียใน Grez-sur-Loing และได้พบกับ Karin Bergoo ซึ่งต่อมาทั้งสองได้แต่งงานกัน เขาได้รังสรรค์งานที่มีความสำคัญนั่นคือ ภาพสีน้ำซึ่งต่อมาเขาพัฒนาเทคนิคจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำมัน หลังแต่งงาน เขาได้ซื้อบ้านที่ชื่อ Lilla Hyttnas ที่ Sundborn ใกล้กับบ้านของพ่อตา เขาตกแต่งบ้านตามรสนิยมของเขาและภรรยาจนบ้านนี้มีชื่อเสียงว่าเป็นบ้านที่โด่งดังที่สุดของศิลปิน ปัจจุบันบ้านหลังนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เขามีบุตรมากถึง 8 คน และเขามักใช้ลูกและภรรยาเป็นแบบในการรังสรรค์งาน

ผลงานของเขาเป็นที่นิยมอย่างมากเมื่อมีเทคโนโลยีการผลิตสีในทศวรรษที่ 1890 เมื่อสำนักพิมพ์ Bonnier ได้พิมพ์หนังสือที่เขาวาดด้วยสีน้ำที่ชื่อ A Home ส่งผลให้เขาโด่งดังในชั่วข้ามคืน แม้หนังสือจะมีราคาค่อนข้างสูงก็ตาม แต่เมื่อสำนักพิมพ์ของ Karl Robert Langewiesche ชาวเยอรมันได้นำภาพสีน้ำของเขามาตีพิมพ์ซ้ำทำให้หนังสือเล่มนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามากถึง 4 หมื่นเล่มใน 3 เดือน แม้เขาจะประสบความสำเร็จจากการเขียนภาพประกอบในนิตยสาร แต่เขากลับรู้สึกว่า ตัวเองประสบความสำเร็จมากจากการรังสรรค์งานปูนเปียกตามโรงเรียน มิวเซียม และสถานที่ราชการมากกว่า แม้บางงานที่เขาทำจนเสร็จ แต่กลับถูกปฏิเสธให้ติดตั้งก็ตาม บั้นปลายชีวิตเขามีปัญหาโรคตา ปวดศีรษะ ซ้ำยังมีซึมเศร้าอีกต่างหากก่อนที่จะมีอาการโรคเส้นเลือดสมองตีบในเดือนมกราคม 1919 เขาเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสยลผลงานของ Larsson จะเห็นว่า แม้เขาจะมีประสบการณ์ที่ขาดความสุข ซ้ำยังป่วยด้วยโรคซึมเศร้า แต่ผลงานสีน้ำของเขาที่ใช้สีสันสดใสอ่อนโยนนั้นกลับเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ สวยงามมากมายที่นำความสุขมาให้ผู้ชมได้อย่างไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว

จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา

จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา

จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

3 พฤษภาคม 2569 ช็อกวงการบันเทิงรับต้นเดือนพฤษภาคม เมื่อ หญิงออน ดวงพร ภรรยาของนักแสดงและผู้จัดหนุ่ม ตั้ม วิชญะ จารุจินดา ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของนักแสดงชื่อดัง ดวงดาว จารุจินดา ได้ออกมาเผยถึงสถานะล่าสุดผ่านอินสตาแกรม ว่าได้จบความสัมพันธ์กับสามีสักพักแล้ว ระบุว่า

ออนขอแจ้งให้ทราบว่า ออนได้แยกทางกับพี่ตั้ม(อดีตสามี) มาสักพักใหญ่แล้ว ซึ่งเป็นการตัดสินใจร่วมกันด้วยความเข้าใจ และต่างคนต่างเดินหน้าต่อในชีวิตของตัวเอง ขอบคุณเพื่อนๆ คนรอบตัว และทุกคนในชีวิตที่อยู่เคียงข้าง และให้กำลังใจกันมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ออนขอขอบคุณจริงๆค่ะ

ทั้งนี้ ตั้ม วิชญะ และหญิงออน ได้เข้าพิธีวิวาห์เมื่อช่วงปี 2565 ก่อนจะจบความสัมพันธ์สามีภรรยาในปี 2569

อาจารย์เบียร์ เคลียร์ซุ่มคบ ขวัญ อุษามณี ลั่นผีไม่ผลัก เม้าธ์ยับยัน แม่แอ๊ว ตอบข้อสงสัย ไม่ถือศีล 8 แล้วเหรอ?

อาจารย์เบียร์ เคลียร์ซุ่มคบ ขวัญ อุษามณี ลั่นผีไม่ผลัก เม้าธ์ยับยัน แม่แอ๊ว ตอบข้อสงสัย ไม่ถือศีล 8 แล้วเหรอ?

อาจารย์เบียร์ เคลียร์ซุ่มคบ ขวัญ อุษามณี ลั่นผีไม่ผลัก เม้าธ์ยับยัน แม่แอ๊ว ตอบข้อสงสัย ไม่ถือศีล 8 แล้วเหรอ?

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.41 น.

“อาจารย์เบียร์” เคลียร์ซุ่มคบ “ขวัญ อุษามณี” ลั่นผีไม่ผลักเม้าธ์ยับยัน “แม่แอ๊ว” โต้ไม่ถือศีล 8 แล้ว แจงปมยังบวชอยู่มั้ย?

“อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” วันนี้ขอเคลียร์ทุกปมดรามาแอบซุ่มคบนางเอกสาว “ขวัญ อุษามณี” รวมถึงชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย ไม่ถือศีล 8 แล้วเหรอ? สนใจแต่ไลฟ์ขายของ ไม่บรรยายธรรมะเลย พร้อมย้อนเล่าชีวิตวัยเด็กโตมากับศพ เกือบเป็นร่างทรง พร้อมเผยจุดเปลี่ยนชีวิต สัมผัสใกล้ความตาย สู่การเป็นอินฟลูฯ ชื่อดังสายธรรมะ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เบนซ์ พรชิตา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เรื่องขวัญ อุษามณี คบกันจริงหรือเปล่า?

“มีคนอยากรู้จริงเหรอ ทำไมสาระแนกันจังเลยเรื่องชาวบ้าน (หัวเราะ)”

เวลาไลฟ์สดกับขวัญดูมีซัมติง เคมีบางอย่าง?

“จะให้ดี ซัมติงก็มีหมดกับทุกคน เพราะอาจารย์ดูสนิทหมดทุกคน เวลาใครไลฟ์สดกับอาจารย์ ก็จะสไตล์ตัวเอง ไปออกรายการก็ด่าทุกคน คุยสนุกกับทุกคน ยังงงว่ามีดราม่ากับขวัญได้ไง กับขวัญนี่ด่าเละ ด่ากระจุยเลย”

แต่เขาคิดกันเพราะขวัญไปหยอดไง ว่าลองคบกันมั้ย?

“จริงๆ มันคิดก่อนหน้าที่มันจะหยอดอีก เพราะเราดูสนิทกับขวัญมาก สนิทค่อนข้างเยอะ บางคนถึงขั้นบอกว่าไปคบกันก่อนหน้านี้ แอบคบกันมา 6 เดือนแล้ว ซึ่งอาจารย์รู้จักขวัญตั้งแต่ยังไม่ถึง 2 เดือนดีเลยมั้ง เพิ่งรู้จักกัน มีแม่แตน อดีตภรรยาท่านทูตซาอุดิอาระเบียคนแรกของประเทศไทยเขาเป็นลูกศิษย์เรา เขาก็แนะนำให้เรารู้จักขวัญ อุษามณี วันที่เราไปไลฟ์สดกับคุณซี ศิวัฒน์ คุณเอมี่ ซึ่งขวัญเป็นรุ่นน้องอาจารย์ที่ม.กรุงเทพ แต่เราไม่รู้จักเขานะ เขาเป็นดารา ก็สไตล์ดาราเรียนมหาวิทยาลัย ก็เห็นตามวีรกรรมของเขา เห็นผ่านๆ”

ตกลงคบมั้ย?

“ไม่คบสิ กูพูดขนาดนี้แล้วมึงยังจะมาถามอีก”

มันต้องฟันธง?

“ทำไมเวลาพวกมึงตอบกันไม่เห็นจะฟันธงกันเลย มึงเลี่ยงไปทางโน้นทีทางนี้ที กูเห็นเวลาพวกมึงเข้าวงการมึงก็ตอบเฉไปเฉมา แล้วจะมาคาดคั้นอะไรจากกู”

มีอาการหวั่นไหวมั้ย?

“ไม่หวั่นไหว ล่าสุดยังด่ามันอยู่ มึงใส่กางเกงอะไรมา ขาสั้นขนาดนี้ ไม่ดูกาลเทศะ แต่ไม่มีใครด่ามันเลยนะ แปลกมากพวกเอฟซีไม่ด่า แต่คนอื่นมาแต่งสั้น มันด่าเขาสาดเสียเทเสียแล้ว”

เขาเห็นเคมี เขาเชียร์กันอยากให้ผีผลัก?

“ไม่มีใครผลักหรอก ผีผลักไม่ลงหรอก กูเบี่ยงออกตลอดเวลา (หัวเราะ) ไม่มีทางลงได้หรอก”

อาจารย์ไม่ได้คิดไร แล้วขวัญล่ะ?

“มันไม่คิดหรอก โอ้ย สภาพอย่างมันจะมาเอาอะไรอย่างอาจารย์ ดำเป็นหมาเผาขนาดนี้ ใครจะมาเอา มันไม่มีหรอก ขวัญมันก็มีสไตล์ของมัน ดาราซีรีส์ของมัน วันนั้นมันก็เอามาเปิดในไลฟ์สด มันบอกมันอยากแต่งงานกับคนนี้ มันให้แอดมินอาจารย์ไปทำรูปอะไรสักอย่างแต่งงานกับไอ้พระเอกซีรีส์คนนี้ มันบอกมันอยากแต่งงาน ประกาศหาสามีแห่งชาติอยู่เนี่ย มันบอกจะไปมู อยากได้แฟนกับเขาบ้าง”

ขวัญไม่มีแฟน?

“มันก็ไม่มีหรอก มันก็อยู่ของมันไปตามปกติ สภาพอย่างมันใครจะไปเอา มันก็ได้แค่สวยนั่นแหละ เบ๊อะๆ บ๊ะๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร อะไรก็ไม่รู้ คุยกับมันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง”

แต่ไลฟ์ด้วยกันบ่อยมากเลยนะ?

“ไลฟ์ด้วยกันบ่อยเพราะคุยไม่รู้เรื่องนี่แหละ แล้วคนชอบดูบนความไม่รู้เรื่องมันไง ความจังหวะโบ๊ะบ๊ะ งงๆ ของมัน”

เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่ม.กรุงเทพ ได้มีโอกาสคุยมั้ย?

“ไม่ได้คุยเลย สวนกันไปสวนกันมา มันเป็นดาราเราก็มองมันแล้วเอาไปนินทาในกลุ่ม คือดาราถ้าค่อนข้างลักษณะผิดแผกแหวกแนวจากชาวบ้านก็จะโดนนินทาไง ก็มันใส่รองเท้าสีแดงคู่เดียว ตั้งแต่ปีหนึ่งจนปีสุดท้าย มันก็ใส่คู่เดียว แต่อาจารย์ถามแล้วมันบอกมันไม่ได้ใส่คู่เดียว มันบอกว่ามันซื้อทีเดียว 10 คู่ แล้วใส่สลับกัน แต่สุดท้ายก็สีแดงอยู่ดี แต่ในความเป็นจริงเราเห็นมันก็ใส่คู่เดิม ไม่เห็นจะเป็นคู่ใหม่เลย แล้วจะตาคล้ำๆ มาทุกวันเหมือนไม่ได้นอน เราก็อีนี่เล่นยาหรือเปล่าวะ แล้วก็ในมหาวิทยาลัยก็จะคุยเรื่องนี้กันตลอดเวลา เวลามีดาราเข้ามาในเซ็คชั่นเรา เราก็จะนินทาอีดาราคนนั้น เพราะมันโดดเด่นของเซ็คชั่นไง”

ตอนนั้นเม้าธ์รองเท้ายังไง?

“เม้าธ์ว่ามันไม่มีรองเท้าคู่อื่นเหรอวะ ทำไมใส่อยู่คู่เดียว แล้วนักศึกษามหาวิทยาลัยเขาจะใส่ส้นสูงแต่เขาใส่ซอฟต์ๆเพราะอย่างอื่นบานเบอะหมดแล้ว กระโปรงก็สั้น เสื้อก็ปริ สไตล์เด็กม.กรุงเทพ เสื้อปริๆ ออกมา กระโปรงสั้นมากๆ รองเท้าควรซอฟต์นิดนึงเป็นสีเบาๆ แต่อีนี่โดดเด่น รองเท้าเป็นสีแดง ในยุคนั้นน้อยคนมากนะที่จะใส่รองเท้าสีแดง มันใส่อะไรของมันมา”

เขาชอบ?

“แล้วประเด็นมันไม่พอไง มันชอบไปยืนสะพานลอย ยืนตรงป้ายรถเมล์ หลบๆ ตรงใต้สะพานลอย สมัยก่อนรองเท้าเงาๆ ไม่มีสายคาด กูจำได้ขนาดนี้เลยนะ แล้วมันเต็มเท้า หนาๆ มันใส่คู่นั้นคู่เดียว ถ้ามันปกติไม่มีใครนินทามันหรอก มันต้องผิดปกติ ถึงมีคนนินทามัน”

ทำไมไม่เดินไปถาม?

“ไม่รู้จัก เดินไปถามเขาก็หาว่ากูเป็นมิจฉาชีพ เข้าไปปล้นชิงวิ่งราวมันหรือเปล่า แล้วมันยืนอยู่ใต้สะพานลอย จะให้กูไปถามว่าทำไมมึงใส่รองเท้าแดง สภาพ”

ปกติเจอกัน เจอเฉพาะในไลฟ์ นอกไลฟ์แอบเจอกันมั้ย นัดเจอกันมั้ย?

“ไม่มีเลย ปกตินอกไลฟ์เป็นแอดมินคุยทั้งหมดเลย ปกติขวัญเป็นคนนัดมาว่าอยากไลฟ์สดเมื่อไหร่ แล้วมีคนบอกว่าเนี่ย มันเหงา มันไปไลฟ์สด มีคนตัดคลิปมาให้ดูว่ามันเหงาหูมากเลย ไม่ได้ไลฟ์สดกับอาจารย์ แต่อาจารย์บอกมึงเหงาหู แต่กูรำคาญมึงมากกว่า เวลาหลังไมค์ไม่มีการคุยกันที่บ้าน ไลฟ์จบก็จบแล้ว คอนแทคกับขวัญก็ไม่มีนะ ปกติอาจารย์ไม่ให้ช่องทางติดต่อกับใครเลย ไม่ว่าสนิทแค่ไหนก็ไม่ให้ อาจารย์จะให้ติดต่อผ่านแอดมินเท่านั้น เพราะเราต้องโปรเทคตัวเราเอง เผื่อเกิดปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราเลยป้องกันไว้ ก็เลยเป็นแอดมินติดต่อ”

 จะไลฟ์กับขวัญอีกทีเมื่อไหร่?

“เร็วๆ นี้ มันทักมาอยู่เนี่ย คือมันไม่มีขาตั้งกล้อง ขาตั้งกล้องมันง่อนแง่นมาก มาไลฟ์สดกับอาจารย์ วางเกะกะมาก โยกไปโยกมา พูดแรงทีโทรศัพท์เอนอย่างนี้ ทนแรงสะเทือนเสียงอาจารย์ไม่ได้ แล้วมันมีเงิน แต่ทำไมมันซื้อไม่ได้ มันซื้ออันละ 200 300 หรืออัน 20 บาทมา กุ๊กกู๋มาก อาจารย์ก็บอกว่าเดี๋ยวซื้อขาตั้งกล้องให้มึงอันนึง ก็ซื้อให้มันอันนึง ประมาณ 4 พันกว่าบาท ซื้อจริงจังเลย กูสงสารมึงเหลือเกิน แล้วไมค์ก็ไม่ดูดเสียง เสียงแทรกอะไรก็ไม่รู้ มึงไลฟ์สดยังไงมา มึงเป็นดารายังไง อยู่วงการยังไง มึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย สุดท้ายกูต้องซื้อไมค์ให้มัน วันที่มันมาอาจารย์ก็บอกว่ากูซื้อไมค์มาให้มึงแล้ว มันบอกว่าหนูก็ซื้อมาแล้ว แต่หนูก็เอาอีก สุดท้ายของฟรีเอาหมด  แล้วทุกวันนี้ขาตั้งกล้องยังไม่เอาไปนะ มันบอกว่าอาจารย์ยังไม่ได้ซื้อที่จับโทรศัพท์ให้หนู สุดท้ายกูซื้อให้มันหมดทุกอย่างเลย แล้วแม่มันบอกอาจารย์ว่า อาจารย์ กับข้าวถ้าอาจารย์จะไปกินอะไรบ้านขวัญถ้าไลฟ์สดรอบหน้า อาจารย์ซื้อมาเลยนะ ไม่ต้องให้ขวัญซื้อนะ อ้าว ทำไมโยนให้กูล่ะ (หัวเราะ) กูไปกินไข่เจียวทีเดียวเป็นบุญคุณเลย ชอบไงติดใจไข่เจียวแม่ขวัญ เขาทอดอะไร แต่เปล่าหรอก จริงๆ ไม่มีอะไรให้กูกิน กูเผาหมดเลยนะเนี่ย (หัวเราะ)”

ความลับที่คนอื่นไม่รู้ ไม่มีอะไรกิน มีแต่ไข่เจียว แล้วซื้อกับข้าวไปเองจริงมั้ย?

“มีซื้อไป และเอาน้ำพริก เอาหมูอะไรของเราไป เขาก็เตรียมของเขาไว้ แต่อาจารย์เตรียมไปกระบุงโกยขนาดนี้ บอกวันหลังไม่ต้องเตรียมหรอก กูเตรียมเองแล้วกัน เตรียมแล้วเป็นภาระ ไม่ต้องเตรียมหรอก”

คนที่เคมีเข้ากันสุดก็น่าจะขวัญ?

“ถ้าเรื่องตลกโปกฮา ขวัญ อุษามณี อ่ะใช่ แต่อีกคนที่ไลฟ์สดล่าสุด คุณยุ้ย จีรนันท์ เขาสไตล์คนละขั้วกันเลย นี่เสียงนางฟ้ามาก เหมือนเหาะมาจากอากาศ ลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า กูขึ้นมาจาก 15 ชั้นดินเลย (หัวเราะ) มันคนละขั้ว มากันคนละฝั่งเลย อาจารย์ก็พยายามเร้าให้เขามีเอเนอร์จี้ แต่สไตล์เขานะ คนดูเยอะ เขาจะเสียงแบบ วันนี้นะคะ ยุ้ยมาไลฟ์สด อาจารย์ก็ถามว่าปกติเสียงมึงเป็นแบบนี้มั้ย เขาบอกว่าเสียงเป็นแบบนี้แหละ อยากเอากระโถนตีคอหอยมันมากเลย ให้หลุดออกมาหน่อย จะเอานางร้ายเลย ช่วยหน่อย อย่างสมัยที่เขาเล่นเรื่องนางทาส ฉุดออกมาหน่อย แต่ก็สไตล์เขา ส่วนใหญ่เขาจะนั่งขำ เอาทิชชู่นั่งซับน้ำตาเขาตลอดเวลา”

มีคนนึงที่อาจารย์เบียร์แพ้ทาง พูดไม่ทัน คือพี่หนิง ปณิตา ไลฟ์ด้วยกัน แล้วอาจารย์พูดไม่ทันเหรอ?

“ไม่ใช่ มันนั่นแหละพูดไม่ทันอาจารย์ มันบอกว่าตั้งแต่หนูไลฟ์สดขายของ อาจารย์คือคนแรกที่หนูไม่เหนื่อยเลย เพราะส่วนใหญ่หนูต้องพูดอยู่คนเดียว แต่วันนี้หนูมานั่งไลฟ์สดกับอาจารย์ อาจารย์พูดหมดเลย หนูต้องหาจังหวะงับเอาว่าจะเข้าช่วงไหน ก็บอกว่ามึงเจอคนปราบเซียนแล้วไอ้หนิง แต่ไอ้หนิงเคยเจอมาแล้วในรายการนึง ครั้งนั้นอาจารย์อยากด่ามันมากเลย ตอนนั้นมีมัน มีหมอของขวัญ แล้วก็อีกคนนึงจำไม่ได้ มันพยายามให้อาจารย์อัดคลิปด่ามัน แล้วมันจะทำคอนเทนต์ พิธีกรเขากำลังพูดอยู่ มันก็เสียงดังคิกคักๆ กูแบบว่ามึงหยุดก่อน เดี๋ยวเขาจะด่ากูด้วยแล้วเนี่ย เดี๋ยวหาว่ากูไม่สำรวมระวัง ไม่รู้กาลเทศะอะไร แล้วเจออีกครั้งที่บ้านคุณเป็ก สัณณ์ชัย ก็มาวุ่นวาย มากับอ้น ศรีพรรณ คุยจนกูรำคาญ อยากเดินออกจากไลฟ์สดไปเลย ถ้าไม่เกรงใจคุณเป็ก พวกนี้อยู่รวมกันไม่ได้ วงแตกมาก นี่กรุณาอย่านัดรวมกันมาไลฟ์สด เห็นเขาบอกว่าจะนัดรวมกันไลฟ์สดกับอาจารย์ กำลังคิดอยู่ว่ากูควรรับมั้ย หรือจะคิดแพงมากกว่าปกติ ตัดความรำคาญ” 

ถ้าใครไลฟ์สดกับอาจารย์ไปได้?

“ไปได้ ดูคิวกับแอดมิน ตอนนี้คิวค่อนข้างแน่นหนามาก เพราะว่าถูก ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร ราคาถูกเหลือเกิน (หัวเราะ) มาก็มาคนไปไลฟ์กับอาจารย์เตรียมตัวเตรียมใจไปเลย ว่าอาจารย์มีสไตล์เป็นของตัวเอง ต้องเล่นให้สนุก ไม่งั้นคนดูเบื่อตาย ขายของอย่างเดียวเบื่อตาย คุณยุ้ยบอกว่าอยากพาอาจารย์ไปไลฟ์ขายของที่บ้านมาก”

กว่าจะมาเป็นอินฟลูฯ ก่อนหน้านี้เด็กๆ โตมากับโลงศพ?

“ปู่เป็นสัปเหร่อ ทำโลงศพขาย ฉีดยาศพ จัดงานศพทุกอย่าง เป็นสัปเหร่อเผาศพด้วย ทำทุกอย่างในคนเดียวครบวงจร คนในหนองจอกคนโบราณเขาจะรู้จักกัน แต่ปู่เสียชีวิตไปแล้วตอนอายุ 90 กว่า อาจารย์ก็เติบโตมาแบบนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา วิ่งเล่นก็อยู่ในโลงศพ ทำโลงศพเล่นกันแบบนั้น เพราะที่บ้านโลงศพกองไว้ สมัยก่อนเป็นโลงไม้จริงๆ ไม่ใช่ไม้อัดแบบนี้ เอาที่นอนที่เขาบริจาคแล้ว ที่คนตายแล้วเขาไม่กล้าเอาไว้ มันเป็นนุ่น บ้านเราเอามาตัดเอานุ่นมายัดใส่หมอน ทำหมอนเองเพื่อเอาหมอนขนาดพอเหมาะไปไว้ในโลงศพ เราก็ทำแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เราคลุกคลีกับความตายมาตั้งแต่ไหนแต่ไร รวมทั้งเรื่องธรรมะ”

กลัวมั้ยไปนอนในโลง?

“เด็กๆ กลัว แต่มันอยู่จนชิน ก็หายกลัว กลัวบ้างไม่กลัวบ้างก็แล้วแต่ แต่สไตล์เด็ก เดินไปก็กลัวแต่ต้องฝืนไป เขาจะปิดไฟตรงนั้นตรงนี้บ้านสมัยก่อนเป็นบ้านไม้อายุร้อยปีสองชั้น เขาให้เรานอนคนเดียว ก็ต้องฝึกนอนไป วันไหนแมวกัดก็ไม่ได้นอน กลัวผี บางทีปู่พาไปฉีดยาศพที่ห้องดับจิตตามรพ. สมัยก่อนในรพ.ไม่มีพนักงานฉีดเอง เขาจะหาอาศัยคนแบบนี้มาฉีดให้ อาจารย์ก็ไปช่วยปู่เหยียบตัวปั๊มลมเพื่อปั๊มตัวฟอร์มาลีนเข้าเส้น เราก็นั่งลุ้นมันจะโผล่มาตอนไหน จะลุกกลับมานั่งใหม่ตอนไหน เราเห็นสำลียัดใส่ปากใส่จมูกใส่หู เพื่อป้องกันฟอร์มาลีนออก เราก็นั่งดูอยู่แบบนั้นมาตลอด”

กี่ขวบ?

“ประมาณสัก 10 ขวบ เริ่มตามไปแล้ว”

เจอมั้ย?

“ไม่เคยเจอเรื่องพวกนี้เลย มาเจออีกทีตอนเราเริ่มเข้าวงการหมอดูร่างทรง ที่เราเริ่มเห็นอะไรที่เขาบอกเป็นสิ่งลี้ลับเป็นผี”

ไปไงมาไงเข้าวงการร่างทรง?

“เพราะเราคลุกคลีกับพิธีกรรมอะไรเหล่านี้มา เราเป็นสายมูตอนสมัยเราเป็นวัยรุ่น เริ่มทำงาน เราเสียเงินทำพิธีกรรม ทำไมกูไม่ทำเองวะ เราก็มีความรู้เรื่องพวกนี้ ก็เริ่มเรียนรู้ศึกษา เรียนรู้จากอาจารย์ เรียนรู้จากเพื่อน เรียนรู้จากหลายคน จากตำรับตำราด้วย เรียนรู้ทุกอย่างเลย พอเรียนรู้เสร็จเราก็เริ่มลงมือ ทดลองดูฟรี คนก็บอกว่าเฮ้ยแม่น ก็ติดต่อมาขอดู ก็ขอเก็บเงิน เป็นค่าครู อยู่ไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าวงการ เริ่มมีซิกเซ้นส์ มีกระบวนการเหล่านี้มาเริ่มมีเสียงกระซิบข้างหูแล้ว ตอนนั้นประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว เมื่อก่อนไว้หนวด เล่นฟิตเนส ตัวใหญ่ น้ำหนัก  70 ตอนนี้น้ำหนักเหลือแค่ 60”

มีสัมผัสที่หกด้านไหน?

“ได้ยินเสียง แล้วเหมือนมีเซ้นส์รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราเป็นคนนึงที่แม่นพอสมควร เรามีลูกศิษย์ลูกหา สามารถรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ บางคนมาหาอาจารย์มีผู้หญิงมาก็จะชี้ว่ามึงอยากแต่งงานเหรอ นี่ก็ร้องไห้เลย เพราะเขาไม่ยอมขอแต่งงานสักที จะพยากรณ์ให้เขาว่าวิธีแก้ต้องไปแก้ยังไง ไม่นานก็ถูกขอแต่งงาน ตอนนั้นเป็นศาสตร์ความเชื่อที่เราเชื่อแบบนี้”

ตอนนี้ยังดูได้อยู่มั้ย?

“ตามตำราเราดูได้ แต่เซ้นส์พวกนี้หายไปหมดแล้ว เพราะเราเดินออกมาจากมัน ไม่ยุ่งกับมันอีก มันก็ไม่มีอีก พวกนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าใจต้องน้อมไป ถ้าจิตใจไม่น้อมไป ไม่เอนเอียงไปทางนี้ สิ่งพวกนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น อย่างอาจารย์เข้าสู่วงการดูดวง ร่างทรง อาจารย์ต้องมีใจรักมันแล้วน้อมไป เราถึงจะอิน ฟีลเหมือนเราเข้าบริษัทขายตรง เราไม่มีอะไรเลย แต่พอเขาบิวต์เรา อยากขายว่ะ เหมือนคนเข้าลัทธิต่างๆ มันถูกบิวต์ ใจก็จะน้อมไป จากที่ตัวเองไม่มี ตัวเองก็บรรลุเฉยเลย บางคนบรรลุในติ๊กต๊อก บรรลุในโซเชียลเยอะมาก บรรลุเป็นพระอรหันต์กันหมดแล้ว คนก็เชื่อ เพราะมันถูกบิวต์อารมณ์ว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เราเข้าไปอยู่จุดไหนแล้วใจเรามันน้อมไปมันก็จะบิวต์ตัวนั้นเข้ามาหาเรา”

คิดว่าสัมผัสที่หกจะอยู่กับเราไปตลอด?

“ไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอด”

เรื่อหมอดูร่างทรง อาจารย์ไม่ชอบเลยคือเรื่องการไปพยากรณ์ว่าคนนี้จะไปเกิดเหตุเสียชีวิตหรือตายเมื่อไหร่?

“ใช่ สมัยก่อนเคยพยากรณ์ เรื่องนี้เราค่อนข้างแม่น พูดว่าใครจะตายมันตาย ช่วงแรกไม่รู้สึกว่ามันผิดอะไร แต่หลังๆ มา มีคนเจอเหตุการณ์แบบนี้ ที่ผ่านมาเราพยากรณ์คนจะตาย ส่วนใหญ่เป็นคนมีอายุ มันไม่ได้แปลกอะไร เพราะเตรียมตัวตายอยู่แล้ว แต่มันไปเกิดกับคนที่เป็นวัยรุ่น แล้วเขาแหกโค้งตายคาที่ เรารู้สึกมันหดหู่ ตอนนั้นไม่ได้ทักเจ้าตัวนะ ทักพี่สาวเขา เพราะน้องชายเขาไม่ได้เชื่อ ก็บอกว่าให้รีบมาแก้นะ ไม่งั้นไม่กี่วันเขาจะเสีย ปรากฏว่าภายใน 7 วันเขาเสียจริงๆ พี่สาวเขารีบมาหาเราบอกว่าเขาแก้ไม่ทัน เขารู้สึกผิดว่าทำไมเอาน้องเขามาแก้กับเราไม่ได้ หลังจากนั้นมาไม่พูดเรื่องตายกับใครอีกเลย บอกแค่ให้ระวังนะแค่นี้ มันก็ไม่ใช่ทุกเคสนะที่พูดแล้วจะตรง บางคนยังอยู่ถึงทุกวันนี้ก็มี ยังไม่ตาย แต่บางเคสมันแม่นเพราะเหตุปัจจัยพวกนี้ไม่ใช่วิเศษอยู่แล้ว ต่อให้ดูหรือไม่ดียังไง ทุกคนก็ต้องเดินไปสู่ความตายไปตามเหตุตามปัจจัย ฉะนั้นไม่ต้องสนใจเรื่องการดูดวงพยากรณ์ เพราะรู้อนาคตไปก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ถ้าวันนึงถึงเวลาต้องตายยังไงมันก็ตาย วันนึงที่อาจารย์รู้เหตุผลเหล่านี้เข้าใจหมดแล้ว ว่าสุดท้ายแล้วสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม การดูดวงพยากรณ์เป็นเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระ อาจารย์เข้าใจแล้ว อาจารย์จึงเลิกออกจากอาชีพหมอดู แล้วมาปฏิบัติธรรม แล้วเข้าใจเลยว่าสุดท้ายแล้ว เราไม่ต้องดูดวงพยากรณ์ ไม่ต้องแก้ไขดวงชะตา แต่ทำไมเราประสบความสำเร็จได้ ทำไมอาจารย์เกิดมาเป็นคนตื่นธรรมได้โดยไม่ต้องดูดวงพยากรณ์สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ไม่ต้องมีหมอดูร่างทรงมาแก้ไขอะไร แต่ก็ประสบความสำเร็จได้ ปลดหนี้ปลดสินจากการล้มละลายได้”

เริ่มช่วงไหนที่อยู่ดีๆ ก็ออกมาเลยแล้วกัน?

“เริ่มจากโควิดช่วงแรกๆ ที่เขาตายกันเยอะๆ อาจารย์ไปเผชิญหน้ากับความตาย เรารู้เลยว่าเวลานั้นเราไม่รอดแล้ว เพราะเราไข้ 40 เราดูข่าว เราก็กักตัว ชีวิตเสี่ยงความตาย ไข้ขึ้นตลอดเวลา 3 วันติด เรากินข้าวไม่ได้เลย ลุกไปไหนไม่ได้เลย รู้แล้วว่าจะตาย พยายามพุทธโธก็เอาไม่อยู่ อ้อนวอนร้องขอเทพเทวา สัมผัสที่หก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราบูชานับถือ ปู่ฤษีที่เราสื่อกับท่านได้ ไม่มีใครช่วยเราได้เลยในเวลานั้น เรารู้เลยว่าไม่รอด เราเลยตั้งจิตว่าถ้าเรารอด เราจะปฏิบัติบูชาถวายพระพุทธเจ้า เพราะเรารู้แล้วว่าทางเดียวคือเอาสติตั้งอยู่กับกาย เราก็พยายามมีสติอยู่กับปัจจุบัน ก็รอดตายมาได้ ตอนนั้นไปนอนอยู่รพ.เอกชนชื่อดัง ปรากฏว่าเราใช้ชีวิตไป แล้วรู้สึกว่าในรพ.ไม่รอดแล้ว เราต้องเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้ ก็เริ่มเดินจงกรม นั่งสมาธิ ศึกษาธรรมะ รื้อฟื้นที่ตัวเองเคยศึกษามาใหม่ เริ่มปฏิบัติจริงจัง ตั้งแต่ออกจากรพ.วันนั้นอาจารย์เดินจงกรมนั่งสมาธิต่อเนื่องปีกว่าๆ ทุกวันตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม เข้านอน ตีสี่ตื่นขึ้นมาภาวนาต่อจนถึง 7 โมงเช้า หนึ่งปีเต็มๆ จนเข้าใจสภาวะธรรมะของพระพุทธเจ้ามากยิ่งขึ้น และตัดสินใจจะไปบวช”

คุณแม่ก็ไม่ได้อยากให้บวช?

“ถูกต้อง วันนั้นแม่นั่งอยู่บันไดหลังบ้าน อาจารย์นั่งแคร่ไม้ไผ่ที่อาจารย์ไลฟ์สดที่ดังๆ มาตอนนั้น บอกกับแม่ว่าจะไปบวชแล้ว แม่ตกใจแล้วร้องไห้ว่าจู่ๆ ทำไมจะทิ้งกันไปบวช เขาบอกว่าจะบวชขนาดไหน เราก็บอกว่าบวชยาวไม่มีกำหนดอะไร เขาก็ใจหาย เพราะเราทำอะไรเราทำจริงจัง ถ้าเราไปสุดก็คือสุดจริงๆ เขาเลยเสียใจว่าเราจะทิ้งเขาไป เขาบอกแล้วใครจะดูแลเขาตอนบั้นปลาย ก็บอกว่าตอนนี้พ่อแม่แข็งแรงอยู่ เรายังไปบวชได้ ถ้าวันนึงไปบวชแล้วพ่อแม่เจ็บป่วยได้ไข้ เราไปทำปฏิบัติของเราถึงที่สุดแล้ว เราจะได้มีโอกาสกลับมาดูแลพ่อแม่ได้ในเวลานั้น เราเลยฉวยโอกาสว่าตอนแข็งแรงอยู่เราไปก่อนเลย ปรากฏว่าตอนเราไป เราจองเครื่องบินไปกะทันหันเลย แต่พอเราไปบวชจริง เรามีหนี้เกือบ 3 ล้านล้มละลายอยู่ เรามานั่งพิจารณาว่าพระพุทธเจ้าบอกว่าการบวชของเรา คนจะบวชห้ามเป็นหนี้ เป็นหนี้ไม่ได้ เป็นหนี้ห้ามบวช เขาจะถามเลยว่าเราเป็นหนี้มั้ย แล้วเราจะโกหกไม่ได้ เพราะตอนนั้นเรารักษาศีลของเราแล้ว เราเลยพิจารณาแล้วว่าไม่ควรฝืนพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า แล้วคนมีคดีก็บวชไม่ได้อีก แม้จะเป็นคดีแพ่งก็ตาม แล้วกฎมหาเถรสมาคมก็มีคำสั่งอีกว่าบุคคลล้มละลายห้ามบวช ถ้าบวชแล้วต้องไล่สึกภายในกำหนดกี่วันๆ เลยไม่ได้บวช ไปปฏิบัติอยู่กับครูอาจารย์ที่วัดป่า 7 วัน ใส่ผ้าขาว โกนหัวแล้ว 7 วันก็กราบลาท่าน เล่าให้ท่านฟังว่ารายละเอียดเป็นยังไง ท่านก็บอกให้ไปเคลียร์ทางโลกให้จบ เคลียร์จบค่อยมาบวชใหม่”

ต้องหาวิธีปลดหนี้ ก็ไม่ง่าย ใช้วิธีอะไร?

“ตอนนั้นเลิกอาชีพหมอดูแล้ว คิดว่าจะทำงานประจำแหละ แต่เรามีเงินก้อนนึงเก็บไว้ เรามีอยู่ 5 หมื่น มีก้อนเดียว ก็คิดว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไรดี ก็ตัดสินใจว่าเอาเงิน 5 หมื่นเลี้ยงชีวิตตัวเองไปก่อนแล้วกัน ยังกินข้าวกินน้ำอยู่บ้านพ่อบ้านแม่ ไม่ได้ไปไหนก็ใช้ประหยัดๆ เราไม่ได้ใช้เครื่องสำอางอะไรอยู่แล้วก็ไม่มีอะไรต้องเสีย เราตัดสินใจว่า 5 หมื่นน่าจะอยู่ได้ยาวๆ ระหว่างนี้อนุเคราะห์สงเคราะห์โลกแล้วกัน สอนธรรมะคน ทำให้คนเข้าใจหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าแบบที่เราตื่นรู้ และทำให้เรามีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม เดินออกจากความเห็นผิดได้ เราก็เลยตัดสินใจสอนธรรมะไปก่อน ส่วนรายละเอียดเรื่องการที่เราจะทำมาหากินก็ค่อยว่ากัน มันก็ขยับจาก 30 50 ไปเป็น 100 200 ขยับไปเป็นพัน สองพัน มันโตเร็วมากเลย แรกๆ นั่งตอบคำถามดัดจริต พูดไปสบายๆ เบาๆ มีพูดครับ มีพูดจ๋า อุ้ย รำคาญว่ะไม่ใช่ตัวเองเลย หงุดหงิดตัวเอง หลังๆ คนตั้งคำถามเยอะขึ้น ก็เริ่มมีการใส่แอ็กติ้งความเป็นตัวเอง เพราะสมัยก่อนเราดูดวงเราก็จะด่าลูกศิษย์เราเองด้วย กระตุ้นเตือนสอนด้วย ตอนหลังก็เริ่มใส่สไตล์ตัวเอง คนก็เริ่มดูเยอะ นี่ก็เริ่มคิดว่ากูจะทำงานอะไร เราไม่อยากรับบริจาค คนก็เลยเสนอให้ขายเสื้อยืด ตอนนั้นเราก็ตั้งคนตื่นธรรมมาแล้ว เราก็เลยผลิตเสื้อขาย ทำ 100 ตัวแรก ปรากฏว่าหมดเลย เราก็เอากำไรตรงนั้นไปต่อยอด เราทำแบบนี้มาเรื่อยๆ จนเราขายเสื้อได้เยอะสุด วันเดียวขายได้ 3 ล้านบาท โดยเอาใส่ตะกร้าติ๊กต๊อก ยังไม่ปักตะกร้าเลยนะ ใส่ตะกร้าลงไปบอกว่าเสื้อขายแล้ว 30 นาทีเสื้อขายหมดเลย 3 ล้าน ทำต่อไปอีกสักพักนึง ทำไปเรื่อยๆ จนปลดหนี้ได้หมด สุดท้ายเราก็ไปถ่ายรูปหน้าธนาคารที่เป็นคนฟ้องร้องเรา เราเอาเงินไปคืนเขา ตอนนั้นนักข่าวก็เอาไปลงทุกช่องเลยว่าอาจารย์ปลดหนี้หมดแล้ว”

ตอนนี้เริ่มไลฟ์ให้แบรนด์ต่างๆ แล้วด้วย รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วย มีกี่ตัวแล้ว?

“ยังไม่ได้รับ แต่เขาติดต่อเข้ามา จะเซ็นสัญญาเจ้าแรกเร็วๆ นี้ จะมีเจ้าอื่นๆ เข้ามาเรื่อยๆ แต่การไลฟ์สดขายของ เดิมทีเราตั้งใจจะไม่ไลฟ์สดขายของเลย แต่ด้วยความเราไลฟ์ขายของเรา เราประสบปัญหาขาดทุน ของๆ เราแพลตฟอร์มติ๊กต๊อกเพิ่มค่าคอม ค่าจีพีขยับขึ้นเรื่อยๆ เราตั้งราคาเดิมตลอด ซึ่งเขาหักไป 7 เปอร์เซ็นต์ให้คนที่ไปปักตะกร้า ตอนหลังขายดีเกินแพลตฟอร์มก็ไปดึงค่าตลาดเพื่อช่วยคนที่ขายไม่ดี สุดท้ายอาจารย์ไม่เหลือกำไรเลย สุดท้ายกำไรที่อาจารย์ได้ต่อหนึ่งอย่างแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะหักแพลตฟอร์มอย่างเดียวนะ ยังไม่จ่ายค่าเงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ พอเอา 20 เปอร์เซ็นต์มาหัก อาจารย์ขาดทุน เดือนก.พ.ที่ผ่านมา อาจารย์ขาดทุน 5 แสน มันเริ่มดึงเอาเงินช่วงเทศกาลเจนนี่ดึงไปหมดแล้ว ตอนนั้นกำไรดูเยอะ เพราะเราขายได้เยอะมาก แต่ตอนหลังยอดขายมันตก เราขายได้น้อยลง ก็จำเป็นต้องเปลี่ยน อีกอย่างเราไม่ได้บวช เราตั้งใจว่าธ.ค.ที่ผ่านมาเราจะบวชแล้ว แต่เนื่องจากติดคดีความ เริ่มมีคนฟ้องร้องเรา หมิ่นประมาทก็ว่ากันไป มันเลยเป็นประเด็นทำให้เราบวชไม่ได้ เราต้องมารีโนเวตตัวเอง ปรับปรุงโครงสร้างตัวเอง ว่าเราจะมานั่งขายของแล้วขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้มีคนติดต่อพรีเซ็นเตอร์มาตลอด แต่ไม่เคยรับเลย ช่วงดังจัดๆ ก็เลยคิดว่างั้นขายของแล้วกัน ใครมีสินค้าก็รับไลฟ์”

เดี๋ยวนี้ไม่บรรยายธรรมะแล้วเหรอ?

“บรรยาย เอามาจากไหนกัน เวลาอาจารย์บรรยาย มันไม่ดูไง  มันไปนั่งเล่นเกมกัน อาจารย์ไลฟ์สดทุกวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เช้าออกไปบรรยาย ทุกคนเชิญไปงานบรรยายเต็มแน่น เดือนหน้าแน่นทุกวันไม่มีวันว่างเลย เช้าบรรยายช่วงสิบโมงถึงเที่ยงตามสถานที่ต่างๆ ตกเย็นมาไลฟ์สดขายของ และตอบคำถามธรรมะเหมือนเดิม อยู่ในรถเดินทาง 3 ชั่วโมง ตลอด 3 ชั่วโมงอาจารย์นั่งไลฟ์สดตอบคำถามธรรมะอย่างเดียว เวลาอย่างนี้ตั้งนานทำไมไม่มาฟัง ไปดูอาจารย์ตอนขายของ อาจารย์ธรรมะทุกวัน พรุ่งนี้ก็จัดปฏิบัติธรรมที่บ้าน จะจัดทุกเดือนที่บ้าน  เสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนจะจัดปฏิบัติธรรม ก็เยอะและเหนื่อย ที่บ้านเสาร์-อาทิตย์จะประมาณ 200 300 คน ห้องแค่นี้ มันนั่งได้ไม่เยอะ กำลังทำสถานปฏิบัติธรรมในนามมูลนิธิคนตื่นธรรม เวลาออกบรรยายอย่างจัดที่หอประชุมที่หมอเส็งอนุเคราะห์ให้ 4 พันคน แต่ตอนหลังมันไม่ไหว มันเหนื่อยเกิน อาจารย์ใช้เงินตัวเองจัดงานครั้งนึงประมาณ 3-4 แสนต่อเดือน เอาเงินขายน้ำพริกไปจัดงานเลี้ยงคน 3-4 พัน ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว เลี้ยงอาหารเช้า กลางวัน เย็น เวลาบรรยายธรรมไม่ได้เรียกค่าตัวนะ ถ้าเป็นคนอื่นอินฟลูฯ คนอื่นต้องมีค่าตัว คนถามว่าคิดค่าตัวเท่าไหร่ไปบรรยายธรรม อาจารย์บอกว่าไม่มี อยากจะให้เท่าไหร่ก็คิดมาแล้วกัน อย่างบางที่อาจารย์วิ่งไปไกลมาก ค่าน้ำมันรถ 5 พัน มันใส่ซองให้อาจารย์ 1,200 ก็มี ก็ไปให้”

ไม่ได้ว่าอะไร?

“ไม่ได้ว่าอะไร แต่กูก็ไลฟ์ด่าฉ่ำในไลฟ์สดนั่นแหละ ให้เฉพาะบางที่ อันนั้นมันดูแปลกๆ เหมือนอบต.โกงกินงบประมาณ มาจ่ายให้เราแค่นี้ โดนด่าแน่ เพราะเรามีค่าใช้จ่ายเนอะ แต่โดยรายได้เราแทบไม่ได้อะไรหรอก เราเอาเงินไปบริจาค ช่วยเหลือคน อย่างน้ำท่วมใช้เงินส่วนตัวบริจาคช่วยคนเป็นล้าน ทำแบบนี้มาตลอด”

จะบวชอีกมั้ย?

“ต้องดูตามเหตุ เพราะตอนนี้มีอยู่ 4 คดี แต่หมายยังมาไม่ถึงนะ มีหมิ่นประมาทมหาเถรสมาคม ที่เขาไปร้องกล่าวโทษทนายดังท่านนึง มีคดีวัดนาป่าพงที่ไปออกรายการดัง มีคนจะฟ้องอาจารย์เหมือนไปพูดถึงอีกฝ่ายนึง มีเรื่องผัวแห่งชาติอีกอันนึง มีคดีเรื่องวัดนา คดียักยอก อาจารย์ไปพูดกรณีนี้ใช้คำผิดคำถูกเขาก็จะฟ้องอีก ก็ต้องเดินไปตามเหตุว่ากันไปยาวๆ ไม่ต้องไปกังวล เพราะอยู่ที่ไหนเป็นประโยชน์ที่นั่น”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

น้อมนำพระดำริ ผ้าไทยใส่ให้สนุก ปลัด มท. จับมือนายกฯแม่บ้าน มท. อบรมเยาวชนต่อยอดงานหัตถศิลป์ ณ จ.เชียงใหม่

น้อมนำพระดำริ ผ้าไทยใส่ให้สนุก ปลัด มท. จับมือนายกฯแม่บ้าน มท. อบรมเยาวชนต่อยอดงานหัตถศิลป์ ณ จ.เชียงใหม่

น้อมนำพระดำริ ผ้าไทยใส่ให้สนุก ปลัด มท. จับมือนายกฯแม่บ้าน มท. อบรมเยาวชนต่อยอดงานหัตถศิลป์ ณ จ.เชียงใหม่

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.49 น.

ปลัดมหาดไทย จับมือ นายกแม่บ้านมหาดไทย น้อมนำพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” อบรมเยาวชนต่อยอดงานหัตถศิลป์ ณ จ.เชียงใหม่ มุ่งยกระดับงานผ้าและหัตถกรรมไทยสู่แฟชั่นยั่งยืนระดับสากล

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการ “โครงการสร้างการรับรู้และเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านการยกระดับ และพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา”  จุดดำเนินการที่ 5 โดยได้รับเกียรติจากคณะที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย อาทิ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ดร.ศรินดา จามรมาน ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และพะเยา นักเรียน เยาวชน ผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ โรงแรมยูนิมาน จังหวัดเชียงใหม่ 

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในการสนองงาน แบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทยให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน โดยทรงพระราชทานแนวพระดำริการผสมผสานระหว่างศิลปะงานผ้ากับมุมมองด้านแฟชั่น ภายใต้แนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ก่อให้เกิดความนิยม สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับผ้าไทยสู่สากล

“พระองค์ททรงได้รับประกาศเชิดชูพระเกียรติ และเหรียญสดุดีจาก UNESCO ในฐานะผู้มีคุณูปการด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม ทรงนำเสนอให้ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในปี พ.ศ. 2569 และได้พระราชทานแบบลายผ้าพระราชทานหลากหลายลวดลาย รวมถึงเครื่องหมายรับรอง “Sustainable Fashion แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” แก่ผู้ผลิตผ้าและงานหัตถกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยความงดงามทางศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันทรงคุณค่า โดยเฉพาะ “ผ้าไทย” ในพื้นที่ภาคเหนือที่มีความสวยงามหลากหลายของแต่ละพื้นที่ เป็นมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาติที่ต้องร่วมกันสืบสานและรักษาไว้ ดังที่ได้กล่าวว่าถึงเป็นที่ประจักษ์ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงอุทิศพระองค์ในการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะงานผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน นอกจากนี้ เราต่างได้ชื่นชมพระบารมีและพระจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสวีเดน ที่ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทย อันเป็นการเผยแพร่ความวิจิตรและแสดงให้โลกได้เห็นถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติไทย”

นายอรรษิษฐ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า “น้อง ๆ เยาวชน ผู้ประกอบการ ที่ร่วมสัมมนาในวันนี้ ถือเป็นกำลังสำคัญที่จะต้องร่วมกัน สืบสาน รักษา ต่อยอด งานหัตถศิลป์และงานฝีมืออันทรงคุณค่าเหล่านี้ ผ่านทางเวทีการศึกษาเรียนรู้แห่งนี้ เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานของตนเองต่อไป” 

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน ขัตติยา สวัสดิผล นั่ง สส.แทน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน ขัตติยา สวัสดิผล นั่ง สส.แทน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน ขัตติยา สวัสดิผล นั่ง สส.แทน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.40 น.

วันที่ 2 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แทนตำแหน่งที่ว่างลง 

ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งได้ประกาศให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยลำดับที่ 3 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้น

บัดนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน ดังนี้

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 17 ได้รับการเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างลง

ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 

โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 

วุฒิสภาเปิดเวทีถก วิกฤตพลังงานไทย ระดมสมองร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

วุฒิสภาเปิดเวทีถก วิกฤตพลังงานไทย ระดมสมองร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

วุฒิสภาเปิดเวทีถก วิกฤตพลังงานไทย ระดมสมองร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.21 น.

ไทยต้องรอด! วุฒิสภาเปิดเวทีถก “วิกฤตพลังงานไทย” ระดมสมองรัฐ-เอกชน-นักวิชาการร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

2 พ.ค.2569 นายชิบ จิตนิยม ประธานคณะอนุกรรมการด้านการต่างประเทศและการประชาสัมพันธ์ฯ วุฒิสภาเปิดเผยว่า วุฒิสภาเตรียมจัดเวทีเสวนา “วุฒิสภา… ไขปัญหา วิกฤตพลังงานไทย” วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ห้องริมน้ำเจ้าพระยา 102 – 104 อาคารัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) โดยระดมผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการ ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์พลังงานและเสนอแนวทางรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้นในระดับประเทศโดยเวทีเสวนาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระดับประเทศ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมวิเคราะห์ปัญหาพลังงานที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกันผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในอนาคต

ชิบ จิตนิยม

ทั้งนี้เวทีเสวนาดังกล่าวจัดโดยคณะอนุกรรมาธิการด้านการต่างประเทศและการประชาสัมพันธ์ ภายใต้คณะกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของวุฒิสภา โดยได้รับเกียรติจากนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนา โดยช่วงเช้าเป็นการเสวนาในหัวข้อ “พลังงานไทยในวิกฤตพลังงานโลก” โดยมีวิทยากรสำคัญ ได้แก่ นายสมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และดร.คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย (PTIT) โดยมีนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ทำหน้าที่ดำเนินรายการ

ส่วนช่วงบ่ายเป็นการนำเสนอ “ข้อเสนอแนะด้านมาตรการทางเศรษฐกิจ สังคม และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน” โดยมีผู้แทนจากภาคธุรกิจและผู้บริโภคร่วมสะท้อนมุมมอง อาทิ นายจิระเดช ห้วยหงษ์ทอง นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคมขนส่งสินค้าเข้า-ออก ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน โดยมีนายเมธวิน อังคทะวานิช เป็นผู้ดำเนินรายการ

“ขอชวนเชิญสมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหาร บุคลากรในวงงานรัฐสภาและผู้ที่สนใจร่วมเวทีอภิปราย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมวิเคราะห์ปัญหาพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกันผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” ประธานคณะอนุกรรมการด้านการต่างประเทศและการประชาสัมพันธ์ฯกล่าว